FeelThailand.com

Welcome to Thailand


ประวัติ ไทสูจู้

Feel Thailand Sanguo สามก๊ก ประวัติ ไทสูจู้

ไทสูจู้ Taishi Ci (Ziyi) AD 166-206

ไทสูจู้ชาวอำเภอหวง เมืองตงไหล (อุยก๋วน) สมัยยังเด็กไทสูจู้เป็นคนที่ชอบการศึกษาอย่างมาก เมื่อต่อขึ้นก็ได้รับราชการในตำแหน่งขุนนางเล็ก ๆ ในบ้านเกิด ครั้งหนึ่งเมื่อเจ้านายของไทสูจู้ เกิดทะเลาะวิวาทกับเจ้าเมืองซึ่งเป็นขุนนางตำแหน่งใหญ่กว่า ทั้งสองก็เลยส่งฎีกาเพื่อร้องทุกข์ สมัยนั้น ใครส่งฎีกาได้ก่อน จะถือว่าได้เปรียบ เพราะส่วนใหญ่จะพิจารณาจากฎีกาที่คนส่งมาก่อน ขุนนางฝั่งตรงข้ามได้ส่งคนนำสารไปแล้ว เจ้านายของไทสูจู้นั้นช้ากว่า และกังวลว่าการส่งสารช้าไปจะไม่เป็นผลดีกับตัวเขา หลังจากพิจารณาอย่างดีแล้ว เขาจึงได้เลือกไทสูจู้ขุนนางชั้นต่ำอายุเพียง 21 ปีเป็นผู้ส่งสารให้เขา

ไทสูจู้เร่งเดินทางทั้งกลางวันและกลางคืน ไม่ช้าเขาก็มาถึงเมืองหลวง ในระหว่างที่เขาเดินบนถนนสายหลักที่มุ่งตรงไปที่ทำการขุนนางราชสำนัก ก็เจอผู้ส่งสารของอีกฝ่ายกำลังเตรียมที่ส่งฎีกาเช่นกัน ไทสูจู้จึงถามว่า นายท่าน ท่านต้องการที่ส่งยื่นฎีกาใช่หรือไม่ อีกฝ่ายตอบว่าใช่ ไทสูจู้ถามต่อว่า ท่านเก็บไว้ที่ใด คนสั่งสารอีกฝ่ายตอบว่ามันถูกเก็บรักษาไว้ในกระบอกอย่างดี ไทสูจู้จึงถามต่อว่า ท่านมั่นใจแล้วหรือว่า ฎีกานั้นไม่ชำรุดเสียหาย ช่วยนำออกมาให้ข้าตรวจสอบดู

อีกฝ่ายไม่รู้ว่าไทสูจู้เป็นคนของฝ่ายตรงข้าม จึงส่งฎีกานั้นให้กับไทสูจู้ ไทสูจู้นำมีดออกมาตัดฎีกาเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย คนส่งสารอีกฝ่ายตกใจร้องตะโกนว่า มีคนทำลายฎีกาของข้า ไทสูจู้จึงดึงตัวเขาออกจากถนน ไม่ให้เป็นที่สังเกต เมื่ออยู่ในที่ลับตาคน ไทสูจู้พูดกับเขาว่า ถ้าท่านไม่ส่งฎีกาให้ข้า ไฉนเลยข้าจะทำลายมันได้ นี่ถือว่าฟ้าลิขิตแล้ว ข้าไม่ใช่คนผิดเพียงคนเดียว แต่เราสองคนมีส่วนร่วมในความผิดนี้ ถ้าเราหลบหนีไป เราก็สามารถเอาชีวิตรอดได้ ไม่อย่างนั้น เราสองคนคงถูกลงโทษอย่างหนักจากการทำลายฎีกา

