FeelThailand.com

Welcome to Thailand


ปีเจี้ยนอันที่ 5 200 AD (3 กุมภาพันธ์ 200 – 20 กุมภาพันธ์ 201)

ในฤดูใบไม้ผลิเดือนแรก แผนของตังสินถูกเปิดเผย ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ โจโฉฆ่าตังสิน อองฮู ตันอิบ และครอบครัวพวกเขาทั้งหมด

โจโฉต้องการนำทัพด้วยตัวเองไปโจมตีเล่าปี่ แต่ขุนนางของเขาแนะนำว่า อ้วนเสี้ยวเป็นคนที่จะสู้กับท่านเพื่อครอบครองแผ่นดิน และเขาอาจจะเคลื่อนไหวเมื่อไหร่ก็ได้ ถ้าท่านนำทัพไปตะวันออก และเขายกทัพมาตลบหลังท่าน อะไรจะเกิดขึ้น

โจโฉแย้งว่า เล่าปี่นั้นเป็นคนที่กล้าหาญยิ่งกว่าคนทั่วไป ถ้าข้าปล่อยเขาไป เขาจะต้องสร้างปัญหาให้แก่ข้าแน่

กุยแกพูดว่า อ้วนเสี้ยวนั้นทำการชักช้าและลังเลอยู่เสมอ เขาย่อมไม่ดำเนินการอย่างรวดเร็ว เล่าปี่ก่อการกบฏต่อท่านไม่นานนัก เขาย่อมไม่สามารถควบคุมทหารให้ทำตามคำสั่งได้เท่าไหร่นัก ถ้าท่านดำเนินการทันที ท่านจะต้องเอาชนะเขาได้แน่นอน โจโฉจึงนำทัพไปตะวันออก

เตียนห้องแม่ทัพแห่งมณฑลกิจิ๋วพูดกับอ้วนเสี้ยวว่า โจโฉยกทัพไปจัดการเล่าปี่ เขาไม่สามารถเอาชนะได้ง่ายนัก ถ้าท่านยกทัพเข้าตลบหลังทัพเขา ท่านก็สามารถครอบครองแผ่นดินได้ อ้วนเสี้ยวตอบว่าบุตรชายของเขาป่วยอยู่ เขาจึงไม่อยากจะยกทัพไป เตียนห้องฟาดคฑาเขาลงกับพื้นพูดว่า ในสถานการณ์วิกฤตเช่นนี้ เขายังทิ้งโอกาสที่ดีไปเพราะว่าเด็กที่เจ็บป่วย ช่างน่าละอายยิ่งนัก โอกาสที่ดีได้สูญเสียไปแล้ว

โจโฉเอาชนะเล่าปี่และจับเมียและลูกเล่าปี่ไว้ เขายกทัพไปโจมตีแห้ฝือ และจับตัวกวนอู โจโฉโจมตี เซียงหู พ่ายแพ้ไป

เล่าปี่หนีไปหาอ้วนถำ ในมณฑลเฉงจิ๋ว และเข้าร่วมกับอ้วนเสี้ยว

เมื่ออ้วนเสี้ยวรู้ว่าเล่าปี่มาถึง เขาออกนอกเมืองเงียบกุ๋นมาสองร้อยลี้เพื่อต้อนรับเล่าปี่ เล่าปี่พักที่เงียบกุ๋นร่วมเดือน และทหารเขาที่พ่ายแพ้กระจัดกระจายไปก็มารวมตัวกับเขา

โจโฉนำกองทัพกลับมา กัวต๋อ อ้วนเสี้ยวจึงพิจารณาที่จะโจมตีเมืองฮูโต๋ เตียนห้องกล่าวว่า เมื่อโจโฉปราบเล่าปี่ได้แล้ว เมืองฮูโต๋ก็ยากที่จะโจมตี ยิ่งกว่านั้น ตัวโจโฉนั้นรู้กันดีว่า เป็นคนที่เชี่ยวชาญในการใช้ทหาร และเราก็ไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าเขาวางแผนจะทำอะไรต่อไป แม้ว่ากองทัพของเขาจะเล็กแต่การจะปราบเขาย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย

วิธีดีที่สุดในการปราบโจโฉ คือการเว้นระยะระหว่างสองฝ่ายและปล่อยให้เขาเฝ้าคอย ท่านต้องยึดจุดยุทธศาสตร์สำคัญอย่างเนินเขา แม่น้ำ แล้วก็สั่งการกองทัพสี่มณฑล ติดต่อกับเหล่าเจ้าเมืองนอกด่านและสนับสนุนการเพาะปลูกในดินแดนของเรา

เมื่อทุกอย่างพร้อม ก็คัดเลือกทหารที่ดีที่สุดของท่าน ส่งกองทหารไปโจมตี อาศัยประโยชน์จากจุดด้อยของโจโฉ สร้างปัญหาขึ้นทีละจุดตามเขตแดนตอนใต้ของแม่น้ำเหลือง ถ้าเขาส่งกองทหารไปช่วยทางขวา ท่านก็เข้าโจมตีทางซ้าย ถ้าเขาส่งทัพไปช่วยเหลือทางซ้าย ท่านก็ยกพลโจมตีทางขวา ข้าศึกก็จะต้องยกทัพไปมาอยู่ตลอดและประชาชนในดินแดนโจโฉก็ไม่มีความสงบสุข กองทัพเราก็ไม่เหนื่อยล้า แต่ทหารโจโฉย่อมอิดโรย ไม่เกินสามปี ความสำเร็จจะมาถึงตามที่ท่านรอคอย

ถ้าท่านไม่ต้องการแผนที่ได้ชัยชนะแน่นอน แต่ต้องการที่ตัดสินรู้แพ้ชนะในการศึกครั้งเดียว ท่านอาจจะเจอเหตุการณ์ที่ไม่เป็นใจต่อท่าน ถึงตอนนั้นมันก็สายเกินไปที่ท่านจะเสียใจ

อ้วนเสี้ยวปฏิเสธคำแนะนำนี้ แต่เตียนห้องยืนยันเหตุผลของเขา อ้วนเสี้ยวเชื่อว่าเขาอาจบั่นทอนกำลังใจของกองทัพ จึงสั่งให้มัดตัวเขาไว้

แล้วอ้วนเสี้ยวก็เกณฑ์ทหารจากทุกหัวเมือง แล้วก็บันทึกความผิดและการกระทำมิชอบของโจโฉ ในเดือนที่สอง อ้วนเสี้ยวยกทัพไปยังลิหยง

เมื่อชีสิวกำลังจะออกเดินทัพไป เขาเรียกญาติ ๆ ของเขามา แบ่งทรัพย์สินให้แก่พวกเขาบอกว่า ถ้าเรารอดมาได้ อำนาจของข้าก็จะถูกจดจำไปทั่วแผ่นดิน แต่ถ้าเราแพ้ ข้าคงไม่สามารถรักษาชีวิตได้ ช่างน่าอดสูยิ่งนัก Ju Zong น้องชายของเขาบอกว่า ทหารของโจโฉไม่สามารถเทียบทัพของเราได้ เหตุใดท่านต้องจึงเกรงกลัว

ชีสิวจึงว่า เพราะว่าโจโฉมีแผนการที่ชัดเจน และเขายังควบคุมองค์ฮ่องเต้ แม้ว่าเราจะปราบกองซุนจ้านได้ แต่ทหารของเราก็อ่อนล้า นายท่านของพวกเรานั้นภูมิใจในตัวเองส่วนขุนนางแต่ละคนก็หยิ่งยโส นี่จะนำความพินาศมาสู่กองทัพเรา

Yang Xiong ว่าไว้ว่า หกรัฐนั้นโง่เขลาเบาปัญญา พวกเขาบั่นทอนอำนาจราชวงศ์ Zhou เพื่อ ราชวงศ์ Ying (แคว้นฉิน) นี่ถือว่าเป็นคำพูดที่บรรยายสถานการณ์ตอนนี้

เทียหยกรักษาการณ์ที่ Juancheng พร้อมทหารเจ็ดร้อยนาย โจโฉต้องการส่งกำลังเสริมให้เขาอีกสองพันนาย แต่เทียหยกปฏิเสธ พูดว่า ด้วยกำลังทหารกว่าแสนคนของอ้วนเสี้ยว อ้วนเสี้ยวย่อมมั่นใจว่าไม่มีสิ่งใดมาหยุดเขาได้ ถ้าเขาเห็นว่าข้ามีทหารน้อยนิด เขาย่อมไม่ใส่ใจและจะไม่โจมตี ในทางกลับกัน ถ้าท่านเพิ่มทหารให้ข้า เมื่อเขายกทัพผ่านมา เขาต้องโจมตีอย่างแน่นอน ถ้าเขาโจมตี เขาย่อมได้ชัยชนะแน่นอน ส่วนท่านกับข้าก็ต้องสูญเสียทหารไป ขออย่าได้โปรดสงสัยเลย

ความจริงแล้วเมื่ออ้วนเสี้ยวได้ยินว่าเทียหยกมีทหารจำนวนน้อยนิด เขาก็ไม่ยกทัพมาโจมตีเทียหยก โจโฉพูดกับกาเซี่ยงว่า เทียหยกนั้นฉลาดกว่า Meng Ben หรือ Xia Yu ซะอีก (ขุนนางที่มีชื่อในสมัยโจว)

