ปี Xingping ที่ 1 194 AD (9 กุมภาพันธ์ 194 28 มกราคม 195)
ในฤดูใบไม้ผลิ เดือนแรก วันที่ 21 กุมภาพันธ์ มีการประกาศนิรโทษกรรมจากทางการ วันที่ 24 กุมภาพันธ์ ฮ่องเต้ทรงเข้าพิธีสวมหมวกแสดงความเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในเดือนที่สอง วันที่ 10 มีนาคม ขุนนางผู้ใหญ่เสนอให้มีการจัดสร้างวังสำหรับประทับในฤดูใบไม้ผลิ พระองค์ตรัสตอบว่า ข้าจะสนองความสุขของตัวเองได้อย่างไร ในเมื่อสุสานของมารดาข้ายังไม่ถูกสร้างขึ้นเลย
สามวันต่อมา วันที่ 14 มีนาคม ขุนนางผู้ใหญ่ทั้งสามเสนอให้ย้ายพระศพของมเหสี Wang มารดาฮ่องเต้ไปยังสุสานของฮ่องเต้เลนเต้ และเลื่อนตำแหน่งพระนางเป็นไทเฮาของฮ่องเต้เลนเต้
โตเกี๋ยมบอกเต็งไก๊ถึงเหตุการณ์ที่โจโฉบุกโจมตีเขา เต๊งไก๊จึงยกทัพมาช่วยเขาพร้อมกับเล่าปี่ นายอำเภอเพงง้วนก้วน เล่าปี่มีกองทัพของตัวเองจำนวนสองสามพันคน โตเกี๋ยมจึงมอบทหารจากเมืองตันเอี๋ยงให้เขาอีกสี่พันคน ดังนั้นเล่าปี่จึงตีจากเต๊งไก๊มารับใช้โตเกี๋ยม โตเกี๋ยมเสนอให้ทางการแต่งตั้งเล่าปี่เป็นผู้ตรวจการมณฑลอิจิ๋ว เล่าปี่นำทัพไปตั้งค่ายที่เสียวพ่าย
กองทัพโจโฉขาดแคลนเสบียงอาหาร เขาจึงยกกองทัพกลับ
ม้าเท้งได้เสนอความต้องการบางอย่างของเขาจากลิฉุย แต่ลิฉุยไม่ให้ในสิ่งที่เขาต้องการ ม้าเท้งจึงโกรธ นำทัยเข้าโจมตีเมืองหลวง ฮ่องเต้ส่งคนไปขอร้องให้นำทัพกลับ แต่ม้าเท้งไม่เชื่อฟัง หันซุยยกกองทัพของเขามาเพื่อสงบศึกระหว่างม้าเท้งและลิฉุย แต่หันซุยกลับเข้าร่วมกับม้าเท้ง
ตงเซียว ม้าฮูและเล่าเฉียวางแผนร่วมกับม้าเท้งเพื่อโจมตีเตียงอั๋น พวกเขาจะคอยลอบช่วยเหลือจากภายในเมืองและฆ่าลิฉุยและพวก
ในเดือนที่สาม วันที่ 21 เมษายน ม้าเท้งนำทัพไปตั้งค่ายที่หอสังเกตุการณ์ Changping แผนการของตงเซียว และพวกถูกจับได้ พวกเขาหนีไป Huaili ลิฉุยส่งหวนเตียว กุยกีและหลานชายเขา Li Li เข้าโจมตีม้าเท้งพ่ายแพ้ไป ม้าเท้งนำทัพกลับไปมณฑล เลียงจิ๋ว กองทัพของลิฉุยจึงเข้าตี Huaili สังหาร ตงเซียว และพวก
ในเดือนที่สี่ วันที่ 3 พฤษภาคม มีราชโองการอภัยโทษแก่ม้าเท้งและพวก ในฤดูร้อน เดือนเดียวกัน ม้าเท้งได้เลื่อนตำแหน่งเป็นแม่ทัพพิทักษ์ความสงบชนเผ่าภาคเหนือและหันซุยเป็นแม่ทัพพิทักษ์ความสงบประเทศราช
