ปีเจี้ยนอันที่ 13 208 AD (4 กุมภาพันธ์ 207 21 กุมภาพันธ์ 209)
ในฤดูใบไม้ผลิ เดือนแรก Zhao Wen ซึ่งเป็นซือถู ได้แนะนำโจผีให้เข้ารับราชการ โจโฉรายงานว่า Zhao Wen ได้แนะนำคนในครอบครัวข้า ความเห็นของเขาจึงไม่สามารถเชื่อถือได้อีกต่อไป เขาจึงให้ฮ่องเต้ปลด Zhao Wen จากตำแหน่งโจโฉกลับไปที่เมือง Ye เขาได้ขุดหนองน้ำ Xuanwu เพื่อใช้ในการฝึกซ้อมทหาร
ก่อนหน้านั้น กำเหลงได้นำพรรคพวกแปดร้อยคนเข้ารับใช้เล่าเปียว เล่าเปียวเป็นคนอ่อนแอและไม่เตรียมการสำหรับสงคราม กำเหลงเชื่อว่าเล่าเปียวจะไม่สามารถทำการใหญ่ได้ เขากลัวว่าเมื่อลูกน้องของเล่าเปียวกระจัดกระจายไป เขาจะต้องร่วมชะตาเดียวกันด้วย เขาจึงต้องการไปยังตะวันออกยังเมืองง่อ (กำเหลงในวัยหนุ่มเคยเป็นโจรแล้วกลับตัวมากลายเป็นบัณฑิต เขาเคยก่อกบฏต่อเล่าเจี้ยงแล้วล้มเหลว)
หองจอในตอนนั้นอยู่ที่ แฮเค้า กองทัพกำเหลงจึงไม่สามารถผ่านไปได้ เขารับใช้อยู่กับหองจอถึงสามปี โดยที่หองจอปฏิบัติต่อเขาเหมือนทหารทั่ว ๆ ไป
แล้วซุนกวนก็ได้โจมตีหองจอ กองทัพหองจอพ่ายแพ้และหนีไป เล่งโฉขุนพลของซุนกวนนำทหารไล่ตามโจมตี กำเหลงเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องการยิงธนู เขาคุมคนของเขาเป็นทัพหลังของหองจอ เขายิงธนูใส่เล่งโฉและฆ่าเล่งโฉได้ หองจอจึงหลบหนีได้สำเร็จ
เมื่อกลับถึงค่าย หองจอก็ปฏิบัติต่อกำเหลงเหมือนเช่นเดิม โซหุย หัวหน้าขุนนางของหองจอได้แนะนำหองจดให้แต่งตั้งกำเหลงหลายครั้ง แต่หองจอปฏิเสธที่จะมอบตำแหน่งให้เขา กำเหลงต้องการจะจากไป แต่กลัวว่าเขาจะหลบหนีไม่สำเร็จ แล้ว โซหุยจึงพูดกับหองจอ แล้วกำเหลงก็ถุกแต่งตั้งเป็นนายอำเภอ Zhu ดังนั้นเขาจึงหนีไปรับใช้ซุนกวน
จิวยี่และลิบองสนับสนุนให้ซุนกวนรับเขา ซุนกวนปฏิบัติต่อเขาเป็นอย่างดี เหมือนดั่งเขาเป็นขุนนางที่ติดตามมานาน
กำเหลงเสนอแผนการให้แก่ซุนกวนว่า ความรุ่งเรืองของราชสำนักฮั่นถดถอยลงทุกวัน และโจโฉจะแย่งชิงบัลลังค์ในที่สุด ทางใต้ของมณฑลเกงจิ๋วมีภูเขาและแม่น้ำเป็นปราการธรรมชาติ ซึ่งจะคอยป้องกันดินแดนทางตะวันตกของท่าน ข้ารู้ว่าเล่าเบียวไม่สามารถวางแผนทำการใหญ่ได้ และบุตรของเขาก็ไร้ความสามารถ พวกเขาไม่สามารถรักษาดินแดนตัวเองได้ ท่านควรจะรีบวางแผนจัดการพวกเขาก่อนโจโฉจะโจมตีพวกเขา
สิ่งแรกคือการจัดการหองจอ หองจอแก่ชรามากแล้ว ทรัพย์สมบัติและเสบียงอาหารก็ขาดแคลน ผู้คนรอบตัวเขาต่างโลภมากและไม่มีวินัย ขุนนางและทหารของเขาต่างไม่พอใจ ทหารในกองทัพของเขาล้วนแต่บาดเจ็บและอาวุธของทัพเขาก็เสียหาย อาวุธไร้ความคมและขาดการซ่อมแซม เขาไม่สนใจในการเพาะปลูก และกองทัพของเขาก็ไม่มีระบบหรืออำนาจ ถ้าท่านโจมตีเขาตอนนี้ เขาต้องพ่ายแพ้แน่นอน
ทันทีที่ท่านทำลายกองทัพหองจอ ก็สั่งให้ทัพมุ่งหน้าไปตะวันตกและยึดด่าน Chu อำนาจของท่านก็จะเติบโตและขยายไป และท่านก็จะสามารถยึดดินแดน Ba และ Shu ได้
ซุนกวนประทับใจกับแผนนี้มาก แต่เตียวเจียวซึ่งอยู่ในการประชุมนั้นด้วย ได้แย้งว่า ผู้คนในง่อยังไม่สงบ ควรที่กองทัพจะยกไปแล้วหรือ ข้ากลัวว่าจะมีการก่อกบฏขึ้น
กำเหลงพูดกับเตียวเจียวว่า นายท่านของเราได้มอบตำแหน่งให้ท่านเหมือน ฮ่องเต้ฮั่นโกโจมอบให้แก่ Xiao He ถ้าท่านทำได้เพียงนิ่งเฉยและห่วงแต่เรื่องกบฏ แล้วท่านจะยกตัวเองเทียบกับคนในอดีตได้อย่างไร
ซุนกวนชูจอกเหล้าขึ้นแล้วมอบให้แก่กำเหลงพูดว่า ปีนี้ กำเหลง ข้าจะยกทัพไปโจมตี เหมือนดั่งจอกเหล้านี้ ข้าตัดสินใจมอบให้แก่เจ้า จงเตรียมแผนการที่จะโจมตีหองจออย่างเดียวก็พอ ไม่มีความจำเป็นที่จะไปแย้งคำพูดทุกคำของเตียวเจียว
แล้วซุนกวนก็ยกทัพไปตะวันตกเพื่อโจมตีหองจอ หองจอเตรียมเรือสองลำที่หุ้มด้วยหนังวัวมาป้องกันเส้นทางต่าง ๆ ของ Miankou ใช้เชือกขนาดใหญ่ที่ถักมาจากใบต้นปาล์มมาติดหินเข้าไปใช้เป็นสมอเรือ เรือทั้งสองลำสามารถบรรทุกคนพันคนพร้อมธนู หนังวัวที่หุ้มเรือสามารถป้องกันพลธนูฝ่ายหองจอจากไฟและสิ่งต่าง ๆ ได้ดี ทำให้ฝ่ายหองจอได้เปรียบยิงลูกธนูใส่ทัพซุนกวนดั่งสายฝน จนกองทัพซุนกวนไม่สามารถเคลื่อนที่ไปได้
ตังสิดและ เล่งทองคุมทหารเป็นกองหน้า ทั้งสองคุมทหารกล้าตายร้อยคนใส่เกราะเพิ่มเป็นเท่าตัว พวกเขาใช้ไม้กระดานเป็นที่กำบังบนเรือ แล้วให้เรือพุ่งเข้าชนเรือหองจอ ตังสิดตัดเชือกสมอเรือทั้งสองด้วยตัวเอง จนเรือหองจอลอยไปตามลำน้ำ แล้วทัพใหญ่ของซุนกวนก็มุ่งหน้าต่อไป
หองจอสั่งให้ ตันจิ๋วนำทหารเดินเท้าเข้าต่อสู้ แต่ลิบองแม่ทัพผู้ปราบปรามทิศเหนือได้นำทัพหน้าด้วยตัวเองและตัดหัว ตันจิ๋วได้ และถือโอกาสจากชัยชนะนี้นำทัพเคลื่อนไปทั้งทางบกและทางน้ำ พวกเขามาถึงกำแพงเมือง โจมตีอย่างถึงที่สุด พวกเขาจึงสามารถยึดเมืองได้
หองจอหลบหนีไป แต่พวกเขาก็ไล่ตามและสังหารหองจอได้ ประชาชนหลายหมื่นคนถูกจับเป็นเชลย
ก่อนหน้านั้น ซุนกวนมีกล่องสองใบเตรียมไว้เพื่อบรรจุหัวของหองจอและโซหุย เมื่อซุนกวนจัดงานเลี้ยงฉลองชัยชนะ กำเหลงมาคุกเข่าที่เบื้องหน้าที่นั่งเขา เลือดและน้ำตาเขาไหลผสมกัน เขาพูดกับซุนกวนว่า โซหุยเคยช่วยเหลือข้าในอดีต ถ้าไม่ใช่เพราะเขา ข้าคงตายไปกลายเป็นกองกระดูกในป่า และข้าคงไม่ได้มารับใช้ท่าน แม้ว่าความผิดของโซหุยจะสมควรแก่โทษประหาร แต่ข้าขอร้องท่านให้ไว้ชีวิตเขา
ซุนกวนประทับใจแต่เขาพูดว่า ถ้าข้ามอบเขาให้ท่าน แล้วอะไรจะเกิดขึ้นถ้าเขาหนีไป
โซหุยได้รอดพ้นจากความตายได้ กำเหลงตอบ เขาย่อมถือว่าได้รับชีวิตใหม่ แม้ว่าเราจะไล่เขา เขาก็ไม่ไป ทำไมเขาต้องวางแผนหลบหนี ถ้าเขาหลบหนีไป ขอให้หัวข้าไปอยู่แทนที่เขาในกล่องนั้น
ดังนั้นซุนกวนจึงอภัยให้โซหุย
เล่งทองนั้นโกรธแค้นที่กำเหลงฆ่าเล่งโฉบิดาเขา เขาต้องการที่จะฆ่ากำเหลงอยู่เสมอ แต่ซุนกวนสั่งเขาว่าอย่าก่อปัญหา แล้วซุนกวนก็ส่งกำเหลงและทัพของเขาไปอยู่ที่อื่น
ในฤดูร้อน เดือนที่หก ตำแหน่งซานก๋งถูกยกเลิก และตำแหน่ง Imperial Chancellor และ Imperial Counsellor ถูกนำมาใช้อีกครั้ง วันที่ 9 มิถุนายน โจโฉถูกแต่งตั้งเป็น Imperial Chancellor เฉิงเซี่ยง(ตำแหน่ง Imperial Chancellor เป็นตำแหน่งอัครเสนาบดี ซึ่งอยู่เหนือขุนนางทุกคน ไม่เหมือนซือคง ตำแหน่งเก่าของโจโฉที่มีขุนนางที่มีอำนาจเทียบเท่าอีกสองคน)
