FeelThailand.com

Welcome to Thailand


ปีเจี้ยนอันที่ 12 207 AD (15 กุมภาพันธ์ 207– 3 กุมภาพันธ์ 208)

ในฤดูใบไม้ผลิ เดือนที่สอง โจโฉกลับจาก Chunyu มาที่เมือง Ye

ในวันที่ 21 มีนาคม โจโฉแนะนำต่อฮ่องเต้ถึง ยี่สิบเสนาบดีที่มีผลงานดีเด่น พวกเขาทั้งหมดจึงได้รับการแต่งตั้งเป็น Marquise

เขายังรายงานความดีความชอบใหญ่หลวงของ Marquis แห่งหมู่บ้าน Wansui ซุนฮก ในเดือนที่สาม ซุนฮกได้รับศักดินาเพิ่มมีอำนาจปกครองหนึ่งพันครัวเรือน โจโฉยังต้องการให้เขาได้เลื่อนตำแหน่ง เป็นหนึ่งในซานก๋ง แต่ซุนฮกส่งซุนฮิวมาบอกว่าเขาขอปฏิเสธตำแหน่งอันมีเกียรตินี้ หลังจากโจโฉพยายามอยู่สิบครั้ง แต่ซุนฮกก็ปฏิเสธตลอดจนโจโฉต้องยอมแพ้

โจโฉวางแผนโจมตีเผ่า Wuhuan แต่ขุนนางของเขาพูดว่า อ้วนซงที่เป็นศัตรูนั้นกำลังหลบหนีอยู่ พวกคนเถื่อนนั้นเห็นแก่ตัวและไม่มีความรู้สึกชอบพอในตัวเขา แล้วทำไมพวกเขาต้องสนับสนุนอ้วนซง ถ้าเราโจมตีลึกเข้าไปในแดนพวกเขา เล่าปี่ต้องพยายามชักชวนให้เล่าเปียวบุกฮูโต๋แน่นอน แล้วพวกเขาจะก่อความลำบากให้เรา แล้วท่านก็จะไม่มีโอกาสที่จะแก้ไขความผิดนี้

กุยแกแย้งว่า อำนาจของท่านนั้นสั่นสะเทือนทั้งแผ่นดิน แต่พวกคนเถื่อนทางเหนือรู้ดีว่าพวกเขาอยู่ไกลจากท่านมาก พวกเขาจึงไม่เตรียมพร้อมต่อสู้กับท่าน ถ้าเราใช้ประโยชน์จากการคำนวณที่ผิดพลาดของพวกเขา เข้าโจมตีอย่างรวดเร็ว พวกเขาต้องพ่ายแพ้ย่อยยับ

อ้วนเสี้ยวนั้นดูแลผู้คนและพวกคนเถื่อนอย่างดีและอ้วนซงและคนของคนก็อยู่ที่นั้น เหตุผลเดียวที่ทั้งสี่มณฑลเชื่อฟังคำสั่งท่านเพราะว่าความเข้มแข็งของกองทัพท่าน พวกเขายังไม่ได้เห็นความปกครองอย่างเมตตากรุณาของท่านเลย ถ้าท่านยกกองทัพไปใต้ แล้วอ้วนซงใช้ประโยชน์จากเผ่า Wuhuan เพื่อรวบรวมผู้คนที่พร้อมยอมตายเพื่อเขา ทันทีที่ชนเผ่าภาคเหนือเคลื่อนไหว เหล่าชาวจีนและชนเผ่าทางตะวันออกจะร่วมมือกับพวกเขา แล้ว เป๊กตุ้น จะใช้โอกาสนี้วางแผนรุกรานเรา และถ้าสิ่งนี้เกิดขึ้น ข้ากลัวว่าเราจะสูญเสียมณฑล เฉงจิ๋ว และ กิจิ๋ว ไป

เล่าเปียวนั้นเป็นคนที่ไม่ทำอะไร ได้แต่นิ่งเฉยและพูดอย่างเดียว เขารู้ตัวว่าความสามารถของตัวเองไม่เทียบเท่ากับเล่าปี่ ถ้าเขาให้เล่าปี่มีตำแหน่งสำคัญ เขาก็จะต้องมาคอยห่วงว่าเล่าปี่จะมีอำนาจมากไป แต่ถ้าเขามอบตำแหน่งต่ำต้อยให้เล่าปี่ เล่าปี่ก็ไม่เต็มใจรับใช้เขา ดังนั้นแม้ว่าท่านยกทัพไปที่อื่น ปล่อยดินแดนของท่านให้ไร้กองทัพดูแล แต่ก็ไม่มีความจำเป็นต้องกังวลอันใด โจโฉเห็นด้วยกับคำแนะนำของกุยแก