คนส่งสารอีกฝั่งบอกว่า ท่านได้ทำลาย ฎีกาของข้าแล้ว ในเมื่อท่านได้สิ่งที่ต้องการ ทำไมท่านต้องหลบหนีด้วย ไทสูจู้ตอบว่า เมื่อข้ารับคำสั่งจากเจ้านายของข้าให้เพียงดูว่า ท่านได้ส่งฎีกาแล้วหรือยัง แต่ข้าได้ทำลายฎีกาของท่านได้ ถ้าข้าย้อนกลับไป ข้ากลัวว่าเจ้านายข้าจะกล่าวหาว่า ข้าทำเกินกว่าเหตุและจะลงโทษ ดังนั้นข้าควรจะหลบหนีไปเสียดีกว่า

คนส่งสารอีกฝั่งเห็นด้วยกับไทสูจู้ ทั้งสองออกจากเมืองในวันนั้น ทันทีที่ไทสูจู้ออกจากเมืองกับคนส่งสาร เขาได้แอบย้อนกลับไปเพื่อส่งฎีกาของเขา เมื่อเจ้าเมืองได้รู้เรื่องก็พยายามส่งฎีกาอีกครั้ง แต่เพราะว่าไทสูจู้ได้ส่งฎีกาไปแล้ว ทำให้ฎีกาที่ส่งทีหลังนั้นไม่มีความหมาย และผลการตัดสินก็ทำให้เจ้าเมืองไม่พอใจนัก ทำให้ชื่อของไทสูจู้เป็นที่รู้จัก ขุนนางฝ่ายเจ้าเมืองก็ไม่พอใจ ไทสูจู้กลัวว่าฝั่งตรงข้ามจะลอบทำร้ายเขา จึงหนีไปซ่อนตัวที่ เลียวตั๋ง

ขงหยงเจ้าเมืองปักไฮ เมื่อได้ฟังเรื่องราวของไทสูจู้ก็ประทับใจ และอยากผูกมิตรกับไทสูจู้ โดยการอุปการะมารดาของไทสูจู้ ต่อมาเกิดกบฏโจรผ้าเหลืองขึ้น ขงหยงถูกแต่งตั้งให้มาสู้กับโจรผ้าเหลืองที่ Duchang แต่ทัพของเขาเองกลับถูกโจรผ้าเหลืองล้อม ในเวลานั้นไทสูจู้เดินทางกลับบ้าน มารดาของไทสูจู้เลยให้ ไทสูจู้มาช่วยขงหยง พูดว่า แม้ว่าเจ้าจะไม่เคยพบกับขงหยงเจ้าเมืองปักไฮ แต่เขาก็ดูแลข้าเป็นอย่างดีเวลาที่เจ้าไม่อยู่ เหมือนกับว่าเขาเป็นเพื่อนเก่าแก่ของครอบครัวเรา เวลานี้เขาถูกโจรผ้าเหลืองล้อมไว้ เจ้าควรที่จะไปช่วยเหลือเขา หลังจากพักที่บ้านสามวัน ไทสูจู้เดินทางไป Duchang อาศัยที่ว่าโจรผ้าเหลืองยังตีวงล้อมเมืองขงหยงไม่ทั่วถึง แอบเข้าเมืองที่โดนล้อมในยามค่ำคืน ไทสูจู้ได้คุยกับขงหยง ขอให้ขงหยงมอบทหารส่วนหนึ่งให้แก่เขา เขาจะนำทัพไปสู้กับโจรผ้าเหลืองเอง แต่ขงหยงไม่เชื่อคำแนะนำของไทสูจู้ ขงหยงตัดสินใจรอการช่วยเหลือจากภายนอก แต่วันแล้ววันเล่า ก็ไร้วี่แววกำลังเสริมแต่ฝ่ายโจรผ้าเหลืองดูจะเข้มแข็งขึ้นเรื่อย ๆ ขงหยงคิดว่าการส่งสารไปหาเล่าปี่ เจ้าเมืองเพงง้วนก้วน แต่ไม่มีใครที่มีความสามารถพอที่จะฝ่าวงล้อมกองทัพโจรผ้าเหลืองไปได้ ไทสูจู้จึงอาสาเป็นคนส่งข่าว ขงหยงจึงห้ามไว้ พูดว่า โจรผ้าเหลืองล้อมเราไว้แน่นหนานัก ทุกคนต่างพากันพูดว่ามันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แม้ว่าท่านจะมีขวัญกำลังใจดีเพียงใด งานนี้ก็ยากเกินไปสำหรับท่าน ไทสูจู้จึงบอกว่า ในอดีตท่านให้ความเมตตาแก่มารดาข้ายิ่งนัก นอกจากคำขอบคุณที่นางมีให้ นางได้ส่งข้ามาช่วยท่านในเวลาที่ท่านต้องการ เพราะรู้ดีในความสามารถของตัวข้า การมาของข้าต้องเป็นประโยชน์แก่ท่าน นางจึงได้ส่งข้ามา ถ้าข้าเชื่อตามคนอื่นว่าสิ่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วสามารถทำได้ ตัวข้าก็ไร้ประโยชน์ต่อความกรุณาของท่าน และทำความผิดหวังให้แก่มารดาของข้า เวลาเหลือไม่มากแล้ว ขอท่านอย่าได้โปรดลังเลใจอีก ขงหยงเห็นความตั้งใจของไทสูจู้จึงยอมให้เขาไป