โจโฉแต่งตั้ง ซุนต่ำ นายทหารคนสนิทแห่งมณฑลกิจิ๋วเป็นขุนนางผู้ใหญ่ฝ่ายตะวันตกสังกัด Imperial Chancellor (ฝ่ายตะวันตกมีหน้าที่ดูแลการแนะนำแต่งตั้งขุนนางในส่วนกลาง ส่วนฝ่ายตะวันออกมีหน้าที่จัดการงานเอกสารและตำแหน่งนายทหาร) มอกาย ซึ่งเป็นอดีตขุนนางผู้หใญ่ฝ่ายตะวันออกในสังกัดซือคงได้รับตำแหน่งที่เท่าเทียมกับ ซุนต่ำ ในสังกัดเฉิงเซี่ยงเช่นกัน นายอำเภอ Yuancheng สุมาหลัง ได้รับแต่งตั้งเป็น Master of Records ส่วนน้องชายของเขาสุมาอี้กลายเป็นขุนนางผู้ใหญ่สำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านตำราหนังสือและ Master of Records มณฑลกิจิ๋ว Lu Yu เป็นที่ปรึกษาฝ่ายแรงงานในสังกัดการบริหารด้านกฏหมาย Lu Yu เป็นบุตรของโลติด
ซุนต่ำ และ มอกาย นั้นมีหน้าที่แต่งตั้งเลื่อนขั้นให้แก่ขุนนาง บุคคลที่พวกเขาเสนอให้แต่งตั้งล้วนแต่เป็นบัณฑิตที่จิตใจดีงามและซื่อสัตย์ มีขุนนางมากมายที่มีชื่อเสียงดีงามแต่ขาดคุณธรรม พวกเขาไม่มีใครได้รับการเลื่อนขั้น ซุนต่ำ และ มอกาย คัดเลือกแต่คนที่ซื่อสัตย์และถูกต้องพร้อมกับปลดคนที่หน้าไหว้หลังหลอกและหลอกลวง พวกเขาสนับสนุนความสงบและความอ่อนน้อม พวกเขาต่อต้านพวกไม่จริงใจและเล่นการเมือง ด้วยเหตุนี้ บัณฑิตทั้งหมดของแผ่นดินจึงอ่อนน้อมและพยายามทำดีอย่างสุดความสามารถ
แม้ว่าเสนาบดีจะซื่อสัตย์และคุณธรรม แต่เขาก็ไม่กล้าใช้รถม้าที่ดีขึ้นหรือเสื้อผ้าที่หรูหรามากไปกว่าที่กฏอนุญาต เมื่อขุนนางผู้ใหญ่กลับมาจากหน้าที่ของพวกเขา หน้าตาพวกเขาเต็มไปด้วยเหงื่อไคล เสื้อผ้ามอมแมมและนั่งบนเกวียนไม้ และเมื่อผู้บัญชาการกองทัพมาเยี่ยมที่ทำการพวกเขาแต่งตัวด้วยชุดขุนนางและไปตรวจโดยการเดิน ขุนนางพากันซื่อสัตย์และประชาชนต่างเชื่อฟังคำสั่งทางการ
โจโฉรู้ข่าวเข้า เขาถอนใจด้วยความชื่นชมพูดว่า ถ้าขุนนางทั้งหมดเป็นเช่นนี้ แล้วผู้คนทั้งแผ่นดินสามารถปกครองตัวเองได้ ข้าก็ไม่มีอะไรต้องทำอีก
เมื่อสุมาอี้ยังเด็ก เขาเป็นคนที่ฉลาดมาก เขามีแผนการที่ทะเยอะทะยาน ซุนต่ำ พูดกับ สุมาหลัง พี่ชายเขาว่า น้องชายของท่านฉลาดหลักแหลม และมีจิตใจใฝ่คุณธรรม มีการตัดสินใจที่แน่วแน่และความกล้าหาญที่โดนเด่น ท่านเองไม่มีความสามารถเช่นเขา
โจโฉรู้เรื่องของสุมาอี้จึงแต่งตั้งเขาให้เข้ารับราชการ แต่สุมาอี้พยายามขออภัยบอกว่าตัวเขาเป็นโรคปวดในข้อกระดูก โจโฉโกรธมากและตั้งใจจะจับเข้าคุมขัง สุมาอี้ตกใจกลัวจึงยอมรับตำแหน่ง (เรื่องนี้ค่อนข้างประชดประชัน เหมือนจะไม่ใช่เรื่องจริง เพราะสุมาอี้คนที่ล้มล้างราชวงศ์วุยที่ก่อตั้งโดยโจโฉ ถูกโจโฉบังคับให้เข้ารับราชการเอง)
โจโฉส่งเตียวเลี้ยวมาตั้งค่ายที่ Changshe แค่เพียงเขาตั้งค่ายสำเร็จ ทหารบางคนต้องการจะก่อกบฏ ในยามค่ำพวกเขาตีระฆังเตือนภัยและจุดไฟเผาค่าย ทั้งกองทัพสับสนอลหม่าน แต่เตียวเลี้ยวพูดกับพวกเขาว่า อย่าได้เคลื่อนไหว ทหารทั้งกองทัพไม่ได้ก่อกบฏ มีเพียงทหารไม่กี่คนพยายามทำเสียงดังเพื่อให้คนอื่นตกใจกลัว
แล้วเขาสั่งการไปทั้งกองทัพว่า ใครที่ยังภักดี ให้เงียบและอย่าเคลื่อนไหว เตียวเลี้ยวนำทหารองครักษ์สิบสองคนนำเขาไปยังตรงกลางค่าย เมื่อทุกอย่างสงบ พวกเขาจับตัวหัวหน้ากบฏและฆ่าพวกเขา
ในขณะที่เตียวเลี้ยวตั้งค่ายที่ Changshe อิกิ๋มอยู่ที่ Yingyin และ งักจิ้นอยู่ที่ Yangdi ทั้งหมดกระทำการตามที่พวกเขาเห็นเหมาะสม และพวกเขาปฏิเสธการร่วมมือกัน โจโฉส่ง เอียวงัน Master of Records ในสังกัดซือคง มาเป็นคนกลางระหว่างสามกองทัพและให้คำแนะนำในกรณีต่าง ๆ แล้วแม่ทัพทั้งสามคนจึงตกลงร่วมมือกันได้
ก่อนหน้านั้น แม่ทัพหน้า ม้าเท้ง และแม่ทัพผู้นำความสงบมาสู่ตะวันตก หันซุยเป็นพี่น้องร่วมสาบาน แต่ต่อมาลูกน้องของพวกเขาเกิดทะเลาะกัน พวกเขาเลยกลายเป็นศัตรูกัน ทางการจึงส่งขุนพลรักษาเมืองหลวง จงฮิวและผู้ตรวจการมณฑล เลียงจิ๋ว Wei Duan มาทำให้พวกเขาสงบศึกกัน และม้าเท้งถูกเรียกตัวไปตั้งค่ายที่ Huaili
โจโฉวางแผนโจมตีมณฑลเกงจิ๋ว เขาส่ง เตียวเจ มาชักชวนม้าเท้งให้จากลูกน้องของเขามาที่ราชสำนัก ม้าเท้งสัญญาว่าจะทำเช่นนั้น แต่ต่อมาก็เกิดลังเลใจ เตียวเจ กลัวว่าเขาอาจเปลี่ยนใจ ดังนั้นเขาจึงสั่งการให้ทุกหัวเมืองเตรียมการต้อนรับม้าเท้งและให้ผู้นำแต่ละหัวเมือง ออกมาต้อนรับเขาด้วยตัวเองที่นอกเมือง ม้าเท้งจึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องไปยังตะวันออก
โจโฉแนะนำให้แต่งตั้งม้าเท้งเป็นผู้บัญชาการทหารรักษาพระองค์ ในขณะที่ม้าเฉียวบุตรของเขาได้รับแต่งตั้งเป็นแม่ทัพรองและอำนาจในการปกครองกองทัพของม้าเท้ง แล้วครอบครัวม้าเท้งและผู้ติดตามก็ได้ย้ายมาอยู่ที่เมือง Ye
ในฤดูใบไม้ร่วง เดือนที่เจ็ด โจโฉลงใต้เพื่อโจมตีเล่าเปียว
ในเดือนที่แปด วันที่ 21 กันยายน คองสี ผู้ควบคุมกิจการภายในราชสำนักถูกแต่งตั้งเป็น Imperial Counsellor
ในวันที่ 27 กันยายน ขุนนางระดับสูงในวัง ขงหยงถูกประหารชีวิต
ขงหยงอาศัยชื่อเสียงในความสามารถของเขา เขามักจะทำให้โจโฉเป็นตัวตลกหรือกล่าวหาโจโฉต่าง ๆ นา ๆ เขาชอบใจกับการพูดถึงโจโฉในเรื่องที่ผิดปกติและยังไม่เชื่อฟังและไม่มีมารยาทกับโจโฉ แต่เพราะว่าเขาเป็นคนที่มีชื่อเสียงมาก โจโฉจึงอดทนและแกล้งว่าเขารับเรื่องพวกนี้ได้ แต่ที่จึงเขาเกลียดที่ขงหยงทำเช่นนี้
ต่อมาขงหยงส่งบันทึกมาว่า ฮ่องเต้ควรจะยึดถือตามธรรมเนียมปฏิบัติแต่โบราณ โดยไม่ประทานพื้นที่พันลี้รอบเมืองหลวงให้แก่ขุนนางคนใด โจโฉรู้สึกว่าขงหยงเริ่มที่จะทำเกินไป เขาจึงไม่ชอบขงหยงมากขึ้น
ขงหยงเคยทะเลาะกับคองสีมาก่อน ด้วยการสนับสนุนของโจโฉ คองสีแจ้งข้อหาความผิดขงหยง คองสีนั้นให้ Lu Cui ขุนนางผู้เตรียมพิธีกราบไหว้ของกองทัพเฉิงเซี่ยงส่งบันทึกฟ้องร้องว่า เมื่อครั้งขงหยงเป็นเจ้าเมืองปักไฮ เขาเห็นว่าราชสำนักกำลังวุ่นวายจึงซ่องสุมผู้คนเพื่อเตรียมก่อกบฏ เขายังแอบลอบติดต่อกับซุนกวนและยังใส่ร้ายป้ายสีราชสำนัก