พวกเขายกทัพไปที่ Yi กุยแกพูดว่า ในสงคราม การยกทัพอย่างรวดเร็วถือเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด เวลานี้ท่านต้องการที่จะโจมตีศัตรูที่อยู่ห่างไปพันลี้ ถ้าท่านขนสัมภาระมากไปจะเป็นการยากที่จะโจมตีอย่างรวดเร็ว ข้าศึกจะได้ข่าวและจะเตรียมพร้อมรับมือท่าน วิธีดีที่สุดคือทิ้งสัมภาระไว้และนำกองทัพเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว วิธีนี้ท่านจะโจมตีโดยที่ข้าศึกยังไม่ทันระวังตัว

ก่อนหน้านั้น อ้วนเสี้ยวได้ส่งสารไปหา เตียนติ๋ว ให้มารับใช้เขาหลายครั้ง และได้มอบตราแม่ทัพเพื่อให้เขามีเขตแดนปกครอง แต่ เตียนติ๋ว ได้ปฏิเสธเสมอมา

แล้วเมื่อโจโฉยึดมณฑล กิจิ๋ว ได้ Xing Yong ได้พูดกับ เตียนติ๋ว ว่า ในรอบยี่สิบปีมานี้ ตั้งแต่สมัยโจรกบฏผ้าเหลือง ทั่วทั้งแผ่นดินต่างสับสนวุ่นวาย ประชาชนจำนวนมากกลายเป็นคนร่อนเร่ไร้ที่อยู่อาศัย ข้าได้ยินมาว่าท่านโจโฉนั้นปกครองบ้านเมืองอย่างเคร่งครัดและเข้มงวด ผู้คนที่นี่เบื่อหน่ายกับการอยู่อย่างไม่มีกฏระเบียบ ความอดทนของพวกเขามาถึงจุดสูงสุดแล้ว บ้านเมืองจะต้องสงบลงในไม่ช้า และขอให้ข้าเป็นคนแรกของที่นี่ทำเช่นนั้น เขาเก็บสัมภาระและกลับไปยังหมู่บ้านของเขา

เตียนติ๋ว กล่าวกับโจโฉว่า ในบรรดาขุนนางทั้งหมดที่นี่ Xing Yong เป็นคนแรกที่ชอบใจกับการปกครองบ้านเมืองของท่าน โจโฉจึงแต่งตั้ง Xing Yong เป็นขุนนางในมณฑลกิจิ๋ว

เตียนติ๋ว โกรธมากที่เผ่า Wuhuan เข่นฆ่าบรรดาผู้นำต่าง ๆ ในดินแดนของเขา แต่แม้ว่าเขาอยากจะโจมตีกลับแต่ก็ไม่มีกองทัพเพียงพอ แล้วเมื่อโจโฉส่งสารมาเรียกตัวเขา และเตียนติ๋ว ได้เร่งให้คนใช้ของเขาเก็บสัมภาระอย่างรวดเร็ว คนใช้ของเขาพูดว่า ท่านอ้วนเสี้ยวปฏิบัติต่อท่านด้วยความเคารพเสมอมา มีการแต่งตั้งตำแหน่งที่มีเกียรติให้ท่านถึงห้าครั้ง แต่ท่านก็ยังปฏิเสธที่จะรับใช้เขา เวลานี้ท่านเพียงได้รับการเรียกตัวจากโจโฉเพียงครั้งเดียว ท่านก็ทำตัวเหมือนกับว่าท่านกลัวจะไม่มีการเรียกตัวครั้งที่สอง เพราะอะไร

เตียนติ๋ว หัวเราะพูดว่า นี่เป็นสิ่งที่เจ้าไม่อาจเข้าใจได้ เขาเดินทางไปกับคนนำสารของโจโฉไปยังกองทัพของโจโฉ เขาได้รับแต่งตั้งเป็นนายอำเภอ Tiao และเข้าร่วมอยู่ในกองทัพ Wuzhong