รุ่งเช้าไทสูจู้กับคนติดตามสองคน ก็ควบม้าออกทางประตูเมืองใหญ่ ตัวไทสูจู้ถือธนูโดยให้คนติดตามของเขาแบกเป้าธนูตามหลัง โจรผ้าเหลืองที่ตั้งค่ายอยู่ก็แปลกใจเป็นอันมาก ต่างพากันมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น ไทสูจู้ข้ามคูเมือง วางเป้าธนูลงและข้ามกลับมา แล้วก็เริ่มยิงธนูใส่เป้าพวกนั้น หลังจากยิงอยู่พักใหญ่ เขาก็กลับเข้าเมือง รุ่งเช้าวันต่อมาเขาก็ทำเช่นเดิมกับเมื่อวาน โจรผ้าเหลืองบางคนก็ลุกมาดู แต่ส่วนใหญ่ต่างพากันหลับต่อไม่สนใจ เมื่อไทสูจู้ยิงธนูซักพักก็กลับเข้าเมือง รุ่งเช้าวันต่อมา ไทสูจู้ก็ทำเช่นเดิม แต่ไม่มีโจรผ้าเหลืองคนไหนลุกมาดู ต่างพากันนอนต่อด้วยความเกียจคร้าน ไทสูจู้จึงลงแส้ควบม้าวิ่งฝ่าวงล้อมศัตรู กว่าที่ศัตรูจะรู้ตัว ไทสูจู้ก็ควบม้าผ่านวงล้อมมาได้แล้ว และใช้ธนูสังหารโจรผ้าเหลืองหลายคน เหล่าโจรผ้าเหลืองเมื่อเห็นดังนั้นก็ไม่มีใครกล้าติดตามไทสูจู้