โจโฉสั่งซุนฮก กุนซือของเขา กับเทียหยกนายอำเภอ Shouzhang ให้รักษาการณ์ Juancheng ในขณะที่เขายกทัพไปโจมตีโตเกี๋ยม ยึดครองพื้นที่ ฮองหลิม และ Donghai โจโฉทำลายทุกสิ่งที่ทัพเขาในทุกที่ที่ทัพเขาผ่านไป แล้วก็นำกองทัพไปโจมตีเล่าปี่พ่ายแพ้ที่ตะวันออกของ Tan
โตเกี๋ยมหวาดกลัวมาก ต้องการหนีจากเมืองตันเอี๋ยง แต่ในเวลานั้น เตียวเมา เจ้าเมืองตันลิว ได้ก่อกบฏต่อโจโฉ และขอความช่วยเหลือจากลิโป้ ทำให้โจโฉต้องรีบยกทัพกลับในทันที
เตียวเมานั้นเมื่อสมัยยังเด็ก เขามักจะชอบเล่นเป็นแม่ทัพเสมอ เตียวเมามีความสัมพันธ์อันดีกับ อ้วนเสี้ยวและโจโฉ เมื่ออ้วนเสี้ยวกลายเป็นผู้นำทัพพันธมิตรต่อต้านโจโฉ อ้วนเสี้ยวจึงหยิ่งยโสในตำแหน่งของเขา เตียวเมา เคยพูดเตือนเขาตรง ๆ อ้วนเสี้ยวโกรธมากสั่งให้โจโฉฆ่าเขาเสีย โจโฉปฏิเสธ บอกว่า เตียวเมาเป็นเพื่อนสนิทของเขา แม้ว่าเขาจะทำความผิด แต่เราควรจะอภัยให้เขา ยิ่งในเวลานี้ราชสำนักมีเหตุวุ่นวาย เราจะทำอันตรายต่อเพื่อนเราได้อย่างไร
เมื่อโจโฉนำทัพไปโจมตีโตเกี๋ยมครั้งแรก เขาเตรียมใจว่าอาจจะตายได้ เขาบอกกับครอบครัวเขาว่า ถ้าตัวข้าไม่รอดกลับมา พวกเจ้าจงอพยพย้ายไปอาศัยอยู่กับเตียวเมา เมื่อเขานำทัพกลับมา พวกเขาเจอหน้ากันถึงกลับร้องไห้ด้วยความยินดี
โกหยิวแห่งตันลิว พูดกับขุนนางของเมืองตันลิวบอกว่า แม้ว่าเวลานี้แม่ทัพโจโฉมีเพียงมณฑล กุนจิ๋ว ในครอบครอง แต่เขามีความทะเยอะทะยานที่จะครองแผ่นดิน เขาไม่เต็มใจที่จะอยู่ที่นี่ตลอดใป ในขณะเดียวกัน ท่านเตียวเมาและขุนนางคนอื่นของตันลิว ได้รอโอกาสที่จะก่อกบฏขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง พวกเราควรจะอพยพจากมณฑลนี้ ขุนนางคนอื่นคิดว่าโจโฉและเตียวเมาเป็นเพื่อนรักกัน พวกเขาคิดว่า โกหยิว ยังเด็กไม่เข้าใจเหตุการณ์ พวกเขาจึงไม่เชื่อ โกกัน ลูกพี่ลูกน้องของ โกหยิว ได้เชิญเขาขึ้นหนือไปมณฑล กิจิ๋ว โกหยิว จึงอพยพครอบครัวไปอยู่กับ โกกัน
เมื่อลิโป้จากอ้วนเสี้ยวมา และกำลังจะไปอยู่กับเตียวเอี๋ยง เขาได้พักอยู่กับเตียวเมา ลิโป้กับเตียวเมาได้สาบานเป็นพวกกัน อ้วนเสี้ยวรู้เรื่องถึงกับโกรธมาก เตียวเมาจึงวิตกมากว่าอ้วนเสี้ยวและโจโฉอาจจะฆ่าเขาได้