ในเวลานั้น เป็นหน้าร้อนแต่มีฝนตกหนักและน้ำท่วมในหลายพื้นที่ พื้นที่ราบลุ่มใกล้ทะเลล้วนแต่ถูกน้ำท่วม ถนนหลายสายกลายเป็นโคลนตมจนใช้การไม่ได้ และศัตรูต่างพากันยึดด่านสำคัญต่าง ๆ กองทัพจึงไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้

โจโฉกังวลในเรื่องนี้ เขาถาม เตียนติ๋ว เรื่องนี้ เตียนติ๋ว บอกเขาว่า ถนนมักจะถูกน้ำท่วมอยู่เสมอในฤดูใบไม้ร่วงและหน้าร้อน ความลึกของน้ำเกินกว่าที่เกวียนและม้าจะเดินทางได้ แต่ตื้นเกินกว่าจะใช้เรือ นี่ถือเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก

ในอดีต เมืิอง ปักเป๋ง ถูกปกครองจาก Pinggang และมีถนนจาก Lulong ผ่านไป Liucheng ซึ่งถูกปล่อยทิ้งให้รกร้างมาสองร้อยปี ตั้งแต่สมัย Jianwu แต่ยังมีทางเดินเล็ก ๆ ให้ท่านสามารถเคลื่อนทัพไปได้

ศัตรูของท่านจะเชื่อว่ากองทัพที่จะมารุกรานต้องมาจากทางตะวันออกจาก Wuzhong และถ้าไม่สามารถมาทางนั้นได้ก็ต้องยกทัพกลับอย่างเดียว พวกเขาจึงเกียจคร้านและไม่เตรียมพร้อม ถ้าท่านยกทัพไปอย่างเงียบ ๆ เคลื่อนทัพจาก Lulong ไปยังถนนแคบ ๆ ของ Botan ท่านก็จะสามารถเข้าไปในแดนศัตรู จากที่นั่นที่มั่นศัตรูอยู่ไม่ไกลและยกทัพไปถึงได้ง่ายดาย ท่านสามารถจัดการศัตรูที่ไม่ระวังตัวของท่านและทำให้ เป๊กตุ้น ต้องหลบหนีไป

เยี่ยมมาก โจโฉพูด แล้วเขานำกองทัพกลับ เขาเขียนสารไว้บนต้นไม้ข้างถนนว่า ตอนนี้เป็นช่วงกลางฤดูร้อน และถนนก็ไม่สามารถผ่านไปได้ เราจะรอจนถึงฤดูใบไม้ร่วงหรือฤดูหนาวเพื่อที่จะยกทัพต่อไป ทหารสอดแนมของศัตรูพบเห็นเข้า พวกเขาจึงเชื่อว่ากองทัพใหญ่ของโจโฉได้ยกทัพกลับไป

โจโฉสั่งให้ เตียนติ๋ว เป็นคนนำทางไปถนนเล็ก ๆ นั้น พวกเขาไต่เนินเขา Xuwu ไปตามช่องเขาและลำธารกว่าห้าร้อยลี้ ผ่าน Botan และ Pinggang แล้วมุ่งไปตะวันออกผ่านดินแดน Xianbi ไปทาง Liucheng

ขณะที่พวกเขาห่างออกไปสองร้อยลี้ พวกศัตรูเริ่มรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น อ้วนซง อ้วนฮี เป๊กตุ้น Shanyu Louban แห่ง เลียวซี และ Shanyu Nengchendizhi แห่ง Youbeiping ได้ยกทัพทหารม้าหลายหมื่นมาขัดขวางพวกเขา

ในเดือนที่แปด โจโฉไต่ภูเขาหมาป่าขาว เขาได้พบกับกองทัพข้าศึกจำนวนมากโดยไม่ได้คาดการณ์มาก่อน สัมภาระของกองทัพอยู่ในแนวหลัง เขามีทหารที่พร้อมรบเพียงไม่กี่คน พวกเขาทั้งหมดต่างหวาดกลัว โจโฉไต่สันเขา เขามองจุดอ่อนของกองทัพศัตรูแล้วสั่งให้ทหารของเขาเข้าโจมตี เตียวเลี้ยวนำทหารเป็นทัพหน้าเข้าโจมตี ข้าศึกพ่ายแพ้เสียหายอย่างมาก พวกเขาสังหาร เป๊กตุ้น และลูกน้องคนสนิทของเขาหลายคน ร่วมกับผู้นำคนอื่น แล้วพวกชนเผ่าและคนจีนกว่าสองแสนคนก็ยอมจำนนแก่โจโฉ

