ปีเจี้ยนอันที่ 2 198 AD (26 มกราคม 198 13 กุมภาพันธ์ 199)
ในฤดูใบไม้ผลิ เดือนแรก โจโฉกลับไปยังเมืองฮูโต๋ในเดือนที่สาม โจโฉโจมตีเตียวสิ้วอีกครั้ง เตียวสิ้วและเล่าเปียวเป็นพันธมิตรกัน แต่ซุนฮกแนะนำว่า เตียวสิ้วไม่มีเมืองเป็นฐานที่มั่นสำหรับกองทัพเขา ดังนั้นต้องมีเวลาที่เตียวสิ้วขอเสบียงอาหารจากเล่าเปียว แล้วเล่าเปียวไม่สามารถให้เขาได้ พวกเขาก็จะเริ่มผิดใจกัน
วิธีที่ดีที่สุดคือการนำกองทัพกลับและรอช่วงเวลานี้ และหาวิธีจับตัวเตียวสิ้ว ถ้าท่านเร่งรีบเกินไป ก็จะทำให้พวกเขาช่วยเหลือกันมากขึ้น โจโฉไม่เชื่อคำแนะนำ และปิดล้อมเตียวสิ้วที่ Rang
ในฤดูร้อน เดือนที่สี่ Pei Mou นำราชโองการถึงเจ้าเมืองทุกคน ตวนอุยและขุนนางคนอื่นลงโทษลิฉุย พวกเขาฆ่าลิฉุยและคนในครอบครัว ตวนอุย ถูกแต่งตั้งเป็นแม่ทัพผู้นำความสงบสู่ทิศใต้และได้รับตำแหน่งพระยาแห่งตำบล Min
หลายปีที่ผ่านมา ทุกครั้งที่อ้วนเสี้ยวได้รับราชโองการ เขามักจะกังวลเสมอว่าราชโองการจะสร้างปัญหาให้แก่เขา เขาจึงพยายามที่นำฮ่องเต้มาอยู่กับเขา เขาส่งคนไปหาโจโฉ แนะนำว่าเมืองฮูโต๋นั้นอยู่ในพื้นที่ลุ่มเต็มไปด้วยหนองน้ำ และเมืองลกเอี๋ยงก็เสียหาย ดังนั้นเมืองหลวงควรจะย้ายมาอยู่ที่ Juancheng เพื่อง่ายแก่การส่งเสบียง แต่โจโฉปฏิเสธ
เตียนห้องบอกกับอ้วนเสี้ยวว่า เวลานี้ความคิดที่จะย้ายเมืองหลวงนั้นไม่สำเร็จแล้ว ท่านต้องวางแผนโจมตีเมืองฮูโต๋แล้วนำองค์ฮ่องเต้มาประทับที่นี่ด้วยตัวเอง ท่านสามารถอ้างได้ว่าท่านกระทำไปตามพระประสงค์ของฮ่องเต้ แล้วท่านก็จะควบคุมได้ทั้งแผ่นดิน นี่เป็นแผนการที่ยอดเยี่ยม ถ้าท่านไม่ทำตาม ท่านก็จะถูกคนอื่นจัดการในที่สุด ถึงตอนนั้นก็สายเกินกว่าจะเสียใจ อ้วนเสี้ยวไม่ฟังคำแนะนำของเขา
ในตอนนั้น คนที่ละทิ้งอ้วนเสี้ยวมาอยู่กับโจโฉได้รายงานว่า เตียนห้องเร่งให้อ้วนเสี้ยวโจมตีเมืองฮูโต๋ โจโฉจึงเลิกปิดล้อม Rang และกลับมาที่ฮูโต๋ เตียวสิ้วจึงนำทัพรอดออกมาได้
ในเดือนที่ห้า เล่าเปียวส่งกองทัพไปช่วยเตียวสิ้ว พวกเขาตั้งค่ายที่ Anzhong และรักษาด่านป้องกันการหลบหนีของศัตรู โจโฉเขียนจดหมายถึงซุนฮกว่า เมื่อข้ายกทัพถึง Anzhong ข้าต้องได้ชัยเหนือเตียวสิ้ว
เมื่อกองทัพโจโฉมาถึง Anzhong กองทัพโจโฉถูกล้อมด้านหน้าและหลัง ในคืนนั้นทัพโจโฉขุดหลุมพลางและแกล้งหลบหนี ทัพเล่าเปียวและเตียวสิ้วยกทัพเข้าตีเต็มกำลัง โจโฉนำทหารออกจากที่ซ่อน โจมตีทั้งซ้ายหวาและสามารถเอาชนะพวกเขาได้
ในเวลาต่อมา ซุนฮกถามโจโฉว่า ในเวลานั้นท่านรู้ได้อย่างไรว่าศัตรูจะพ่ายแพ้ ท่านบอกข้าได้หรือไม่
โจโฉพูดว่า พวกเขาตัดทางหนีของข้า ทำให้ข้าเข้าสู่ ที่ตาย (จนตรอก) ข้าจึงรู้ว่าข้าจะต้องชนะ
เมื่อเตียวสิ้วจะไล่โจมตีทัพโจโฉ กาเซี่ยงหยุดเขาไว้พูดว่า ท่านต้องไม่โจมตีเขา ไม่อย่างนั้นท่านต้องพ่ายแพ้แน่นอน เตียวสิ้วไม่ฟังเขา และส่งคนไปโจมตี พวกเขาจึงพ่ายแพ้
เมื่อพวกเขากลับมา กาเซี่ยงอยู่ที่กำแพงเมืองบอกกับเตียวสิ้วว่า กลับไปโจมตีทัพโจโฉอีกครั้ง ครั้งนี้ท่านต้องชนะแน่นอน เตียวสิ้วขอบคุณเขาพูดว่า ครั้งก่อนข้าไม่เชื่อคำแนะนำของท่าน จึงต้องพ่ายแพ้กลับมา แล้วข้าจะโจมตีอีกครั้งได้อย่างไร