เปียนเหยียง อดีตเจ้าเมือง กิวกั๋ง ได้วิจารณ์โจโฉ เมื่อโจโฉรู้เรื่องก็ฆ่าเขาและครอบครัว เปียนเหยียง เป็นคนดีมีความสามารถ ดังนั้นขุนนางทั้งหมดของมณฑล กุนจิ๋ว จึงตกใจกลัว
ตันก๋งนั้นเป็นคนซื่อตรง เด็ดเดี่ยวและใจร้อน เขาคิดว่าตำแหน่งของเขาไม่ปลอดภัย เขาจึงวางแผนร่วมกับ เค้ากี๋ อองก้าย และน้องชายของเตียวเมา เตียวเจี๋ยว เพื่อจะกบฏต่อโจโฉ
ตันก๋งบอกกับเตียวเมาว่า ราชสำนักกำลังล่มสบาย เจ้าเมืองต่างพากันตั้งตัวเป็นอิสระ ด้วยกองทัพที่ท่านมี ท่านเองก็เป็นผู้ที่มีความสามารถเป็นผู้นำคนหนึ่งที่จะเป็นใหญ่ได้ หรือท่านพอใจที่จะฟังคำสั่งผู้อื่นอยู่เรื่อยไป
เวลานี้กองทัพหลักของมณฑลยกทัพไปโจมตีทางตะวันออก ทิ้งเมืองไว้ ลิโป้เป็นแม่ทัพที่เก่งกาจ ขอให้ท่านขอความช่วยเหลือจากเขา ยึดครองมณฑล กุนจิ๋ว เฝ้าดูสถานการณ์ของราชสำนักและความเป็นไปทั้งหลาย เวลานี้เป็นเวลาที่เหมาะสมสำหรับการดำเนินการใหญ่ เตียวเมาเห็นด้วยกับเขา
เวลานั้น โจโฉสั่งให้ตันก๋งนำทัพไปตั้งค่ายที่ ตองกุ๋น ดังนั้นตันก๋งจึงนำกองทัพของเขาและเชิญลิโป้มา ยึดมณฑล กุนจิ๋ว ให้ลิโป้เป็นผู้นำมณฑล
เมื่อลิโป้มาถึง เตียวเมาส่ง Liu Yi ลูกน้องเขาไปหาซุนฮก บอกว่า แม่ทัพลิโป้มาเพื่อช่วยเหลือท่านโจโฉ โจมตีโตเกี๋ยม ขอท่านได้โปรดเตรียมเสบียงอาหารแก่ทัพของเขา ขุนนางทุกคนพากันสงสัยและไม่ไว้ใจ ซุนฮกเชื่อว่าเตียวเมามีแผนคิดก่อการกบฏ เขาสั่งให้ทหารของเขาเตรียมการป้องกัน และส่งม้าเร็วไปเรียกตัว แฮหัวตุ้นเจ้าเมือง ตองกุ๋น จาก ปักเอี๋ยง เมื่อแฮหัวตุ้นออกจากเมือง ลิโป้ก็เข้ายึด ปักเอี๋ยง ทันที
ในเวลานั้น โจโฉนำกองทัพเกือบทั้งหมดมาโจมตีโตเกี๋ยม เหลือทหารเพียงน้อยนิดไว้ป้องกันเมือง เหล่าแม่ทัพและขุนนางจำนวนมากก็ร่วมมือกับเตียวเมาและตันก๋ง เมื่อแฮหัวตุ้นมาถึง เขาสังหารขุนนางหลายสิบคนที่ร่วมวางแผนก่อกบฏ ยึดอำนาจนำกองทัพในเมือง
กุยก๋งผู้ตรวจการมณฑลอิจิ๋ว ได้นำกองทัพหลายหมื่นมาประชิดเมือง Juancheng ขุนนางบางคนว่า เขามีแผนร่วมกับลิโป้ ผู้คนต่างพากันหวาดกลัว กุยก๋งขอเข้าพบซุนฮก ซุนฮกเตรียมที่จะไปพบเขา แต่แฮหัวตุ้นและคนอื่น ๆ ท้วงไว้ว่า ท่านเป็นกำลังหลักในการป้องกันทั้งมณฑล ถ้าท่านไป ท่านต้องตกอยู่ในอันตราย ขอท่านอย่าได้ทำเช่นนั้น