Shanyu Supuwan แห่ง เลียวตั๋ง หนีไปพร้อมกับอ้วนซงและอ้วนฮี ไปหา กองซุนของ เจ้าเมือง เลียวตั๋ง พวกเขายังมีทหารม้าหลายพันคน ขุนนางบางคนแนะให้โจโฉรีบติดตามไปโจมตีพวกเขาอีกครั้ง แต่โจโฉพูดว่า ข้าจะทำให้ กองซุนของ ตัดหัวอ้วนซงและอ้วนฮี แล้วนำหัวพวกมันมาให้ข้า โดยไม่ต้องใช้กำลังทหาร

ในเดือนที่เก้า โจโฉนำทหารกลับจาก Liucheng กองซุนของ ต้องการได้ความดีความชอบในการจัดการอ้วนซงและอ้วนฮี ดังนั้นเขาจึงซุ่มทหารไว้โรงม้า แล้วเชิญทั้งสองเข้าไป ก่อนที่พวกเขาจะนั่งลง กองซุนของ ได้เรียกทหารเขาออกมาจากที่ซ่อนแล้วจับตัวพวกเขาไว้ แล้วตัดหัวพวกเขารวมถึง Supuwan ด้วย แล้วส่งหัวพวกเขามาให้โจโฉ

ขุนนางโจโฉบางคนถามเขาว่า ท่านได้ยกทัพกลับ แล้ว กองซุนของ จึงตัดหัวอ้วนซงและอ้วนฮี ท่านจัดการสิ่งนี้ได้อย่างไร

เขามักจะกลัวอ้วนซงและอ้วนฮีเสมอ โจโฉอธิบาย ถ้าข้ากดดันพวกเขา พวกเขาย่อมต้องร่วมมือกัน แต่เมื่อปล่อยพวกเขาไป พวกเขาต้องทรยศซึ่งกัน นี่คือเหตุผล

โจโฉประจานหัวของอ้วนซง และสั่งการไปทั้งกองทัพว่า มันผู้ใดร้องไห้เพื่ออ้วนซงต้องถูกประหาร ไม่มีผู้ใดกล้าร้องไห้เพื่อเขายกเว้นแต่ Qian Zhao ได้ทำพิธีกราบไหว้และร้องไห้เสียใจ โจโฉชื่นชอบความภักดีของเขา และแนะนำให้เขาเป็น ขุนนาง (Abundant Talent)

เมื่อฤดูหนาวมาถึง เกิดฝนแล้งทำให้ไม่มีน้ำในรัศมีสองร้อยลี้ กองทัพต่างขาดแคลนอาหาร พวกเขาฆ่าม้าหลายพันตัวเพื่อนำเนื้อมาใช้เป็นอาหาร พวกเขาขุดบ่อน้ำลึกกว่าสามร้อยฟุตเพื่อหาน้ำ

เมื่อโจโฉกลับมา เขาทำรายชื่อของคนที่เตือนไม่ให้เขายกทัพไปในครั้งนี้ ไม่มีใครรู้เหตุผลว่าทำไม ทุกคนต่างหวาดกลัว แต่โจโฉได้มอบรางวัลล้ำค่าแก่คนเหล่านั้น บอกว่า เมื่อข้าได้ยกทัพออกไป ข้ายอมเสี่ยงเพื่อหวังความสำเร็จ แม้ว่าข้าจะได้รับชัยชนะ นั่นก็เพราะสวรรค์คอยช่วยเหลือข้า นี่ไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง คำแนะนำของพวกท่านทำให้การวางแผนต้องทำอย่างรอบคอบ ดังนั้นข้าจึงมอบรางวัลให้พวกท่าน ขอให้พวกท่านอย่าลังเลที่จะกล้าแนะนำข้าในอนาคต

ในฤดูหนาว เดือนที่สิบ วันที่ 10 พฤศจิกายน มีดาวหางปรากฏบริเวณหางของกลุ่มดาวไก่ฟ้า

ในวันที่ 24 พฤศจิกายน โจรผ้าเหลืองกลุ่มหนึ่งได้ฆ่า Liu Yun อ๋องแห่ง Ji’nan

ในเดือนที่สิบเอ็ด โจโฉมาถึงแม่น้ำ Yi Wuhuan Shanyu Pufulu แห่งเลียวไสและ Nalou ได้มาแสดงความยินดีกับเขาแสดงถึงการยอมรับอำนาจของโจโฉ