กาเซี่ยงจึงตอบว่า สงครามเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ตามเขาไปโดยเร็ว เตียวสิ้วเชื่อฟังกาเซี่ยงมาโดยตลอด เขาจึงรวบรวมทหารที่กระจัดกระจาย และตามโจมตีอีกครั้ง และได้ชัยชนะ
เมื่อเขากลับมา เขาถามกาเซี่ยงว่า ข้าไล่โจมตีกองทัพที่ถอยหนีด้วยทหารชั้นเยี่ยม ท่านกลับบอกว่าข้าจะพ่ายแพ้ แต่เมื่อข้าจะโจมตีกองทัพศัตรูที่กำลังฮึกเหิมจากชัยชนะด้วยทหารที่แตกพ่ายมา ท่านบอกว่าข้าจะชนะ ทั้งสองครั้งท่านล้วนถูกต้อง ท่านคาดการณ์ได้อย่างไร
กาเซี่ยงตอบว่า ง่ายมาก ท่านนั้นเก่งกาจเรื่องจัดการกองทัพ แต่ยังเทียบกับท่านโจโฉไม่ได้ เมื่อท่านโจโฉเหลือทางเลือกเพียงทางเดียวคือถอยทัพ เขาต้องมาสั่งการควบคุมทัพหลังด้วยตัวเองเพื่อป้องกันอย่างดี นี่คือเหตุที่ข้ารู้ว่าท่านต้องพ่ายแพ้
ท่านโจโฉมาโจมตีท่าน และแผนการเขาก็รัดกุมไม่บกพร่อง กองทัพก็ยังแข็งแกร่ง แต่เขาถอยทัพกลับทันที ดังนั้นต้องมีเรื่องเกิดขึ้นที่เมืองของเขา ดังนั้นเมื่อเขาโจมตีท่านได้ เขาต้องเร่งรีบเพื่อกลับเมืองด้วยกองทหารที่เดินทางรวดเร็ว ทิ้งลูกน้องของเขาบัญชาการทัพหลัง แม้ว่าลูกน้องของเขาจะเก่งกาจ แต่พวกเขาไม่เก่งเท่าท่าน นี่คือเหตุที่ท่านสามารถใช้ทหารที่แตกพ่ายเอาชนะศัตรูได้ เตียวสิ้วนั่งฟังด้วยความชื่นชม
ลิโป้เป็นพันธมิตรกับอ้วนสุดอีกครั้ง และส่งโกซุ่น และเตียวเลี้ยวไปโจมตีเล่าปี่ โจโฉส่งแฮหัวตุ้นไปช่วยเล่าปี่ แต่แฮหัวตุ้นแพ้ให้กับทัพของโกซุ่น
ในฤดูหนาว เดือนที่สิบเอ็ด โกซุ่นยึดเมือง Pei และจับครอบครัวเล่าปี่ไว้ เล่าปี่หลบหนีไปได้เพียงลำพัง
โจโฉต้องการนำทัพไปโจมตีลิโป้ด้วยตัวเอง แต่เหล่าลูกน้องทัดทานว่า เล่าเปียวและเตียวสิ้วอยู่เบื้องหลังท่าน ถ้าท่านไปโจมตีลิโป้ พวกเขาต้องไม่ปล่อยโอกาสนี้ไปแน่
ซุนฮิวจึงพูดว่า เล่าเปียวและเตียวสิ้วเพิ่งจะพ่ายแพ้ไปไม่นาน พวกเขาไม่กล้าที่จะลงมืออะไรในช่วงนี้แน่ ลิโป้นั้นกล้าหาญและกล้าแกร่ง และกลับไปเป็นพันธมิตรกับอ้วนสุดอีกครั้ง ถ้าอ้วนสุดอนุญาตให้ลิโป้กระทำการตามใจในเขตระหว่างแม่น้ำ Huai และแม่น้ำ Si เหล่าบรรดาชายฉกรรจ์ในแถบนั้นต้องไปเข้าร่วมกับเขา ก่อนที่ลิโป้จะคิดก่อกบฏ และก่อนที่เขาจะเตรียมกองทัพ นี่เป็นเวลาที่ควรโจมตีลิโป้ ถ้าท่านโจมตีในทันที ท่านจะเอาชนะเขาได้แน่นอน โจโฉพูดว่า แผนท่านวิเศษมาก
เมื่อโจโฉเดินทัพไปโจมตีลิโป้ เหล่าหัวหน้าโจรภูเขาไท้ซาน จงป้า ซุนก้วน งอตุ้น อินเล้ เซียงหู และคนอื่นต่างเข้าร่วมกับลิโป้
โจโฉพบกับเล่าปี่ที่ Liang และเดินทัพด้วยกันไปที่ แพเสีย ตันก๋งแนะนำลิโป้ว่า โจมตีพวกเขาทันทีใตขณะที่ทหารพวกเขาเหนื่อยล้าจากการเดินทาง ทหารที่ยังสมบูรณ์ของท่านไม่มีทางพ่ายแพ้
ลิโป้บอกว่า รอให้พวกเขาเคลื่อนพลมาอีก แล้วเราค่อยโจมตีพวกมันให้ถอยร่นไปแม่น้ำ Si