อ้วนเสี้ยวส่งงันเหลียงไปโจมตีเล่าเอี๋ยนเจ้าเมืองตองกุ๋น ที่แปะแบ๊ ชีสิวพูดว่า งันเหลียงนั้นไม่ใส่ใจและไม่มีความอดทน แม้ว่าเขาจะอาจหาญ แต่เขาไม่สามารถจัดการกองทัพด้วยตัวคนเดียวได้ อ้วนเสี้ยวไม่เห็นด้วยกับชีสิว

ในฤดูร้อน เดือนที่สี่ โจโฉยกทัพขึ้นเหนือไปช่วยเล่าเอี๋ยน ซุนฮิวแนะว่า กองทัพของเรานั้นมีขนาดเล็กเกินกว่าจะไปสู้กับศัตรู เพื่อที่จะเอาชัยชนะ ท่านต้องแบ่งแยกกองทัพศัตรู เมื่อท่านยกทัพไปถึง ที่ลุ่มเอี๋ยนแกล้งทำเป็นส่งทหารข้ามแม่น้ำเข้าโจมตีด้านหลังพวกเขา อ้วนเสี้ยวต้องมุ่งหน้าไปตะวันตกเพื่อรับมือ ถ้าท่านส่งทหารอย่างรวดเร็วไปที่แปะแบ๊และโจมตีอย่างฉับพลัน ท่านจะปราบงันเหลียงได้แน่ โจโฉทำตามแผนการของเขา

ทันทีที่อ้วนเสี้ยวรู้ว่าศัตรูข้ามแม่น้ำเหลืองมา เขาส่งกองทหารย่อยไปตะวันตกเพื่อรับมือ แล้วโจโฉก็ยกทัพไปโจมตีแปะแบ๊ พวกเขายังอยู่ห่างจากทัพงันเหลียงมากกว่าสิบลี้ แต่งันเหลียงตื่นตระหนกยกทัพออกมาต่อสู้ด้วย
โจโฉส่งเตียวเลี้ยวและกวนอูนำทัพไปสู้ กวนอูมองเห็นธงประจำตัวของงันเหลียง เขาลงแส้ม้าของเขา ควบม้าถึงตัวงันเหลียงท่ามกลางทหารกว่าหมื่นคนของงันเหลียง กวนอูตัดหัวงันเหลียงแล้วควบม้ากลับมา ไม่มีทหารงันเหลียงคนไหนกล้าขัดขวางกวนอู การปิดล้อมที่แปะแบ๊จึงถูกทำลาย ผู้คนถูกอพยพไปตะวันตกทางแม่น้ำเหลือง

อ้วนเสี้ยวข้ามแม่น้ำเหลืองมาติดตามพวกเขา แต่ชีสิวแย้ง บอกว่า เมื่อท่านทำศึกสงคราม ท่านต้องใส่ใจในเหตุการณ์ที่เป็นไปได้ทุกอย่าง แผนที่ดีที่สุดตอนนี้คือการรักษาค่ายที่ที่ลุ่มเอี๋ยน และส่งทัพหน้าไปที่กัวต๋อ ถ้าพวกเขาสามารถยึดเมืองได้ ท่านก็ยังมีเวลาพอที่จะยกทัพตามทัพหน้าไปได้ แต่ถ้าท่านนำทัพทั้งหมดไปและเกิดสถานการณ์เลวร้ายขึ้นมา ทหารซักคนก็ไม่สามารถเอาชีวิตรอดกลับมาได้ แต่อ้วนเสี้ยวไม่เห็นด้วยกับเขา

ชีสิวมาถึงที่ทางแยกและถอนใจพูดว่า นายท่านมั่นใจมากเกินไป ขุนนางแต่ละคนก็ทะเยอทะยานสูง แม่น้ำเหลืองช่างกว้างใหญ่นัก ใยข้าต้องข้ามไป ชีสิวจึงอ้างว่าตัวเองป่าวยและขออนุญาตกลับเมือง แต่อ้วนเสี้ยวไม่อนุญาตและโกรธเคืองเขา อ้วนเสี้ยวยึดอำนาจสั่งการกองทัพของเขาและมอบให้กัวเต๋า

เมื่ออ้วนเสี้ยวนำทัพมุ่งใต้จากที่ลุ่มเอี๋ยน โจโฉให้ทหารของเขาตั้งค่ายที่เชิงเขาทางใต้ โจโฉส่งคนไปสอดแนม พวกเขากลับมารายงานว่า มีทหารม้าห้าพันถึงหกพันนาย ไม่นานพวกเขาก็กลับมารายงานอีกว่า ทหารม้าของอ้วนเสี้ยวเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก และพลเดินเท้านั้นมีมากเกินกว่าจะนับได้หมด โจโฉจึงสั่งพวกเขาไม่ต้องสอดแนมอีก

โจโฉให้ทหารม้าของพวกเขาลงจากอานม้าและปล่อยม้าไป สัมภาระต่าง ๆ ที่ขนจากแปะเบ๊ถูกวางไว้ตามหนทาง ขุนนางต่าง ๆ คิดว่าในเมื่อข้าศึกมีทหารม้าจำนวนมาก พวกเขาควรที่จะกลับไปป้องกันค่ายให้แข้มแข็ง แต่ซุนฮิวกลับพูดว่า นี่คือกับดักสำหรับศัตรู แล้วเราจะหนีไปได้อย่างไร โจโฉมองเขาแล้วก็ยิ้ม

บุนทิวและเล่าปี่ แม่ทัพทหารม้าของอ้วนเสี้ยวนำทหารม้าห้าหกพันนายมุ่งหน้ามา เหล่าขุนนางของโจโฉต่างพูดว่า เราควรให้ทหารขึ้นบนหลังม้าเตรียมพร้อม แต่โจโฉพูดว่า ยังก่อน ทหารอ้วนเสี้ยวหยุดนิ่งไปชั่วครู่ แล้วก็เดินทัพต่อและแยกย้ายไปเก็บสัมภาระ โจโฉจึงบอกว่า ตอนนี้แหล่ะ แล้วพวกเขาก็กระโดดขึ้นหลังม้า

ทหารโจโฉมีจำนวนน้อยกว่าหกร้อยนาย แต่พวกเขาพุ่งเข้าโจมตีอย่างรวดเร็ว และได้ชัยชนะเด็ดขาดเหนือศัตรู พวกเขายังสามารถตัดหัวของบุนทิวได้อีกด้วย

บุนทิวและงันเหลียงเป็นแม่ทัพที่มีชื่อเสียงของอ้วนเสี้ยว แต่ในการรบแค่สองครั้ง พวกเขาทั้งสองก็ถูกสังหาร กองทัพของอ้วนเสี้ยวจึงไม่มีกำลังใจจะต่อส็

ก่อนหน้านั้น โจโฉมักจะชื่นชมกวนอูอยู่เสมอ แต่เขาสังเกตสีหน้ากวนอูว่า กวนอูยังอยู่กับเขาไม่นาน เขาจึงให้เตียวเลี้ยวไปไต่ถามสาเหตุกับกวนอู กวนอูถอนใจพูดว่า ข้ารู้เป็นอย่างดีว่าท่านโจโฉปฏิบัติต่อข้าอย่างดียิ่ง แต่ข้าก็ได้รับความเมตตาอย่างมากจากท่านเล่าปี่ และข้าได้สาบานว่าจะตายพร้อมกับเขา ข้าไม่อาจละทิ้งคำสาบานได้ ในที่สุดข้าก็ต้องจากท่านโจโฉไป ข้าจึงต้องการทำงานบางอย่างเพื่อท่านโจโฉเพื่อตอบแทนความดีของท่าน แล้วข้าค่อยจากไป

เตียวเลี้ยวบอกโจโฉถึงถ้อยคำกวนอู โจโฉก็คิดว่าเป็นการยุติธรรมดี และเมื่อกวนอูได้ฆ่างันเหลียง เมื่อโจโฉรู้ว่ากวนอูจะจากไปแน่นอน เขาก็มอบรางวัลมากมายให้กวนอู แต่กวนอูไม่เปิดของขวัญทุกอย่างที่เขาได้รับ เขาเขียนจดหมายขออภัยและหนีไปหาเล่าปี่ที่อยู่กับอ้วนเสี้ยว ลูกน้องโจโฉบางคนพยายามที่จะไล่ตามเขา แต่โจโฉพูดเขา ชายผู้นั้นได้เลือกนายของตัวเองแล้ว ปล่อยเขาไปเถอะ

เมื่อโจโฉนำกองทัพของเขากลับ กัวต๋อ Yan Rou ส่งสารมาหาเขา โจโฉตั้งให้เขาเป็นขุนพลผู้ปกป้อง Wuhuan Xianyu Fu มาเข้าพบโจโฉที่กัวต๋อ โจโฉแต่งตั้งเขาเป็นแม่ทัพผู้ข้ามเลียวฝั่งขวา และส่งเขากลับไปดูแลเขตแดนมณฑลอิวจิ๋ว