เมื่อเขามาถึงเมืองเพงง้วนก้วน เขาชักชวนเล่าปี่โดยบอกว่า ข้าไทสูจู้ ชาวเมืองตงไหล มาขอร้องท่านให้ไปช่วยเหลือท่านขงหยง ข้าเองไม่ได้เป็นญาติหรือเพื่อนของท่านขงหยง แต่ข้ามีความหวังและแรงบันดาลใจเช่นเดียวกับท่านขงหยง เมื่อท่านขงหยงเสียใจหรือเดือดร้อน ข้าก็พลอยเจ็บแค้นไปด้วย เวลานี้ กวนไฮ หัวหน้าโจรผ้าเหลืองก่อกบฏขึ้น ท่านขงหยงถูกล้อมอยู่ ถ้าไม่มีกำลังสนับสนุนจากภายนอก ท่านขงหยงต้องตกอยู่ในอันตรายแน่ ท่านเล่าปี่ ท่านเองนั้นเป็นที่เลื่องลือว่าเปี่ยมไปด้วยคุณธรรมและเมตตาธรรม ท่านมักจะให้ความช่วยเหลือแก่ผู้อื่นในยามที่เขาเดือดร้อนเสมอ ท่านขงหยงนั้นกล้าหาญนักที่ยืนหยัดต่อสู้ในวงล้อมของโจรผ้าเหลือง ท่านส่งข้าฝ่าคมหอกคมดาบของศัตรูมาหาท่าน ตัวข้าต้องเสี่ยงชีวิตเพื่อมาวิงวอนขอความช่วยเหลือจากท่าน ท่านเล่าปี่ ท่านคือความหวังเดียวของเรา เล่าปี่ทำหน้าขึงขังแล้วพูดตอบว่า ที่จริง ท่านขงหยงก็รู้เหมือนกันว่ามีเล่าปี่ที่เต็มใจช่วยเขา แล้วเล่าปี่ก็ระดมทหารสามพันนายตามไทสูจู้ไปช่วยขงหยง

เมื่อโจรผ้าเหลืองได้ยินว่ามีทัพสนับสนุนมาช่วย ก็ล่าถอยไป ขงหยงประทับใจในตัวไทสูจู้มากกว่าเดิม พูดกับเขาว่า ท่านเป็นเพื่อนแท้ของข้าจริง ๆ สหายน้อย เมื่อไทสูจู้ช่วยเหลือขงหยงแล้วจึงกลับไปหามารดา มารดาของไทสูจู้พูดกับเขาว่า ข้าดีใจจริง ๆ ที่เจ้าสามารถช่วยท่านขงหยงได้

ผู้ตรวจการแคว้นยังจิ๋วในตอนนั้นคือเล่าอิ้ว ซึ่งเป็นคนพื้นเพเดียวกันกับไทสูจู้ เมื่อไทสูจู้มาจากเลียวตั๋ง เขาไม่มีโอกาสได้เข้าพบเล่าอิ้วเพื่อขอรับใช้ ดังนั้นเขาจึงข้ามแม่น้ำแยงซีไปเพื่อพบกับเล่าอิ้ว ในตอนนั้นทัพของซุนเซ็กได้มาถึงพอดี ขุนนางของเล่าอิ้วบางคนได้แนะนำให้เล่าอิ้วแต่งตั้งให้ไทสูจู้เป็นแม่ทัพ แต่เล่าอิ้วไม่เห็นด้วย เขาบอกว่า ถ้าข้าตั้งให้ไทสูจู้เป็นแม่ทัพ เขาเฉียวคงจะหัวเราะเยาะข้าเป็นแน่ ดังนั้นเล่าอิ้วจึงตั้งให้ไทสูจู้เป็นนายทหารตรวจตรากองทัพ วันหนึ่งขณะไทสูจู้ออกลาดตระเวณ เขาไปพบกับซุนเซ็กเข้า ซุนเซ็กมีทหารติดตามมาสิบสามนาย ซึ่งในนี้มี อุยกาย ฮันต๋งและซงเขียมด้วย ไทสูจู้ควบม้าเข้าใส่พวกเขา และเริ่มต่อสู้กับซุนเซ็ก ซุกเซ็กแทงถูกม้าของไทสูจู้และคว้าเอาหอกสั้นที่ไทสูจู้พกอยู่ด้านหลังไป ไทสูจู้ก็สามารถคว้าเอาหมวกซุนเซ็กได้ ก่อนที่ทั้งสองจะทำอะไรไปมากกว่านี้ กองทัพทั้งสองฝ่ายก็มาถึง ทั้งสองจึงยุติแล้วกลับค่ายไป