ในฤดูหนาวเดือนที่สิบ โจโฉโจมตีแพเสีย ตันเต๋งเจ้าเมืองกองเหลง นำทัพจากเมืองตัวเองเป็นเหมือนทัพหน้าให้กับโจโฉ และมุ่งไปเมืองแห้ฝือ ลิโป้นำทัพหลายต่อหลายครั้งต่อสู้กับโจโฉ แต่พ่ายแพ้ย่อยยับหลายต่อหลายครั้ง ลิโป้จึงนำทัพกลับไปรักษาการณ์เมืองแห้ฝือ ไม่กล้ายกทัพมาสู้อีก
โจโฉส่งจดหมายให้ลิโป้ บรรยายสถานการณ์ให้เขาได้รู้ ลิโป้หวาดกลัวมากและต้องการที่จะยอมแพ้ แต่ตันก๋งบอกว่า โจโฉเดินทางเป็นระยะทางไกลจากเมืองตัวเอง เขาไม่สามารถจะตั้งทัพอยู่ได้นาน ถ้าท่านนำทหารไปตั้งค่ายอยู่ภายนอกเมือง ข้าจะรับหน้าที่คุมทหารภายในเมือง ถ้าเขาโจมตีค่ายท่าน ข้าจะยกทัพไปโจมตีทางด้านหลัง ถ้าเขาโจมตีเมือง ท่านก็สามารถช่วยเหลือได้จากภายนอก ภายในไม่มีสัปดาห์ เสบียงทัพโจโฉย่อมหมดไป เมื่อนั้นเราโจมตีทัพโจโฉ ก็จะได้รับชัยชนะ
ลิโป้เห็นด้วย เขาให้ตันก๋งและโกซุ่นรักษาเมือง ส่วนตัวเขานำทหารม้าไปตั้งค่ายตัดเส้นทางเดินเสบียงอาหารของทัพโจโฉ แต่ภรรยาลิโป้บอกกับเขาว่า ตันก๋งและโกซุ่นนั้นมีเรื่องไม่ลงรอยกันในอดีต ทันทีที่ท่านจากไป พวกเขาต้องทะเลาะกันเรื่องรักษาการณ์เมืองแน่ ถ้าเกิดเรื่องร้ายขึ้นท่านจะจัดการได้อย่างไร อีกอย่างโจโฉปฏิบัติต่อตันก๋งเป็นอย่างดี เหมือนดั่งลูกตัวเอง แต่เขาก็ยังจากโจโฉมาและมาหาเรา ท่านเองปฏิบัติต่อตันก๋งไม่ดีไปกว่าโจโฉแน่ ท่านตั้งใจจะทิ้งให้เขาดูแลเมือง ปล่อยบุตรภรรยาของท่านไว้ตามลำพัง ส่วนตัวท่านออกไปสู้รบตัวคนเดียวกับเหล่าทหาร ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นที่นี่ ข้าจะเป็นภรรยาอีกได้ยังไง
ลิโป้จึงล้มเลิกแผนดังกล่าว เขาส่งเค้ากี๋และอองก้าย ไปหาอ้วนสุดขอความช่วยเหลือ อ้วนสุดจึงว่า ลิโป้ปฏิเสธไม่ส่งลูกสาวให้มาแต่งงานกับบุตรชายข้า มันก็เป็นการสมควรแล้วที่เขาจะพินาศไป เหตุใดท่านจึงมาขอความช่วยเหลือจากข้า
เค้ากี๋และอองก้ายตอบว่า ถ้าท่านไม่ช่วยเหลือลิโป้ในตอนนี้ ก็เท่ากับว่าท่านปล่อยให้ตัวเองย่อยยับไปเช่นกัน เมื่อลิโป้พ่ายแพ้ ตัวท่านเองก็ต้องพินาศไปด้วย อ้วนสุดจึงเคลื่อนทัพเพื่อให้ลิโป้มีกำลังใจที่มีคนมาช่วย
แต่ลิโป้กลัวว่าอ้วนสุดจะไม่เคลื่อนทัพช่วยจริง เพราะว่าเขาไม่ยอมส่งตัวบุตรสาวให้ เขาจึงเอาผ้าไหมผูกตัวบุตรสาวตัวเองไว้กับหลังเขา และลอบออกจากเมืองตอนกลางคืน แต่พวกเขาพบกับทหารโจโฉ ซึ่งยิงธนูใส่พวกเขา จนพวกเขาไม่สามารถหลบหนีไปได้ต้องกลับเขาเมืองในที่สุด
เตียวเอี๋ยงเจ้าเมืองโห้ลาย เป็นเพื่อนลิโป้มาเป็นเวลานาน เขาต้องการมาช่วยเหลือลิโป้ แม้ว่าเขาจะไม่สามารถสู้กับทัพโจโฉได้ แต่เขาก็ยกทัพมาที่ Dongshi เพื่อสนับสนุน
ในเดือนที่สิบเอ็ด เอียวสิวลูกน้องของเตียวเอี๋ยงฆ่าเตียวเอี๋ยงและเตรียมนำทัพไปสวามิภักดิ์กับโจโฉ ซุยโก๋นายทหารรองฆ่าเอียวสิวและนำทัพขึ้นเหนือไปอยู่กับอ้วนเสี้ยว
เตียวเอี๋ยงเป็นคนที่สุภาพและรักสันติสุข เขาไม่เคยลงโทษใครเลย เมื่อไหร่ที่ลูกน้องเขาคิดทรยศเขา ทุกครั้งที่เขาจับได้ เขาจะร้องไห้ให้คนเหล่านั้น ยกโทษให้อย่างรวดเร็ว และไม่ซักถามสิ่งใดอีก ด้วยเหตุนี้เขาจึงพบกับจุดจบ
โจโฉคุดคูรอบล้อมเมืองแห้ฝือ แต่ต่อมาไม่นานทหารของเขาก็อ่อนล้า เขาจึงคิดถึงการถอยทัพ