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังโอ้อวดตัวเองกับยี่เอ๋ง บัณฑิตที่ไร้ค่า พวกเขายกยอปอปั้นอีกคนอย่างไม่เจียมตัว ยี่เอ๋งพูดกับขงหยงว่า Zhongni (ขงจื้อ)ยังไม่ตาย ส่วนขงหยงก็พูดว่า Yan Hui (ศิษย์คนสนิทขงจื้อ)กลับมามีชีวิตอีกครั้ง นี่เป็นการดื้อดึงและยกตนอย่างใหญ่หลวงโดยขาดความเคารพปราชญ์ชื่อดังในอดีต ควรที่จะลงโทษอย่างรุนแรง
แล้วโจโฉก็จับกุมขงหยงและสังหารเขา พร้อมด้วยภรรยาและบุตรของเขา
ก่อนหน้านั้น ชีสิบเพื่อนของขงหยงได้เคยเตือนเขาอยู่บ่อย ๆ ว่าถ้าเขายังยึดมั่นในหลักการของตัวเอง เขาจะต้องเดือดร้อนเข้าสักวัน และเขาจะต้องเสียใจ เมื่อขงหยงตายไป ไม่มีใครในเมืองฮูโต๋กล้าไปเก็บศพเขาไปทำพิธี มีเพียงชีสิบที่ไปเก็บศพเขาแล้วพูดว่า ถ้าขงหยงเสียชีวิตจากข้าไป แล้วข้าจะอยู่ไปเพื่ออะไร โจโฉสั่งให้จับตัวชีสิบและตั้งใจจะประหารเขา แต่ต่อมาโจโฉก็ยกโทษให้ชีสิบ
เล่าเปียวมีบุตรสองคนคือ เล่ากี๋และเล่าจ๋อง เล่าเปียวให้เล่าจ๋องแต่งงานกับหลานสาวของชัวฮูหยิน ภรรยาคนล่าสุดของเขา ทำให้ชัวฮูหยินชอบเล่าจ๋องและไม่ชอบเล่ากี๋ ชัวมอน้องชายของชัวฮูหยิน และเตียวอุ๋นบุตรของพี่สาวชัวมอกีอคน ทั้งคู่เป็นที่โปรดปรานของเล่าเปียว และทุกวันพวกเขาจะใส่ร้ายเล่ากี๋และสรรเสริญเล่าจ๋อง
เล่ากี๋เป็นกังวลมาก เขาถามขงเบ้งว่าเขาจะป้องกันตัวเองได้อย่างไร แต่ขงเบ้งปฏิเสธที่จะตอบเขา ต่อมาไม่นานพวกเขาได้ไต่หอคอยด้วยกัน เล่ากี๋สั่งให้เอาบันไดพาดออกไป แล้วพูดกับขงเบ้งว่า เวลานี้เราอยู่ต่ำกว่าที่สวรรค์จะได้ยิน และสูงกว่าคนเบื้องล่างจะฟังเราได้ คำที่ท่านพูดมา จะมีเพียงข้าคนเดียวที่ได้ฟัง ท่านจะสามารถพูดได้หรือไม่
ขงเบ้งตอบว่า ท่านไม่เคยได้ยินเรื่อง ShenSheng อยู่ภายในต่อมาจึงได้รับอันตราย ในขณะที่ Chonger หนีจากไปและรักษาชีวิตได้ เล่ากี๋เข้าใจทันที และวางแผนลับที่จะลอบออกไปนอกเมือง
ในเวลานั้นหองจอเสียชีวิต เล่ากี๋จึงขอให้เล่าเปียวแต่งตั้งเขาแทนที่หองจอ เล่าเปียวจึงตั้งให้เขาเป็นเจ้าเมือง กังแฮ
ต่อมาเล่าเปียวล้มป่วยหนัก เล่ากี๋จึงกลับมาเพื่อจะไปเฝ้าไข้ที่เตียง แต่ชัวมอและเตียวอุ๋นกลัวว่าถ้าเขาได้พบเล่าเปียวแล้วพ่อลูกจะกลับมาดีกันอีกครั้ง แล้วเล่าเปียวจะเปลี่ยนใจเปลี่ยนผู้สืบทอด พวกเขาจึงบอกกับเล่ากี๋ว่า ท่านแม่ทัพสั่งให้ท่านไปดูแลเมือง กังแฮ และนั้นเป็นตำแหน่งที่สำคัญมาก เวลานี้ท่านกลับละทิ้งชาวเมืองของท่านและมาเกงจิ๋วโดยไม่มีคำอนุญาต ท่านจะทำให้ท่านเล่าเปียวผิดหวังและทำให้อาการป่วยทรุดหนักขึ้น นี่ไม่ใช่วิธีของลูกจะแสดงความกตัญญูต่อบิดา พวกเขาหยุดเล่ากี๋ไว้นอกประตูและปฏิเสธที่จะให้เขาเข้าพบเล่าเปียว เล่ากี๋ได้แต่ร้องไห้เศร้าโศกกลับไป
ต่อมาเมื่อเล่าเปียวตาย ชัวมอ เตียวอุ๋นและพรรคพวกได้ยกเล่าจ๋องให้เป็นผู้สืบทอด เล่าจ๋องส่งตราตำแหน่ง Marquis ไปให้เล่ากี๋ แต่เล่ากี๋โกรธมากและเขวี้ยงตราตำแหน่งลงกับพื้น เขาตั้งใจที่จะกลับไปร่วมงานศพและใช้โอกาสนี้ยึดอำนาจ แต่ในช่วงนั้นกองทัพโจโฉได้ยกทัพมาพอดี เล่ากี๋จึงหนีไปยังตอนใต้ของแยงซี
ขุนนางของเล่าจ๋องหลายคนรวมทั้งเกงอวดเจ้าเมือง Zhangling และ ฮูสวน ขุนนางผู้ใหญ่ในสังกัดตะวันออก ได้แนะนำให้เขายอมจำนนต่อโจโฉ พวกเขาแนะให้เล่าจ๋องยอมจำนนต่อโจโฉ โดยให้เหตุผลว่า มีหลักสำคัญสำหรับการต่อต้านหรือยอมอ่อนน้อมและจัดการกับสถานการณ์ของผู้เข้มแข็งและผู้อ่อนแอ
เมื่อข้ารับใช้ปฏิเสธที่จะเชื่อฟังคำสั่งนายตัวเอง เขาได้หันหลังให้กับหน้าที่ที่ควรปฏิบัติ การตั้งรัฐ Chu (ชื่อเรียกดินแดนตอนใต้ในอดีต) ขึ้นมาต่อต้านกับแผ่นดินจีนย่อมนำอันตรายมาสู่เรา การเป็นพันธมิตรกับเล่าปี่เพื่อต่อสู้โจโฉ เราก็ไม่อาจสู้โจโฉได้
เมื่อมองตามสามข้อนี้ ท่านตกอยู่ในฐานะเสียเปรียบมาก ท่านจะต่อสู้โจโฉได้อย่างไร ท่านมีความสามารถเทียบเท่าเล่าปี่หรือไม่ ถ้าเล่าปี่ยังไม่สามารถเทียบได้กับท่านโจโฉ ต่อให้ท่านครอบครอง Chu ทั้งหมดก็ไม่สามารถรักษาไว้ได้ แล้วถ้าเล่าปี่เป็นคู่ต่อสู้กับโจโฉได้จริง เขาย่อมไม่ยอมรับใช้ท่านตลอดไป เล่าจ๋องเห็นด้วยกับคำแนะนำของพวกเขา
ในเดือนที่เก้า โจโฉมาที่เมือง ซินเอี๋ย เล่าจ๋องถือจดหมายแนะนำตัวมาต้อนรับโจโฉและยอมจำนนทั้งมณฑล
ขุนนางของโจโฉบางคนสงสัยว่านี่เป็นกับดัก แต่ Lou Gui พูดว่า ทั้งแผ่นดินต่างตกอยู่ในความสับสนวุ่นวาย ผู้นำแต่ละคนต่างช่วงชิงอำนาจที่มากขึ้นจากฮ่องเต้ เวลานี้เล่าจ๋องได้นำหนังสือแนะนำตัวมามอบให้ นี่แสดงว่าเขานั้นเชื่อถือได้ ดังนั้นโจโฉจึงนำกองทัพมุ่งหน้าต่อไป
ในเวลานั้นเล่าปี่ตั้งค่ายอยู่ที่ Fan แต่เล่าจ๋องไม่กล้าบอกเล่าปี่เกี่ยวกับการยอมจำนน แต่ในที่สุดเล่าปี่ก็รู้เรื่อง เขาส่งคนสนิทไปถามเหตุการณ์กับเล่าจ๋อง และเล่าจ๋องได้ส่ง ซงต๋งมาบอกข่าวกับเล่าปี่ ในเวลานั้นโจโฉได้เดินทัพมาถึง Wan เล่าปี่ประหลาดใจและตกใจมาก
ท่านทำเช่นนี้ เล่าปี่พูดกับซงต๋ง ท่านไม่เตือนข้าเลยแม้แต่คำเดียว เวลานี้หายนะกำลังมาถึงตัวข้า ท่านค่อยมาบอกให้ข้ารู้ นี่เท่ากับจำกัดหนทางของข้า เล่าปี่ชักดาบแล้วหันไปทาง ซงต๋งถ้าข้าตัดหัวท่านในตอนนี้ ก็ไม่ได้ทำให้ข้ารู้สึกดีขึ้น และต่อไปเราคงจะไม่ได้เห็นหน้ากันอีก คนที่มีเกียรติย่อมละอายใจที่จะฆ่าคนอย่างท่าน เล่าปี่จึงปล่อยตัว ซงต๋งไป
แล้วเล่าปี่ก็เรียกขุนนางเขามาประชุม บางคนแนะนำให้โจมตีเล่าจ๋องเพื่อยึดมณฑลเกงจิ๋ว เล่าปี่พูดว่า เมื่อท่านเล่าเปียวตายไป เขาวางใจฝากลูกของเขากับข้า ข้าไม่สามารถละทิ้งหน้าที่นี้เพื่อประโยชน์ของตัวเองได้ ไม่เช่นนั้นเมื่อข้าตายไป ข้าจะไปพบหน้าท่านเล่าเปียวได้อย่างไร
เล่าปี่นำทัพของเขาออกจากค่าย เมื่อเขามาถึงเมือง ซงหยง เขาขี่ม้าอย่างเร็วไปเรียกเล่าจ๋องให้ออกมาพบ แต่เล่าจ๋องกลัวและไม่กล้าแสดงตัว ขุนนางและประชาชนหลายคนของมณฑลเกงจิ๋วต่างมาร่วมกับเล่าปี่ เมื่อเล่าปี่ผ่านหลุมฝังศพของเล่าเปียว เขาหยุดไว้อาลัยครู่หนึ่ง ร้องไห้แล้วจากไป
ในเวลานั้นเขามาถึงเมืองตงหยง คนติดตามเล่าปี่มีจำนวนมากกว่าแสนคน สัมภาระจำนวนหลายพันเกวียน ทำให้เล่าปี่เดินทางได้วันละเพียงสิบลี้ เขาส่งกวนอูนำทัพแยกไปต่างหากทางเรือหลายร้อยลำให้ไปคอยเขาอยู่ที่ กังเหลง
บางคนบอกกับเล่าปี่ว่า ท่านควรจะเดินทางอย่างรวดเร็วไปป้องกัน กังเหลง แม้ว่าท่านจะมีผู้คนจำนวนมากอยู่กับท่าน แต่มีทหารเพียงน้อยนิด ถ้าทหารของท่านโจโฉตามมาทัน ท่านจะรับมือเขาได้อย่างไร