ไทสูจู้และเล่าอิ้วในที่สุดก็พ่ายแพ้แก่ซุนเซ็กต้องหนีไปอยู่ที่ อิเจี๋ยง และหลบซ่อนที่งิวจู๋ ที่นั่นเล่าอิ้วประกาศตัวเองเป็นเจ้าเมืองตันเอี๋ยง ในเวลาเดียวกัน ซุนเซ็กได้ยึดครองดินแดนตะวันออกของ Xuancheng ขาดแต่เพียงหกหัวเมืองตะวันตกของเกงจิ๋ว เมื่อไทสูจู้ยกทัพมาที่เกงจิ๋ว ชนเผ่าชาวเขามากมายได้สนับสนุนทัพของไทสูจู้ ซุนเซ็กยกทัพมาต่อสู้กับไทสูจู้ด้วยตนเอง ไทสูจู้แพ้และถูกจับได้ในที่สุด เมื่อถูกนำตัวมาอยู่ต่อหน้าซุนเซ็ก ซุนเซ็กตัดเชือกที่พันธนาการไทสูจู้ออก กุมมือเขาพลางกล่าวว่า จำเหตุการณ์ที่ท่านกับข้าเคยสู้กันได้หรือไม่ ถ้าครั้งนั้นท่านจับข้าได้ ท่านจะจัดการกับข้าอย่างไร ไทสูจู้ตอบว่า ข้าไม่อาจพูดได้ ซุนเซ็กหัวเราะพลางพูดว่า ต่อไปนี้ ข้าได้สิ่งใด ข้าจะแบ่งสิ่งนั้นแก่ท่านด้วย แล้วซุนเซ็กก็แต่งตั้งให้เขาเป็นแม่ทัพมีหน้าที่ตรวจตรากองทัพ

หลังจากนั้น เล่าอิ้วที่อยู่ที่อิเจี๋ยง ได้เสียชีวิต ลูกน้องของเล่าอิ้วจำนวนหลายหมื่นต่างไร้ผู้นำ ไม่มีลูกน้องคนไหนของเล่าอิ้วที่มีอำนาจพอจะควบคุมทหารทั้งหมดได้ ซุนเซ็กได้ขอร้องให้ไทสูจู้ไปชักจูงทหารที่ไม่มีที่ไปให้มารับใช้เขา แต่ขุนนางของซุนเซ็กต่างพูดว่า ไทสูจู้จะไปแล้วไม่กลับมาหาท่าน ซุนเซ็กพูดว่า ถ้าไทสูจู้จากข้าไปจริง ๆ เขาจะไปหานายคนไหนเช่นข้าได้ ซุนเซ็กจัดงานเลี้ยงส่งไทสูจู้แล้วถามว่า ท่านไปครั้งนี้ กี่วันถึงจะกลับ ไทสูจู้ตอบว่า ข้าจะกลับมาหานายท่านภายในหกสิบวัน ไทสูจู้กลับมาภายในเวลาที่กำหนดและรายงานสถานการณ์ในเมืองต่าง ๆ แม้จะมีฮัวหิมที่เป็นเหมือนผู้นำต่อจากเล่าอิ้ว แต่เมืองต่าง ๆ กลับไม่เชื่อฟังฮัวหิม ซุนเซ็กได้ฟังก็ดีใจและเริ่มแผนการที่จะยึด อิเจี๋ยง

เล่าผวน หลานคนหนึ่งของเล่าเปียว เป็นแม่ทัพที่กล้าหาญและมีความสามารถคนหนึ่งของเล่าเปียว ได้พยายามก่อความวุ่นวายขึ้นในง่อ แต่ถูกไทสูจู้ซึ่งควบคุมดูแลพื้นที่แถบนั้นต่อสู้กลับ ทัพของเล่าผวนพ่านแพ้และไม่กล้ายกทัพมารุกรานง่ออีกเลย

