FeelThailand.com

Welcome to Thailand


ปีเจี้ยนอันที่ 20 215 AD (17 กุมภาพันธ์ 215- 5 กุมภาพันธ์ 216)

ในฤดูใบไม้ผลิ เดือนแรก วันที่ 6 มีนาคม มเหสีโจ ลูกสาวโจโฉถูกแต่งตั้งเป็นฮองเฮา

ในเดือนที่สาม โจโฉนำทัพไปโจมตีเตียวฬ่อ เขาวางแผนที่จะเดินทัพผ่าน Wudu เข้าสู่ดินแดนชนเผ่า Di แต่ชาว Di นั้นปิดกั้นถนนไว้ เตียวคับ จูเหลง และคนอื่น ๆ ถูกส่งไปโจมตีและปราบพวกเขา

ในฤดูร้อน เดือนที่สี่ โจโฉมาจาก Chencang ผ่านทางด่านซานก๋วน มาถึง Hechi Doumao อ๋องแห่ง Di พร้อมคนติดตามกว่าหมื่นคน เชื่อว่าภูมิประเทศจะช่วยป้องกันพวกเขา จึงปฏิเสธการยอมจำนน ในเดือนที่ห้า กองทัพโจโฉโจมตีคนเถื่อนและสังหารพวกเขา

เหล่าผู้นำใน Xiping และ Jincheng Qu Yan Jiang Shi และพวกตัดหัวหันซุยและส่งมาให้โจโฉ

ก่อนหน้านั้น เมื่อเล่าปี่ยังอยู่ในมณฑลเกงจิ๋ว จิวยี่ กำเหลงและคนอื่น มักจะเสนอให้ซุนกวนเข้ายึดจ๊ก ซุนกวนจึงส่งจดหมายไปหาเล่าปี่ว่า เล่าเจี้ยงไม่ใช่นักรบ และเขาคงไม่สามารถรักษาตำแหน่งเขาเอาไว้ได้นาน ถ้าโจโฉยึดจ๊กไป แล้วมณฑลเกงจิ๋วก็จะตกอยู่ในอันตราย ข้าต้องการไปโจมตีเล่าเจี้ยงก่อน เมื่อจัดการกับเขาได้แล้ว ข้าจะโจมตีเตียวฬ่อต่อ ทันทีที่ภายใต้ถูกผนึกเข้าด้วยกันแล้ว ต่อให้มีสิบโจโฉ เราก็ไม่ต้องหวาดกลัว

เล่าปี่ตอบว่า ชาวบ้านในมณฑลเอ๊กจิ๋วต่างมั่งคั่ง และดินแดนพวกเขาก็ยากแก่การเดินทัพเข้าไป เล่าเจี้ยงนั้นอ่อนแอ แต่เขาก็สามารถรักษาดินแดนเอาไว้ได้ การนำทัพเข้าสู่หัวเมืองจ๊กและฮันต๋ง ที่ห่างออกไปหมื่นลี้ เพื่อปราบทั้งมณฑลโดยไม่มีการยกทัพกลับเลย นี่เป็นสิ่งที่ซุนอู่และงอกี๋บรรยายว่ายากลำบากยิ่ง

เมื่อโจโฉพ่ายแพ้ในศึกผาแดง ที่ปรึกษาของท่านก็แนะว่าอำนาจของเขากำลังเสื่อมถอย เขาไม่สามารถมีความทะเยอทะยานอันใดสำหรับดินแดนที่ห่างไกล แต่โจโฉก็ยังครองดินแดนสองในสามของแผ่นดินไว้ได้ และเขาวางแผนที่จะนำม้าของเขาไปถึงชายทะเลและนำทัพไปยังง่อและห้อยแข แล้วทำไมเขาถึงเต็มใจที่จะเก็บสิ่งที่เขามีและรอจนแก่เฒ่า

ยิ่งกว่านั้น ถ้าพันธมิตรโจมตีซึ่งกันและกันโดยไม่มีเหตุอันควร พวกเราจะเปิดโอกาสให้กับโจโฉฉวยประโยชน์จากการสู้รับกันเองของเราได้ นี่เป็นแผนที่ไม่มองการณ์ไกลเลย

นอกจากนั้น เล่าเจี้ยงและข้ายังเป็นคนแซ่เดียวกัน พวกเราหวังจะใช้อำนาจและแรงบันดาลใจของบรรพบุรุษเรามาฟื้นฟูราชสำนักฮั่น ถ้าเล่าเจี้ยงรุกรานท่าน ข้าก็รู้สึกเสียใจอย่างมาก ข้าจะไม่ยุ่งเกี่ยวเรื่องระหว่างพวกท่าน แต่ข้าขอร้องให้ท่านมีเมตตาด้วย

ซุนกวนไม่เห็นด้วย เขาส่ง Sun Yu นำทัพไปแฮเค้า เล่าปี่ปฏิเสธที่จะให้ทัพผ่านไป พูดกับ Sun Yu ว่า ถ้าท่านต้องการไปยึดจ๊ก ข้าก็จะไปปลีกสันโดษไปอยู่ในหุบเขา ข้าไม่สามารถละทิ้งคุณธรรมความดีไปได้

เล่าปี่ให้กวนอูประจำอยู่ที่กังเหลง เตียวหุยอยู่ที่จีกุ๋ย ขงเบ้งอยู่ที่เมือง Nan ในขณะที่เขาอยู่ที่ Chanling ซุนกวนจึงไม่มีทางเลือกได้แต่เรียกตัว Sun Yu กลับ