แต่ซุนฮิวกับกุยแกบอกว่า ลิโป้นั้นแข็งแกร่ง แต่ไร้ความสามารถในการวางแผน เขาต่อสู้กับท่านหลายต่อหลายครั้งแต่พ่ายแพ้ ย่อมไม่เหลือกำลังใจต่อสู้ กองทัพต่างยึดผู้นำเป็นแบบอย่าง เมื่อผู้นำหมดกำลังใจ กองทัพย่อมสูญเสียกำลังใจด้วย ตันก๋งนั้นชาญฉลาด แต่เขาคิดการต่าง ๆ ช้าไป ถ้าท่านโจมตีอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ลิโป้จะได้กำลังใจกลับคืน ก่อนที่ตันก๋งจะวางแผน ท่านต้องปราบลิโป้ได้แน่
ทัพโจโฉจึงทดน้ำในแม่น้ำ Yi และ Si เข้าท่วมเมืองแห้ฝือ
หลังจากนั้นสองสามสับดาห์ ทัพลิโป้ได้รับความลำบากจากน้ำท่วม ลิโป้ตะโกนจากกำแพงเมืองบอกทหารคนหนึ่งของโจโฉ ถ้าเจ้าไม่ทำให้ข้าลำบากเช่นนี้ ข้าจะยอมแพ้ต่อนายท่านของพวกเจ้า
ตันก๋งจึงว่าโจรกบฏโจโฉ ท่านไปเรียกมันว่าเป็นนายท่านได้อย่างไร ถ้าท่านยอมแพ้แก่เขา ชีวิตท่านก็เหมือนกับไข่ที่กระทบก้อนหิน ท่านคิดว่าสามารถเอาชีวิตรอดได้อย่างนั้นหรือ
โฮเสงลูกน้องของลิโป้เสียม้าฝีเท้าดีของเขาไป แต่ได้กลับมาในภายหลัง ลูกน้องของเขาจึงจัดงานเลี้ยงเพื่อแสดงความดีใจต่อเขา พวกเขาดิ่มสุราและกินอาหารกัน โฮเสงนำสุราอาหารไปให้แก่ลิโป้ แต่ลิโป้พูดอย่างโกรธเคืองว่า ข้าสั่งห้ามกินเหล้า แต่เจ้ากลับทำสุราแจกจ่าย หรือเจ้าคิดใช้สิ่งนี้ชักจูงผู้คนให้ทรยศข้า โฮเสงเสียใจและรู้สึกหวาดกลัว
ในเดือนที่สิบสอง วันที่ 7 พฤศจิกายน โฮเสง ซงเหียน งุยซกและคนอื่น ๆ ลักพาตัวตันก๋งและโกซุ่นและนำทัพพวกเขาไปยอมจำนน ลิโป้และลูกน้องที่เหลือหนีขึ้นไปยังหอคอยประตูขาว แต่เนื่องจากทัพโจโฉล้อมรอบเต็มไปหมด ลิโป้จึงสั่งลูกน้องให้ตัดหัวเขาส่งให้โจโฉ แต่ไม่มีใครกล้าทำเช่นนั้น ลิโป้จึงลงไปยอมแพ้
ลิโป้พบกับโจโฉพูดว่า นี่เป็นวันที่แผ่นดินจะสงบสุข
โจโฉถามว่า ใยเจ้าจึงพูดเช่นนี้
ลิโป้อธิบายว่า ข้าเป็นเพียงคนเดียวที่เป็นอันตรายต่อนายท่าน เวลานี้ข้าได้มารับใช้ท่าน ขอท่านสั่งการให้ข้าควบคุมทหารม้าและท่านคุมพลทหาร การรวบรวมแผ่นดินก็ไม่ใช่เรื่องยาก แล้วลิโป้ก็หันไปทางเล่าปี่ พูดว่าเล่าปี่ท่านเป็นแขกมีเกียรติในที่แห่งนี้ ข้าเป็นเชลยศึก เชือกเหล่านี้มัดแน่นหนาเหลือเกิน ท่านจะไม่พูดเพื่อข้าซักคำบ้างหรือไร
โจโฉหัวเราะพูดว่า จะจับเสือ ข้าก็ต้องมัดให้มันแน่นหนาเข้าไว้ แล้วโจโฉก็สั่งให้คลายเชือกที่มัดลิโป้
เล่าปี่บอกว่า ท่านไม่ควรทำเช่นนั้น ท่านจำไม่ได้หรือว่าลิโป้ทำอย่างไรกับเต็งหงวนและตั๋งโต๊ะ โจโฉพยักหน้าเห็นด้วย ลิโป้จ้องมองเล่าปี่พูดว่า ไอ้หูใหญ่ แกมันคดในข้อ งอในกระดูก
โจโฉพูดกับตันก๋งว่า ตันก๋งท่านมักจะอ้างเสมอว่าตัวท่านรอบรู้กว่าคนทั่วไป เหตุใดท่านจึงพบจุดจบเช่นนี้ ตังก๋งชี้ไปที่ลิโป้พูดว่า เจ้าคนนี้ปฏิเสธคำแนะนำของข้า จึงพบจุดจบเช่นนี้ ถ้าเชื่อตามคำแนะนำของข้า เราคงไม่ถูกจับตัวได้
โจโฉว่าต่อ แล้วมารดาที่แก่เฒ่าของท่านล่ะ ตันก๋งจึงว่าข้าเคยได้ยินว่า คนที่ปกครองแผ่นดิน และเป็นคนที่กตัญญูต่อบิดามารดาตัวเอง ย่อมไม่ทำร้ายครอบครัวผู้อื่น ไม่ว่ามารดาข้าจะอยู่หรือตาย ล้วนขึ้นอยู่กับท่านไม่ใช่ข้า
