ปีเจี้ยนอันที่ 17 212 AD (20 กุมภาพันธ์ 212 7 กุมภาพันธ์ 213)
ในฤดูใบไม้ผลิเดือนแรก โจโฉกลับสู่เมืองเงียบกุ๋นมีราชโองการประกาศให้โจโฉได้สิทธิ์ในการคำนับฮ่องเต้โดยไม่ต้องประกาศนามตัวเอง สามารถเดินในวังหลวงโดยไม่ต้องก้าวเท้าอย่างรวดเร็ว สามารถพกดาบและใส่รองเท้าเข้าท้องพระโรงได้ ซึ่งสิทธิ์เหล่านี้เหมือนกับที่เซียวเหอ ได้รับในอดีต (ที่ปรึกษาและเฉิงเซี่ยงของฮ่องเต้ฮั่นโกโจ ซึ่งสิทธิ์นี้แม่ทัพใหญ่ เหลียงจี๋และตั๋งโต๊ะก็เคยได้รับเช่นเดียวกัน)
ในขณะที่โจโฉโจมตีหัวเมืองตะวันตก มีกบฏนำโดยเ่ทียนหยินและซูโบ ในมณฑลกุนจิ๋วและกิจิ๋ว
โจผีต้องการนำทัพด้วยตัวเองไปปราบกบฏ แต่ Chang Lin ขุนนางรักษาพิธีการพูดว่า ขุนนางและชาวบ้านทางภาคเหนือรักความสงบสุขและกลัวความวุ่นวาย พวกเขายอมรับการปกครองของเราเป็นเวลานาน และส่วนใหญ่ก็ภักดีต่อเรา เทียนหยินและซูโบ เหมือนดั่งสุนัขหรือแกะเชี่อง ๆ ที่อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม พวกเขาไม่ใช่ศัตรูที่กล้าแข็ง ในเวลานี้ กองทัพส่วนใหญ่ยกทัพไปตะวันตก และมีศัตรูที่แข็งแกร่งเฝ้าดูอยู่ ท่านเป็นความมั่นคงของแผ่นดิน ถ้าท่านยกทัพโดยไม่ไตร่ตรอง แม้ว่าท่านจะได้ชัยชนะแต่ก็เป็นการดำเนินกลยุทธที่แย่มาก
ดังนั้นแม่ทัพ Jia Xin จึงถูกส่งไปปราบกบฏ โจรกบฏพ่ายแพ้และถูกทำลาย
โจรกบฏหลายพันคนต้องการยอมจำนน แต่เหล่าขุนนางพูดว่า ท่านโจโฉได้ตั้งธรรมเนียมไว้ว่า จะไม่อภัยโทษต่อศัตรูที่ต้องการยอมจำนนหลังจากโดนปิดล้อมไร้ทางสู้
เทียหยกตอบว่า นโยบายนี้ถูกนำมาใช้ในช่วงที่แผ่นดินวุ่นวาย มันเป็นแค่กฎสำหรับช่วงเวลาสั้น ๆ เวลานี้แผ่นดินสงบสุขดีแล้ว ท่านไม่ควรสังหารพวกเขา ถ้าท่านต้องการจะฆ่าพวกเขา ท่านต้องรายงานก่อนแล้วค่อยขออนุญาตดำเนินการ
เหล่าที่ปรึกษาพูดว่า กองทัพควบคุมโดยคนเพียงคนเดียว ไม่มีเหตุผลที่จะต้องขออนุญาต
เมื่ออาญาสิทธิ์กองทัพถูกมอบหมาย เทียหยกตอบ สิทธิ์นั้นถูกใช้ในกรณีเฉพาะเท่านั้น เวลานี้เหล่ากบฏล้วนอยู่ในเงื้อมมือของ Jia Xin และข้า ผู้รับใช้ที่แก่เฒ่าของท่าน ขอร้องให้ท่านอย่าได้สังหารพวกกบฏ
โจผีเห็นด้วยชมว่า เยี่ยมมาก แล้วโจผีก็รายงานสถานการณ์ให้โจโฉทราบ แล้วโจโฉก็ไม่ได้สั่งให้สังหารโจรกบฏ เมื่อโจโฉรู้เรื่องคำแนะนำของเทียหยก เขาก็ชื่นชมเทียหยกมากบอกว่า ท่านไม่เพียงแตกฉานด้านการทหาร แต่ยังเป็นผู้เชี่ยวชาญในการต่อรองระหว่างพ่อกับลูกชายด้วย