ต่อมาเล่าปี่นำทัพไปตะวันตกโจมตีเล่าเจี้ยง ซุนกวนรู้ถึงกับพูดว่า ไอ้คนเจ้าเล่ห์ต่ำช้า มันกล้าดียังไงถึงมาใช้อุบายต่ำช้าแบบนี้มาหลอกเรา

เล่าปี่ทิ้งให้กวนอูรักษา กังเหลง โลซกซึ่งครองดินแดนติดกับเขตของกวนอูในเวลานั้น กวนอูสั่งกองทัพเฝ้าระวังการโจมตีทันที แต่โลซกก็ประพฤติตัวเป็นมิตรกับเขาเหมือนเดิม

เมื่อเล่าปี่ได้มณฑลเอ๊กจิ๋วแล้ว ซุนกวนส่งจูกัดกิ๋นไปขอหัวเมืองเกงจิ๋วกลับคืน เล่าปี่ไม่เห็นด้วยอธิบายว่า ข้ากำลังวางแผนที่จะยึดมณฑลเลียงจิ๋ว เมื่อข้าได้ดินแดนนั้นแล้ว ข้าก็จะคืนมณฑลเกงจิ๋วทั้งหมดให้แก่ท่าน

ซุนกวนจึงพูดว่า นี่เป็นการยืมไม่ใช่การคืน เล่าปี่ต้องการยืดเวลาไปด้วยการขอโทษที่ไร้สาระ ซุนกวนแต่งตั้งขุนนางสำหรับสามหัวเมืองคือ เตียงสา เลงเหลงและฮุยเอี๋ยง แต่กวนอูขับไล่พวกเขาไป ซุนกวนโกรธมาก เขาส่งลิบองนำทัพสองหมื่นนายเข้ายึดสามหัวเมืองนั้น

ลิบองส่งจดหมายไปยังสามหัวเมืองนั้น ขุนนางที่รู้ว่าเหตุการณ์ผันเปลี่ยนไปเช่นไรล้วนแต่ยอมจำนนแต่โดยดี มีเพียงเจ้าเมืองเลงเหลงโฮเภาที่ยังรักษาเมืองโดยไม่ยอมจำนน

เล่าปี่รู้สถานการณ์จึงนำทัพด้วยตัวเองจากจ๊กมากังอั๋น เขาส่งกวนอูนำทัพมาชิงสามหัวเมืองกลับคืน ซุนกวนมาที่ลกเค้าเพื่อบัญชาการทัพเอง โลซกถูกสั่งให้นำทัพหมื่นนายไปตั้งค่ายที่ Yiyang เพื่อเผชิญหน้ากับกวนอู ในขณะเดียวกันซุนกวนก็ส่งจดหมายด่วนไปหาลิบองบอกให้เขาทิ้งเมืองเลงเหลงกลับมาช่วยโลซกโดยเร็ว

เมื่อลิบองได้รับจดหมาย เขาไม่แพร่งพรายคำสั่งนั้น ในคืนนั้นเขาเรียกขุนนางของเขามาบอกแผนการ ตอนรุ่งเช้าเขาโจมตีเมืองเลงเหลงอีก แล้วก็ไปหาเตงซวนจี๋ ลูกน้องเก่าของโฮเภา พูดว่าโฮเภานั้นได้ยินเรื่องของความซื่อสัตย์และมีเกียรติ เขาหวังว่าตัวเองจะสามารถทำตามอย่างได้ แต่เขาไม่รู้ตัวว่าต้องรับมืออยู่กับอะไร

เวลานี้ เล่าปี่แม่ทัพซ้ายได้ถูกปิดล้อมที่ฮันต๋งโดยแฮหัวเอี๋ยน กวนอูอยู่ที่เมือง Nan และนายของเราก็คุมทัพสู้กับเขาอยู่ ทั้งสองที่นั้นยังไม่ตัดสินผลแพ้ชนะ กำลังทั้งสองฝ่ายยังสูสีกันอยู่ ทั้งเล่าปี่และกวนอูต่างก็พยายามหากำลังพลมากเท่าที่จะมากได้เพื่อทำการรบ แล้วพวกเขาจะหาทหารส่งมาช่วยที่นี่ได้อย่างไร

ข้าได้คำนวณจากกำลังทหารของฝ่ายเราและได้วางแผนการที่รัดกุมเพื่อโจมตี รับรองได้ว่าเมืองนี้ต้องถูกยึดภายในเวลาไม่ถึงวัน เมื่อเมืองถูกยึดและโฮเภาถูกสังหาร แล้วจะมีประโยชน์แก่ผู้ใด แต่มันต้องเป็นเรื่องเศร้าของมารดาเขาซึ่งมีอายุใกล้ร้อยปีแล้ว ซึ่งอาจจะสิ้นใจทันทีที่รู้ข่าวว่าบุตรของนางเสียชีวิต

ข้าไม่เชื่อว่าคนของเขาจะรู้เรื่องจากภายนอก พวกเขาคิดว่าจะมีทัพมาช่วยเหลือ แต่เวลานี้เขาได้มาเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่มีทางออก ท่านจงไปหาเขาแล้วอธิบายให้เขาเข้าใจ