เมื่อกองทัพกลับถึงเมือง มีการพิจารณาความดีความชอบเพื่อให้รางวัล เตียนติ๋ว ถูกแต่งตั้งเป็น Marquis ของหมู่บ้านพร้อมชาวบ้านห้าร้อยครัวเรือน แต่เขาพูดว่า ข้าต้องการหาโอกาสล้างแค้นให้ท่านเล่าง้อ ดังนั้นข้าจึงรวบรวมผู้คน เวลานี้ข้าไม่มีความมุ่งหมายอันใดแล้ว และข้าไม่ชอบการเอาเปรียบประชาชน นี่ไม่ใช่สิ่งที่ข้าต้องการ เขาจึงปฏิเสธอย่างแข็งขันและไม่ยอมรับตำแหน่ง โจโฉรู้ว่าเขารู้สึกเช่นไรกับตำแหน่งจึงไม่ขัดความตั้งใจของเขา

ทันที่ที่โจโฉยกทัพไปทางเหนือ เล่าปี่แนะนำให้เล่าเปียวโจมตีเมืองฮูโต๋ แต่เล่าเปียวไม่เห็นด้วย ต่อมาเมื่อพวกเขาได้ข่าวโจโฉยกทัพกลับ เล่าเปียวพูดกับเล่าปี่ว่า ข้าไม่ยอมรับแผนการท่าน ข้าได้ปล่อยให้โอกาสอันยิ่งใหญ่หลุดมือไป

แผ่นดินต่างแตกแยกเป็นส่วน ๆ เล่าปี่ตอบ และมีการศึกใหม่ ๆ เกิดขึ้นทุกวัน เมื่อโอกาสหนึ่งได้ผ่านไป แล้วทำไมมันจะไม่มีอีกครั้ง ขอให้ท่านรีบฉวยโอกาสในครั้งหน้า เพื่อที่ท่านจะไม่ต้องมาเสียใจภายหลัง

ในปีนั้น ซุนกวนได้ยกทัพไปตะวันตกโจมตีหองจอ เขาจับคนของหองจอแล้วยกทัพกลับ

ซุนฮูหยิน มารดาของซุนกวนป่วยหนัก นางได้เรียกเตียวเจียวและขุนนางคนอื่นเข้าพบ มอบหมายหน้าที่ให้พวกเขาช่วยซุนกวนบริหารดินแดน แล้วนางก็สิ้นใจ

ก่อนหน้านั้น ขงเบ้งแห่ง ฮองหลิม ได้อาศัยอยู่ที่ตำบลลงเสีย ใน ซงหยง เขามักจะยกตัวเองเปรียบเทียบกับขวัญต๋งและงักเย่ ในตอนนั้นไม่มีใครเห็นด้วยกับเขา ยกเว้นแต่ ชีซีแห่งตำบลเองชง และ ซุยเป๋ง (Zhuge Gui พ่อของขงเบ้งเสียชีวิตไปนานแล้ว ขงเบ้งจึงอาศัยอยู่กับ จูกัดเสียนลุงของเขา ซึ่งเคยเป็นเจ้าเมืองอิเจี๋ยงรับใช้เล่าเปียว ต่อมาเมื่อ จูกัดเสียนเสียชีวิต ขงเบ้งจึงอาศัยอยู่อย่างสันโดษ)

เมื่อเล่าปี่อยู่ที่มณฑลเกงจิ๋ว เขาถาม สุมาเต็กโช เกี่ยวกับบัณฑิตที่มีความสามารถ

สุมาเต็กโช ตอบว่า คนที่ใฝ่ในลัทธิขงจื้อกับบัณฑิตทั่ว ๆ ไป จะไปรู้ถึงเหตุการณ์ที่สำคัญในทุกวันนี้ได้อย่างไร มีเพียงคนที่พิเศษเท่านั้นที่จะเข้าใจเหตุการณ์ในทุกวันนี้ได้ ในดินแดนแถบนี้ มีเพียงมังกรหลับกับลูกหงส์ที่เป็นคนพิเศษนั้น

เล่าปี่ถามว่าพวกเขาเป็นใคร สุมาเต็กโช ตอบว่า ขงเบ้งและบังทอง

ชีซีเดินทางไปพบเล่าปี่ที่ ซินเอี๋ย เล่าปี่เอาใจใส่เขาอย่างดี ชีซีพูดกับเขาว่า ขงเบ้งคือมังกรหลับ ท่านต้องการพบเขาหรือไม่