ไทสูจู้ สูงประมาณ 180 ซม. มีเคราที่สวยงามมาก มีพลังแขนที่แข็งแรงสามารถยิงธนูได้อย่างรุนแรงและไม่เคยพลาดเป้า หลังจากติดตามซุนเซ็ก ครั้งหนึ่งไทสูจู้ติดตามซุนเซ็กไปปราบโจรป่า ที่ Mabao หนึ่งในพวกโจรได้ตะโกนด่าซุนเซ็กจากบนกำแพงเมือง ไทสูจู้หยิบคันธนูขึ้นเล็งและยิงธนูปักมือโจรคนนั้นติดกับกำแพงเมือง ทหารหลายหมื่นคนต่างพากันโห่ร้องชมเชยฝีมือของไทสูจู้ เรื่องนั้นทำให้ชื่อเสียงของไทสูจู้เป็นที่รู้จักมากขึ้น เมื่อโจโฉได้ยินเรื่องราวไทสูจู้ ก็ส่งกล่องจดหมายปิดผนึกมาให้ แต่ในกล่องนั้นไม่มีจดหมาย มีเพียงตังกุยอย่างเดียว (ตังกุยนั้นออกเสียงพ้องกับคำที่มีความหมายว่า น่าจะหวนกลับ) เพราะว่าไทสูจู้นั้นมีบ้านเกิดอยู่ในภาคกลาง การส่งตังกุยให้นั้นเป็นการแนะนำให้ผู้ที่รับหวนกลับสู่บ้านเกิด โจโฉทำเช่นนี้เพื่อเชื้อเชิญไทสูจู้ให้มาสวามิภักดิ์เขา ไทสูจู้ตายเมื่ออายุได้ 41 ปีในปีเจี้ยนอันที่ 11

Sanguo in Thai Language

All informations about Sanguo in this website was translated from other sanguo websites. Main informations are from asianstudies.anu.edu.au by Adjunct Professor Rafe de Crespigny, wikipedia.org and kongming.net. It takes almost a year for me to completed all informations, I hope Sanguo fan in Thailand will like it.

เนื้อหาเกี่ยวกับสามก๊กในเวบนี้ ผมแปลจากเวบที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับสามก๊กภาษาอังกฤษ เนื้อหาส่วนหลักนั้นนำมาจาก ผลงานของ ศาสตราจารย์ Rafe De Crespigny โดยได้รับการอนุญาตจากตัวศาสตราจารย์ และทางมหาวิทยาลัย Australian National University โดยทางมหาวิทยาลัยขอให้ลงข้อความนี้

1. the original English version was published by the Faculty of Asian Studies – Australian National University in 1996.
1. บทความต้นฉบับภาษาอังกฤษนี้ ได้ถูกตีพิมพ์โดยคณะเอเชียนศึกษา มหาวิทยาลัย Australian National ในปี 1996

2. This writer have the author’s permission to publish his work in translation.
2. ผู้เขียนได้รับการอนุญาตจากผู้เขียนต้นฉบับนี้แล้วให้สามารถทำการเผยแพร่ผลงานแปลได้

ตามความประสงค์ของทางมหาวิทยาลัย บทความบางส่วนแปลมาจากเวบ wikipedia.org และ kongming.net

สามก๊ก

Feel Thailand Sanguo สามก๊ก
Feel Thailand Sanguo สามก๊ก
เนื้อเรื่องสามก๊ก
183 AD    184 AD    185 AD    186 AD    187 AD    188 AD    189 AD    190 AD    191 AD    192 AD    193 AD    194 AD    195 AD    196 AD    197 AD    198 AD    199 AD    200 AD    201 AD    202 AD    203 AD    204 AD    205 AD    206 AD    207 AD    208 AD    209 AD    210 AD    211 AD    212 AD    213 AD    214 AD    215 AD    216 AD    217 AD    218 AD    219 AD    220 AD
Feel Thailand Sanguo สามก๊ก เกร็ดสามก๊ก
รายชื่อสามก๊ก(ใหม่)   รายชื่อสามก๊ก   แผนที่สามก๊ก    แผนผังตระกูลซุน    ยศทหารและขุนนางในสามก๊ก
Feel Thailand Sanguo สามก๊ก
Feel Thailand Sanguo สามก๊ก
๏ปฟ