เตงซวนจี๋เข้าพบโฮเภา แล้วอธิบายสิ่งที่ลิบองบอกมา โฮเภากลัวมาก เขาจึงออกจากเมืองมายอมจำนน ลิบองต้อนรับเขา กุมมือของเขาแล้วพาลงเรือไปด้วยกัน เมื่อพวกเขาประชุมกันเสร็จสิ้น ลิบองจึงนำจดหมายจากซุนกวนให้เขาดู ตบมือและหัวเราะชอบใจ เมื่อโฮเภาได้เห็นจดหมายและรู้ว่าเล่าปี่อยู่ที่กังอั๋น และกวนอูอยู่ที่ Yiyang เขาโกรธมากและละอายใจ ปรารถนาให้พื้นธรณีสูบตัวเขาไป

ลิบองใหซุนโหคุมเมืองเลงเหลง ในวันเดียวกันเขานำทัพกลับไป Yiyang

โลซกต้องการคุยกับกวนอู แต่ลูกน้องของเขาเตือนว่ากวนอูอาจจะวางอุบายได้ และแนะนำให้เขาอย่าไป แต่โลซกพูดว่า ในเวลาเช่นนี้ คนเราควรจะเตรียมพร้อมเผชิญหน้ากัน เล่าปี่ติดหนี้บุญคุณใหญ่หลวงต่อรัฐเรา ใครถูกหรือผิดยังไม่มีใครรู้ แล้วทำไมกวนอูต้องปฏิเสธความปรารถนาดีของเราด้วย

ดังนั้นเขาจึงเชิญกวนอูมาประชุม ทั้งสองนำกองทัพมาแล้วก็สั่งให้กองทัพหยุดอยู่กับที่ แล้วทั้งสองก็เดินออกจากทัพตัวเองร้อยก้าวมาพบกันสองต่อสอง ไม่ใส่ชุดเกราะเพียงแค่สะพายดาบเท่านั้น

โลซกตำหนิการปฏิเสธคืนสามหัวเมือง กวนอูตอบว่า ในการโจมตีงอหลิน แม่ทัพซ้ายเป็นผู้นำทัพต่อสู้ด้วยตัวเอง ทำลายขับไล่ศัตรู แล้วทำไมเขาถึงต้องไม่ได้รับผลประโยชน์อันใด แม้เพียงเศษเสี้ยวของแผ่นดิน เวลานี้ท่านมาแล้วต้องการที่จะยึดดินแดนของเขาไป

โลซกตอบว่า ไม่เป็นความจริง เมื่อครั้งแรกที่ข้าพบเล่าปี่ที่้เนินฉาง กองทัพของเขามีจำนวนคนพอ ๆ กับหน่วยย่อยของขุนพลเท่านั้น เสบียงอาหารก็แทบหมดสิ้น และกังวลใจอย่างมาก ความหวังหดหายไป อำนาจก็อ่อนแอ เขาวางแผนที่จะหลบหนีไปให้ไกล สูญเสียกำลังใจที่จะทำสิ่งใด

นายท่านของข้ามีความสงสารเล่าปี่ว่าไม่มีที่จะไป เขาใจกว้างกับเล่าปี่มาก มอบดินแดนและทุกอย่างที่ตามที่เขาต้องการเพื่อให้เขาป้องกันตัวเองและช่วยเขาจากอันตราย

แต่เวลานี้เล่าปี่ทำตัวเห็นแก่ตัว เขาปิดบังความจริง ละเมิดคุณงามความดี ไม่สนใจหลักที่ควรปฏิบัติ เขาได้ยึดมณฑลตะวันตก แล้วเวลานี้ยังต้องการยึดดินแดนเกงจิ๋วอีก แม้แต่คนสามัญส่วนใหญ่ก็ยังละอายใจ แล้วคนที่เป็นผู้ปกครองและสั่งการผู้คน ควรที่จะละอายใจยิ่งกว่า กวนอูเงียบไม่ตอบคำโลซก

ในเวลานั้น โจโฉได้เคลื่อนทัพโจมตีฮันต๋ง เล่าปี่กลัวว่าเขาจะเสียมณฑลเอ๊กจิ๋วไป ดังนั้นเขาจึงส่งสารไปขอสงบศึกกับซุนกวน ซุนกวนส่งจูกัดกิ๋นเป็นคนนำสารตอบ ทั้งสองสร้างความสัมพันธ์ขึ้นใหม่ มณฑลเกงจิ๋วถูกแบ่งออกโดยใช้แม่น้ำเซียงเป็นเขตแดน เมืองเตียงสา กังแฮ และฮุยเอี๋ยงที่อยู่ทางตะวันออกเป็นของซุนกวน ในขณะที่ เมือง Nan เลงเหลงและบุเหลงที่อยู่ทางตะวันตกเป็นของเล่าปี่

แม้ว่าจูกัดกิ๋นจะถูกส่งไปเป็นฑูตที่จ๊กอยู่เสมอ แต่เขาพูดกับขงเบ้งน้องของเขาในที่ประชุมเท่านั้น เขาไม่เคยพบกับขงเบ้งเป็นการส่วนตัวเลย

ในฤดูใบไม้ร่วง เดือนที่เจ็ด โจโฉมาถึงเองเปงก๋วน เตียวฬ่อเตรียมที่จะยกฮันต๋งให้โจโฉ แต่น้องชายของเขา เตียวอุยไม่เห็นด้วย เขานำทหารหลายหมื่นคนไปรักษาด่าน และสร้างป้อมปราการตามภูเขาระยะทางกว่าสิบลี้