เล่าปี่จึงถามว่า ท่านพาเขามาหาได้หรือ

สำหรับคนผู้นี้ท่านต้องไปหาเขา ชีซีอธิบาย ท่านไม่สามารถทำให้เขามาหาท่านได้ ท่านต้องเต็มใจไปเชิญเขาด้วยตัวเอง

ดังนั้นเล่าปี่จึงไปหาขงเบ้ง เขาเรียกอยู่สามครั้งก่อนที่จะได้อนุญาตให้เข้าพบ แล้วเขาจึงให้ลูกน้องหลบไปพูดว่า ราชสำนักฮั่นแม้ว่ายังอยู่แต่ก็เหมือนไม่มี เสนาบดีที่ชั่วช้าขโมยอำนาจราชสำนักไป โดยไม่คำนึงถึงคุณงามความดีและความแข็งแกร่งอันน้อยนิดของข้า ข้าปรารถนาให้ความยุติธรรมแผ่ไปทั่วแผ่นดิน ความฉลาดและความสามารถของข้านั้นน้อยนิด ดังนั้นข้าจึงปฏิบัติตัวไม่สมควรและทำผิดบ่อยครั้ง เวลานี้ข้าจึงต้องมาอยู่ที่นี่ แต่ความหวังของข้าก็ยังไม่สิ้นสุด ท่านสามารถบอกได้ว่าข้าจะสำเร็จหรือไม่

โจโฉมีกองทัพนับล้านคน ขงเบ้งตอบ เขายังกุมตัวฮ่องเต้และสั่งการขุนนางต่าง ๆ ท่านไม่สามารถเทียบกับเขาได้ ซุนกวนยึดครองแยงซีตะวันออก และตระกูลเขาปกครองที่นั่นมาสามชั่วรุ่นแล้ว (ซุนเกี๋ยน ซุนเซ็ก ซุนกวน) ภูมิประเทศก็ยากแก่การเข้าถึง ผู้คนของเขาต่างก็ภักดี และเขายังมีคนดีมีฝีมือจำนวนมากยอมรับใช้ ท่านสามารถร่วมมือกับเขาเพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน แต่ท่านไม่สามารถวางแผนโจมตีเขาได้

ทิศเหนือ มณฑลเกงจิ๋วติดทางเหนือ ลำน้ำHan และ ลำน้ำMian และยังได้รับประโยชน์อย่างมากจากทะเลตอนใต้ ทางตะวันออกติดกับง่อและห้อยแข ตะวันตกติดกับ Ba และ Shu นี่คือจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญยิ่ง ถ้าผู้ครองมณฑลนี้ไม่สามารถรักษาไว้ได้ นี่คงเป็นลิขิตสวรรค์ที่มันจะเป็นของท่าน

มณฑล เอ๊กจิ๋ว มีชายแดนที่ยากต่อการโจมตี มีดินแดนที่อุดมสมบูรณ์มากมายเหมือนเป็นทรัพย์สมบัติที่สวรรค์ประทานให้ เล่าเจี้ยงนั้นโง่เขลาและอ่อนแอ และเตียวฬ่อปกครองทางเหนือ พวกเขามีคนมากมายและเมืองหลายหัวเมืองที่มั่งคั่ง พวกเขาปกครองลูกน้องอย่างโหดร้าย คนดีมีฝีมือทั้งหลายในดินแดนพวกเขาล้วนต้องการผู้นำที่มีใจเมตตา

ท่านเป็นผู้สืบเชื้อสายราชวงศ์ฮั่น และความภักดีและเกียรติของท่านได้แสดงให้โลกได้เห็น ถ้าท่านได้ครองมณฑลเกงจิ๋วและ เอ๊กจิ๋ว และยึดจุดยุทธศาสตร์สำคัญไว้ ถ้าท่านสามารถจัดการกับคนเถื่อนทางตะวันตกและทางใต้และเป็นพันธมิตรกับซุนกวน ถ้าท่านรักษากฏระเบียบและปกครองอย่างดีภายในและเฝ้ามองโอกาสภายนอก แล้วสิ่งที่ Hegemon ทำสำเร็จก็จะเกิดขึ้นแล้วราชสำนักฮั่นก็จะถูกกอบกู้ขึ้นมาอีกครั้ง