โจโฉถามต่อ แล้วภรรยาและบุตรของท่าน ตันก๋งตอบว่า ข้าเคยได้ยินอีกว่า คนที่ปกครองแผ่นดินด้วยความเมตตาย่อมไม่สังหารทายาทของผู้อื่น ครอบครัวข้าจะเป็นหรือตายขึ้นอยู่กับท่านไม่ใช่ข้า
โจโฉจึงไม่ซักถามอะไรอีก ตันก๋งจึงขอให้นำตัวเข้าไปประหาร เขาจากไปโดยไม่ชำเลืองกลับมามอง โจโฉร้องไห้ให้กับเขา
ตันก๋ง ลิโป้และโกซุ่น ทั้งหมดถูกฆ่าโดยการรัดให้หายใจไม่ออก ศรีษะพวกเขาถูกนำไปประจานในตลาดเมืองฮูโต๋ โจโฉนำมารดาตันก๋งไปเลี้ยงดูจนวาระสุดท้ายของชีวิตนาง โจโฉยังจัดการแต่งงานให้กับลูกสาวตันก๋งและดูแลครอบครัวตันก๋งอย่างดีมากกว่าที่เคยทำมา
ตันกี๋และตันกุ๋น บุตรชายของเขาอยู่กับทัพของลิโป้ โจโฉปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างดีและแต่งตั้งเขาเป็นขุนนางของตัวเอง
เตียวเลี้ยวนำกองทัพมายอมแพ้ และได้รับแต่งตั้งเป็นแม่ทัพ
จงป้าหลบซ่อนตัว โจโฉจึงรวบรวมคนออกตามหาจนพบ และใช้เขาไปหางอตุ้น อินเล้ ซุนก้วนและคนอื่น พวกเขาจึงมาหาโจโฉเพื่อยอมแพ้ โจโฉแบ่งเมือง ฮองหลิมและDonghaiเป็น Chengyang Licheng และ Changlu และแต่งตั้ง จงป้า และพวกให้เป็นเจ้าเมือง
ก่อนหน้านั้น เมื่อโจโฉอยู่ที่มณฑลกุนจิ๋ว เขาได้แต่งตั้ง Xu Xi และ Mao Hui เป็นขุนนางบริหารมณฑล แต่เมื่อทั้งมณฑลก่อการกบฏ ทั้งสองก็ร่วมด้วย เมื่อโจโฉยึดมณฑลกุนจิ๋ว คืนได้ Xu Xi และ Mao Hui จึงหนีไปหาจงป้า
โจโฉส่งเล่าปี่ไปหาจงป้า พร้อมคำสั่งให้ตัดหัวทั้งสองคน แต่จงป้าตอบว่า เหตุผลที่ข้าได้รับการยกย่องเพราะว่าข้าไม่ประพฤติเช่นนั้น แต่เพราะว่านายท่านมีบุญคุณต่อข้า ข้าไม่อาจขัดคำสั่งได้ แต่ผู้ครองอำนาจราชสำนักควรจะยึดมั่นในความยุติธรรม ข้าขอร้องท่านเล่าปี่ให้ช่วยพูดแทนพวกเขาด้วย
เล่าปี่บอกกับโจโฉในสิ่งที่จงป้าพูด โจโฉชื่นชมในตัวจงป้าและตอบเขาว่า นี่เป็นสิ่งที่ควรประพฤติในอดีต สิ่งที่ท่านปฏิบัติ ข้าเองพอใจยิ่งนัก โจโฉจึงแต่งตั้ง Xu Xi และ Mao Hui ให้มีตำแหน่งในการบริหารดังเดิม
ด้วยความดีความชอบของเขา ตันเต๋งได้รับแต่งตั้งเป็นแม่ทัพผู้ควบคุมความสงบฝูงชน
เล่าเปียวและอ้วนเสี้ยวเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิด ตังสิดเองประท้วงเล่าเปียวในเรื่องนี้ แต่เล่าเปียวตอบว่า กิจภายใน ข้าไม่เคยละเว้นการส่งบรรณาการให้ราชสำนัก กิจภายนอกข้าไม่เคยหักหลังฮ่องเต้ คนทั่วไปต่างก็รู้ว่าข้าไม่เคยทำสิ่งใดผิด เหตุใดท่านจึงถามข้าเรื่องนี้ ตังสิดจึงอ้างว่าป่วยและหลบหนีไป
เตียวเสียนเจ้าเมืองเตียงสาเป็นคนดื้อดึง เล่าเปียวปฏิบัติต่อเขาไม่ดีนัก หองไก่เลยแนะนำให้เขานำกองทัพของเตียงสา เลงเหลงและ ฮุยเอี๋ยง ต่อต้านเล่าเปียวและส่งคนไปหาโจโฉ เตียวเสียนก็ทำตาม
ซุนเซ็กส่งตัว เตียวเหียนนำบรรณาการไปมอบแก่ราชสำนัก โจโฉต้องการซุนเซ็กเป็นพันธมิตร เขาจึงตั้งให้ซุนเซ็กเป็นแม่ทัพผู้ปราบกบฏและตำแหน่งพระยาแห่งง่อ เขายังส่งลูกสาวน้องชายของเขาให้แต่งงานกับซุนของน้องชายซุนเซ็ก และขอบุตรสาวซุนเบน มาแต่งงานกับโจเจียงลูกชายเขา และส่งเทียบเชิญต่างหากให้กับซุนกวนและซุนเซียงน้องชายซุนเซ็กให้มาเป็นขุนนางในราชสำนัก และแต่งตั้งเตียวเหียนเป็นขุนนางในท้องพระโรง