โจโฉเชื่อในรายงานจากขุนนางของมณฑลเลียงจิ๋ว และจากคนที่มายอมแพ้จาก Wudu พวกนั้นเล่าให้เขาฟังว่า เป็นการง่ายยิ่งนักที่จะโจมตีเตียวฬ่อ เทือกเขาทางเหนือและทางใต้ของเองเปงก๋วน นั้นยาวยิ่งนัก ทำให้ด่านนั้นยากแก่การป้องกัน โจโฉเชื่อพวกเขา แต่เมื่อเขามาถึงยังด่านซึ่งไม่เหมือนกับที่คนพวกนั้นพูด โจโฉถอนใจแล้วพูดว่า เมื่อคนปรึกษาแผนการร่วมกัน พวกเขาไม่ค่อยจะเห็นสิ่งที่คนคนนึงจะทำได้

โจโฉโจมตีค่ายที่เนินเขาเองเปงก๋วน แต่เนินเขานั้นชันและยากที่จะปีนขึ้น โจโฉล้มเหลวในการเข้าโจมตีครั้งแรก ทหารจำนวนมากถูกฆ่าตายและได้รับบาดเจ็บ เสบียงอาหารก็ร่อยหรอลง แผนการทั้งหมดที่วางไว้ล้มเหลวเหลือเพียงการถอยทัพและตั้งแนวป้องกันทิ้งไว้เท่านั้น เขาสั่งแฮหัวตุ้นและเคาทูให้เรียกทหารออกจากเนินเขา

แต่กองหน้าเกิดหลงทางในความมืด พวกเขาหลงทางมาถึงป้อมตรวจการแห่งหนึ่งของเตียวอุย ด้วยความกลัวและสับสน ทหารยามของเตียวอุยแตกกระจายหลบหนีไป ซินผีและเล่าหัวซึ่งอยู่ที่ตอนท้าายของทัพนั้นได้รายงานมายังแฮหัวตุ้นและเคาทูว่า กองทัพของเราได้ยึดค่ายหลักของศัตรู พวกกบฏได้หลบหนีไปแล้ว แต่แม่ทัพทั้งสองไม่เชื่อสิ่งที่เขาได้ยิน

แฮหัวตุ้นจึงไปดูเหตุการณ์ด้วยตาตัวเอง แล้วเขาก็กลับไปบอกโจโฉ ดังนั้นพวกเขาจึงส่งทหารไปโจมตีเตียวอุย เตียวอุยและลูกน้องเขาหนีไปในคืนนั้นเอง

เมื่อเตียวฬ่อรู้ว่าด่านเองเปงก๋วนถูกยึดแล้ว เขาต้องการยอมจำนน แต่เงียมเภาแนะนำเขาว่า ถ้าท่านยอมจำนนตอนนี้เพราะว่าท่านถูกกดดัน ท่านก็ดูเหมือนว่าอยู่ในฐานะจำยอมต้องทำตาม ทางที่ดีที่สุดคือการร่วมกับเผ่า Duhu และ Fuhu ต่อต้านโจโฉด้วยกัน แล้วค่อยส่งบรรณาการ โจโฉต้องยินดีมากเวลาที่ท่านยอมจำนน พวกเขาหนีไปด้วยกันทางเนินเขาตอนใต้เข้าสู่ดินแดนปากุ๋น

ขุนนางของเตียวฬ่อต้องการที่จะเผาทรัพย์สมบัติและเสบียงอาหาร แต่เตียวฬ่อบอกว่า ความตั้งใจจริง ๆ ของข้าคือการคืนอำนาจปกครองให้กับส่วนกลาง แต่ข้ายังไม่ได้เตรียมการไว้ ข้าตั้งใจจะหลบหนีไปเพื่อหลบอันตรายในตอนนี้ แต่ข้าไม่มีความปรารถนาที่จะสร้างปัญหาให้ทางการ ทรัพย์สมบัติพวกนี้ถือเป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน แล้วเขาจึงใส่กุญแจคลังเสบียง คลังสมบัติไว้แล้วหลบหนีไป เมื่อโจโฉมาถึง Nanzheng เขายินดีอย่างมาก รับรู้ถึงสิ่งที่เตียวฬ่อต้องการ เขาจึงส่งสารไปหาเตียวฬ่อให้เขาสบายใจได้

สุมาอี้ขุนนางอาลักษณ์ของเฉิงเซี่ยงพูดกับโจโฉว่า เล่าปี่ได้ยึดอำนาจจากเล่าเจี้ยงโดยใช้อุบายและกำลังทหาร ชาวจ๊กยังไม่ประทับใจในตัวเขานัก เวลานี้เขาไปต่อสู้ไกลใน กังเหลง นี่คือโอกาสอันดีที่จะพลาดไม่ได้ ท่านได้ยึดฮันต๋งแล้ว มณฑลเอ๊กจิ๋วก็ติดกับฮันต๋ง ส่งทหารของท่านไปโจมตีพวกเขา พวกเขาย่อมพ่ายแพ้แน่ นักปราชญ์ย่อมไม่ต่อต้านกาลเวลา และเขาย่อมไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือไป โจโฉพูดว่า คนที่ไม่สามารถพอใจ จะต้องไปยึดเทือกเขาลองสันและมองไปถึงจ๊ก