ตันเต๋งเจ้าเมืองกองเหลง ที่มีเมืองเอกอยู่ที่ Sheyang เมื่อซุนเซ็กนำทัพไปตะวันตกเพื่อโจมตีหองจอ ตันเต๋งสนับสนุนลูกน้องของเงียมแปะฮอให้ก่อความวุ่นวายตอนที่ซุนเซ็กไม่อยู่ ซุนเซ็กจึงวกกลับมาโจมตีตันเต๋ง กองทัพของเขามาถึงที่ Dantu เขาพักทหารที่นั่นชั่วคราวเพื่อรอคอยเสบียง

ก่อนหน้านั้น ซุนเซ็กได้ฆ่าเค้าก๋อง เจ้าเมืองง่อ ลูกน้องของเค้าก๋องบางคนซ่อนตัวปะปนอยู่ท่ามกลางผู้คนด้วยความหวังที่จะล้างแค้นให้นายตัวเอง ซุนเซ็กเป็นคนที่ชอบล่าสัตว์และมักจะขี่ม้าออกไปนอกค่ายเสมอ ม้าของเขาเป็นม้าชั้นเยี่ยม จึงไม่มีผู้ติดตามคนใดตามเขาทัน

แล้วเขาก็พบกับลูกน้องของเค้าก๋องสามคน พวกเขายิงธนูใส่ขากรรไกรของเขา แล้วผู้ติดตามก็มาถึงตรงเข้าฆ่าลูกน้องของเค้าก๋องแต่ซุนเซ็กได้รับบาดเจ็บสาหัส

ซุนเซ็กเรียกเตียวเจียวและขุนนางคนอื่นมา พูดกับพวกเขาว่า ภาคกลางนั้นยังวุ่นวาย ด้วยกำลังของง่อและ Yue และความมั่นคงของแม่น้ำแยงซีสามสาย เราสามารถสังเกตความสำเร็จและความล้มเหลวของเจ้าเมืองคนอื่นโดยไมต้องเกี่ยวข้อง พวกท่านต้องพยายามสุดความสามารถเพื่อสนับสนุนน้องชายข้า

แล้วเขาก็เรียกซุนกวนมา เขาเอาตราตั้งและพู่ประจำตำแหน่งใส่ไว้ในเข็มขัดเขา และพูดกับเขาว่า การระดมกองทัพในแยงซีตะวันออก การตัดสินใจในการสงครามและการต่อสู้เพื่อช่วงชิงแผ่นดิน เรื่องเหล่านี้เจ้าสู้ข้าไม่ได้ แต่เรื่องการสรรหาผู้คนและมอบหมายหน้าที่ให้คนดีมีความสามารถ เพื่อที่พวกเขาจะได้นำความเจริญมาสู่แยงซีตะวันออก เรื่องเหล่านี้ข้าสู้เจ้าไม่ได้ ในวันที่ 5 พฤษภาคม ซุนเซ็กถึงแก่ความตายเมื่ออายุได้ 26 ปี

ซุนกวนร้องไห้เศร้าโศกเสียใจและไม่อยากร่วมประขุมขุนนาง แต่เตียวเจียวดุเขาเรียกเขาด้วยตำแหน่งขุนนางตำแหน่งแรกของเขา แล้วพูดว่า นี่เป็นเวลาสำหรับร้องไห้หรือไง เขาเปลี่ยนชุดไว้ทุกข์ของซุนกวนแล้วช่วยเขาขึ้นหลังม้าแล้วส่งเขาไปตรวจสอบกองทัพ

เตียวเจียวทำตัวเป็นเหมือนผู้นำการบริหารทั้งหมดของก๊กง่อ เขารายงานต่อทางการเท่านั้น และสั่งการแก่ทุกหัวเมือง แม่ทัพขุนนางต่าง ๆ ถูกสั่งให้รักษาหน้าที่เดิมของตน จิวยี่นำทัพของเขาจาก Baqiu มาร่วมงานศพของซุนเซ็ก แล้วเขาก็อยู๋ที่เมืองง่อ ทำหน้าที่เป็นเหมือนผู้แทนของกองทัพอยู่ที่ส่วนใน และร่วมกับเตียวเจียวบริหารบ้านเมือง

แม้ว่าซุนเซ็กจะยึดครองห้อยแข ง่อ ตันเอี๋ยง อิเจี๋ยง โลกั๋ง และ Luling แต่ก็ยังมีบางตำบลที่ยังไม่อ่อนน้อมต่อเขา และมีผู้อพยพมากมายที่ลี้ภัยมาหาเมืองที่เขาคิดว่าปกครองอย่างมีคุณธรรมและมีสันติ ในนั้นก็มีคนที่ไม่มีความคิดที่จะจงรักภักดีต่อผู้ปกครองเมือง

แต่เตียวเจียว จิวยี่และเหล่าขุนนาง ต่างเชื่อว่าพวกเขาสามารถช่วยซุนกวนในการสร้างความมั่นคงให้พื้นที่นี้ พวกเขามอบความภักดีให้แก่ซุนกวนและยอมรับใช้เขา

ในฤดูหนาวเดือนที่เจ็ด โอรสฮ่องเต้ Liu Ping ได้รับตำแหน่ง อ๋องแห่งลำหยง ในวันที่ 9 สิงหาคม ท่านอ๋องก็สิ้นพระชนม์

Liu Pi หัวหน้าโจรผ้าเหลืองแห่ง ยีหลำ ได้ตีจากโจโฉไปสวามิภักดิ์กับอ้วนเสี้ยว อ้วนเสี้ยวส่งเล่าปี่นำทหารไปช่วยพวกเขาและหลายตำบลก็เข้าร่วมกับเขา

อ้วนเสี้ยวส่งฑูตไปแต่งตั้ง ลิทองแม่ทัพเมือง Yong’an เป็นแม่ทัพผู้ปราบปรามทิศใต้ เล่าเปียวก็ส่งสารลับไปหาเขาเช่นกัน แต่ ลิทองปฏิเสธทั้งคู่ ลูกน้องเขาบางคนแนะว่าเขาควรรับใช้อ้วนเสี้ยว แต่ ลิทองวางมือของเขาลงบนดาบของเขาและด่าใส่ลูกน้องเขาว่า ท่านโจโฉนั้นฉลาดหลักแหลมและเขาต้องทำให้แผ่นดินสงบสุขได้แน่ แม้ว่าอ้วนเสี้ยวจะแข็งแกร่งแค่ไหน โจโฉต้องจัดการกับเขาได้ในที่สุด ข้าจะไม่เปลี่ยนใจ เขาตัดหัวฑูตอ้วนเสี้ยวและส่งให้กับโจโฉพร้อมตราตั้งและพู่ประจำตำแหน่งที่เขาได้รับจากอ้วนเสี้ยวมา

ลิทองยังตรวจการเก็บภาษีผ้าไหมจากทุกครัวเรือน Zhao Yan ผู้นำ Langling เข้าพบเขาบอกว่า ทุกหัวเมืองต่างเป็นกบฏ มีเพียง Yong’an ที่ยังคงเชื่อฟังทางการ ถ้าท่านยังเข้มงวดในการเก็บภาษีผ้าไหม คนที่จิตใจหยาบช้าย่อมยินดีที่จะก่อความวุ่นวาย นี่เป็นวิธีที่ผิดแน่ ๆ

ลิทองตอบว่า ท่านโจโฉและอ้วนเสี้ยวต่างต่อสู้กับอย่างดุเดือด และหลายหัวเมืองต่างก็ก่อกบฏ ถ้าผ้าไหมไม่ถูกเก็บภาษีและส่งไปเมืองหลวง คนที่รู้เรื่องก็จะกล่าวหาได้ว่า ความภักดีของข้านั้นน่าสงสัย และข้าจะต้องรอดูว่าใครจเป็นผู้ชนะ

Zhao Yan เห็นด้วยพูดว่า นี่อาจเป็นเหตุให้คนกล่าวหาท่านจริง ๆ แต่เราควรพิจารณาถึงความเป็นไปได้ ถ้าท่านยืดเวลาส่งภาษีไปอีกสักระยะ ข้าก็สามารถแก้ปัญหาให้ท่านได้

เขาจึงเขียนจดหมายไปหาซุนฮกว่า ประชาชนเมือง Yang’an นั้นยากจนและลำบาก เมืองข้างเคียงล้วนแต่ก่อการกบฏ กฏระเบียบต่าง ๆ ก็ถูกละเลยอย่างง่ายดาย เวลานี้เป็นช่วงวิกฤตของดินแดนนี้ ยิ่งไปกว่านั้นผู้คนที่นี่ต่างก็ยังคงภักดี แม้ในเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อเช่นนี้ความซื่อสัตย์พวกเขาก็ไม่สั่นคลอน ข้าเชื่อว่าทางการควรจะแสดงการตัดสินใจบางอย่าง แต่เราก็ยังคงจัดเก็บภาษีผ้าไหม นี่เป็นการสนับสนุนความซื่อสัตย์ประชาชนตรงไหน

ซุนฮกบอกเรื่องนี้กับโจโฉแล้วผ้าไหมทั้งหมดที่ถูกจัดเก็บมาก็ถูกคืนให้แก่ประชาชน ทุกคนต่างยินดีและความวุ่นวายในเมืองก็สงบลง ลิทองโจมตีโจรหลายกลุ่มที่นำโดย Qu Gong และคนอื่น ๆ แตกพ่ายไป เขาจึงนำความสงบมาสู่ดินแดนระหว่าง Huai และ Ru