อ้วนสุดแต่งตั้งจิวยี่ควบคุม Juchao และโลซกให้ควบคุม Dongcheng แต่ทั้งสองรู้สึกว่าอ้วนสุดไม่สามารถทำการใหญ่สำเร็จได้ เขาจึงละทิ้งตำแหน่งข้ามแม่น้ำแยงซีมารับใช้ซุนเซ็ก ซุนเซ็กแต่งตั้งจิวยี่เป็นแม่ทัพ และโลซกจึงถือโอกาสนี้นำครอบครัวของเขามาพักที่ขยกโอ๋
โจโฉเรียกตัวอองลองมารับใช้ราชสำนัก ซุนเซ็กอนุญาตให้เขาไป โจโฉแต่งตั้งเขาเป็นขุนนางที่ปรึกษาของซือคง
อ้วนสุดส่งคนนำตราตั้งไปมอบให้กับเหล่าผู้นำในตันเอี๋ยง Zu Lang และคนอื่น ๆ จึงระดมคนจากเผ่าชานเย่ว์ร่วมกันโจมตีซุนเซ็ก
เมื่อเล่าอิ้วหนีไปอิเจี๋ยง ไทสูจู้หลบซ่อนตัวอยู่ในเทือกเขา Wuhu และตั้งตัวเองเป็นเจ้าเมืองตันเอี๋ยง ซุนเซ็กปราบปราบหัวเมืองตะวันออกของ Xuancheng เหลือเพียงหกหัวเมืองของเกงจิ๋วที่ยังไม่ขึ้นกับเขา ไทสูจู้นำทหารของเขามุ่งไปเกงจิ๋ว ที่นั่นคนจากเผ่าชานเย่ว์จำนวนมากเข้าร่วมกับเขา
ซุนเซ็กนำกำลังโจมตี Zu Lang ที่ Lingyang จับตัว Zu Lang ได้ ซุนเซ็กพูดกับเขาว่า ท่านเคยโจมตีข้ามาก่อน เคยฟันอานม้าของข้า แต่เวลานี้ข้ากำลังรวบรวมผู้คนเพื่อกอบกู้แผ่นดิน ข้าไม่สนใจว่าคนผู้นั้นจะเคยเป็นศัตรูของข้ามาก่อน ตราบใดที่เขามีความสามารถรับใช้บ้านเมืองได้ ศัตรูของข้าที่ต้องการรับใช้ข้า ไม่ใช่เพียงท่าน ล้วนไม่จำเป็นต้องกลัวข้า Zu Lang จึงคำนับซุนเซ็ก ซุนเซ็กตัดเชือกที่พันธนาการเขาออกและแต่งตั้งเขาเป็นหัวหน้ายามรักษาการณ์กองทัพของเขา
ซุนเซ็กโจมตีไทสูจู้ในเวลาต่อมาที่ Yongli และจับตัวเขาได้ ซุนเซ็กคลายเชือกออกและจับมือไทสูจู้พูดว่า ท่านยังจำเหตุการณ์ที่เขาสินเต๋ง ได้หรือไม่ ถ้าท่านจับตัวข้าได้ อะไรจะเกิดขึ้น
ไทสูจู้ตอบว่า ข้าไม่อาจคาดได้
ซุนเซ็กหัวเราะชอบใจพูดว่า ข้าจะบอกแผนการณ์ทุกอย่างของข้าให้ท่านล่วงรู้ ข้าได้ยินมาว่า ท่านทั้งกล้าหาญและซื่อสัตย์ และเป็นคนหนึ่งในบรรดาคนที่ฉลาดที่สุดของแผ่นดิน แต่ท่านยังไม่ได้พบเจ้านายที่ท่านคู่ควร
ข้าขอเป็นเพื่อนสนิทของท่าน ท่านจงมั่นใจได้ว่า บัดนี้ท่านได้พบคนที่ท่านตามหา ซุนเซ็กแต่งตั้งไทสูจู้เป็นนายทหารในสังกัดของเขาทันที
เมื่อพวกเขายกทัพกลับ Zu Lang และไทสูจู้ต่างอยู่ในทัพหน้าของกองทัพ ทุกคนจึงสังเกตว่าพวกเขาได้รับความชอบเช่นไร
ในเวลานั้น เล่าอิ้วในอิเจี๋ยงได้เสียชีวิตลง คนติดตามของเขาหมื่นกว่าคน ล้วนแต่ต้องการให้ฮัวหิมเป็นผู้นำพวกเขา แต่ฮัวหิมพูดว่า การหาประโยชน์จากโอกาสเช่นนี้เข้ายึดอำนาจ หาใช่สิ่งที่ข้ารับใช้ที่สัตย์ซื่อควรทำไม่ ผู้คนพยายามยกเขาเป็นผู้นำอยู่หลายเดือน แต่ในที่สุดพวกเขาก็ปล่อยฮัวหิมไป และทำให้ไม่มีใครเป็นผู้นำพวกเขาอย่างแท้จริง