เล่าหัวแย้งว่า เล่าปี่เป็นวีรบุรุษในหมู่คนทั่วไป และมีความเมตตาที่ดีของผู้นำ แต่เขามาช้าเกินไป เขาได้ครองจ๊กเพียงแค่ไม่กี่วัน และชาวเมืองก็ยังไม่ไว้ใจเขา เวลานี้ท่านได้ยึดฮันต๋ง ทุกคนในจ๊กล้วนแต่สั่นเทาด้วยความหวาดกลัวและความเข้มแข็งของพวกเขาก็ลดน้อยถอยลงตามไปด้วย ด้วยความเฉลียวฉลาดของท่าน ฉวยโอกาสจากความอ่อนแอของพวกเขา ทำลายพวกเขา นี่เป็นสิ่งที่ท่านควรจะกระทำได้

แต่ถ้าท่านรีรอเพียงชั่วขณะ แล้วปล่อยให้ขงเบ้ง เฉิงเซี่ยงของเขารู้ว่าจะทำอย่างไรให้ดินแดนปกติสุข ในขณะที่แม่ทัพของเขา กวนอูและเตียวหุยได้สร้างขวัญกำลังใจให้กับคนแล้ว แล้วผู้คนของจ๊กก็จะสงบลง พวกเขาจะรักษาด่านและป้องกันจุดยุทธศาสตร์สำคัญ พวกเขาก็จะไม่สามารถโจมตีพวกเขาได้ ถ้าท่านไม่ปราบพวกเขาในตอนนี้ พวกเขาจะก่อปัญหาให้เราภายหลังแน่ โจโฉไม่เห็นด้วยกับเขา

พวกเขาอยู่ต่ออีกเจ็ดวัน มีคนจากจ๊กมายอมจำนนและบอกข่าวให้ฟังว่า ภายในวันเดียว ดินแดนจ๊กมีการเตือนภัยหลายครั้ง และแม้ว่าเหล่าทหารจะสังหารคนที่ก่อปัญหาหลายคน แต่พวกเขาก็ไม่อาจทำให้ประชาชนสงบได้ โจโฉถามเล่าหัวว่า เรายังสามารถโจมตีพวกเขาได้หรือไม่ แต่เล่าหัวตอบว่า พวกเขาได้ทำให้ประชาชนสงบลงแล้ว ท่านไม่สามารถโจมตีพวกเขาได้ แล้วโจโฉก็ถอยทัพกลับ

แฮหัวเอี๋ยนถูกแต่งตั้งให้เป็นแม่ทัพผู้ป้องกันพร้อมด้วยอำนาจออกคำสั่งต่อเตียวคับ ซิหลงและคนอื่นรักษาการณ์ฮันต๋ง ในขณะที่โตสิบ กลายเป็นผู้บัญชาการทหารม้ารับผิดชอบการบริหารเมือง โตสิบทำให้ชาวเมืองฮันต๋งสงบและให้กำลังใจพวกเขา แล้วชาวเมืองมากกว่าแปดหมื่นคนยินดีที่จะอพยพไปอยู่ลกเอี๋ยงและเงียบกุ๋น

ในเดือนที่แปด ซุนกวนนำทัพหนึ่งแสนคนล้อมหับป๋า เตียวเลี้ยว ลิเตียวและงักจิ้นมีกำลังทหารเพียงเจ็ดพันนายรักษาการณ์อยู่ในเมือง

เมื่อโจโฉไปโจมตีเตียวฬ่อ เขาได้ส่งจดหมายแนะนำให้ Xue Ti ผู้ควบคุมกองทัพของหับป๋าไว้ และเขียนไว้ด้านนอกว่า ถ้าศัตรูมาถึงให้เปิดออก ทันทีที่ซุนกวนยกทัพมาใกล้ พวกเขาเปิดจดหมายออกอ่าน ในจดหมายเขียนว่า ถ้าซุนกวนมา ให้แม่ทัพเตียวเลี้ยวและลิเตียนออกมาสู้ภายนอก แม่ทัพงักจิ้นให้รักษาเมือง ส่วนผู้บัญชาการกองทัพไม่ต้องสั่งการสู้รบ

เหล่าแม่ทัพต่างพากันคิดว่าทหารของพวกเขาน้อยเกินกว่าจะไปต่อสู้กับศัตรู และพวกเขาก็ยังสงสัยในแผนนี้ เตียวเลี้ยวพูดว่า นายท่านนั้นยกทัพไปต่อสู้ยังแดนไกล กว่าที่กองทัพช่วยเหลือจะมาถึง พวกเราก็คงพ่ายแพ้ไปแล้ว จดหมายฉบับนี้เตือนเราว่า ถ้าเราโจมตีศัตรูก่อนที่พวกเขาจะล้อมเมืองเราได้ เราก็จะทำลายความเข้มแข็งของศัตรูแต่เนิ่น ๆ และปลุกขวัญกำลังใจของกองทัพเรา แล้วเราก็อยู่ป้องกันแต่ในเมือง งักจิ้นและคนอื่นนิ่งเงียบไม่พูดอะไร

เตียวเลี้ยวโกรธมากพูดว่า แพ้หรือชนะขึ้นอยู่กับการศึกครั้งนี้ ถ้าพวกท่านยังรีรอ ข้าก็จะยกทัพไปสู้เพียงคนเดียว

ลิเตียนซึ่งเคยบาดหมางกับเตียวเลี้ยวมาก่อน ได้สนับสนุนเขาว่า นี่เป็นเรื่องใหญ่ของแผ่นดิน เมื่อข้าเห็นท่านวางแผนการเช่นนี้ แล้วข้าจะยังมีอคติส่วนตัวกับท่านแล้วเพิกเฉยเรื่องส่วนรวมได้อย่างไร ข้าขอเข้าร่วมกับท่านในการโจมตีนี้