เยี่ยมมาก เล่าปี่ร้องตะโกนออกมา แล้วความประทับใจของเขาที่มีต่อขงเบ้งก็มากขึ้นทุกวัน กวนอูและเตียวหุยต่างอิจฉาขงเบ้ง แต่เล่าปี่อธิบายกับพวกเขาว่า ข้าต้องการขงเบ้งเหมือนดั่งปลาต้องการน้ำ อย่าได้โปรดพูดถึงเรื่องนี้อีก ดังนั้นกวนอูและเตียวหุยจึงหยุดการคัดค้านของพวกเขา

ในการพิจารณาคน สุมาเต็กโชนั้นมีความสามารถที่จะมองจิตใจคนได้ทะลุปรุโปร่งเหมือนดั่งกระจก บังเต๊กก๋งนั้นเป็นคนมีชื่อเสียงมาก และสุมาเต็กโชได้ปฏิบัติต่อเขาเหมือนเขาเป็นพี่ชาย ทุกครั้งที่ขงเบ้งไปที่บ้าน บังเต๊กก๋ง เขามักจะเดินเข้าไปคนเดียวและคำนับถึงเตียง โดยที่ บังเต๊กก๋งไม่เคยห้าม

บังทองหลานของ บังเต๊กก๋งเป็นคนที่ปัญญาทึบสมัยยังเด็ก มีเพียง บังเต๊กก๋งและสุมาเต็กโชที่เห็นความสามารถของเขา บังเต็กก๋งเคยบรรยายไว้ว่าขงเบ้งเป็นมังกรที่หลับอยู่ บังทองเป็นลูกหงส์ แล้ว สุมาเต็กโชเป็นกระจกน้ำ นี่คือเหตุผลที่สุมาเต็กโชใช้คำพวกนี้มาอธิบายความสามารถสองคนให้เล่าปี่ฟัง

Sanguo in Thai Language

All informations about Sanguo in this website was translated from other sanguo websites. Main informations are from asianstudies.anu.edu.au by Adjunct Professor Rafe de Crespigny, wikipedia.org and kongming.net. It takes almost a year for me to completed all informations, I hope Sanguo fan in Thailand will like it.

เนื้อหาเกี่ยวกับสามก๊กในเวบนี้ ผมแปลจากเวบที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับสามก๊กภาษาอังกฤษ เนื้อหาส่วนหลักนั้นนำมาจาก ผลงานของ ศาสตราจารย์ Rafe De Crespigny โดยได้รับการอนุญาตจากตัวศาสตราจารย์ และทางมหาวิทยาลัย Australian National University โดยทางมหาวิทยาลัยขอให้ลงข้อความนี้

1. the original English version was published by the Faculty of Asian Studies – Australian National University in 1996.
1. บทความต้นฉบับภาษาอังกฤษนี้ ได้ถูกตีพิมพ์โดยคณะเอเชียนศึกษา มหาวิทยาลัย Australian National ในปี 1996

2. This writer have the author’s permission to publish his work in translation.
2. ผู้เขียนได้รับการอนุญาตจากผู้เขียนต้นฉบับนี้แล้วให้สามารถทำการเผยแพร่ผลงานแปลได้

ตามความประสงค์ของทางมหาวิทยาลัย บทความบางส่วนแปลมาจากเวบ wikipedia.org และ kongming.net

สามก๊ก

Feel Thailand Sanguo สามก๊ก
Feel Thailand Sanguo สามก๊ก
เนื้อเรื่องสามก๊ก
183 AD    184 AD    185 AD    186 AD    187 AD    188 AD    189 AD    190 AD    191 AD    192 AD    193 AD    194 AD    195 AD    196 AD    197 AD    198 AD    199 AD    200 AD    201 AD    202 AD    203 AD    204 AD    205 AD    206 AD    207 AD    208 AD    209 AD    210 AD    211 AD    212 AD    213 AD    214 AD    215 AD    216 AD    217 AD    218 AD    219 AD    220 AD
Feel Thailand Sanguo สามก๊ก เกร็ดสามก๊ก
รายชื่อสามก๊ก(ใหม่)   รายชื่อสามก๊ก   แผนที่สามก๊ก    แผนผังตระกูลซุน    ยศทหารและขุนนางในสามก๊ก
Feel Thailand Sanguo สามก๊ก
Feel Thailand Sanguo สามก๊ก
๏ปฟ