ยังมีเรื่องเกี่ยวกับกบฏอีกเรื่องหนึ่ง ในการรายงานความพ่ายแพ้ของโจรกบฏ โจรหนึ่งคนจะถูกนับเป็นสิบคน แต่เมื่อ Guo Yuan ได้จดบันทึกเล่าโจรกบฏที่ถูกสังหารและรายงานราชสำนัก เขาจดจำนวนตามความเป็นจริง โจโฉถามว่าทำไมเขาถึงทำเช่นั้น Guo Yuan อธิบายว่า เมื่อข้าโจมตีศัตรูภายนอกดินแดนของเรา ข้าได้เพิ่มจำนวนของศัตรูที่ถูกฆ่าและจับเป็นเชลยเพราะว่าข้าต้องการเน้นความสำเร็จ และเพิ่มกำลังใจให้คนของเรา แต่ Hejian เป็นดินแดนของเราเอง แม้ว่าการประกาศความพ่ายแพ้ของโจรกบฏเทียนหยินและพวกจะเป็นเรื่องดี แต่ข้าละอายใจที่การกบฏนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้น โจโฉชื่นชมคำอธิบายของเขา
ในฤดูร้อน เดือนที่ห้า ผู้บัญชาการทหารองครักษ์ม้าเท้ง ถูกสังหารพร้อมคนในครอบครัว
ในเดือนที่หก วันที่ 14 สิงหาคม วันสุดท้ายของเดือนมีปรากฏการณ์สุริยปราคา
ในฤดูใบไม้ร่วง เดือนที่เจ็ด เกิดโรคระบาดขึ้น
ม้าเฉียวและกองทัพของเขาตั้งค่ายอยู่ที่ Lantian แฮหัวเอี๋ยนโจมตีม้าเฉียวพ่ายแพ้ไป
เหลียงเหง โจรภูเขาได้ออกปล้นสะดมที่ Pingyi ขุนนางท้องถิ่นต่างหวาดกลัวเขา พวกเขาย้ายที่ทำการไปอยู่ที่หัวเมืองใหญ่ และหลายคนย้ายไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัยกว่า
Zheng Hun เจ้าเมือง (Zuo)Pingyi พูดว่า ถ้า เหลียงเหงและพวกพ่ายแพ้กระจัดกระจายไป พวกเขาต้องไปอาศัยภูเขาต่าง ๆ เป็นที่หลบซ่อน แม้ว่าเขาจะมีคนติดตามมาก แต่ส่วนใหญ่ทำตามเพราะโดนกำลังบังคับ เราควรจะเปิดทางให้พวกเขายอมแพ้โดยดี แสดงอำนาจและจัดการอย่างดี การหลบหนีพวกเขาเป็นการแสดงความอ่อนแอของเรา
ดังนั้นเขาจึงรวบรวมผู้คนสร้างกำแพงและเตรียมทหารป้องกัน เขาให้รางวัลแก่คนที่สามารถจับโจร ทรัพย์สมบัติหรือภรรยาของพวกโจรได้ โดยให้รางวัลเพิ่มขึ้นเจ็ดถึงสิบเท่าของสิ่งที่คนเอามาจากโจรได้ ชาวบ้านต่างพากันยินดี และทุกคนต้องการที่จะจับโจร
เหล่าโจรที่สูญเสียครอบครัวต่างกลับมาขอยอมจำนน แต่ Zheng Hun บอกพวกเขาให้นำภรรยาของพวกโจรคนอื่นมาแลกเปลี่ยน เขาถึงจะยอมคืนภรรยาคนที่มายอมจำนนให้ หลังจากนั้นเหล่าโจรก็ต่อสู้กันเอง แล้วกลุ่มโจรก็แตกแยกกระจัดกระจายไป
Zheng Hun ส่งขุนนางที่เป็นคนดีและซื่อสัตย์ไปป่าวประกาศตามภูเขา ถึงสถานการณ์ต่าง ๆ ทำให้คนที่หลบหนีไปกลับคืนถิ่นฐาน แล้วเขาก็ส่งขุนนางท้องถิ่นกลับภูมิลำเนาเพื่อบริหารหัวเมืองเหล่านั้นตามเดิม