เตียวเลี้ยวขออาสาสมัครจากทหาร มีทหารเข้าร่วมแปดร้อยคน เขาฆ่าวัวและจัดงานเลี้ยงในคืนนั้น

วันต่อมา เตียวเลี้ยวใส่ชุดเกราะและถือทวนปลายแหลมสองข้างและเป็นคนแรกที่เข้าโจมตีศัตรู เขาฆ่าคนไปหลายสิบคน ตัดหัวนายทหารได้สองคน แล้วตะโกนร้องบอกชื่อของเขาให้ศัตรูได้รับรู้ เตียวเลี้ยวข้ามรั้วป้องกันและตรงเข้าไปหาซุนกวน ซุนกวนตกใจมาก ทำอะไรไม่ถูกได้แต่หนีขึ้นไปยังเนินดินและป้องกันตัวเองจากทวนยาวนั้น

เตียวเลี้ยวเรียกซุนกวนให้ลงมาต่อสู้ แต่ซุนกวนไม่กล้าลงมา แล้วเมื่อซุนกวนสังเกต เขาเห็นว่าเตียวเลี้ยวมีทหารจำนวนน้อยนิด เขาสั่งทหารล้อมวงหลายชั้นล้อมเตียวเลี้ยว เตียวเลี้ยวโจมตีวงล้อมอย่างรุนแรง ทำลายวงล้อมนั้นและหนีออกมาได้พร้อมทหารไม่กี่สิบคน ส่วนทหารที่เหลือของเขาที่ยังอยู่ในวงล้อมร้องไห้คร่ำครวญว่า ท่านแม่ทัพทิ้งพวกเราไปแล้วหรือ เตียวเลี้ยวจึงวกกลับไปต่อสู้อีกครั้ง โจมตีวงล้อมและนำทหารที่เหลือออกมา

ทหารของซุนกวนทั้งหมดไม่มีใครกล้าสู้กับเตียวเลี้ยวได้แต่หนีไป พวกเขาสู้ตั้งแต่ตอนเช้าจนถึงเที่ยงวัน ทหารจากง่อล้วนแต่สูญเสียกำลังใจสู้รบไป พวกเขาถอยทัพและเตรียมการป้องกันใหม่ ในขณะที่ฝ่ายวุยมีกำลังใจมากขึ้น

ซุนกวนอยู่ที่หับป๋าอีกมากกว่าสิบวัน แต่ฝั่งวุยก็ป้องกันการโจมตีจนไม่สามารถยึดได้ ในที่สุดซุนกวนก็เตรียมการถอยทัพ (มีบันทึกว่าเกิดโรคระบาดในทัพซุนกวน ทำให้ทหารซุนกวนไม่สามารถต่อสู้ได้ไม่เต็มที่และต้องถอยทัพ)

ทันทีที่กองทัพกำลังถอยทัพ ซุนกวนและแม่ทัพของเขาได้หยุดอยู่ที่ทางเหนือของสะพานเซียวเหยา เตียวเลี้ยวเฝ้าซุ่มสังเกตการณ์อยู่ และเมื่อเขาเห็นทหารง่อ เตียวเลี้ยวก็นำทัพเข้าโจมตีอย่างรวดเร็ว กำเหลง ลิบองและคนอื่น ๆ ต่างต่อสู้ตรึงข้าศึกไว้ เล่งทองนำทหารองครักษ์ของตัวเองช่วยซุนกวนฝ่าวงล้อม แล้ววกมาสู้กับทัพเตียวเลี้ยว ทหารของเล่งทองถูกฆ่าตายหมด ตัวเล่งทองเองได้รับแผลมากมาย เมื่อเล่งทองคิดว่าซุนกวนน่าจะหนีไปได้แล้ว เขาจึงผละออกจากการต่อสู้เพื่อตามไป

ซุนกวนขี่ม้าอย่างรวดเร็วมาถึงสะพาน แต่สะพานฝั่งใต้ได้ถูกทำลาย และมีช่องว่างห่างกันถึงสิบฟุต ผู้ตรวจการทหารองครักษ์ กู่ลี่ ซึ่งตามซุนกวนมา ได้บอกซุนกวนให้ยึดอานม้ากับบังเหียนให้แน่น แล้วเขาก็เอาแส้หวดที่หลังม้า แล้วพวกเขาก็ข้ามสะพานมาได้ โฮกี๋นำทหารสามพันคนจากฝั่งตอนใต้มารับซุนกวน

ซุนกวนจัดงานเลี้ยงให้กับเหล่าแม่ทัพของเขา โฮกี๋ลุกจากที่นั่งของเขาร้องไห้แล้วพูดว่า เกียรติของนายท่านคือการเป็นผู้ปกครองผู้คน ท่านควรจะได้รับการป้องกันอย่างแข็งขันอยู่เสมอ การศึกวันนี้ เมื่อท่านประสบโชคร้าย เหล่าข้ารับใช้ของท่านล้วนแต่หวาดกลัวว่าฟ้าดินจะถล่มทลาย พวกเราวิงวอนนายท่านให้เอาเหตุการณ์วันนี้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจไปตลอดชีวิต ซุนกวนลุกมาหาเขา เช็ดน้ำตาให้แล้วพูดว่า ข้ารู้สึกขอบคุณและละอายใจ การทำศึกอย่างระมัดระวังหาใช่สิ่งที่เขียนโชว์บนเข็ดขัดข้า หากแต่ว่าอยู่ในก้นบึ้งหัวใจข้าแล้ว (ซุนกวนพูดเปรียบเทียบถึง ซิจาง ที่เขียนคำสอนของขงจื้อลงบนเข็ดขัดของเขา)