เมื่อคิดทำการใหญ่ เล่าปี่ตอบ ผู้คนถือเป็นสิ่งสำคัญ เวลานี้พวกเขาต่างพากันมาพึ่งข้า จะให้ข้าทอดทิ้งพวกเขาได้อย่างไร
อองอุ้ย ได้พูดกับเล่าจ๋องว่า โจโฉรู้ข่าวว่าท่านยอมแพ้และเล่าปี่ได้หนีไป เขาย่อมไม่ระมัดระวังตัว และจะมาหาท่านด้วยทหารเพียงน้อยนิด ถ้าท่านมอบทหารให้ข้าไม่กี่พันคน ข้าจะโจมตีเขาที่ด่าน แล้วทัพโจโฉก็จะแตกพ่ายไป เมื่อท่านสามารถจับตัวโจโฉได้ อำนาจของท่านจะครอบคลุมไปทั่วแผ่นดิน แล้วท่านก็จะปลอดภัย และสามารถมองหาโอกาสสำหรับการใหญ่ต่อไป แต่เล่าจ๋องไม่เห็นด้วยกับเขา
เพราะว่าคลังอาวุธที่นั่น โจโฉกลัวว่าเล่าปี่จะยึดเมือง กังเหลง เขาจึงทิ้งสัมภาระและนำทัพไปเมือง ซงหยง ด้วยทหารเคลื่อนที่เร็ว ที่นั่นเขารู้ว่าเล่าปี่ได้หนีไป เขาจึงนำทหารม้าห้าพันนายเข้าตามโจมตี ในวันเดียวโจโฉเดินทางมากกว่าสามร้อยลี้มาถึงเนิน เกงสัน ใน เมืองตงหยง เล่าปี่ละทิ้งลูกเมียของตัวเอง หนีไปพร้อมกับขงเบ้ง เตียวหุย จูล่งและทหารม้าไม่กี่สิบคน โจโฉจับกองทัพของเขาและสัมภาระได้ทั้งหมด
มารดาของชีซีถูกโจโฉจับตัวได้ และชีซีได้ขออภัยต่อเล่าปี่ โดยเอามือชี้ที่หน้าอกตัวเองพูดว่า ในตอนแรก เหตุผลที่ข้าพยายามวางแผนให้ท่านได้บรรลุการใหญ่นั้นเพราะว่าพื้นที่เล็ก ๆ ตรงนี้ (หัวใจ) เวลานี้ข้าสูญเสียมารดาข้า จิตใจของข้าสับสน และไม่สามารถช่วยงานท่านได้ ข้าขอร้องให้อนุญาตให้ข้าจากไป แล้วชีซีก็ไปหาโจโฉ
เตียวหุยนำทหารม้ายี่สิบคนป้องกันจากด้านหลัง เขายึดแม่น้ำและทำลายสะพาน หน้าตาเตียวหุยดุดัน เขาแกว่งทวนของเขา ตะโกนว่า ข้าคือเตียวหุย พวกเจ้าจงมาสู้และตายกับข้า ไม่มีทหารของโจโฉคนไหนกล้าเข้าไปใกล้เขา
ลูกน้องบางคนพูดกับเล่าปี่ว่า จูล่งหนีขึ้นเหนือไปแล้ว เล่าปี่ขว้างขวานสั้นใส่เขาพูดว่า จูล่งไม่มีทางละทิ้งข้าไป ไม่ช้าจูล่งก็กลับมา พร้อมกับนำตัวเล่าเสี้ยนมาด้วย
พวกเขามาพบกองทหารที่นำโดยกวนอู แล้วจึงข้ามไป Mian เล่ากี๋มาสบทบกับทัพของเล่าปี่พร้อมทหารหมื่นคน แล้วเล่ากี๋ก็พาทั้งหมดไปที่ แฮเค้า
โจโฉยกทัพไปที่ กังเหลง เขาแต่งตั้งเล่าจ๋องเป็นผู้ตรวจการมณฑล เฉงจิ๋ว พร้อมตำแหน่ง marquise โจโฉยังแต่งตั้งเก๊งอวดและขุนนางคนอื่นอีกสิบสี่คนเป็น Marquise
โจโฉปล่อยตัว ฮันสง จากที่คุมขัง ปฏิบัติต่อเขาอย่างดีเหมือนเป็นเพื่อน และแต่งตั้งให้เขาแบ่งชั้นขุนนางดีและขุนนางเลวทั้งมณฑล คนที่เขาเลือกล้วนได้รับการแต่งตั้ง
ฮันสง ถูกแต่งตั้งเป็น Grand Herald, เก๊งอวดเป็นผู้ดูแลกิจการภายในราชสำนัก Liu Xian เป็น ขุนนางอาลักษณ์ Deng Xi เป็นขุนนางท้องพระโรง
บุนเพ่ง นายทหารระดับสูงของมณฑลเกงจิ๋ว ซึ่งรักษาค่ายอยู่นอกเมือง เมื่อเล่าจ๋องยอมจำนน เขาได้เรียกบุนเพ่งให้มาร่วมกับเขา แต่บุนเพ่งตอบว่า ถ้าข้าไม่สามารถรักษามณฑลได้ เช่นนั้นข้าควรรอการลงโทษ
เมื่อโจโฉไปที่ Han บุนเพ่งจึงได้ไปหาเขา โจโฉถามว่า ทำไมเจ้าถึงมารายงานตัวช้านัก
ในอดีต บุนเพ่งตอบ ข้าล้มเหลวที่จะช่วยท่านเล่าเปียวรับใช้แผ่นดิน แม้ว่าท่านเล่าเปียวจะตายไปแล้ว ข้ายังคงหวังว่าจะรักษาดินแดน Han และปกป้องทั้งมณฑลให้คงอยู่ วิธีนี้ ถ้าข้ามีชีวิตอยู่ ข้าจะไม่หันหลังให้กับคนที่กำพร้าและอ่อนแอ และถ้าข้าตาย ก็จะไม่ละอายใจต่อผู้ใด อย่างไรก็ดีการตัดสินใจนี้กลับหายไปจากใจข้า แล้วเราก็มาพบจุดจบ ข้ารู้สึกเสียใจ ละอายใจ ข้าไม่มีหน้ามาพบผู้คนเร็วกว่านี้ เขาคร่ำครวญและร่ำไห้
โจโฉรู้สึกเสียใจกับเขา เขาพูดกับบุนเพ่งว่า บุนเพ่ง ท่านช่างเป็นขุนนางที่ซื่อสัตย์ยิ่ง โจโฉปฏิบัติต่อบุนเพ่งอย่างดี และอนุญาตให้เขาควบคุมกองทัพเหมือนเดิม และแต่งตั้งให้เขาเป็นเจ้าเมือง กังแฮ
ก่อนหน้านั้น เมื่ออ้วนเสี้ยวอยู่ที่มณฑลกิจิ๋ว เขาได้ส่งสารมาเชิญคนดีมีฝีมือเมือง ยีหลำ ให้ไปรับใช้เขา He Xia พิจารณาดูคิดว่า มณฑลกิจิ๋วเป็นที่ราบกว้างใหญ่และผู้คนก็มากมาย นี่คือสิ่งที่คนที่ทะเยอทะยานทุกคนอยากได้ ดินแดนเปิดกว้างสามารถถูกรุกรานได้จากทุกทิศ มันไม่ดีเหมือนมณฑลเกงจิ๋ว ซึ่งมีภูมิประเทศที่ยากแก่การโจมตีและผู้คนก็น้อย มันจะดีกว่าถ้าอยู่ที่นั้น เขาจึงมารับใช้เล่าเปียว
เล่าเปียวปฏิบัติต่อเขาเหมือนแขกที่มีเกียรติ แต่ He Xia พูดกับลูกน้องเขาว่า เหตุผลที่ข้าไม่ไปหาอ้วนเสี้ยว เพราะข้าต้องการเลี่ยงดินแดนที่จะตกอยู่ในภัยสงคราม ยุคที่สับสนวุ่นวาย การอยู่ใกล้ชิดผู้นำคนใดย่อมไม่ส่งผลดี ในไม่ช้าจะต้องมีการใส่ร้ายแล้วหายนะก็จะมาถึง เขาจึงมุ่งหน้าลงใต้ไปยังเมือง Wuling
เล่าเปียวแต่งตั้ง Liu Wangzhi ให้เป็นขุนนาง แต่ว่าเพื่อนเขาสองคนถูกเล่าเปียวสังหารจากการโดนใส่ร้าย เขาเองได้ทำการวิจารณ์อย่างตรงไปตรงมาแต่กลับไม่ได้การยอมรับ Liu Wangzhi จึงส่งสารไปขออนุญาตกลับบ้าน
Liu Yi น้องชายของเขาพูดว่า เมื่อ Zhao (Jianzi) ฆ่า Dou (Mingdu) ขงจื้อก็ได้หันหลังให้เขา ท่านสามารถยึด Hui แห่ง Liuxia เป็นแบบอย่าง หรือท่านจะเลือกทำแบบ Fan Li หันหลังจากไปและเปลี่ยนอาชีพเสีย การนั่งเฉยแล้วไม่เห็นด้วยนั้นไม่มีประโยชน์อันใด
Liu Wangzhi ไม่เชื่อคำแนะนำนี้ ทำให้ต่อมาเขาต้องเสียใจอย่างมาก Liu Yi หนีไปมณฑล ยังจิ๋ว
หันค่าย ได้เลี่ยงการเรียกตัวรับใช้ของอ้วนสุดและไปอาศัยอยู่ที่เนินเขา Shandu แล้วเล่าเปียวเรียกตัวเขามารับใช้ แต่เขากลับย้ายไปอยู่ที่ Chanling เล่าเปียวโกรธมาก หันค่าย เกิดกลัวขึ้นมา เขาจึงยอมรับหมายเรียกตัว และได้รับแต่งตั้งเป็นนายอำเภอ Yicheng
Pei Qian ได้รับความกรุณาอย่างมากจากเล่าเปียว แต่เขาพูดอย่างลับ ๆ กับ อองซันบุตรของ อองซองและ Sima Zhi ว่า ท่านเจ้าเมืองเล่าเปียวขาดคุณสมบัติที่จะทำการใหญ่ แต่เขากล้าเปรียบตัวเขากลับ เจ้าแห่งตะวันตก (อ๋อง Wen แห่ง Zhou ซึ่งเป็นขุนนางในสมัยราชวงศ์ Shang/Yin ซึ่งครอบครองดินแดนถึงสองในสามของแผ่นดินจีนทั้งหมด) ความหายนะของเขาจะมาถึงในไม่ช้า ดังนั้นพวกเขาจึงมุ่งหน้าลงใต้ไปยังเมือง เตียงสา
โจโฉแต่งตั้ง หันค่าย เป็นขุนนางผู้น้อยในสังกัดเฉิงเซี่ยง และ Pei Qian เป็นที่ปรึกษาในกองทัพของเฉิงเซี่ยง