เหลียงเหง และพวกต่างหวาดวิตก พวกเขานำทัพที่เหลืออยู่ไปยึดเมือง Fu โจโฉส่งแฮหัวเอี๋ยนมาช่วย Zheng Hun โจมตี พวกเขาสังหาร เหลียงเหง และพวกได้ในที่สุด
Zheng Hun เป็นน้องชายของแตะถ้าย
ในเดือนที่เก้า วันที่ 2 พฤศจิกายน โอรสฮ่องเต้ถูกแต่งตั้งให้มีบรรดาศักดิ์ Liu Xi เป็นอ๋องแห่ง Jiyin Liu Yi เป็นอ๋องแห่ง Shanyang Liu Miao เป็นอ๋องแห่ง Jibei Liu Dun เป็นอ๋องแห่ง Donghai
ก่อนหน้านั้นเตียวเหียนแนะนำซุนกวนให้สร้างที่ทำการที่เมืองวัวเหลง เพราะว่าเป็นที่ที่ดีรอบล้อมด้วยภูเขาและแม่น้ำ เมื่อเล่าปี่มาตะวันออกเขาได้ผ่านเมืองวัวเหลง เล่าปี่ก็ได้แนะนำให้ซุนกวนอาศัยที่นั้นเช่นกัน
ดังนั้นซุนกวนจึงสร้างวังShitou แล้วย้ายเมืองหลวงไปวัวเหลง เขาเปลี่ยนชื่อเมืองจากวัวเหลงเป็นเกี๋ยนเงียบ
ลิบองรู้ข่าวว่าโจโฉตั้งใจจะยกทัพมาตะวันออก เขาแนะนำซุนกวนให้สร้างป้อมไว้ใกล้ ๆ ปากแม่น้ำยี่สู เหล่าขุนนางพูดว่า เราไต่ฝั่งแม่น้ำเพื่อโจมตีศัตรู เราใช้เรือเพื่อป้องกันทางน้ำ การป้องกันทางบกจะมีประโยชน์อะไร
ลิบองแย้งว่า สงครามมีแพ้มีชนะ ไม่มีใครสามารถได้ชัยชนะทุกครั้งในสงคราม ถ้ามีอะไรที่ไม่คาดหมายเกิดขึ้น แล้วข้าศึกกดดันเราอย่างใกล้ชิด คนของเราไม่มีเวลาพอไปถึงริมแม่น้ำ แล้วพวกเขาจะขึ้นเรือได้อย่างไร
เยี่ยมมาก ซุนกวนเห็นด้วย แล้วเขาจึงสั่งให้สร้างป้อมที่ยี่สู
ในฤดูหนาว เดือนที่สิบ โจโฉนำทัพไปตะวันออกโจมตีซุนกวน
ตังเจี๋ยวพูดกับโจโฉว่า ในอดีต ขุนนางที่ยิ่งใหญ่ที่ปกป้องราชสำนักนั้นยังไม่เคยมีผู้ใดมีความสำเร็จเหมือนดั่งตัวท่าน ไม่มีคนในอดีตคนไหนที่จะทำการใหญ่เช่นนี้เป็นเวลานานเพียงเพื่อรับใช้ผู้อื่น
นายท่านนั้นถ่อมตน ท่านกลัวว่าจะทำความผิดที่ต้องเสียใจภายหลัง และท่านยินดีที่จะรักษาเกียรติและความซื่อสัตย์ อย่างไรก็ดี คนที่เป็นขุนนางที่ยิ่งใหญ่เป็นเวลานานนั้น ประชาชนจะสงสัยได้ว่าคนผู้นั้นมีความคิดจะยึดราชบัลลังค์ ท่านควรพิจารณาข้อนี้ให้ดี
โจโฉนำเรื่องนี้ไปปรึกษาบรรดาพระยาและแม่ทัพทั้งหลาย พวกเขาล้วนเห็นด้วยว่า ท่านเฉิงเซี่ยงนั้นควรไดัรับเกียรติยกให้เป็นวุยก๋ง ดำรงเครื่องยศเก้าอย่างเหมือนคนในราชวงศ์เพื่อแสดงคุณงามความดีเป็นพิเศษ
ซุนฮกคัดค้านว่า ตั้งแต่เริ่ม เมื่อท่านโจโฉก่อตั้งกองทัพธรรมเพื่อช่วยฮ่องเต้และนำสันติสุขคืนสู่แผ่นดิน เขาได้รักษาความดีด้วยความซื่อสัตย์และความมีเกียรติ และดำรงเกียรตินั้นเสมอมา สุภาพชนนั้นแสดงความรักต่อผู้อื่นด้วยคำแนะนำที่ดี ดังนั้นข้าต้องพูดออกมา ท่านไม่ควรรับตำแหน่งนี้ โจโฉได้ยินคำคัดค้านของซุนฮกก็ไม่พอใจ