ในเดือนที่เก้า เหล่าผู้นำของชาว Zong แห่งปากุ๋น Fuhu Duhu และ Ren Yue ได้นำกำลังของพวกเขามาร่วมกับโจโฉ แล้วโจโฉจึงแบ่งหัวเมืองปากุ๋น แต่งตั้งให้ Fuhu เป็นเจ้าเมืองปาต๋ง Duhu เป็นเจ้าเมือง ปาเส และ Ren Yue เป็นเจ้าเมืองปากุ๋น ทั้งหมดได้รับยศพระยา

ในฤดูหนาวเดือนที่สิบ มีการแต่งตั้งยศพระยาใหม่ซึ่งโจโฉเพิ่มเข้าไปอีกสามลำดับ เป็นรางวัลแก่นายทหารทั้งหลาย

ในเดือนที่สิบเอ็ด เตียวฬ่อพาครอบครัวและผู้ติดตามของเขามายอมจำนน โจโฉต้อนรับเขาอย่างดีและแต่งตั้งให้เป็นแม่ทัพผู้รักษาความสงบทิศใต้ ปฏิบัติต่อเขาเยี่ยงแขกผู้มีเกียรติ โจโฉมอบตำแหน่งเจ้าพระยาแห่ง ลองจิ๋ว ให้เขาพร้อมด้วยศักดินาหมื่นครัวเรือน และมอบยศพระยาให้กับลูกของเตียวฬ่อห้าคน และเงียมเภากับขุนนางคนอื่น ๆ

เทงหงิน เฮาชวนและบังเต็กล้วนมาสวามิภักดิ์พร้อมเตียวฬ่อ โจโฉแต่งตั้งเทงหงินและเฮาชวนเป็นขุนนางตามเดิม ส่วนบังเต็ก โจโฉแต่งตั้งให้เป็นแม่ทัพผู้สนับสนุนความชอบธรรม

เมื่อเตียวฬ่อหนีไปดินแดนปากุ๋น อุยก๋วนพูดกับเล่าปี่ว่า ทันทีที่เราเสียฮันต๋งไป เมืองปาทั้งสามก็ตกอยู่ในอันตราย นี่จะเป็นสิ่งที่ทำลายความมั่นคงของจ๊ก ดังนั้นเล่าปี่จึงตั้ง อุยก๋วน เป็นผู้บัญชากองทัพนำกองทัพทั้งหมดไปจับตัวเตียวฬ่อ

เตียวฬ่อยอมจำนนแต่โดยดี แต่อุยก๋วนโจมตี Fuhu Duhu และ Ren Yue พ่ายแพ้ไป

โจโฉส่งเตียวคับให้นำทัพมายังดินแดนปาทั้งสาม เขาตั้งใจที่จะย้ายผู้คนที่นั่นไปยังฮันต๋ง

เตียวคับนำกองทัพมุ่งหน้าไป Dangqu เล่าปี่ส่งเตียวหุยเจ้าเมือง ปาเส ไปสู้กับเขา หลังจากสู้รบกันนานกว่าสองเดือน ในการรบครั้งหนึ่งเตียวหุยโจมตีเตียวคับและสร้างความเสียหายให้ทัพเตียวคับอย่างมากจนเตียวคับต้องหนีไป Nanzheng แล้วเล่าปี่จึงกลับไปเฉิงตู

โจโฉรวบรวมทหารเก่าห้าพันคนของหันซุย ม้าเฉียวและแม่ทัพของตะวันตกเฉียงเหนือคนอื่น และให้พวกเขาอยู่ในการควบคุมของ Yin Shu แม่ทัพผู้สยบความวุ่นวาย เอียวงัน เจ้าเมือง Youfufeng ถุกแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการกองทัพภายในด่าน และสั่งให้มีทหารพันสองร้อยคนไปช่วยป้องกันฮันต๋ง

Yin Shu ได้รับคำสั่งในการเคลื่อนพลครั้งนี้ แต่เหล่าทหารล้วนไม่ยินดีในคำสั่งย้ายครั้งนี้ เอียวงัน เดินทางไปกับพวกเขาถึงด่าน Yegu แต่ทันที่ที่เขากลับก่อนที่จะถึงค่ายเสียอีก ทัพของ Yin Shu ก็ก่อกบฏขึ้น

เอียวงัน ในตอนนั้นมีทหารเพียงร้อยห้าสิบคน ซึ่งทั้งหมดล้วนแต่เป็นญาติหรือคนรู้จักของทหารที่ก่อกบฏนั้น เมื่อพวกเขาได้ยินข่าว พวกเขาก็สับสนวุ่นวายต่างพากันสวยเสื้อเกราะและหยิบอาวุธ มีทีท่าจะก่อความวุ่นวาย เอียวงัน อธิบายเหตุการณ์ให้พวกเขาฟัง ปลอบขวัญและปลุกกำลังใจพวกเขา ทหารทั้งหมดล้วนรับฟังเขาและร้องไห้พูดว่า ไม่ว่าเป็นหรือตายพวกเขาจะติดตามผู้บัญชาการกองทัพ พวกเราไม่กล้าที่จะทรยศ แล้วพวกเขาก็เดินหน้าไปยังค่ายทหารกบฏ