ในตอนนั้นโจโฉได้สร้างกฏใหม่ในการจัดเก็บภาษี และสั่งให้ทุกมณฑลและหัวเมืองทำตาม เขาเพิ่มบทลงโทษสำหรับเมืองที่เก็บภาษีไม่ได้ตามกฏ และการจัดเก็บภาษีผ้าไหมก็ถูกบังคับอย่างเข้มงวด He Kui เจ้าเมือง Changguang พูดกับโจโฉว่า อดีตอ๋องทั้งหลายต่างใช้กฏการจัดเก็บภาษีที่แตกต่างกันไป โดยใช้ระยะทางของพื้นที่ไกลจากเมืองหลวงมาคิด และพวกเขายังรักษากฏสามอย่างสำหรับการปกครอง การทำให้แผ่นดินสงบ การจัดการที่ดี หรือการก่อกบฎ (กฏสามอย่าง สำหรับเมืองที่สวามิภักดิ์ใหม่ลงโทษสถานเบา สถานกลางสำหรับเมืองที่ยึดมาได้ สถานหนักสำหรับเมืองที่ไม่เชื่อฟังและเป็นกบฏ)

ข้าเชื่อว่าเมืองนี้ควรจะอยู่ภายใต้กฏของดินแดนที่ห่างไกลและเมืองที่สวามิภักดิ์ใหม่ ดังนั้นเรื่องราวเล็กน้อยระหว่างประชาชนควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของขุนนางท้องถิ่นแล้วแต่กรณี วิธีนี้ก็จะเหมาะสมกับสถานการณ์นี้ และสอดคล้องกับความรู้สึกประชาชน รอคอยสามปี จนกระทั่งผู้คนสามารถดำเนินอาชีพตามปกติ แล้วท่านค่อยใช้กฏตามปกติ โจโฉเห็นด้วยกับเขา

เล่าปี่ได้ปล้นสดมภ์ใน Ru และ Ying ผู้คนทางตอนใต้ของเมืองฮูโต๋ต่างเดือดร้อน โจโฉวิตกกังวลเรื่องนี้ โจหยินจึงว่า ตำบลทางใต้นั้นรู้ดีว่ากองทัพของเรากำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์ และพวกเขาต่างเชื่อว่าเราไม่สามารถส่งกองหนุนไปช่วยเขา ถ้าเล่าปี่นำทัพใหญ่มา ก็เป็นไปได้ที่พวกเขาจะทรยศต่อเรา แต่เล่าปี่นั้นเพิ่งจะมาบัญชาทหารอ้วนเสี้ยวได้ไม่นาน เขาไม่มีเวลาทำความคุ้นเคยกับทหารอ้วนเสี้ยว ถ้าเราโจมตีเขาตอนนี้เขาสามารถมีชัยเหนือเขาได้

ดังนั้นโจโฉเลยส่งโจหยินพร้อมทหารม้าเข้าโจมตีเล่าปี่ โจหยินเอาชนะเล่าปี่และไล่เล่าปี่ไป และยึดหัวเมืองที่ก่อกบฏต่าง ๆ กลับคืนมา

เล่าปี่กลับไปหากองทัพอ้วนเสี้ยว แต่เขาต้องการจากไปอย่างลับ ๆ ดังนั้นเขาจึงเสนอให้อ้วนเสี้ยวเป็นพันธมิตรกับเล่าเปียวทางตอนใต้ อ้วนเสี้ยวส่งเล่าปี่กลับไป ยีหลำ พร้อมคนของเขา ที่นั่นเล่าปี่ได้กลุ่มโจรของ Gong Du มาเพิ่มได้ทหารหลายพันคน โจโฉส่ง ซัวหยง เข้าโจมตีเล่าปี่ แต่เล่าปี่ฆ่าซัวหยง

กองทัพอ้วนเสี้ยวมาถึง Yangwu ชีสิวพูดกับเขาว่า แม้ว่ากองทัพเหนือของเราจะมีจำนวนมาก แต่ความแข็งแกร่งและจิตใจนั้นไม่เทียบเท่ากับคนทางใต้ เสบียงอาหารของชาวใต้นั้นมีจำนวนน้อยและคลังเสบียงก็ไม่สมบูรณ์เท่าของเราทางภาคเหนือ ดังนั้นชาวใต้ต้องการที่จะสู้รบรู้ผลอย่างรวดเร็ว การรบที่ยืดเยื้อจะเป็นประโยชน์ต่อพวกเรา ท่านควรจะรอคอยและไม่ต้องทำอะไรสองสามสัปดาห์ อ้วนเสี้ยวไม่เห็นด้วยกับเขา

ในเดือนที่แปด อ้วนเสี้ยวนำทัพทั้งหมดไปตั้งค่ายบนเนินทราย ขยายปีกของค่ายไปหลายสิบลี้ทางตะวันตกและตะวันออก โจโฉกระจายค่ายของเขาเพื่อเผชิญหน้ากับอ้วนเสี้ยว

ในเดือนที่เก้า วันที่ 26 พฤศจิกายน วันแรกของเดือน มีปรากฏการณ์สุริยะปราคา

โจโฉนำทัพฝ่าวงล้อมของอ้วนเสี้ยว แต่ไม่สามารถฝ่าไปได้และถูกบังคับให้กลับไปป้องกันค่าย อ้วนเสี้ยวสร้างหอคอยสูงและเพิ่มความสูงของเนินเพื่อที่จะยิงธนูเข้าไปในค่ายโจโฉ ทุกคนในค่ายโจโฉต้องสวมเกราะป้องกันตัวเอง โจโฉจึงสร้างรถสายฟ้าเพื่อยิงหินเข้าใส่หอคอยอ้วนเสี้ยวและสามารถทำลายหอคอยได้ทั้งหมด อ้วนเสี้ยวสั่งให้ขุดอุโมงค์เพื่อมุดไปในค่ายโจโฉ แต่โจโฉได้ขุดท่อลึกในกำแพงเพื่อป้องกัน

กองทัพโจโฉนั้นเล็กกว่า เสบียงอาหารก็หมด กองทัพของเขาเหนื่อยล้าและล้มป่วย ผู้คนของเขาที่ประสบปัญหาจากการจัดเก็บภาษีก็หันไปร่วมกับอ้วนเสี้ยวหลายคน โจโฉกังวลมาก เขาเขียนจดหมายไปหาซุนฮกเรื่องการถอยทัพกลับไปฮูโต๋ เพื่อที่อ้วนเสี้ยวจะถูกบังคับให้ไปสู้กับเขาที่นั่น

ซุนฮกตอบว่า อ้วนเสี้ยวนำกำลังทั้งหมดมาที่ กัวต๋อ ถ้าเขาได้ชัยชนะและทำให้ท่านพ่ายแพ้ที่นั่น ท่านเผชิญหน้ากับความแข็งแกร่งด้วยความอ่อนแอ และถ้าท่านไม่สามารถจัดการเขาได้ ท่านจะถูกกำจัด นี่ถือเป็นหายนะของแผ่นดิน

ยิ่งกว่านั้น อ้วนเสี้ยวเป็นเพียงผู้นำธรรมดาทั่วไป เขาสามารถรวบรวมผู้คนแต่เขาไม่รู้ว่าจะใช้พวกเขาอย่างไร ด้วยพรสวรรค์ด้านการศึกของท่าน การเข้าใจสถานการณ์การรบ และด้วยลิขิตสวรรค์ ท่านจะแพ้ได้อย่างไร

เสบียงอาหารท่านอาจจะน้อย แต่ท่านไม่ได้อยู่ในช่องแคบของ Chu และ Han ระหว่าง Rongyang และ Chenggao ในตอนนั้น หลิวปังและเซี่ยงหวี่ต่างก็ไม่เต็มใจถอยทัพ เพราะพวกเขารู้ดีว่าใครถอยทัพก่อนคนแรกจะสูญสิ้นทุกอย่าง

กองทัพของท่านอาจน้อยกว่าของอ้วนเสี้ยวถึงสิบเท่า แต่ท่านก็สามารถยึดที่มั่นและสามารถรักษาไว้ได้ ท่านรั้งเขาไว้ทำให้เขาไม่สามารถไปไหนได้ ถ้าท่านยังสามารถยึดที่นั้นได้อีกครึ่งปี ความเข้มแข็งของทัพเขาต้องหมดลง นี่เป็นเวลาตัดสินแพ้ชนะ และเป็นโอกาสที่จะทำให้เขาประหลาดใจ แล้วท่านจะทิ้งโอกาสนี้ไปหรือ

เมื่อได้รู้ถึงความจริงพวกนี้ โจโฉเพิ่มความแข็งแกร่งให้แนวป้องกันของเขาและยึดที่นั่นเป็นที่มั่น

โจโฉไปต้อนรับคนที่มาส่งเสบียงแล้วพูดว่า ภายในสองอาทิตย์ ข้าจะปราบอ้วนเสี้ยวเพื่อพวกท่าน แล้วข้าก็จะไม่ทำให้พวกท่านลำบากอีก

ขบวนเสบียงของอ้วนเสี้ยวเดินทางมุ่งหน้ามา กัวต๋อ มีเกวียนขนส่งหลายพัน ซุนฮิวพูดกับโจโฉว่า เสบียงอาหารของอ้วนเสี้ยวอยู่ระหว่างขนส่ง ฮันเบ๋ง คนที่คุมเสบียงมานั้นกล้าหาญ แต่เขาดูจะประเมินคู่ต่อสู้ต่ำไป ถ้าเราโจมตีเขา เขาต้องพ่ายแพ้