ในเวลานั้นโจโฉยกทัพโจมตีซุนกวน เขาได้ส่งสารไปบอกแก่ราชสำนักว่าซุนฮกควรจะมาสร้างขวัญกำลังใจกองทัพที่ Qiao แล้วโจโฉก็ยกเลิกคำสั่งนี้เปลี่ยนตำแหน่งให้ซุนฮกอยู่ที่เมืองหลวงเป็นขุนนางชั้นสูง ถือไม้เท้าแทนพระองค์และเป็นที่ปรึกษาให้กับกองทัพเฉิงเซี่ยง
ทันทีที่กองทัพโจโฉมุ่งหน้าไปยี่สู ซุนฮกถูกทิ้งไว้ที่ฉิวฉุนเพราะอาการเจ็บป่วย ต่อมาซุนฮกดื่มยาพิษฆ่าตัวตาย (มีบันทึกไว้ว่า โจโฉส่งมอบอาหารให้กับซุนฮก แต่เมื่อเปิดฝาปิดออก ในชามกลับว่างเปล่า ยิ่งไปกว่านั้นยังมีเรื่องบันทึกอีกว่า โจโฉไม่เพียงไม่พอใจที่ซุนฮกคัดค้านข้อแนะนำของตังเจี๋ยว แต่ยังไม่พอใจที่ซุนฮกไม่ได้เตือนเขาเกี่ยวกับแผนการต่อตานเขาของฮกอ้วน พ่อของฮกฮองเฮา ซึ่งเรื่องนี้ขัดแย้งกับความเป็นจริงที่แผนของฮกอ้วนนั้นดำเนินการในอีกสองปีต่อจากนี้ จึงกล่าวได้ว่าโจโฉไม่พอใจซุนฮกที่ไม่ภักดีต่อเขา และอาจถึงขั้นพยายามฆ่า แต่ซุนฮกฆ่าตัวตายก่อน)
(จากข้อสังเกตของ Sima Guang ซุนฮกช่วยโจโฉบูรณะบ้านเมือง เขาแนะนำคนดีมีฝีมือให้มีตำแหน่งที่เหมาะสม เขาฝึกฝนกองทัพ เขาแนะนำโอกาสต่าง ๆ และวางแผนให้ เขาต่อสู้และได้รับความสำเร็จทุกครั้ง เขาสามารถเปลี่ยนคนที่อ่อนแอให้แข็งแกร่งและเปลี่ยนบ้านเมืองที่วุ่นวายให้กลับมาสงบสุข หากแบ่งแผ่นดินเป็นสิบส่วนฝ่ายวุยก็ครอบครองได้ถึงแปดส่วน ถ้าโจโฉได้ขึ้นเป็นฮ่องเต้ ตัวเขาก็จะได้รับตำแหน่งไม่น้อยกว่าเซียวเหอ ขุนนางของฮ่องเต้ฮั่นโกโจ แต่ซุนฮกกลับภักดีต่อราชสำนักฮั่นจนตัวตาย
กวนจงได้รับการยกย่อง
จากความมีมนุษยธรรม ที่เป็นผู้ช่วยฉีหวนกง ทำให้ชาวบ้านคลายความเดือดร้อน
แต่ว่าพฤติกรรมของฉีหวนกงนั้นเลวทรามเหมือนอย่างกับหมูอย่างหมา แต่กวนจงก็ไม่ได้ละอายใจซักนิดที่เป็นเฉิงเซี่ยงของเขา เพราะเขาเห็นว่าฉีหวนกงคือหนทางเดียวที่ชาวบ้านจะได้รับความสงบสุข
แต่ในสมัยสามก๊ก บ้านเมืองวุ่นวายถึงที่สุด ชาวบ้านเดือดร้อนมาก มีเพียงคนที่มีความสามารถพิเศษเท่านั้นที่จะช่วยบ้านเมืองได้ ถ้าซุนฮิวไม่รับใช้โจโฉ เขาจะไปรับใช้ใครที่มีความสามารถพิเศษอย่างโจโฉได้
ในสมัยของฉีหวนกง แม้ว่าราชสำนักโจวอ่อนแอแต่ก็ไม่ได้วุ่นวายเท่าสมัยสามก๊กที่ไม่มีขุนนางซักคนเดียวที่เชื่อฟังราชสำนัก