He Xia Liu Yi อองซันกลายเป็นขุนนางเสมียน Sima Zhi เป็นนายอำเภอ Jian ทุกคนที่ได้รับการแต่งตั้งล้วนมีชื่อเสียงดังในหมู่ชาวบ้าน
ในฤดูหนาว เดือนที่สิบ วันที่ 27 ตุลาคม วันแรกของเดือน มีปรากฏการณ์สุริยปราคา
ก่อนหน้านั้น เมื่อโลซกได้ข่าวว่าเล่าเปียวเสียชีวิต เขาพูดกับซุนกวนว่า มณฑลเกงจิ๋วนั้นติดกับชายแดนของเรา แม่น้ำแยงซีและภูเขานั้นเป็นอุปสรรคยากแก่การโจมตีและช่วยในการป้องกัน มีพื้นที่อุดมสมบูรณ์เป็นหมื่นลี้ ผู้คนก็มั่งคั่ง ถ้าเราสามารถยึดครองได้ เราจะใช้มันเป็นที่มั่นของอาณาจักรได้
เวลานี้เล่าเปียวเพิ่งเสียชีวิต บุตรชายทั้งสองของเขาก็ไม่ลงรอยกัน บรรดาขุนนางก็แยกกันเข้าข้างแต่ละคน เล่าปี่เป็นวีรบุรุษของแผ่นดิน เขาต่อสู้กับโจโฉและมาอยู่กับเล่าเปียว แต่เล่าเปียวอิจฉาในความสามารถของเขาจึงไม่ได้มอบหมายตำแหน่งที่สำคัญให้แก่เขา ถ้าเล่าปี่เข้าร่วมกับบุตรเล่าเปียว และถ้าพวกเขาจัดการสิ่งต่าง ๆ ได้ เราควรจะสงบศึกกับเขาและทำสัญญาเป็นพันธมิตรกัน ถ้าพวกเขาทะเลาะกัน เราควรจะวางแผนยึดครองเกงจิ๋ว
ข้าขออนุญาตเป็นฑูตส่งสารแสดงความเสียใจแก่บุตรของเล่าเปียว ในขณะที่ข้าอยู่ที่นั่น ข้าจะแสดงความเสียใจของเราและเป็นมิตรกับคนที่มีอำนาจในกองทัพพวกเขา และข้าจะแนะนำเล่าปี่ให้รวบรวมทัพของเล่าเปียวมาร่วมมือกับเราต่อสู้โจโฉ เล่าปี่จะยินดีและรับข้อเสนอของท่าน ถ้าเขาตกลง แผ่นดินก็จะสงบ ขอให้ท่านรีบส่งข้าไปก่อนที่โจโฉจะยกทัพมายึดเกงจิ๋ว ซุนกวนจึงส่งโลซกไป
โลซกมาถึง แฮเค้า เขารู้ว่าโจโฉได้เคลื่อนพลมาสู่มณฑลเกงจิ๋ว โลซกจึงเร่งเดินทางทั้งวันและคืน จนมาถึงเมือง Nan แต่ในเวลานั้น เล่าจ๋องได้ยอมจำนนและเล่าปี่ได้หนีลงใต้
โลซกจึงตรงไปหาเล่าปี่ และเจอกับเขาที่เนิน เกงสัน ใน เมืองตงหยง เขาบอกถึงความคิดซุนกวนต่อเล่าปี่และถกปัญหาสถานการณ์แผ่นดินเพื่ออธิบายว่าทำไมพวกเขาจึงควรเป็นมิตรกัน แล้วเขาจึงถามเล่าปี่ว่า ท่านเล่าปี่ คิดวางแผนจะไปที่ไหน
เล่าปี่ตอบว่า ข้ามีเพื่อนเก่าแก่คนหนึ่ง อาวสิ้วเจ้าเมืองซังงาวข้าจะไปหาเขาเพื่อรับใช้
โลซกจึงเอ่ยขึ้น แม่ทัพผู้สังหารคนชั่วช้า ซุนกวน นั้นเฉลียวฉลาดและจิตใจกว้างขวาง เขาเคารพคนมีฝีมือและปฏิบัติต่อบัณฑิตด้วยความเคารพ ผู้นำทั้งหมดของดินแดนใต้แม่น้ำแยงซีได้ยอมรับใช้เขา เวลานี้เขาครองหัวเมืองใหญ่ถึงหกหัวเมือง ทหารของเขาก็ล้วนแต่เชี่ยวชาญการสงคราม และมีเสบียงอาหารจำนวนมาก เขาเข้มแข็งพอที่จะดำรงความเป็นอิสระไม่ขึ้นกับใครได้
เวลานี้ข้าแนะนำว่าแผนดีที่สุดของท่านคือการส่งเพื่อนที่ไว้ใจได้ไปทำสัญญาพันธมิตรกับตระกูลซุนในตะวันออก แล้วท่านจะทำการพร้อมกันในทุกสิ่ง
แต่ถ้าท่านต้องการรับใช้ อาวสิ้วเขาเป็นเพียงคนธรรมดา อยู่ในเมืองที่ห่างไกล ไม่ช้าก็เร็ว ต้องมีสักคนที่จัดการเขา แล้วท่านจะสามารถไว้ใจตัวท่านกับเขางั้นหรือ
เล่าปี่ยินดีมากกับคำแนะนำนี้ โลซกยังพูดกับขงเบ้งว่า ข้าเป็นเพื่อนของจูกัดกิ๋น พวกเขาจึงกลายเป็นเพื่อนกันในทันที จูกัดกิ๋นคือพี่ชายของขงเบ้งผู้หลบหนีปัญหามุ่งหน้าไปทางแยงซีตะวันออก ตอนนี้เขาเป็นหัวหน้าเสมียนของซุนกวน
เล่าปี่ทำตามคำแนะนำของโลซก เขามุ่งหน้าไปอยู่ที่ Fankou ในตำบล E
โจโฉนำทัพของเขามุ่งหน้าไปตะวันออกไปทางแยงซีจาก กังเหลง ขงเบ้งพูดกับเล่าปี่ว่า ภารกิจนั้นเร่งด่วนนัก โปรดให้ข้าเป็นฑูตไปขอความช่วยเหลือจากแม่ทัพซุนกวน แล้วขงเบ้งจึงเดินทางพร้อมโลซกกลับไปหาซุนกวน
ขงเบ้งพบกับซุนกวนที่ ชีสอง แล้วพูดกับเขาว่า แผ่นดินล้วนสับสนวุ่นวาย ท่านควรจะนำทหารจากแยงซีตะวันออก ท่านเล่าปี่จะนำทหารจาก Han ตอนใต้ แล้วเราจะต่อสู้กับโจโฉร่วมกันรักษาแผ่นดิน โจโฉสังหารศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดของเขาไปแล้ว และปราบผู้ที่เป็นปรปักษ์กับเขาเกือบทั้งหมด เวลานี้เขาได้ยึดมณฑลเกงจิ๋ว อำนาจของเขาแผ่ไปทั่วแผ่นดิน วีรบุรุษกลับไร้ดินแดนที่จะต่อสู้ ท่านเล่าปี่จึงต้องหนีจากที่นั่น
ข้าขอถามท่านประเมินความแข็งแกร่งของท่าน และให้ดินแดนแก่ท่านเล่าปี่เพื่อปกป้องตัวเอง ถ้าท่านจะใช้คนใน Wu และ Yue ต่อสู้กับอำนาจของแผ่นดินจีนส่วนกลาง ในไม่ช้าท่านย่อมต้องทำได้ดี แต่ถ้าท่านไม่สามารถทำได้ ท่านก็ควรจะเลิกกองทัพเสีย แล้วขึ้นเหนือไปรับใช้โจโฉ ท่านแสร้งทำเหมือนว่าท่านจะยอมจำนนและเชื่อฟัง แต่ท่านยังไม่ได้ตัดสินใจ เวลาผ่านไปเร็วนัก จนกว่าท่านจะตัดสินใจได้ ไม่อย่างนั้นหายนะจะมาถึงเร็วนัก
ถ้าเหตุการณ์เป็นอย่างที่ท่านอธิบาย ซุนกวนถาม แล้วทำไมเล่าปี่ถึงไม่ยอมจำนนต่อโจโฉ
Tian Heng ชายคนเดียวจากเมือง Qi ขงเบ้งตอบ แต่เขาได้ปกป้องเกียรติยศของตัวเองและปฏิเสธที่จะทำให้ชื่อเสียงตัวเองต้องมัวหมอง ท่านเล่าปี่เป็นเชื้อพระวงศ์ฮั่น ความกล้าหาญและความสามารถเป็นที่รู้จักไปทั่วแผ่นดิน เขาเป็นที่เคารพและชื่มชอบของประชาชนและสุภาพเป็นนิจเหมือนดั่งน้ำที่ไหลไปสู่ทะเล ถ้าบุคคลเช่นนี้ไม่ได้รับความสำเร็จ ย่อมเป็นลิขิตจากสวรรค์ แต่จะให้เขายอมจำนนต่อผู้อื่นได้อย่างไร
ซุนกวนโกรธมากพูดว่า ข้าไม่ได้รวบรวมดินแดนง่อและกองทัพนับแสนคนเพื่อมอบให้แก่คนอื่น ข้าได้คำนวณแล้ว จากความคิดที่ว่าเล่าปี่เป็นชายคนเดียวที่กล้าสู้กับโจโฉ แต่เล่าปี่เพิ่งจะแพ้ศึกมา แล้วเขาจะต่อต้านโจโฉได้อย่างไร
แม้ว่ากองทัพของเขาจะพ่ายแพ้ที่เนิน เกงสัน ขงเบ้งตอบ กองทัพที่แตกพ่ายไปก็ได้กลับมาหาเขา พร้อมด้วยทหารที่กวนอูเพิ่งนำมาจำนวนหมื่นคน ซึ่งมีอาวุธครบมือและฝึกมาเป็นอย่างดี และเล่ากี๋ยังมาร่วมกับเขาพร้อมทหารจาก กังแฮ ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยกว่าหมื่นคน
กองทัพโจโฉเดินทางมาเป็นระยะทางไกล พวกเขาเหนื่อยล้าและยากลำบาก ข้าได้ข่าวว่าพวกเขาไล่ตามท่านเล่าปี่ด้วยทหารม้าเคลื่อนที่เร็วเดินทางกว่าสามร้อยลี้ภายในหนึ่งวันหนึ่งคืน นี่ตรงกับคำว่า ลูกธนูที่พุ่งมาจนสุดแรงไม่สามารถทะลุผ้าไหมจาก Lu ได้ การเดินทัพของพวกเขาไม่ถูกต้องตามพิชัยยุทธ แม้แต่แม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ถ้าละเลยข้อนี้ก็จะพบจุดจบ (ในพิชัยยุทธห้ามการเดินทัพในวันเดียวหนึ่งร้อยลี้ การเดินทัพเช่นนี้แม่ทัพทั้งสามทัพ ทัพหน้า ทัพกลาง ทัพหลังจะถูกศัตรูจับตัวได้ทั้งหมด การเดินทัพห้าสิบลี้ แม่ทัพหน้าจะถูกจับตัวได้)