โจโฉถามว่าใครที่เราควรจะส่งไป
ซุนฮิวจึงว่า ซิหลงมีความสามารถจะทำได้
ดังนั้นพวกเขาจึงส่งแม่ทัพซิหลงและ สูหวน ไปโจมตีฮันเบ๋ง ฮันเบ๋งพ่ายแพ้หลบหนีไป ซิหลงเผาเสบียงอาหารที่ขนส่งมา

ในฤดูหนาวเดือนที่สิบ อ้วนเสี้ยวนำเสบียงอาหารมาเพิ่ม เขาส่ง อิเขง และแม่ทัพคนอื่นนำทหารมากกว่าหมื่นคนไปคุ้มกันขบวนเสบียง พวกเขาหยุดพักตอนกลางคืนห่างไปจากค่ายอ้วนเสี้ยวสี่สิบลี้ทางเหนือ ชีสิวพูดกับอ้วนเสี้ยวว่า ท่านควรจะส่ง เจียวกี๋ ออกไปสกัดทัพของโจโฉ อ้วนเสี้ยวไม่เห็นด้วย

เขาฮิวจึงว่า โจโฉนั้นมีทหารเพียงน้อยนด และเขานำกำลังทั้งหมดมาสู้กับเราที่นี่ ไม่มีทางที่เขาจะทิ้งทหารจำนวนมากไว้ที่ฮูโต๋ ถ้าเราส่งกองทัพเดินทางไปตอนกลางคืนเพื่อโจมตีกะทันหัน เราจะสามารถยึดฮูโต๋ได้ เมื่อเราได้ฮูโต๋ เราก็ได้ตัวองค์ฮ่องเต้ และสามารถโจมตีโจโฉโดยอาศัยพระนามฮ่องเต้ ขณะที่โจโฉกลายเป็นขบฏ แม้ถ้าโจโฉไม่ถูกทำลาย เราก็สามารถให้เขาเร่งรีบกลับไปช่วยเมืองฮูโต๋และเราสามารถปราบเขาได้แน่ อ้วนเสี้ยวไม่เห็นด้วย พูดว่า สิ่งสำคัญตอนนี้คือการเอาชนะโจโฉ

ในตอนนั้นคนในครอบครัวเขาฮิวทำผิดกฏหมาย เมื่อสิมโพยไปจับตัวเขา เขาฮิวโกรธมากและไปหาโจโฉ

ทันทีที่โจโฉรู้ว่าเขาฮิวมา เขาเดินเท้าเปล่าไปต้อนรับเขา จับมือเขาและหัวเราะพูดว่า เขาฮิว ท่านเดินทางมาไกลมาก เวลานี้ข้ามั่นใจว่าจะได้ชัยชนะ พวกเขาเข้าในที่พักและนั่งลงพูดคุย เขาฮิวพูดกับโจโฉว่า อ้วนเสี้ยวที่กองทัพที่เข้มแข็ง ท่านจะรับมือเขาได้อย่างไร และเสบียงอาหารท่านมีมากน้อยแค่ไหน โจโฉจึงว่า เรามีเสบียงพออยู่ได้เป็นปี

เขาฮิวจึงว่า นั่นไม่ถูกต้อง บอกความจริงข้ามา โจโฉจึงว่า เราสามารถอยู่ได้ครึ่งปี เขาฮิวจึงถามว่า ท่านไม่อยากเอาชนะอ้วนเสี้ยวหรือ เหตุใดท่านไม่พูดความจริง โจโฉจึงว่า ข้าล้อเล่นต่อท่าน ความจริงแล้วเราไม่สามารถรบยืดเยื้อได้เกินกว่าหนึ่งเดือน ข้าควรทำอย่างไร

เขาฮิวว่า ท่านเผชิญหน้ากับเขาเพียงลำพังด้วยกองทัพที่ถูกตัดขาด ไม่มีความช่วยเหลือจากภายนออก และเสบียงของท่านก็ใกล้หมด นี่เป็นวิกฤตสถานการณ์

เวลานี้อ้วนเสี้ยวมีเกวียนขนเสบียงกว่าหมื่นคันที่ Gushi และ อัวเจ่า และกองทหารที่คุ้มครองเสบียงนั้นไม่มีการเตรียมพร้อม ถ้าท่านส่งทหารเคลื่อนที่เร็วโจมตีโดยที่พวกเขาไม่ระวัง ท่านจะสามารถจัดการเสบียงพวกเขาได้ ภายในไม่เกินสามวัน อ้วนเสี้ยวต้องพ่ายแพ้ต่อตัวเอง

โจโฉยินดีมาก เขาทิ้งโจหองและซุนฮิวไว้ป้องกันค่าย เขานำทหารห้าพันนาย ทั้งหมดถือธงรบของกองทัพอ้วนเสี้ยว สั่งให้ทุกคนห้ามส่งเสียงและมัดปากม้าไว้ พวกเขาออกจากค่ายตอนค่ำและเคลื่อนที่ไปโดยไม่ใช้ถนนหลัก ทหารทุกคนต่างขนเชื้อเพลิง ถ้ามีใครถามพวกเขา พวกเขาก็จะตอบว่า ท่านอ้วนกลัวว่าโจโฉอาจจะโจมตีด้านหลัง เขาจึงส่งกำลังเสริมไปป้องกันด้านหลัง ทหารอ้วนเสี้ยวก็เชื่อ พวกเขาจึงสามารถผ่านไปได้

เมื่อทัพโจโฉมาถึง พวกเขาล้อมค่ายศัตรูและจุดเพลิง เหล่าทหารอ้วนเสี้ยวที่คุมเสบียงต่างแตกตื่นและสับสน ทันทีที่ไฟสว่างไปทั่วค่าย อิเขงและคนอื่นก็เห็นว่าโจโฉนำทหารมาน้อยแค่ไหน พวกเขาจึงตั้งแถวรบหน้าประตูค่าย โจโฉเข้าโจมตีทันที อิเขง ถอยไปยังแนวป้องกันของค่าย แต่โจโฉตามไปโจมตีเขาอีกครั้ง

เมื่ออ้วนเสี้ยวรู้ว่าโจโฉไปโจมตี อิเขง เขาพูดกับ อ้วนถำ ว่า ในขณะที่โจโฉโจมตี อิเขง ข้าจะยึดค่ายของเขา โจโฉก็จะไม่มีที่ให้กลับไป อ้วนเสี้ยวส่ง โกลำ และเตียวคับไปโจมตีค่ายโจโฉ

เตียวคับว่า ถ้าโจโฉนำกองทัพที่ดีที่สุดของเขาไป โจโฉต้องชนะ อิเขง เมื่อ อิเขง พ่ายแพ้ การใหญ่ก็จะเสียไป ข้าขอร้องให้นายท่านไปช่วย อิเขง ก่อน แต่กัวเต๋าคัดค้านอย่างแข็งขันว่าพวกเขาควรโจมตีค่ายโจโฉ

เตียวคับแย้งว่า ค่ายท่านโจโฉนั้นแข็งแกร่ง ถ้าเราโจมตี เราจะไม่มีทางได้ชัยชนะ ถ้า อิเขง และคนอื่น ๆ พ่ายแพ้ เราเองที่จะเป็นฝ่ายถูกจัดการ

อ้วนเสี้ยวส่งทหารบางส่วนไปช่วย อิเขง และนำทัพส่วนใหญ่เข้าโจมตีค่ายโจโฉ แต่ไม่สามารถยึดได้

เมื่อทหารม้าอ้วนเสี้ยวมาถึง อัวเจ่า แม่ทัพของโจโฉบางคนบอกว่า ข้าศึกกำลังประชิดเข้ามา เราควรจะส่งทหารไปสกัดไว้ก่อน โจโฉโกรธมากพูดว่า รอให้พวกเขามาอยู่หลังทัพเราก่อนแล้วค่อยบอกข้า ทหารโจโฉต่างต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด ทหารโจโฉเร่งรีบเอาชนะศัครู พวกเขาตัดหัว อิเขงและแม่ทัพคนอื่น เผาเสบียงอาหารและฆ่าทหารได้มากกว่าพันคน พวกเขาตัดจมูกศัครู ริมฝีปากและลิ้นจากสัตว์เลี้ยงและม้า และแสดงมันต่อกองทัพของอ้วนเสี้ยว

ทหารอ้วนเสี้ยวต่างกังวลและหวาดกลัว กัวเต๋าอับอายที่แผนเขาล้มเหลว จึงพูดจาใส่ร้ายเตียวคับให้อ้วนเสี้ยวฟังว่า เตียวคับนั้นยินดีที่กองทัพเราพ่ายแพ้ เตียวคับโกรธและหวาดกลัว เขาและ โกลำ เผารถศึกและหนีไปค่ายโจโฉเพื่อขอสวามิภักดิ์

โจหองนั้นระแวงสงสัยไม่เต็มใจที่จะเปิดค่ายรับพวกเขา แต่ซุนฮิวบอกว่า แผนของเตียวคับถูกปฏิเสธ เขาจึงโกรธและหลบหนีมา ใยท่านจึงสงสัยเขา แล้วพวกเขาก็รับพวกเตียวคับเข้าค่าย