ซุนเซ็กสั่งการให้ไทสูจู้ไปเชิญชวนพวกเขา พูดกับไทสูจู้ว่า ท่านเล่าอิ้วนั้นมีอคติกับข้าที่ไปโจมตีเมืองโลกั๋ง ตามคำสั่งของอ้วนสุด บิดาที่ล่วงลับไปของข้ามีทหารหลายพันนายซึ่งล้วนอยู่ในอาณัติของอ้วนสุด ข้าเองก็มีความทะเยอทะยานที่จะสร้างตัวเป็นใหญ่ แต่ถ้าข้าขอทหารของบิดาข้าจากอ้วนสุด ข้าต้องมีเรื่องบาดหมางกับเขาแน่ ต่อมาเมื่ออ้วนสุดประพฤติตัวเป็นกบฏต่อราชสำนัก ข้าได้พยายามท้วงติง แต่เขากลับไม่รับฟัง ด้วยเหตุผลนี้ข้าจึงต้องเลิกรับใช้อ้วนสุด นี่คือเรื่องราวทั้งหมดตั้งแต่ข้ารับใช้และแตกแยกกับอ้วนสุด
ข้าเสียใจอย่างมากที่ข้าเองไม่มีโอกาสได้อธิบายเรื่องนี้กับท่านเล่าอิ้วเวลาที่เขายังมีชีวิตอยู่ เวลานี้บุตรหลานของท่านเล่าอิ้วอยู่ที่ อิเจี๋ยง ท่านจงไปพบกับพวกเขา ช่วยอธิบายความรู้สึกของข้าให้พวกเขาได้ฟัง ใครที่สมัครใจมาอยู่กับข้า ก็ให้พวกเขามา ใครที่ไม่ต้องการอยู่กับข้า ทำให้พวกเขารู้สึกว่าข้าไม่ต้องการคุกคามพวกเขา ในขณะเดียวกัน ขอให้ท่านช่วยสังเกตว่าฮัวหิมบริหารบ้านเมืองอย่างไร ท่านต้องการทหารติดตามเท่าไหร่ เอาไปได้ตามที่ท่านต้องการ
ไทสูจู้ว่า การเป็นปรปักษ์ต่อท่านของข้านั้นเป็นสิ่งที่ไม่สมควร ความกรุณาของท่านเปรียบเหมือนฉีหวนกง และจิ้นเหวินกง ข้าขอยอมมอบชีวิตข้าตอบแทนน้ำใจของท่าน เวลานี้ทั้งสองฝ่ายต่างยุติการต่อสู้ จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องนำทหารไปมากมาย ขอทหารติดตามให้ข้าเพียงสามสี่สิบคนก็เพียงพอ
ทุกคนต่างพูดว่า ไทสูจู้ต้องขึ้นเหนือไปและไม่กลับมาอีกอย่างแน่นอน
ซุนเซ็กจึงว่า ถ้าไทสูจู้ตีจากข้าไป เขาจะไปรับใช้ใครได้ ซุนเซ็กจัดงานเลี้ยงอำลาให้ที่ประตู Chang พวกเขาร่ำลากัน ซุนเซ็กจับแขนไทสูจู้ไว้ถามว่า ท่านไปครั้งนี้ เมื่อไหร่ถึงจะกลับมา
ไทสูจู้ตอบว่า ไม่เกินหกสิบวัน
เมื่อไทสูจู้จากไป ลูกน้องของซุนเซ็กต่างพากันพูดว่าเป็นความคิดที่แย่มากที่ให้ไทสูจู้จากไป ซุนเซ็กตอบว่า ทุกท่านโปรดสงบ ข้าได้คิดอย่างถี่ถ้วนแล้ว ไทสูจู้นั้นกล้าหาญและมีขวัญกำลังใจแรงกล้า เขาไม่ใช่คนที่คิดทรยศ จิตใจของเขาภักดีและซื่อสัตย์ เขาให้ความสำคัญต่อคำพูดเขาเสมอ ทันทีที่เขามอบความเชื่อมั่นของเขาให้แก่ใคร เขาย่อมไม่กลับคำพูดแน่นอน จึงไม่มีเหตุผลที่พวกท่านต้องกังวล
ไทสูจู้กลับมาภายในเวลาที่เขาได้พูดไว้ เขารายงานต่อซุนเซ็กว่า ฮัวหิมนั้นเป็นคนที่ทรงคุณธรรม แต่เขาไม่มีแผนที่จะครอบครองดินแดนที่เหลือของเล่าอิ้ว เขาสนใจเพียงเมืองที่เขาปกครอง เขาได้แต่ปล่อยสิ่งต่าง ๆ เป็นไปโดยไม่จัดการอะไร
Tong Zhi แห่งตันเอี๋ยงยึดเมือง Luling ไว้ในครอบครอง เหล่าขุนนางเมือง กวนหยง ก็จัดตั้งกลุ่มบริหารเมืองเอง โดยบอกว่า พวกเขาจัดตั้งการบริหารที่ Haihun และ Shangliao และพวกเขาไม่ฟังคำสั่งจากผู้ใด ฮัวหิมก็ได้แต่เฝ้าดูพวกเขาและไม่ทำอะไร
ซุนเซ็กตบมือชอบใจ หัวเราะดังลั่น เขาตัดสินใจที่จะครอบครอง อิเจี๋ยง ในตอนนั้นเอง
อ้วนเสี้ยวโจมตีกองซุนจ้านเป็นเวลาหลายปี แต่ไม่สามารถได้ชัยชนะเด็ดขาด เขาเขียนจดหมายหากองซุนจ้านบอกว่าพวกเขาควรจะยุติความบาดหมาง หันมาสร้างสันติต่อกัน กองซุนจ้านไม่ตอบจดหมายเขา แต่กลับเพิ่มกำลังทหารป้องกัน กองซุนจ้านพูดกับ Guan Jing ว่า ผู้นำทั่วแผ่นดินต่างต่อสู้กันเหมือนเสือต่อสู้กัน ไม่มีใครที่สามารถล้อมข้าเป็นเวลาทั้งปีได้ แล้วอ้วนเสี้ยวจะทำอะไรได้