ซุนฮกช่วยเหลือโจโฉบูรณะบ้านเมือง แต่งตั้งคนดีมีฝีมือให้มารับใช้ทางการ วางแผนโจมตีให้โจโฉและได้รับความสำเร็จในการโจมตีทุกทิศทาง ซุนฮกมีความสามารถทำให้คนที่อ่อนแอกลับเข้มแข็งและทำให้ความวุ่นวายเปลี่ยนเป็นสงบเรียบร้อย
ด้วยความสำเร็จของซุนฮกเมื่อเทียบกับกวนจง กวนจงนั้นไม่ได้ยอมตายเพื่อ zi jiu แต่ซุนฮกยอมตายเพื่อราชสำนักฮั่น ดังนั้นความมีคุณธรรมของซุนฮกเทียบแล้วยังเหนือกว่ากวนจง)
ในเดือนที่สิบสองมีดาวหางปรากฏในกลุ่มดาวเจ้าชายทั้งห้า
เล่าปี่อยู่ที่ Jiameng บังทองพูดกับเขาว่า เวลานี้ ให้รวบรวมทหารที่ดีที่สุดของท่านอย่างลับ ๆ แล้วเดินทัพทั้งวันและคืนไปโจมตีเฉิงตู เล่าเจี้ยงไม่ใช่คนที่ชอบการต่อสู้ เขาต้องไม่ได้ระมัดระวังตัว ถ้าใช้กองทัพใหญ่เข้าจัดการ ทุกสิ่งจะสำเร็จได้เพียบการศึกครั้งเดียว นี่เป็นแผนที่ดีที่สุด
เอียวหวย และ โกภาย เป็นขุนนางที่มีความสามารถของเล่าเจี้ยง ทั้งสองควบคุมกำลังสำคัญของด่าน Boshui ข้ารู้มาว่าพวกเขาได้ส่งจดหมายคัดค้านไปหาเล่าเจี้ยงหลายครั้ง แนะนำให้ส่งตัวท่านกลับมณฑลเกงจิ๋ว เวลานี้ให้ส่งจดหมายไปหาพวกเขาถึงสิ่งที่เขาต้องการ บอกว่ามณฑลเกงจิ๋วอยู่ในอันตราย ท่านต้องการจะกลับไปช่วยเหลือด่วน ให้เริ่มเก็บสัมภาระและแสร้งทำเหมือนท่านจะจากไป ทั้งสองคนเคารพในชื่อเสียงที่ยิ่งใหญ่ของท่าน พวกเขาจะต้องยินดีที่ท่านจะจากไป แล้วพวกเขาต้องมาคำนับเพื่ออำลาท่านพร้อมด้วยองครักษ์เพียงน้อยนิด ให้ฉวยโอกาสนี้จับกุมพวกเขา แล้วนำทัพไปยึดกองทัพพวกเขา แล้วหันไปโจมตีเฉิงตู นี่เป็นแผนดีรองลงมา
กลับไป Bodi และรวมทัพกับมณฑลเกงจิ๋ว แล้วค่อยวางแผนกลับมา นี่เป็นแผนที่แย่ที่สุด แต่ถ้าท่านชักช้า ไม่คิดดำเนินการใด ๆ ท่านก็จะลำบากใหญ่หลวง ท่านไม่สามารถรอคอยเวลาได้อีกแล้ว
เล่าปี่ทำตามแผนที่สอง
เมื่อโจโฉโจมตี ซุนกวนได้เรียกเล่าปี่ให้มาช่วยเขา เล่าปี่ส่งจดหมายไปหาเล่าเจี้ยงว่า ซุนกวนและข้าเหมือนดั่งลิ้นกับฟัน แต่ทัพของกวนอูนั้นอ่อนแอยิ่งนัก ถ้าข้าไม่ไปช่วยเขาตอนนี้ โจโฉต้องยึดมณฑลเกงจิ๋วได้และหันมาโจมตีเรา อันตรายนี้ใหญ่หลวงกว่าการคุมคามของเตียวฬ่อ ข้าศึกที่กำลังตั้งรับนั้นไม่มีสิ่งใดให้ต้องกังวล แล้วเล่าปี่ก็ขอทหารเพิ่มอีกหมื่นนายพร้อมด้วยเงินทองและเสบียงอาหาร
เล่าเจี้ยงอนุมัติทหารสี่พันนายและสิ่งของต่าง ๆ เพียงครึ่งเดียวที่เล่าปี่ขอมา