ซุนฮกตอบว่ากุยก๋ง ไม่รู้เรื่องของพวกเตียวเมา พวกเขาไม่มีความสัมพันธ์ใด ๆ กันเลยในอดีต เขาเพียงน่าจะผ่านทางมาพอดี เขาคงยังไม่รู้ว่าจะทำเช่นไร ถ้าเราไปพูดกับเขาตอนที่เขายังลังเลอยู่ แม้ว่าเราไม่อาจชักชวนเขาให้มาอยู่ฝั่งเรา แต่อย่างน้อยเราก็น่าจะที่ขอให้เขาเป็นกลาง อย่าไปร่วมมือกับเตียวเมา แต่ถ้าเราแสดงความไม่ไว้ใจเขา เขาย่อมโกรธและตัดสินใจโจมตีเรา
กุยก๋งพบกับซุนฮก เห็นซุนฮกปราศจากความเกรงกลัวเขา จึงคิดว่า Juancheng มีกำลังทหารเพียงพอเป็นการยากที่จะโจมตี จึงยกทัพกลับ
บรรดาหัวเมืองทั้งหลายในมณฑลกุนจิ๋ว พากันสวามิภักดิ์ลิโป้ ยกเว้นเพียงเมือง Juancheng Fan และ Donga ทหารที่หนีทัพจากกองทัพลิโป้พูดกันว่า ตันก๋งกำลังยกทัพไปตีเมือง Donga ในขณะเดียวกันเขาก็ส่ง Fan Yi ไปยึดเมือง Fan ประชาชนจึงพากันหวาดกลัว
เทียหยกเป็นชาวเมือง Donga ซุนฮกบอกเขาว่า ทั้งมณฑลต่างก่อการกบฏ เหลือเพียงสามเมืองที่ยังภักดี ตันก๋งและพวกนำกองทัพที่แข็งแกร่ง ถ้าเราไม่สร้างความมั่นใจให้แก่พวกเขา เจ้าเมืองทั้งสามย่อมเปลี่ยนใจแน่ ประชาชนล้วนหวังพึ่งท่าน จงไปสร้างความมั่นใจให้พวกเขา
ในระหว่างทางไป Donga เทียหยกได้ผ่านเมือง Fan เขาได้ถามนายอำเภอ Jin Yun ว่า ข้าได้ข่าวมาว่าลิโป้จับกุมมารดา น้องชาย รวมถึงภรรยาและบุตรของท่าน ในฐานะที่ท่านเป็นลูกกตัญญู ท่านทนได้อย่างไร แต่ราชสำนักกำลังตกอยู่ในภัยพิบัติ เหล่าเจ้าเมืองต่าง ๆ พากันตั้งตัวเป็นใหญ่โจมตีซึ่งกันและกัน คนฉลาดเท่านั้นที่จะตัดสินใจเลือกผู้นำที่เหมาะสมและยุติหายนะของแผ่นดิน คนที่เลือกเจ้านายที่เหมาะสมจะเจริญรุ่งเรือง คนที่ตัดสินใจผิดย่อมพบกับความตาย
เวลานี้ตันก๋งได้ก่อกบฏขึ้น และนำลิโป้มาช่วย หัวเมืองทั้งหมดต่างพากันรับใช้เขา และเป็นไปได้ว่าพวกเขาจะยึดครองทุกอย่าง อย่างไรก็ดี ท่านลองคิดดูว่าลิโป้นั้นเป็นคนเช่นไร