กองทัพอ้วนเสี้ยวตื่นตระหนกและวุ่นวายจนเกิดความสับสนอลหม่านไปทั้งกองทัพ อ้วนเสี้ยวพร้อมด้วยอ้วนถำ พร้อมด้วยขุนนางของเขาขี่ม้าหนีไปตามแม่น้ำเหลืองพร้อมทหารม้า 800 นายคอยอารักขา โจโฉไล่ตามพวกเขาแต่ไม่สามารถตามทัน ทัพโจโฉได้ทรัพย์สมบัติจากกองทัพอ้วนเสี้ยว แผนที่และบันทึกต่าง ๆ ทหารอ้วนเสี้ยวที่ยอมแพ้ถูกโจโฉฝังทั้งเป็น ทหารของอ้วนเสี้ยวเจ็ดหมื่นนายตายในการรบ (รายงานนี้เป็นของโจโฉที่เสนอต่อฮ่องเต้ ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงเกินจริง ทหารอ้วนเสี้ยวตอนเริ่มสงครามมีเพียงหนึ่งแสนนาย เป็นไปไม่ได้ที่ทัพโจโฉจะฆ่าทหารส่วนใหญ่ของทัพอ้วนเสี้ยวได้ ตัวเลขคงถูกเพิ่มเข้าไป การฆ่าเชลยศึกทั้งหมด แม้ว่าจะเป็นการโหดร้าย ทำให้โจโฉดูโหดเหี้ยม แต่ในสมัยนั้นยังไม่มีอาวุธร้ายแรงที่จะควบคุมตัวนักโทษได้ ไม่มีใครคาดได้ว่า นักโทษจะลุกฮือขึ้นมาโจมตีเมื่อไหร่ อาวุธในสมัยนั้นก็คือร่างกายและอาวุธที่ฟาดฟันกัน เพื่อเป็นการตัดปัญหา การฆ่านักโทษจึงจำเป็น)

ชีสิวไม่สามารถหนีไปพร้อมกับอ้วนเสี้ยว เขาถูกทหารของโจโฉจับตัวได้ เขาร้องไห้คร่ำครวญเสียงดังว่า ข้าไม่ได้ยอมแพ้ ข้าถูกจับตัวได้ โจโฉรู้จักชื่อเสียงเขามาก่อน จึงต้อนรับเขากล่าวว่า เราทั้งสองมีโชคชะตาลิขิตที่ต่างกัน เหมือนเดินกันคนละเส้นทาง (โจโฉเปรียบเทียบถึงตำราโหราศาสตร์ของราชวงศ์ฮั่น ซึ่งแบ่งกลุ่มดาวออกเป็น 28 กลุ่ม เปรียบเขากับชีสิวอยู่บนกลุ่มดาวคนละกลุ่ม) ช่างน่าประหลาดใจยิ่งนักที่ข้าได้ตัวท่านมาในวันนี้

ชีสิวตอบว่า อ้วนเสี้ยววางแผนแย่ยิ่งนัก และเขาก็นำหายนะมาสู่ตนเอง ข้านั้นไม่ฉลาดและแกร่งเพียงพอ จึงสมควรที่ข้าจะถูกจับตัวได้

โจโฉจึงว่า อ้วนเสี้ยวไม่เคยมีความคิดดี ๆ เขาปฏิเสธคำแนะนำของท่าน ตอนนี้แผ่นดินต่างสับสนวุ่นวาย ข้ายินดียิ่งนักถ้าได้ตัวท่านมาช่วยงาน

ชีสิวพูดต่อว่า ลุงข้า มารดาข้าและน้องชายข้าอยู่ในมือของอ้วนเสี้ยว ข้าจะรู้สึกเป็นบุญคุณยิ่งถ้าท่านรีบฆ่าข้า

โจโฉถอนใจพูดว่า ถ้าข้าได้ตัวท่านมาเร็วกว่านี้ แผ่นดินคงสงบสุข โจโฉปล่อยตัวเขาและปฏิบัติต่อเขาอย่างดี แต่ต่อมาเมื่อชีสิวพยายามหนีไปหาอ้วนเสี้ยว โจโฉจึงฆ่าเขาเสีย

โจโฉรวบรวมบันทึกต่าง ๆ ของอ้วนเสี้ยว รวมทั้งจดหมายสวามิภักดิ์จากคนของคนในเมืองฮูโต๋และในกองทัพ เขาเผาบันทึกทุกอย่างแล้วบอกว่า อ้วนเสี้ยวนั้นแข็งแกร่งยิ่งนัก แม้แต่ข้ายังไม่มั่นใจในตัวเอง แล้วคนของข้าจะมั่นใจได้อย่างไร

หลายหัวเมืองของมณฑลกิจิ๋ว ยอมแพ้ต่อโจโฉ

อ้วนเสี้ยวหนีไปฝั่งเหนือของแม่น้ำเหลืองที่ ลิหยง และเดินทางไปที่ค่ายของ เจียวหงี แม่ทัพของเขา อ้วนเสี้ยวกุมมือเขาพูดว่า ข้าเชื่อมั่นในตัวท่านด้วยชีวิตของข้าเอง เจียวหงี มอบกระโจมของเขาแก่อ้วนเสี้ยว มอบอำนาจคุมกองทัพให้แก่เขา เมื่อทหารอ้วนเสี้ยวรู้ว่าอ้วนเสี้ยวอยู่ที่ไหน พวกเขาก็พากันกลับมา

บางคนพูดกับเตียนห้องว่า “ท่านจะกลายเป็นคนสำคัญต่อไป”
นายท่านแม้ว่าจะดูมีใจเมตตากรุณา” เตียนห้องตอบ “แต่เขาไม่เคยลืมสิ่งใด เขาไม่เคยเห็นค่าความภักดีของข้า และข้าก็ได้ทำให้เขาโกรธหลายต่อหลายครั้งจากคำเตือนและคำแนะนำ ถ้าเขาชนะศึกนี้ เขาอาจจะยินดีและยกโทษให้ข้า แต่เวลานี้ เขาพ่ายแพ้และกำลังโกรธ อาจทำให้ความโกรธแค้นในใจลึก ๆ ของเขาแสดงออกมา ข้าไม่หวังว่าตัวเองจะมีชีวิตอยู่ได้อีก”

ทหารของอ้วนเสี้ยวต่างตีอกชกหัวร้องไห้พูดว่า ถ้าเตียนห้องอยู่ที่นี่ เราคงไม่ต้องทรมานกับการพ่ายแพ้เช่นนี้ อ้วนเสี้ยวกล่าวกับ ฮองกี๋ ว่า คนในมณฑลกิจิ๋ว รู้ว่ากองทัพข้าพ่ายแพ้และพวกเขาควรจะจำได้ว่าพวกเขาชักจูงข้าไปผิดทาง เตียนห้องนายทหารคนสนิทของข้าเป็นคนเดียวที่ไม่เห็นด้วยกับพวกเขา แต่แนะนำว่าอย่าทำการรบ ข้ารู้สึกอายเหลือเกินที่จะไปพบหน้าเขา

เมื่อเตียนห้องรู้ว่าท่านถอยทัพเขา ฮองกี๋ ตอบ เขาตบมือและหัวเราะชอบใจ เขายินดีที่ทุกสิ่งเป็นไปอย่างที่เขาคาดการณ์

อ้วนเสี้ยวพูดกับลูกน้องเขาว่า ข้าไม่ใช้คำแนะนำของเตียนห้อง เขาเลยหัวเราะเยาะข้า แล้วอ้วนเสี้ยวก็ฆ่าเตียนห้อง

ก่อนหน้านั้น เมื่อโจโฉรู้ว่าเตียนห้องไม่ได้ตามมาร่วมศึกครั้งนี้ เขายินดีและพูดว่า “อ้วนเสี้ยวจะต้องพ่ายแพ่แน่นอน” ต่อมาเมื่ออ้วนเสี้ยวหนีไป เขาพูดอีกครั้งว่า “ถ้าอ้วนเสี้ยวยอมรับคำแนะนำของนายทหารคนสนิทของเขา ทุกอย่างก็คงไม่เป็นอย่างนี้

ลูกชายสองคนของสิมโพยถูกโจโฉจับได้ Meng Dai ขุนนางของอ้วนเสี้ยวแย้งว่า สิมโพยมีตำแหน่งที่มีอำนาจสำคัญในกองทัพและเขายังมาจากตระกูลที่มีอำนาจ เวลานี้ลูกชายของเขาอยู่ทางใต้ เขาย่อมวางแผนที่จะก่อกบฏ กัวเต๋าและ ซินเป๋ง เห็นด้วย

อ้วนเสี้ยวตั้งให้ Meng Dai ผู้ดูแลกองทัพได้อำนาจคุมกองทัพรักษาการณ์ที่ Ye แทนที่สิมโพย
ฮองกี๋ ผู้ป้องกันกองทัพเคยเป็นศัตรูของสิมโพยมานาน อ้วนเสี้ยวถามเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้ ฮองกี๋ ตอบว่า “สิมโพย นั้นมีความภักดีอย่างยิงและเคารพแบบแผนของคนมีชื่อเสียงในอดีต เขาย่อมไม่ทรยศเพียงแค่ลูกชายสองคนถูกจับตัวไป ไม่ควรที่จะสงสัยเขา”