อ้วนเสี้ยวนำกองทัพใหญ่เข้าโจมตีกองซุนจ้าน ก่อนหน้านั้น นายทหารของกองซุนจ้านที่ควบคุมป้อมภายนอกเมืองถูกกองทัพศัตรูล้อมไว้ แต่กองซุนจ้านไม่ส่งทัพไปช่วย เขาพูดว่า ถ้าข้าส่งกองทัพไปช่วยแม่ทัพคนหนึ่ง แม่ทัพที่เหลือก็จะคิดเสมอว่าตัวเองจะได้กองทัพสนับสนุนด้วย และก็จะไม่ทุ่มเทในการต่อสู้ เมื่ออ้วนเสี้ยวยกทัพมาโจมตี ค่ายหลายค่ายทางตอนใต้ของเมืองกองซุนจ้านเชื่อว่าค่ายตนนั้นมีทหารน้อยเกินกว่าที่จะป้องกันตัวเองได้ และพวกเขารู้ดีว่ากองซุนจ้านไม่ส่งทหารกองหนุนมาแน่ พวกเขาจึงยอมแพ้ บางคนก็หลบหนีไป กองทัพอ้วนเสี้ยวจึงเดินทัพตรงมาที่ประตูของป้อม Yi
กองซุนจ้านส่ง Gongsun Xu ลูกชายเขาไปขอความช่วยเหลือจากผู้นำกลุ่มโจรภูเขาดำ เขาวางแผนที่จะนำกองทหารม้าเร็วมุ่งไปทางตะวันตกไปตามแนวเขา แล้วร่วมกับกองโจรภูเขาดำในการโจมตีมณฑลกิจิ๋ว ทางด้านหลังกองทัพอ้วนเสี้ยว
Guan Jing ท้วงแผนนี้ว่า กองทัพของท่านกำลังพินาศ เหตุผลเดียวที่พวกเขายังอยู่ที่นี่คือพวกเขาเป็นห่วงครอบครัวพวกเขาและพวกเขาหวังพึ่งท่านเป็นผู้นำ ถ้าท่านสามารถอยู่รอดได้ท่ามกลางการปิดล้อมได้เป็นเวลานาน กองทัพอ้วนสุดก็ต้องถอยไปเอง ถ้าท่านละทิ้งป้อมท่านไป ก็จะไม่มีทหารคอยป้องกัน และป้อม Yi ก็จะล่มสลายในทันที กองซุนจ้านจึงล้มเลิกความคิด ทันทีที่อ้วนเสี้ยวโจมตีปิดล้อมหนักขึ้น ทัพกองซุนจ้านก็ถูกจำกัดพื้นที่น้อยลงทุกวัน
Sanguo in Thai Language
All informations about Sanguo in this website was translated from other sanguo websites. Main informations are from asianstudies.anu.edu.au by Adjunct Professor Rafe de Crespigny, wikipedia.org and kongming.net. It takes almost a year for me to completed all informations, I hope Sanguo fan in Thailand will like it.เนื้อหาเกี่ยวกับสามก๊กในเวบนี้ ผมแปลจากเวบที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับสามก๊กภาษาอังกฤษ เนื้อหาส่วนหลักนั้นนำมาจาก ผลงานของ ศาสตราจารย์ Rafe De Crespigny โดยได้รับการอนุญาตจากตัวศาสตราจารย์ และทางมหาวิทยาลัย Australian National University โดยทางมหาวิทยาลัยขอให้ลงข้อความนี้
1. the original English version was published by the Faculty of Asian Studies Australian National University in 1996.
1. บทความต้นฉบับภาษาอังกฤษนี้ ได้ถูกตีพิมพ์โดยคณะเอเชียนศึกษา มหาวิทยาลัย Australian National ในปี 1996
2. This writer have the authors permission to publish his work in translation.
2. ผู้เขียนได้รับการอนุญาตจากผู้เขียนต้นฉบับนี้แล้วให้สามารถทำการเผยแพร่ผลงานแปลได้
ตามความประสงค์ของทางมหาวิทยาลัย บทความบางส่วนแปลมาจากเวบ wikipedia.org และ kongming.net
สามก๊ก
![]() |
|
![]() |
เนื้อเรื่องสามก๊ก
|
![]() |
เกร็ดสามก๊ก รายชื่อสามก๊ก(ใหม่) รายชื่อสามก๊ก แผนที่สามก๊ก แผนผังตระกูลซุน ยศทหารและขุนนางในสามก๊ก |
![]() |
|
![]() |