ลิโป้เป็นวีรบุรุษของคนทั่วไป เขาแข็งแกร่ง แต่ไม่ห่วงใยผู้อื่น โหดร้ายและหยิ่งยโส แค่ช่วงสั้น ๆ เท่านั้นที่ตันก๋งและพวกจะเป็นมิตรกับเขา แต่พวกเขาคงไม่มีทางยอมรับลิโป้เป็นนายแน่นอน แม้ว่าลิโป้จะมีกองทัพใหญ่โต แต่ในที่สุด ลิโป้จะไม่เหลืออะไรเลย ในทางตรงกันข้าม คนฉลาดและรอบคอบในการวางแผนอย่างท่านโจโฉ ไหวพริบของท่านไม่เหมือนคนทั่วไป เหมือนกับว่าท่านได้รับพรจากสวรรค์
ถ้าท่านสามารถป้องกันเมือง Fan ในขณะที่ข้าป้องกันเมือง Donga ได้ เราจะประสบความสำเร็จเหมือน Tian Dan ท่านจะละทิ้งความภักดีย่อมตามคนชั่วช้าอย่างลิโป้ และนำมารดาและบุตรชายทั้งสองของท่านมาพบกับความตาย ขอท่านได้โปรดพิจารณาอย่างรอบคอบ
Jin Yun ร้องไห้พูดว่า ข้าไม่กล้าที่จะมีสองนาย และประพฤติมิชอบโดยเด็ดขาด Fan Yi ยกทัพมาในเขตเมืองเขาพอดี Jin Yun จึงต้อนรับเขา แต่ได้ซุ่มทหารไว้ สังหาร Fan Yi และกลับเมืองเตรียมกองทัพป้องกันเมือง
(**Xu Zhong วิจารณ์เรื่องนี้ว่า
Jin Yun ไม่ควรมีภาระที่ต้องป้องกัน ด้วยความรู้สึกภักดีต่อโจโฉ ในขณะที่แม่ของเขาและญาติสนิทถูกจับตัวไว้
เมื่อ อ๋องแห่งวุย Kaifang มารับราชการในรัฐฉี และไม่กลับบ้านเลยหลายปี กวนจงคิดว่า ในเมื่อเขาไม่เคยห่วงใยครอบครัวเขาเลย เขาจะภักดีต่อนายของเขาได้อย่างไร ในฐานะขุนนางที่ซื่อสัตย์ เขาไม่ควรที่จะละเลยการแสดงความกตัญญูต่อบิดามารดา Jin Yun ควรจะช่วยเหลือญาติสนิทเขาก่อน
เมื่อมารดาของชีซีถูกโจโฉควบคุมตัวไว้ เล่าปี่จึงส่งตัวเขาขึ้นเหนือ ขุนนางที่ดีมีความซื่อสัตย์ ไม่ควรละทิ้งหน้าที่ลูกที่ดี โจโฉควรที่จะทำเช่นเดียวกัน เขาควรที่จะส่ง Jin Yun ไป**)
เทียหยกยังได้ส่ง กองทหารม้ากองหนึ่งไปรักษาการณ์ที่ทางแยก Cangting เมื่อตันก๋งมาถึงเขาก็ไม่สามารถเดินทัพต่อได้ เทียหยกมาถึง Donga Zao Zhi นายอำเภอที่นั่นได้เตรียมกองทัพและป้องกันเมืองอย่างดี เทียหยกจึงสามารถป้องกันเมืองทั้งสามได้
เมื่อโจโฉมาถึง เขากุมมือเทียหยกกล่าวว่า ถ้าไม่เพราะความสามารถของท่าน ข้าคงไม่มีเมืองให้อยู่ โจโฉแต่งตั้งเทียหยกเป็นนายอำเภอ Dongping คุมกองทัพรักษาการณ์ที่เมือง Fan
ลิโป้โจมตี Juancheng แต่ไม่สามารถยึดเมืองได้ เขาจึงกลับไปตั้งค่ายที่ ปักเอี๋ยง โจโฉจึงว่า ลิโป้ยึดทั้งมณฑลได้ในวันเดียว ลิโป้ควรที่จะยึด Dongping และตั้งค่ายรักษาการณ์เส้นทางระหว่าง Kangfu กับ เขาไท้สัน และวางกำลังในเส้นทางและจุดยุทธศาสตร์ต่าง ๆ เพื่อป้องกันข้า แต่เขากลับตั้งค่ายอยู่ท่ ปักเอี๋ยง ข้ารู้แล้วว่าลิโป้ไร้ความสามารถในการทำสงคราม โจโฉจึงนำทัพเข้าโจมตี