“แต่ท่านไม่เคยชอบสิมโพยเลยนี่” อ้วนเสี้ยวถาม

“การทะเลาะก่อนหน้านั้น” ฮองกี๋ ตอบ “เป็นเพียงเรื่องส่วนตัว แต่เวลานี้เรากำลังพูดถึงเรื่องของบ้านเมือง”

“ดีมาก” อ้วนเสี้ยวพูดแล้วเขาก็ไม่ยึดอำนาจของสิมโพย

หลังจากนั้นสิมโพยก็กลายเป็นเพื่อนของ ฮองกี๋

อ้วนเสี้ยวโจมตีหลายเมืองของมณฑลกิจิ๋ว ที่ก่อกบฏต่อเขาและควบคุมเมืองเหล่านั้นได้อีกครั้ง

อ้วนเสี้ยวนั้นใจดีมีเมตตาเป็นคนดี เขายังมีความสามารถและไม่เคยแสดงสีหน้าชอบพอหรือโกรธ แต่เมื่อเขาภูมิใจในตัวเอง หัวแข็งดันทุรังและทำเพื่อประโยชน์ส่วนตัว และไม่ยอมทำตามเหตุผลที่ดี เขาจึงต้องพ่ายแพ้

ในฤดูหนาว เดือนที่สิบวันที่ 6 พฤศจิกายน มีดาวหางปรากฏให้เห็น

Li Shu เจ้าเมือง โลกั๋ง ได้โจมตีและฆ่า เอียมเซียง ผู้ตรวจการมณฑลยังจิ๋วและ Mei Qiang Lei Xu และ Chen Lan แห่ง โลกั๋ง ต่างรวบรวมผู้คนหลายพันซ่องสุมระหว่างแยงซีและ Huai

โจโฉแนะนำ เล่าฮก เป็นผู้ตรวจการมณฑลยังจิ๋ว ทั้งมณฑลในตอนนั้นสามารถควมคุมได้แค่เมือง กิวกั๋ง แต่ เล่าฮก ขี่ม้าโดยลำพังไปที่ หับป๋า ที่เป็นเมืองร้างและจัดตั้งที่ทำการมณฑลขึ้นที่นั่น เขาเรียกตัว Mei Qian Lei Xu และคนอื่น ๆ มาสนับสนุนเขา และพวกเขาทั้งหมดก็ส่งบรรณาการและยอมรับการเป็นพันธมิตร

หลายปีที่ เล่าฮก ประพฤติตัวอย่างดีงามและสัตย์ซื่อ จึงมีคนร่อนเร่หลายหมื่นคนมาอยู่ภายใต้การนำของเขา เขายังขยายกองทัพและซ่อมแซมเขื่อนและประตูน้ำต่าง ๆ ชาวบ้านสามารถเก็บเกี่ยวพืชผลและเขายังเปิดให้มีการสองหนังสือและตั้งโรงเรียน เขาซ่อมแซมกำแพงเมืองและเตรียมไม้และหินจำนวนมาก เตรียมพร้อมสำหรับสงคราม

เมื่อโจโฉรู้ว่าซุนเซ็กเสียชีวิต เขาคิดที่จะใช้โอกาสนี้เพื่อโจมตี แต่เตียวเหียนคัดค้านว่า การหาประโยชน์จากภัยพิบัติของคนอื่นนั้นไม่ถูกต้องตามแบบแผนปฏิบัติที่ดี ยิ่งไปกว่านั้นถ้าท่านล้มเหลว ท่านยังสร้างศัตรูและทำลายความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองฝ่าย เวลานี้ควรที่จะแสดงความใจกว้าง (เตียวเหียนนั้นเป็นขุนนางที่ซุนเซ็กส่งไปถวายบรรณาการแก่เมืองหลวงเมื่อสองปีก่อน และถูกทางการแต่งตั้งเป็นขุนนางในท้องพระโรง)

ดังนั้นโจโฉจึงแต่งตั้งซุนกวนเป็นแม่ทัพผู้กำจัดคนชั่วร้ายพร้อมอำนาจเป็นเจ้าเมืองห้อยแข

โจโฉต้องการให้เตียวเหียนไปชักจูงให้ซุนกวนเป็นพันธมิตรใกล้ชิดกับตน เขาแต่งตั้งเตียวเหียนเป็นนายทหารผู้ควบคุมดินแดนตะวันออกของห้องแข ดังนั้นเตียวเหียนจึงมาที่ง่อ นางง่อก๊กไถ้เชื่อว่าซุนกวนยังเด็กเกินกว่าที่จะปกครองเมือง ดังนั้นนางจึงขอให้เตียวเจียวเตียวเหียน ทำงานร่วมกันเป็นผู้ช่วยของซุนกวน เตียวเหียนนั้นเป็นคนที่ไม่มีความคิดดี ๆ ซักเท่าไหร่ แต่การช่วยเหลือการบริหารและทำให้ทุกสิ่งเป็นไปด้วยดีเขาทำได้อย่างไม่มีข้อบกพร่อง

นางง่อก๊กไถ้ถาม ตังสิด นายหทารผู้แสดงความภักดีแห่งห้อยแขว่า เราจะสามารถครองดินแดนตะวันออกของแยงซีได้หรือไม่

“ดินแดนตะวันออกของแยงซีนั้นมีแม่น้ำและภูเขาเป็นปราการธรรมชาติ “ในขณะที่การปกครองอย่างดีของแม่ทัพผู้สังหารกบฏ (ซุนเซ็ก) นั้นถูกใจประชาชนยิ่งนัก แม่ทัพผู้กำจัดคนชั่วร้าย (ซุนกวน) สามารถสร้างตัวขึ้นได้จากรากฐานที่ได้วางไว้ ดังนั้นกลุ่มน้อยใหญ่ต่างก็เชื่อฟังคำสั่งเขา เตียวเจียวสามารถดูแลการบริหารบ้านเมือง ในขณะที่คนอื่น ๆ อย่างข้าก็ทำตัวเหมือนอวัยวะต่าง ๆ เข่นกรงเล็บหรือฟัน ด้วยความได้เปรียบทางภูมิประเทศและการสนับสนุนจากประชาชน ไม่มีสิ่งใดต้องวิตก

ซุนกวนส่งเตียวเหียนไปยังดินแดนของเขา เพราะว่าเตียวเหียนได้รับตำแหน่งจากทางการ ทำให้บางคนสงสัยว่าเตียวเหียนอาจจะมีแผนบางอย่าง แต่ซุนกวนปฏิเสธที่จะฟังคำเตือนเกี่ยวกับเตียวเหียน

โลซกตั้งใจที่จะกลับไปทางเหนือ แต่จิวยี่ชักชวนให้เขาอยู่ต่อ และแนะนำเขาให้แก่ซุนกวนพูดว่า “โลซกมีความสามารถที่เป็นประโยชน์ต่อเรา ท่านควรจะที่มองให้กว้าง ๆ เพื่อหาคนอย่างเขามาช่วยงานใหญ่ของท่าน”

ซุนกวนไต่ถามคำแนะนำจากโลซกและชอบใจคำตอบเขามาก เมื่อแขกคนอื่น ๆ กลับไป เขาชวนให้โลซกอยู่ต่อ และเขานั่งดื่มด้วยกันต่อ ซุนกวนพูดว่า “ราชวงศ์ฮั่นอยู่ในอันตราย ข้ามีใจที่จะทำตามแบบนอย่างของฉีหวนกงและจิ้นเหวินกง ท่านจะช่วยเหลือข้าได้อย่างไร”

“ในอดีตกาล” โลซกตอบ “แม้ว่าฮ่องเต้ฮั่นโกโจจะต้องการที่จะซื่อสัตย์และรับใช้ฮ่องเต้เฉพาะกาล แต่เขาไม่สามารถกระทำได้เพราะว่าเขาตกอยู่ภายใต้การคุกคามของเซี่ยงหวี่ เวลานี้โจโฉเป็นเหมือนดั่งเซี่ยงหวี่ และท่านจะทำตัวเหมือนฉีหวนกงหรือจิ้นเหวินกงได้อย่างไร”

“เท่าที่ข้าเห็น ราชสำนักฮั่นจะล่มสลายไปแต่โจโฉจะขึ้นมาแทน แผนกรที่ดีที่สุดของท่านคือการครอบครองแยงซีตะวันออกและเฝ้าดูการต่อสู้ของทั้งแผ่นดิน ฉกฉวยประโยชน์จากคนเหนือที่ไม่เตรียมพร้อม โจมตีหองจอและขับไล่เขาไป มุ่งหน้าไปโจมตีเล่าเปียวต่อ และยึดดินแดนตามแม่น้ำแยงซี นี่ถือเป็นงานของท่านอ๋อง”

ซุนกวนตอบว่า “เวลานี้ข้าได้เอากำลังทั้งหมดของดินแดนเราช่วยเหลือและสนับสนุนราชสำนักฮั่น สิ่งที่ท่านคาดหวังนั้นเกินกำลังของข้า”

เตียวเจียวพูดค้านโลซก บอกว่าเขายังอายุน้อยเกินไปและทำตัวแปลกประหลาด แต่ซุนกวนกลับเคารพโลซกมากยิ่งขึ้น และมอบรางวัลให้แก่เขา โลซกจึงกลับร่ำรวยเหมือนเมื่อก่อน