ยิ่งกว่านั้นคนในภาคเหนือล้วนไม่เคยผ่านการฝึกการต่อสู้ทางน้ำ ในขณะที่คนในมณฑลเกงจิ๋วที่เข้าร่วมกับกับโจโฉก็เพราะว่าพวกเขาถูกบังคับโดยกำลังทหาร ไม่ใช่เพราะยินยอมพร้อมใจ
เวลานี้ ถ้าท่านสั่งการให้เหล่าแม่ทัพผู้กล้าหาญของท่านนำกองทัพสองหรือสามหมื่นคนมาร่วมกับท่านเล่าปี่และเป็นพันธมิตรกัน แล้วกองทัพโจโฉก็จะย่อยยับ เมื่อกองทัพของเขาพ่ายแพ้ เขาจะต้องกลับขึ้นเหนือ ด้วยเหตุนี้อำนาจของเกงจิ๋วและง่อก็จะใหญ่โตขึ้น เราก็จะสามารถรักษาสมดุลกับโจโฉเหมือนดั่งหม้อสามขา โอกาสที่จะชนะและพ่ายแพ้ขึ้นอยู่กับวันนี้
ในเวลานั้น โจโฉได้ส่งจดหมายมาหาซุนกวนว่า ข้าได้รับราชโองการให้มาปราบเหล่าคนชั่วต่าง ๆ จุดมุ่งหมายของข้าคือหัวเมืองทางใต้ และเล่าจ๋องได้ให้ความช่วยเหลือแก่ข้า ข้านำกองทัพแปดแสนคนมา และวางแผนที่จะร่วมล่าสัตว์กับท่านในเมืองง่อ
เมื่อซุนกวนส่งจดหมายโจโฉให้เหล่าขุนนางดู พวกเขาพากันหวาดกลัวสีหน้าซีดเผือด
เตียวเจียวและขุนนางคนอื่นพูดว่า ท่านโจโฉเหมือนดั่งสุนัขป่าหรือเสือร้าย เขาคุมตัวฮ่องเต้ ใช้พระองค์เพื่อให้การกระทำของตัวเองชอบธรรม การกระทำทุกอย่างเขาสามารถอ้างได้ว่าทำเพื่อราชสำนัก ถ้าท่านต่อต้านเขาในตอนนี้ เหมือนกับเป็นการไม่เชื่อฟังต่อราชสำนัก
ยิ่งไปกว่านั้น แม่น้ำแยงซีซึ่งเป็นแนวป้องกันที่สำคัญต่อโจโฉ แต่โจโฉในเวลานี้ได้ครองทั้งมณฑลเกงจิ๋ว เล่าเปียวมีทหารที่ฝึกมาเป็นอย่างดี และมีเรือหุ้มเกราะเป็นพันลำและเรือรบอื่น ๆ อีก ถ้าโจโฉล่องเรือตามแม่น้ำแยงซีและสนับสนุนด้วยทหารบนบก เขาจะสามารถโจมตีเราทั้งทางบกและทางน้ำ
อีกนัยหนึ่ง โจโฉมีแม่น้ำเป็นปราการเหมือนดั่งเช่นฝั่งเรา ด้วยความเข้มแข็งของกองทัพโจโฉ เราไม่สามารถเทียบได้ ในความเห็นอันต่ำต้อยของข้า แผนการดีที่สุดคือการอ่อนน้อมต่อโจโฉ
ในที่นั้นมีเพียงโลซกคนเดียวที่ไม่พูดสิ่งใด
แล้วซุนกวนก็เดินไปที่ห้องน้ำ โลซกเดินตามเขามาด้วย ซุนกวนเชื่อว่าโลซกมีความในใจ จึงคว้ามือเขาแล้วพูดว่า ท่านมีสิ่งใดจะบอกข้า
ข้าได้ฟังความเห็นของพวกเขา โลซกตอบ คนเหล่านั้นล้วนแนะนำสิ่งที่ผิดให้แก่ท่าน ท่านไม่สามารถวางแผนใหญ่กับพวกเขา ข้าสามารถยอมจำนนต่อโจโฉได้ แต่ตัวท่านไม่
ให้ข้าอธิบาย ถ้าข้ายอมอ่อนน้อมต่อโจโฉ เขาจะส่งข้ากลับไปยังบ้านเกิด เพื่อจัดตำแหน่งขุนนางให้กับข้าใหม่ อย่างน้อยที่สุดข้าก็กลายเป็นขุนนางผู้น้อย ข้ายังสามารถนั่งเกวียนเทียมด้วยวัวได้ และมีทหารองครักษ์ และสามารถอยู่ร่วมกับชนชั้นสูงได้ แล้วข้าคงได้รับการเลื่อนตำแหน่งในที่สุด ข้าคิดว่าคงได้ครองมณฑลหรือหัวเมือง
แต่ถ้าท่านยอมแพ้ ท่านจะมีฐานะเช่นไร ข้าแนะนำให้ท่านตัดสินใจวางแผนการที่ยิ่งใหญ่ก่อนจะสายเกินไป ขออย่าได้เชื่อตามคำแนะนำของคนเหล่านั้น
ซุนกวนถอนใจด้วยความโล่งอกและชื่นชมพูดว่า คนเหล่านั้นล้วนแต่ทำให้ข้าผิดหวัง แต่ท่านกลับว่าแผนการที่ยิ่งใหญ่ นี่คือสิ่งที่ข้ามองหา
ในเวลานั้น จิวยี่ติดภารกิจอยู่ที่กวนหยง (ปากน้ำเมืองเองฮอ) โลซกแนะนำให้ซุนกวนเรียกตัวเขากลับ
เมื่อจิวยี่มาถึง เขาพูดกับซุนกวนว่า แม้ว่าโจโฉแสร้งทำเป็นเสนาบดีที่ภักดีของราชวงศ์ฮั่น แต่ที่จริงแล้วเขาเป็นศัตรูแ่ผ่นดิน ด้วยความสามารถทางการศึกสงครามและความสามารถที่กล้าหาญของท่าน สร้างรากฐานจากผลสำเร็จอันใหญ่หลวงของบิดาและพี่ชายท่าน ท่านได้ครอบครองแยงซีตะวันออก มีดินแดนยาวหลายพันลี้ ทหารที่เชี่ยวชาญสงคราม เสบียงอาหารพร้อมพรัก ผู้คนต่างก็ยินดีรับใช้ท่าน ท่านควรจะยกทัพไปทั่วแผ่นดิน และประพฤติตนเพื่อราชสำนักฮั่น ปล่อยวางความหนักใจและขับไล่ความละอายใจ
โจโฉพาตัวเองมาพบกับหายนะ ทำไมท่านต้องยอมแพ้เขา
ให้ข้าพูดถึงสถานการณ์ในตอนนี้ให้ท่านฟัง ภาคเหนือยังไม่สงบเรียบร้อย ม้าเฉียวและหันซุยที่อยู่ทางด่านตะวันตก พวกเขาเป็นอันตรายต่อโจโฉจากด้านหลัง ในเวลาเดียวกัน โจโฉได้ละจากอานม้า มาใช้เรือและไม้พายเพื่อต่อสู้กับง่อและ Yue ยิ่งกว่านั้น เวลานี้เข้าสู่ฤดูหนาว ม้าศึกของเขาก็จะขาดหญ้าเป็นอาหาร เขาบังคับกองทัพจากจีนภาคกลางยกพลเป็นระยะทางไกลมายังดินแดนแยงซีและทะเลสาบ ทหารของเขาไม่เคยชินกับที่หนองน้ำแบบนี้ พวกเขาจะต้องเจ็บป่วยอย่างแน่นอน ทั้งหมดนี้เป็นสัญญาณอันตรายของการศึก แต่โจโฉก็ยังเร่งรีบเคลื่อนทัพอย่างคนตาบอด
นี่คือเวลาที่จะจัดการโจโฉ ขอทหารให้ข้าสองหรือสามหมื่นคนที่ผ่านการฝึกอย่างดี และให้ข้ายกทัพไป แฮเค้า ข้ามั่นใจว่าจะเอาชนะเขาให้ท่านได้
ไอ้โจรเฒ่าคนนี้ ซุนกวนพูดขึ้น ได้พยายามมาตลอดที่จะล้มล้างราชวงศ์ฮั่นและสร้างอาณาจักรของตัวเองขึ้นมาแทน เขามีอ้วนสุด อ้วนเสี้ยว ลิโป้ เล่าเปียวและตัวข้าที่ต้องกังวล เวลานี้คนอื่น ๆ ตายไปหมดแล้ว ข้าเป็นศัตรูของเขาคนเดียวที่ยังเหลืออยู่ ระหว่างไอ้โจรเฒ่ากับข้า คนหนึ่งต้องพ่ายแพ้ ท่านบอกว่าข้าต้องโจมตีเขา นั่นคือสิ่งที่ข้าคิดเช่นกัน สวรรค์ได้ส่งท่านมาเพื่อข้า
ซุนกวนชักดาบออก เขาฟันโต๊ะเบื้องหน้าเขาพูดว่า ขุนนางคนใดกล้าแนะนำให้ยอมแพ้อีก จะเป็นเหมือนดั่งโต๊ะตัวนี้ แล้วซุนกวนก็เลิกการประชุม
ในคืนนั้น จิวยี่พูดกับซุนกวนอีกครั้ง เขาบอกว่า เมื่อคนพวกนี้เห็นจดหมายของโจโฉที่บรรยายถึงทหารแปดแสนคนพร้อมฝีพาย พวกเขาทั้งหมดต่างตกใจ และคำแนะนำที่พวกเขามีก็คือการยอมแพ้โดยไม่มีความคิดว่าสิ่งที่โจโฉบอกนั้นถูกต้องหรือแค่คุยโว นี่ไม่มีเหตุผลเลย
เวลานี้ ตรวจดูสถานการณ์ที่แท้จริง กองทัพที่โจโฉนำมาจากภาคกลางนั้นไม่น่าจะมากไปกว่าหนึ่งแสนห้าหมื่นหรือหนึ่งแสนหกหมื่น ทหารเหล่านี้ถูกเกณฑ์มาอยู่ในกองทัพเป็นเวลานานมาก แล้วโจโฉก็ได้ทหารจากเล่าเปียว เจ็ดหมื่นหรือแปดหมื่นคนอย่างมาก และความจงรักภักดีต่อโจโฉก็ยังเคลือบแคลง
โจโฉใช้คนที่เบื่อหน่ายและอ่อนล้ามาคุมกองทัพและคนเหล่านั้นก็เป็นไปได้ที่จะแปรพักตร์ แม้ว่ากองทัพเขาจะมีจำนวนมาก แต่ไม่มีอะไรที่ต้องกังวล ข้าว่า ทหารอย่างดีห้าหมื่นคนก็เพียงพอที่จะจัดการกับพวกเขา ท่านไม่ต้องกังวลอะไร