เมื่อพวกเขาสังเกตการณ์ดูมีทหารกบฏแปดร้อยคนกระจายไปยังท้องที่ต่าง ๆ แต่เอียวงันสั่งการว่า ให้จับตัวหัวหน้ากลุ่มมาลงโทษ อย่าได้ทำอันตรายผู้อื่น ทหารที่ถุกหัวเมืองต่าง ๆ จับตัวล้วนถูกส่งกลับมา ที่เหลือล้วนแต่ยอมแพ้

เอียวงันส่งรายงานลับไปแนะนำว่า ให้ส่งคนไปหายังส่วนกลางของท่านโจโฉ ร้องขอทหารที่มีประสบการณ์และเชื่อใจได้ให้มารักษาการณ์ดินแดนภายในด่าน โจโฉจึงส่งแม่ทัพ Liu Zhu พร้อมทหารสองพันนาย แล้วเขาจึงสั่งการห้ามให้เคลื่อนย้ายทหารก่อนที่กองทัพนี้จะไปถึง

เมื่อข่าวนี้เป็นที่รู้ทั่วกัน ทั้งค่ายล้วนแต่สับสน ไม่มีสิ่งใดที่จะพูดเพื่อให้ทหารสงบลงได้ ดังนั้นเอียวงันจึงประกาศว่า เราจะเลือกทหารชั้นดีหนึ่งพันคนจากทหารใหม่ทั้งหมดเพื่อยังรักษาการณ์ดินแดนในด่านอยู่ ทหารที่เหลือจะถูกส่งไปตะวันออก

เหล่านายทหารส่งรายชื่อของทหารในค่ายทั้งหมด เอียวงันมองรายชื่อพวกเขาและทำการคัดเลือกทันที คนที่ถูกเลือกล้วนแต่พอใจ ส่วนคนที่ถูกคัดให้ไปที่อื่นล้วนไม่กล้าคัดค้าน เอียวงันส่งพวกเขาออกเดินทางในวันเดียวกัน ทหารหนึ่งพันคนถูกสั่งให้คุ้มครองคนที่จะเดินทางและคอยคุมพวกเขาให้อยู่ในความสงบ

กองทัพเสริมของ Liu Zhu เดินทางจากตะวันออกมาถึง แล้วเอียวงันก็ได้อำนาจสั่งการของเขากลับมาอีกครั้ง ดังนั้นเขาจึงย้ายทหารที่เหลืออีกหนึ่งพันคนเช่นกัน พวกเขาตามทหารที่ล่วงหน้าไปแล้วเดินทางด้วยกัน ทำให้เอียวงันสามารถเคลื่อนย้ายคนได้มากกว่าสองหมื่นคน

Sanguo in Thai Language

All informations about Sanguo in this website was translated from other sanguo websites. Main informations are from asianstudies.anu.edu.au by Adjunct Professor Rafe de Crespigny, wikipedia.org and kongming.net. It takes almost a year for me to completed all informations, I hope Sanguo fan in Thailand will like it.

เนื้อหาเกี่ยวกับสามก๊กในเวบนี้ ผมแปลจากเวบที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับสามก๊กภาษาอังกฤษ เนื้อหาส่วนหลักนั้นนำมาจาก ผลงานของ ศาสตราจารย์ Rafe De Crespigny โดยได้รับการอนุญาตจากตัวศาสตราจารย์ และทางมหาวิทยาลัย Australian National University โดยทางมหาวิทยาลัยขอให้ลงข้อความนี้

1. the original English version was published by the Faculty of Asian Studies – Australian National University in 1996.
1. บทความต้นฉบับภาษาอังกฤษนี้ ได้ถูกตีพิมพ์โดยคณะเอเชียนศึกษา มหาวิทยาลัย Australian National ในปี 1996

2. This writer have the author’s permission to publish his work in translation.
2. ผู้เขียนได้รับการอนุญาตจากผู้เขียนต้นฉบับนี้แล้วให้สามารถทำการเผยแพร่ผลงานแปลได้

ตามความประสงค์ของทางมหาวิทยาลัย บทความบางส่วนแปลมาจากเวบ wikipedia.org และ kongming.net

สามก๊ก

Feel Thailand Sanguo สามก๊ก
Feel Thailand Sanguo สามก๊ก
เนื้อเรื่องสามก๊ก
183 AD    184 AD    185 AD    186 AD    187 AD    188 AD    189 AD    190 AD    191 AD    192 AD    193 AD    194 AD    195 AD    196 AD    197 AD    198 AD    199 AD    200 AD    201 AD    202 AD    203 AD    204 AD    205 AD    206 AD    207 AD    208 AD    209 AD    210 AD    211 AD    212 AD    213 AD    214 AD    215 AD    216 AD    217 AD    218 AD    219 AD    220 AD
Feel Thailand Sanguo สามก๊ก เกร็ดสามก๊ก
รายชื่อสามก๊ก(ใหม่)   รายชื่อสามก๊ก   แผนที่สามก๊ก    แผนผังตระกูลซุน    ยศทหารและขุนนางในสามก๊ก
Feel Thailand Sanguo สามก๊ก
Feel Thailand Sanguo สามก๊ก
๏ปฟ