ซุนกวนทดสอบนายทหารผู้น้อยผู้มีกำลังทหารน้อย และมีความสำคัญต่อกองทัพน้อยไป เพื่อรวบรวมทหารพวกเขาเข้าด้วยกันเพื่อนสร้างกองทัพที่ใหญ่ขึ้น ลิบองและทหารของเขานั้นดูเข้มแข็งและผ่านการฝึกมาเป็นอย่างดี ซุนกวนประทับใจมาก จึงเพิ่มอำนาจทหารให้เขา เลื่อนขั้นและให้รางวัลแก่เขา

ล่อถงแนะนำซุนกวนให้เป็นคนที่มีมีใจสัตย์ซื่อเพื่อต้อนรับเหล่าบัณฑิต และเป็นคนขยันหมั่นเพียรเพื่อหาคำแนะนำ ควรให้มีการจัดงานเลี้ยงขึ้นหลายวันและมอบรางวัลให้แก่คนที่มีความสามารถและสามารถปราศัยได้ คนเหล่านั้นควรได้รับการรับรองอย่างดี และแสดงความสนใจเป็นพิเศษและสนับสนุนให้เขาพูดสิ่งในใจ ซุนกวนทำตามคำแนะนำนี้ ล่อถง เป็นบุตรของ Luo Jun

ซุนฟุ เจ้าเมือง Luling กลัวว่าซุนกวนจะไม่สามารถครองดินแดนแยงซีตะวันออกได้ เขาจึงลอบส่งคนส่งจดหมายให้กับโจโฉ มีบางคนรายงานเรื่องนี้กับซุนกวน ซุนกวนสังหารคนใกล้ชิดของ ซุนฟุ และแยกย้ายลูกน้องของเขา และเนรเทศ ซุนฟุ ไปยังตะวันออก

โจโฉแนะนำฮัวหิมให้มาเป็นที่ปรึกษากองทัพของซือคง

Li Shu เจ้าเมือง โลกั๋ง ปฏิเสธคำสั่งซุนกวนและหลายครั้งคิดแข็งข้อและเป็นกบฏต่อซุนกวน ซุนกวนรายงานสถานการณ์ต่อโจโฉว่า ผู้ตรวจการมณฑล เอียมเซียง ซึ่งท่านเป็นคนแต่งตั้ง และ Li Shu ได้สังหารเขา นี่เป็นอาชญากรรมที่ป่าเถื่อน เขาควรได้รับการลงโทษและถูกสังหารทันที Li Shu ต้องหลอกขอความช่วยเหลือจากท่าน ท่านนั้นครองตำแหน่งอัครเสนาบดี และท่านยังเป็นที่เคารพของคนทั่วแผ่นดิน ข้าขอร้องให้ท่านบอกลูกน้องของท่านอย่าได้ช่วยเหลือเขา

แล้วซุนกวนก็นำทัพโจมตี Li Shu ในเมืองฮวน Li Shu ขอความช่วยเหลือจากโจโฉ แต่โจโฉไม่ส่งกำลังหนุนให้เขา ทัพซุนกวนล้อมเมืองและสามารถตัดหัว Li Shuมาประจาน กองทัพของเขากว่าสองหมื่นคน ถูกยึดและย้ายไปยังที่อื่น

เล่าเปียวโจมตีเตียวเสียนติดต่อกันมาหลายปี แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ แต่ในขณะที่โจโฉรบกับอ้วนเสี้ยว โจโฉจึงไม่มีโอกาสส่งทัพมาช่วย เตียวเสียนล้มป่วยและตาย

ชาวเมืองเตียงสาตั้งเตียวเอ๊ก ลูกชายเขาขึ้นเป็นเจ้าเมืองแทน แต่เล่าเปียวโจมตีเขา พร้อมกับ เลงเหลง และ ฮุยเอี๋ยง และยึดครองได้ทั้งหมด

เขตแดนของเล่าเปียวขายเป็นหลายพันลี้ เขามีทัพมากกว่าแสนคน เขาเลิกส่งบรรณาการ เขายังทำการบูชาและบวงสรวงสวรรค์และแผ่นดินในที่ทำการเขา และใส่เสื้อผ้าเหมือนดั่งฉลองพระองค์

เพราะว่าเล่าเจี้ยงนั้นไร้สติปัญญาและอ่อนแอ เตียวฬ่อจึงปฏิเสธคำสั่งของเขา และโจมตี Zhang Xiu นายทหารของเล่าเจี้ยง ฆ่าเขาและยึดครองกองทัพ เล่าเจี้ยงโกรธมากจึงฆ่ามารดาและน้องชายเตียวฬ่อ

หลังจากนั้น เตียวฬ่อยึดฮันต๋งและประกาศสงครามกับเล่าเจี้ยง เล่าเจี้ยงส่ง บังยี่ แม่ทัพสุภาพชนแห่งราชสำนักเข้าโจมตีเขา แต่ไม่สามารถทำอะไรเตียวฬ่อได้ เล่าเจี้ยงแต่งตั้ง บังยี่ เป็นเจ้าเมือง Ba และให้ตั้งค่ายที่ Langzhong เพื่อต่อต้านเตียวฬ่อ บังยี่ ใช้อำนาจเกณฑ์ชาว Zong แห่ง Hanchang มาเป็นทหาร

บางคนจึงกล่าวหา บังยี่ ต่อเล่าเจี้ยง เล่าเจี้ยงจึงสงสัยในตัวเขา Zhao Wei คัดค้านหลายครั้ง แต่คำแนะนำของเขาไม่ถูกรับฟัง เขาจึงโกรธและไม่พอใจ

ก่อนหน้านั้น หลายหมื่นครอบครัวจาก ลำหยง และสามหัวเมืองอพยพมาสู่มณฑลเอ๊กจิ๋ว เล่าเอี๋ยน เกณฑ์พวกเขาเป็นทหาร และให้ชื่อว่า กองทัพ Dongzhou เล่าเจี้ยงเป็นคนใจกว้างและเมตตา เขาไม่มีคำสั่งใดต่อกองทัพนี้ และเมื่อทัพ Dongzhou ปล้นและทำร้ายคนท้องถิ่น เล่าเจี้ยงก็ไม่สามารถป้องกันอะไรได้

Zhao Wei เป็นขุนนางที่ประชาชนรักใคร อาศัยประโยชน์จากความไม่พอใจของคนในมณฑลเอ๊กจิ๋ว เขาก่อการกบฏ นำทัพหลายหมื่นโจมตีเล่าเจี้ยง เขามอบของกำนัลจำนวนมากเพื่อเป็นพันธมิตรกับเล่าเปียว เมืองจ๊ก Guanghan และ Jiangwei ล้วนแต่เข้าร่วมกับเขา

Sanguo in Thai Language

All informations about Sanguo in this website was translated from other sanguo websites. Main informations are from asianstudies.anu.edu.au by Adjunct Professor Rafe de Crespigny, wikipedia.org and kongming.net. It takes almost a year for me to completed all informations, I hope Sanguo fan in Thailand will like it.

เนื้อหาเกี่ยวกับสามก๊กในเวบนี้ ผมแปลจากเวบที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับสามก๊กภาษาอังกฤษ เนื้อหาส่วนหลักนั้นนำมาจาก ผลงานของ ศาสตราจารย์ Rafe De Crespigny โดยได้รับการอนุญาตจากตัวศาสตราจารย์ และทางมหาวิทยาลัย Australian National University โดยทางมหาวิทยาลัยขอให้ลงข้อความนี้

1. the original English version was published by the Faculty of Asian Studies – Australian National University in 1996.
1. บทความต้นฉบับภาษาอังกฤษนี้ ได้ถูกตีพิมพ์โดยคณะเอเชียนศึกษา มหาวิทยาลัย Australian National ในปี 1996

2. This writer have the author’s permission to publish his work in translation.
2. ผู้เขียนได้รับการอนุญาตจากผู้เขียนต้นฉบับนี้แล้วให้สามารถทำการเผยแพร่ผลงานแปลได้

ตามความประสงค์ของทางมหาวิทยาลัย บทความบางส่วนแปลมาจากเวบ wikipedia.org และ kongming.net

สามก๊ก

Feel Thailand Sanguo สามก๊ก
Feel Thailand Sanguo สามก๊ก
เนื้อเรื่องสามก๊ก
183 AD    184 AD    185 AD    186 AD    187 AD    188 AD    189 AD    190 AD    191 AD    192 AD    193 AD    194 AD    195 AD    196 AD    197 AD    198 AD    199 AD    200 AD    201 AD    202 AD    203 AD    204 AD    205 AD    206 AD    207 AD    208 AD    209 AD    210 AD    211 AD    212 AD    213 AD    214 AD    215 AD    216 AD    217 AD    218 AD    219 AD    220 AD
Feel Thailand Sanguo สามก๊ก เกร็ดสามก๊ก
รายชื่อสามก๊ก(ใหม่)   รายชื่อสามก๊ก   แผนที่สามก๊ก    แผนผังตระกูลซุน    ยศทหารและขุนนางในสามก๊ก
Feel Thailand Sanguo สามก๊ก
Feel Thailand Sanguo สามก๊ก
๏ปฟ