ซุนกวนตบหลังเขาแล้วพูดว่า กงจิ้น ท่านจัดการสิ่งต่าง ๆ อย่างที่ข้าหวัง เตียวเจียว Qin Song และคนอื่น ๆ ต่างกังวลเกี่ยวกับภรรยาและลูก ๆ ของพวกเขา พวกเขาสนใจแต่เรื่องตัวเอง ข้าผิดหวังในตัวพวกเขา มีเพียงท่านและโลซกที่เห็นด้วยกับข้า สวรรค์ส่งท่านมาช่วยเหลือข้า
เป็นการยากที่จะรวบรวมทหารห้าหมื่นคนกระทันหัน แต่ข้าได้เตรียมทหารสามหมื่นคนที่คัดเลือกไว้แล้ว เรือรบ เสบียงอาหารและอาวุธต่าง ๆ ถูกเตรียมไว้พร้อมแล้ว ท่านและโลซกและท่านเทียเภา จงไปเป็นกองหน้า ข้าจะส่งทหารและเสบียงศึกไปเพิ่มภายหลัง
ถ้าท่านสามารถจัดการเขาได้ ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะถูกตัดสินตามใจของฝ่ายเรา แต่ถ้าสถานการณ์เลวร้าย จงกลับมาหาข้า ข้าจะนำทัพด้วยตัวเองและต่อสู้กับโจโฉ
แล้วซุนกวนก็ตั้งจิวยี่และเทียเภาเป็นผู้ควบคุมกองทัพซ้ายและขวาร่วมกับเล่าปี่ต่อสู้โจโฉ โลซกถูกแต่งตั้งเป็นขุนพลช่วยเหลือกองทัพ เพื่อช่วยในการวางแผน
เล่าปี่อยู่ที่ Fankou ทุกวันเขาจะส่งทหารสอดแนมไปตามแนวแม่น้ำเพื่อดูกองทัพซุนกวน หน่วยสอดแนมเห็นเรือของจิวยี่ พวกเขาจึงรีบไปรายงานเล่าปี่
เล่าปี่ส่งคนไปรับเขา แต่จิวยี่พูดว่า ข้าบัญชากองทัพจึงไม่อาจละทิ้งหน้าที่ไปได้ ถ้านายของพวกท่านจะมีความกรุณาพอจะมาพบข้าที่นี่ นั่นก็เป็นสิ่งที่ข้าหวังไว้
ดังนั้นเล่าปี่จึงนั่งเรือไปหาจิวยี่ เขาพูดกับจิวยี่ว่า ท่านตัดสินใจที่จะต่อสู้โจโฉ นี่ถือว่าเยี่ยมมาก ท่านนำทหารมาจำนวนเท่าไหร่
สามหมื่นนาย จิวยี่ตอบ
ข้าเกรงว่าจะไม่เพียงพอ เล่าปี่พูดขึ้น
พวกเขาเพียงพอแล้ว จิวยี่ตอบ ขอให้ท่านคอยดูวิธีที่ข้ารับมือกับโจโฉ
เล่าปี่ต้องการเรียกโลซกและคนอื่นไปร่วมประชุมการศึก แต่จิวยี่พูดว่า ข้าได้รับคำสั่งมา ข้าไม่สามารถละทิ้งหน้าที่ได้ ถ้าท่านต้องการพบโลซก โปรดจงได้พบเขาด้วยตัวเอง เล่าปี่รู้สึกไม่พอใจแต่เขาก็ประทับใจอย่างมาก
พวกเขานำทัพไปประจัญหน้ากับโจโฉที่ผาแดง
กองทัพโจโฉล้วนแต่อ่อนเพลีย มีโรคระบาดเกิดขึ้น ในการโจมตีครั้งแรก ทหารของโจโฉไม่ได้รับชัยชนะ พวกเขายกพลกลับไปทางเหนือของแยงซี จิวยี่และกองทัพเขาอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำทางใต้
อุยกาย นายทหารในสังกัดจิวยี่พูดว่า ข้าศึกมีจำนวนมาก เรามีจำนวนน้อย เป็นการยากที่จะตรึงพวกเขาเป็นเวลานาน ในเวลานี้ขบวนเรือของทัพโจโฉอยู่เกาะกลุ่มรวมกัน เราสามารถเผาเรือพวกเขาและทำให้พวกเขาต้องหนีไปได้
อุยกายนำเรือรบสิบลำ บรรจุด้วยเชื้อไฟและไม้แห้ง เทน้ำมันไว้ในเรือและหุ้มเรือด้วยผ้ากันน้ำและประดับธงศึก เขาเตรียมเรือเร็วและผูกเรือไว้ด้านหลังของเรือรบ และก่อนที่เขาจะทำการ เขาได้ส่งจดหมายไปหาโจโฉ แกล้งทำเป็นเหมือนว่าเขาจะยอมแพ้
ในเวลานั้นลมแรงได้พัดมาจากทิศตะวันออกเฉียงใต้ อุยกายได้นำเรือสิบลำเป็นกองหน้า พายเรือมาครึ่งทางแม่น้ำแยงซี เรือลำอื่น ๆ ก็แล่นตามเขามา
กองทัพโจโฉออกมาจากค่ายเพื่อเฝ้าดู พวกเขาชี้และพูดว่าอุยกายกำลังจะมายอมแพ้ เมื่อเขาห่างจากกองทัพโจโฉสองลี้ เขาได้จุดไฟเรือรบขึ้น
ไฟลุกขึ้นอย่างน่ากลัวและลมก็กรรโชกแรง เรือทั้งหมดพุ่งเข้าใส่ทัพโจโฉเหมือนดั่งลูกธนู งทัพทั้งหมดของฝ่ายเหนือถูกเผา ไฟได้ลามไปถึงค่ายทหารบนฝั่ง ในเวลานานค่ายก็ตกอยู่ในควันและเปลวไฟจำนวนมาก ทหารและม้าศึกจำนวนมากถูกไฟคลอกตาย ไม่ก็จมน้ำตาย
จิวยี่และพวกนำทหารเคลื่อนที่เร็วติดตามโจมตี พวกเขาตีกลองศึกด้วยความดุดัน แล้วกองทัพทางเหนือก็เสียหายอย่างใหญ่หลวง
โจโฉนำกองทัพของเขาเดินเท้าหนีไปทางถนน Huarong พวกเขาเผชิญกับโคลนตมและหนองเลน ถนนแทบผ่านไปไม่ได้ สวรรค์ได้ส่งลมแรงมาช่วย ทหารที่บอบช้ำต่างขนหญ้าบนหลังมาถมถนนเพื่อให้ทหารม้าสามารถข้ามไปได้ พวกเขาถูกทหารคนอื่นและม้าศึกเหยียบจมหายไปในโคลนเลน ทหารโจโฉจำนวนมากตายพร้อมกัน
เล่าปี่และจิวยี่นำทัพทางบกและน้ำ พวกเขาตามโจมตีโจโฉมาถึงเมือง Nan ทหารทั้งหมดของโจโฉหิวโหยและเหนื่อยล้า ทหารส่วนใหญ่ได้ล้มตายลง
แล้วโจโฉก็ทิ้งแม่ทัพผู้ปราบทิศใต้ โจหยินไว้ พร้อมด้วยแม่ทัพข้ามและเปิดชนบท ซิหลงไว้รักษาเมือง กังเหลง และแม่ทัพผู้ทำลายแนวป้องกันศัตรูงักจิ้น ไว้รักษาเมือง ซงหยง แล้วโจโฉนำทหารที่เหลือกลับขึ้นทิศเหนือ
จิวยี่และเทียเภามีทหารสองหมื่น สามหมื่นคน แต่แม่น้ำขวางพวกเขาจากโจหยิน พวกเขาจึงไม่สามารถโจมตีได้ กำเหลงขออนุญาตนำทัพอ้อมไปยึดอิเหลง เขาล้อมเมืองและยึดเมืองได้ในที่สุด
Xi Su ขุนนางมณฑล เอ๊กจิ๋ว ได้นำทหารของเขามายอมแพ้ จิวยี่แนะนำว่า ทหารของเขาควรอยู่ในสังกัดของลิบอง แต่ลิบองพูดอย่างใจกว้างว่า Xi Su เป็นคนกล้าหาญที่รับใช้ทางการเป็นอย่างดี และได้เดินทางไกลมารับใช้เรา เราควรจะเพิ่มกำลังทหารให้เขา ไม่ใช่ยึดกองทหารของเขา
ซุนกวนเห็นด้วย เขามอบอำนาจทหาร Xi Su กลับคืนให้เขา
โจหยินส่งกองทัพไปล้อมกำเหลง กำเหลงถูกกดดันอย่างมาก เขาขอความช่วยเหลือจากจิวยี่ แม่ทัพทุกคนต่างรู้สึกว่าทหารมีจำนวนน้อยเกินไปที่จะแบ่งแยกทหาร แต่ลิบองพูดกับจิวยี่และเทียเภาว่า ปล่อยให้เล่งทองอยู่ที่ กังเหลง ถ้าท่านกับข้ายกทัพไป เราต้องสามารถทำลายวงล้อมและช่วยกำเหลงได้ มันคงไม่กินเวลานานเกินไป ข้ารับรองว่าเล่งทองสามารถรับศึกได้ถึงสิบวัน
จิวยี่ทำตามแผนนี้ พวกเขาโจมตีทัพโจหยินที่อิเหลงพ่ายแพ้ไป และนำทหารม้าสามร้อยนายกลับมา ความเชื่อมั่นทหารฝั่งง่อเพื่อเป็นทวีคูณ และจิวยี่ได้ยกทัพข้ามแม่น้ำแยงซีมาตั้งค่ายอยู่ฝั่งเหนือของแม่น้ำเพื่อประจัญหน้ากับทัพโจหยินโดยตรง
ในเดือนที่สิบสอง ซุนกวนนำทัพด้วยตัวเองมาล้อม หับป๋า เขาได้ส่งเตียวเจียวไปโจมตี Dangtu ใน จิวเจี๋ยง แต่เตียวเจียวไม่สามารถยึดเมืองได้
เล่าปี่ได้แนะนำให้แต่งตั้งเล่ากี๋เป็นผู้ตรวจการมณฑลเกงจิ๋ว นำทหารของเขาลงใต้ยึดสี่หัวเมือง กิมสวนเจ้าเมืองบุเหลง ฮันเหียนเจ้าเมืองเตียงสา เตียวหอมเจ้าเมืองฮุยเอี๋ยง เล่าเตาเจ้าเมืองเลงเหลง ล้วนแต่ยอมแพ้ ในขณะที่ ลุยฉีผู้นำกองกำลังในโลกั๋งได้นำทหารสองสามหมื่นมารับใช้เล่าปี่
เล่าปี่แต่งตั้งขงเบ้งเป็นแม่ทัพสามัญชนแห่งราชสำนัก และส่งเขาไปปกครองสามหัวเมืองคือ เลงเหลง ฮุยเอี๋ยง และ เตียงสา และเก็บภาษีเพื่อสนับสนุนกองทัพ แม่ทัพรอง จูล่งได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าเมือง ฮุยเอี๋ยง