เล่าปี่พูดต่อหน้าทหารของเขาแสดงความโกรธแค้นว่า ข้าได้โจมตีศัตรูที่แข็งแกร่งของเอ๊กจิ๋ว และคนของข้าก็ได้ทำการจนเหนื่อยล้า แต่เล่าเจี้ยงเอาแต่สะสมเงินทองและตระหนี่ถี่เหนียวในการให้รางวัล นี่คือขวัญกำลังใจให้สู้และตายเพื่อเขาหรือ
เตียวส่งเขียนจดหมายไปหาเล่าปี่และหวดเจ้งว่า แผนการใหญ่ของเราสุกงอมแล้ว ท่านจะละทิ้งพวกเราในเวลานี้อย่างไร เตียวซก เจ้าเมืองเกงฮัน พี่ชายของเตียวสง กลัวว่าตัวเองจะพลอยรับโทษเพราะน้องชาย จึงนำแผนการของเตียวสงไปบอกเล่าเจี้ยง เล่าเจี้ยงจับตัวเตียวสงมาประหารและสั่งการกองทัพให้รักษาด่านอย่างเข้มแข็งห้ามมิให้มีจดหมายใด ๆ ส่งไปหาเล่าปี่
เล่าปี่โกรธมาก เขาเรียกตัว เอียวหวย และ โกภาย มา โจมตีสังหารพวกเขา แล้วนำทหารไปยึดด่าน Boshui ผนวกทหารในด่านนั้นเข้ากับกองทัพของเขา แล้วเดินทัพไปยึดเมือง Fu
Sanguo in Thai Language
All informations about Sanguo in this website was translated from other sanguo websites. Main informations are from asianstudies.anu.edu.au by Adjunct Professor Rafe de Crespigny, wikipedia.org and kongming.net. It takes almost a year for me to completed all informations, I hope Sanguo fan in Thailand will like it.เนื้อหาเกี่ยวกับสามก๊กในเวบนี้ ผมแปลจากเวบที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับสามก๊กภาษาอังกฤษ เนื้อหาส่วนหลักนั้นนำมาจาก ผลงานของ ศาสตราจารย์ Rafe De Crespigny โดยได้รับการอนุญาตจากตัวศาสตราจารย์ และทางมหาวิทยาลัย Australian National University โดยทางมหาวิทยาลัยขอให้ลงข้อความนี้
1. the original English version was published by the Faculty of Asian Studies Australian National University in 1996.
1. บทความต้นฉบับภาษาอังกฤษนี้ ได้ถูกตีพิมพ์โดยคณะเอเชียนศึกษา มหาวิทยาลัย Australian National ในปี 1996
2. This writer have the authors permission to publish his work in translation.
2. ผู้เขียนได้รับการอนุญาตจากผู้เขียนต้นฉบับนี้แล้วให้สามารถทำการเผยแพร่ผลงานแปลได้
ตามความประสงค์ของทางมหาวิทยาลัย บทความบางส่วนแปลมาจากเวบ wikipedia.org และ kongming.net
สามก๊ก
![]() |
|
![]() |
เนื้อเรื่องสามก๊ก
|
![]() |
เกร็ดสามก๊ก รายชื่อสามก๊ก(ใหม่) รายชื่อสามก๊ก แผนที่สามก๊ก แผนผังตระกูลซุน ยศทหารและขุนนางในสามก๊ก |
![]() |
|
![]() |