เมื่อเล่าเจี้ยง ผู้ครองมณฑล เอ๊กจิ๋ว ได้ข่าวว่าโจโฉได้ยึดครองมณฑลเกงจิ๋ว เขาได้ส่งเตียวสงทหารคนสนิทมาแสดงความเคารพ เตียวสงเป็นคนที่รูปร่างเตี้ยและบุคลิกหลุกหลิกไม่แน่นอน แต่จริง ๆ แล้วเขาเป็นคนเฉลียวฉลาดและกล้าหาญ
โจโฉในตอนนั้นได้ยึดมณฑลเกงจิ๋วและทำให้เล่าปี่ต้องหลบหนีไป เขาจึงไม่ต้อนรับเตียวสงอย่างเหมาะสมนัก ขุนนางอาลักษณ์ เตียวสิ้วได้แนะนำว่าเขาควรแต่งตั้งตำแหน่งให้แก่เตียวสง แต่โจโฉไม่เห็นด้วย
ดังนั้นเตียวสงจึงโมโหมาก เขาจึงเดินทางกลับและแนะนำให้เล่าเจี้ยงตัดความสัมพันธ์กับโจโฉและเป็นพันธมิตรกับเล่าปี่ และเล่าเจี้ยงก็ทำตาม
โจโฉนึกถึงความดีความชอบของ เตียนติ๋วและรู้สึกเสียใจที่เขาอนุญาตให้ เตียนติ๋วปฏิเสธเกียรติยศทั้งปวง มันอาจจะเป็นความพอใจส่วนตัว โจโฉพูด แต่มันหมายถึงกฏหมายนำมาใช้ปฏิบัติไม่เต็มที่
เขาเลื่อนตำแหน่งให้ เตียนติ๋วด้วยตำแหน่งเดิมที่จะตั้งในตอนแรก เตียนติ๋วส่งจดหมายเสียใจว่าเขาไม่อาจรับได้ และสัญญาว่าจะปฏิเสธทุกครั้ง แม้ว่าจะถูกลงโทษถึงชีวิต โจโฉไม่ยอมฟังและยังต้องการให้เขายอมรับตำแหน่ง
การเสนอตำแหน่งมีถึงอีกสี่ครั้ง แต่ เตียนติ๋วก็ยังปฏิเสธ ขุนนางชั้นสูงกล่าวหาเขาว่า การออกจากหนทางที่ถูกต้อง แล้วตั้งใจใช้โอกาสนี้หาชื่อเสียงเล็ก ๆ น้อย ๆ จากคุณความดีนี้ เขาควรจะถูกปลดและได้รับการลงโทษ
โจโฉถามความเห็นจากบุตรคนโตและหัวหน้าขุนนางของเขา โจผีตอบว่า กรณีของ เตียนติ๋วนั้นคล้ายกับกรณีของ Ziwen ปฏิเสธเบี้ยหวัดทางการ (Douguwutu เฉิงเซี่ยงแห่งรัฐฉู่ เขาปฏิเสธรางวัลโดยบอกว่า มีประชาชนที่ยังต้องใส่ใจ เบี้ยหวัดที่เขารับ ก็มาจากภาษีของประชาชน) หรือ Shen Xu หนีจากความมั่งคั่ง (Shen Baoxu เมื่อครั้งรัฐฉู่พ่ายแพ้แก่ Wu เขาได้ไปที่ Qin เพื่อขอความช่วยเหลือ เมื่อนำทัพมาขับไล่กองทัพ Wu ไป เขาได้ปฏิเสธรางวัล โดยบอกว่า เขาทำไปเพื่อนายของเขา ไม่ใช่ตัวเอง เวลานี้ท่านก็ได้อำนาจกลับคืนแล้ว ข้ายังต้องการอะไรอีก)
หัวหน้าขุนนางอาลักษณ์ซุนฮก และขุนพลป้องกันเมืองหลวงจงฮิว ล้วนแต่เชื่อว่า เตียนติ๋วควรได้รับอนุญาตให้ปฏิเสธ แต่โจโฉก็ยังต้องการแต่งตั้งเขาเป็น Marquis
ในอดีต เตียนติ๋วเคยมีสัมพันธ์อันดีกับ แฮหัวตุ้น ดังนั้นโจโฉจึงส่งแฮหัวตุ้นไปอธิบายสิ่งต่าง ๆ ต่อเขา แฮหัวตุ้นไปหา เตียนติ๋วที่บ้านและค้างคืนที่นั่นเพื่อชักชวนเขา แต่ เตียนติ๋วเชื่อว่าจุดประสงค์ของเขาคืออะไร จึงปฏิเสธที่จะพูดคุย
เมื่อแฮหัวตุ้นจะลากลับ เขาได้พยายามครั้งสุดท้าย แต่ เตียนติ๋วตอบว่า ข้าเป็นคนที่หันหลังให้กับเกียรติยศและวิ่งหนีราวกับหนู การได้รับความดีความชอบนั้นเป็นโชคดีใหญ่หลวง แต่ข้าไม่ได้บอกข้อมูลเกี่ยวกับถนน Lulong เพียงเพื่อรางวัลและเบี้ยหวัด แม้ว่าทางการจะให้ข้าพิจารณามากมายหลายครั้ง แต่ข้าจะทิ้งสัญชาตญาณได้อย่างไร ท่านก็รู้จักข้าดี แต่ถ้าท่านยังคงยืนกรานทำเช่นนี้ ข้ายืนยันให้ท่านเชื่อว่า ข้ายอมตัดหัวตัวเองยังดีเสียกว่า ทันที่ที่เขาพูด น้ำตาก็หลั่งริน
แฮหัวตุ้นรายงานแก่โจโฉ โจโฉถอนใจและเชื่อว่า เตียนติ๋วคงไม่ยอมรับตำแหน่ง เขาแต่งตั้ง เตียนติ๋วเป็นที่ปรึกษา
Cao Chong ลูกชายโจโฉเสียชีวิตแต่เด็ก โจโฉเสียใจมาก ลูกสาว Bing Yuan ขุนนางผู้ใหญ่ในสังกัดซือคงก็เสียชีวิตแต่เด็กเช่นกัน โจโฉถึงถามว่าให้เขาฝังบุตรสาวตัวเองกับ Cao Chong ได้หรือไม่
Bing Yuan ปฏิเสธ พูดว่า การแต่งานของเด็กที่ตายไปนั้นไม่เหมาะสม เหตุผลที่ข้ากล้าพบหน้าท่าน และเหตุผลที่ท่านใส่ใจข้า เพราะว่าเรามีศีลธรรมร่วมกันและไม่เคยเปลี่ยนมัน ถ้าข้าทำตามที่ท่านร้องขอ ข้าก็จะเป็นเหมือนคนธรรมดา แล้วท่านจะคิดกับข้าอย่างไร ดังนั้นโจโฉจึงเลิกความคิดนี้เสีย
ซุนกวนส่ง He Qi ไปโจมตีโจรแห่ง Yi และ She ในตันเอี๋ยง Chen Pu และ Zu Shan ผู้นำกลุ่ม Yi และคนติดตามสองหมื่นครอบครัว ได้ตั้งค่ายอยู่ที่เนินเขา Linli ซึ่งมีหน้าผาสี่ด้าน ทำให้ไม่สามารถโจมตีได้ ทัพของเขาตั้งค่ายอยู่ที่นั่นหนึ่งเดือน
He Qi ได้ลอบรวมทหารเคลื่อนที่เร็วและว่องไว นำพวกเขาไปยังทางลับ พวกเขาใช้ขวานเล็กช่วยปีนภูเขา แล้วถอนเสื้อมาใช้แทนเชือกถึงคนอื่น ทหารร้อยคนได้มาถึงจุดสูงสุด He Qi สั่งพวกเขาให้แยกกระจายไปทุกทิศ แล้วตีกลองและเป่าแตร ศัตรูถูกโจมตีโดยที่ยังไม่ทันระวังตัว โจรที่รักษาทางเข้ามาร่วมกับทัพของเขา แล้วก็มีทางเข้าในค่ายโจร พวกเขาจึงยกทัพไปปราบกบฏได้ในที่สุด
ซุนกวนแบ่งตันเอี๋ยงเพื่อตั้งเมือง Xindu และแต่งตั้ง He Qi เป็นเจ้าเมือง
Sanguo in Thai Language
All informations about Sanguo in this website was translated from other sanguo websites. Main informations are from asianstudies.anu.edu.au by Adjunct Professor Rafe de Crespigny, wikipedia.org and kongming.net. It takes almost a year for me to completed all informations, I hope Sanguo fan in Thailand will like it.เนื้อหาเกี่ยวกับสามก๊กในเวบนี้ ผมแปลจากเวบที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับสามก๊กภาษาอังกฤษ เนื้อหาส่วนหลักนั้นนำมาจาก ผลงานของ ศาสตราจารย์ Rafe De Crespigny โดยได้รับการอนุญาตจากตัวศาสตราจารย์ และทางมหาวิทยาลัย Australian National University โดยทางมหาวิทยาลัยขอให้ลงข้อความนี้
1. the original English version was published by the Faculty of Asian Studies Australian National University in 1996.
1. บทความต้นฉบับภาษาอังกฤษนี้ ได้ถูกตีพิมพ์โดยคณะเอเชียนศึกษา มหาวิทยาลัย Australian National ในปี 1996
2. This writer have the authors permission to publish his work in translation.
2. ผู้เขียนได้รับการอนุญาตจากผู้เขียนต้นฉบับนี้แล้วให้สามารถทำการเผยแพร่ผลงานแปลได้
ตามความประสงค์ของทางมหาวิทยาลัย บทความบางส่วนแปลมาจากเวบ wikipedia.org และ kongming.net
สามก๊ก
![]() |
|
![]() |
เนื้อเรื่องสามก๊ก
|
![]() |
เกร็ดสามก๊ก รายชื่อสามก๊ก(ใหม่) รายชื่อสามก๊ก แผนที่สามก๊ก แผนผังตระกูลซุน ยศทหารและขุนนางในสามก๊ก |
![]() |
|
![]() |