ในเดือนที่ห้า กุยกีได้รับแต่งตั้งเป็นแม่ทัพหลัง หวนเตียวเป็นแม่ทัพขวา ทั้งสองมีที่ทำการของตัวเองคล้ายกับขุนนางชั้นสูงทั้งสาม ทั้งหมดรวมเป็นหกที่ทำการ คือของขุนนางชั้นสูงทั้งสามและลิฉุยด้วย ทั้งหมดจัดให้มีการแต่งตั้งและเสนอชื่อผู้ที่จะมาเป็นขุนนางในที่ทำการ
ลิฉุยและพวกต้องการให้ลูกน้องของเขาได้รับการแต่งตั้ง พวกเขาจึงแสดงความต้องการเช่นนั้นให้ขุนนางคนอื่นได้รับรู้ ถ้ามีขุนนางคนไหนคัดค้าน พวกเขาจะแสดงความไม่พอใจ ขุนนางทุกคนหวาดกลัว จึงทำการแต่งตั้งคนที่ถูกเสนอชื่อ โดยเลือกจากคนที่เสนอชื่อจากลิฉุยก่อน กุยกีและหวนเตียวตามลำดับ ทำให้คนที่ขุนนางทั้งสามเสนอชื่อไม่มีผู้ใดได้ตำแหน่งเลย
สี่หัวเมืองตะวันตกของแม่น้ำแยงซีนั้นห่างไกลจากที่ทำการมณฑล เลียงจิ๋ว และทางสัญจรก็ถูกกีดขวางโดยโจรสลัด ราชสำนักจึงให้สี่หัวเมืองจัดตั้งเป็นมณฑลใหม่ ในเดือนที่หก วันที่ 6 กรกฎาคม ทางการแต่งตั้ง Handan Shang ผู้ตรวจการมณฑลเองจิ๋ว ให้เป็นผู้ดูแลพื้นที่ใหม่นี้
วันที่ 7 กรกฎาคม มีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นในเมืองหลวงและอาฟเตอร์ชอคในวันถัดมา (8 กรกฏาคม) วันที่ 4 สิงหาคม มีปรากฏการณ์สุริยะปราคา
ในฤดูใบไม้ร่วง เดือนที่เจ็ด วันที่ 11 สิงหาคม แม่ทัพใหญ่จูฮีถูกปลด วันที่ 17 สิงหาคม เอียวปิวขึ้นครองตำแหน่งแทน
วันที่ 23 สิงหาคม แม่ทัพ Yang Ding ถูกเลื่อนตำแหน่งเป็นแม่ทัพพิทักษ์ความสงบตะวันตก เขาเปิดที่ทำการของตัวเองคล้ายกับขุนนางผู้ใหญ่ทั้งสาม
ไม่มีฝนตกมาติดต่อกันสี่เดือน ทำให้ราคาพืชผลมีราคาแพง (ข้าวสารหนึ่ง Hu ประมาณยี่สิบลิตร ต้องใช้เงินซื้อประมาณครึ่งล้าน) จนเกิดมีเหตุกินเนื้อคนขึ้นในเมืองเตียงอั๋น
ฮ่องเต้มีคำสั่งให้เปิดคลังเสบียงอาหาร มอบหมายให้ Hou Wen แจกจ่ายข้าวสารและถั่วให้กับราษฏรสำหรับทำข้าวต้ม แต่ประชาชนก็ยังอดหยากและล้มตาย ฮ่องเต้สงสัยว่าคำสั่งพระองค์ไม่ได้ถูกทำตาม จึงสั่งให้นำข้าวสารและถั่วมาทดลองทำข้าวต้มต่อหน้าพระองค์ ข้าวสารและถั่วอย่างละหนึ่งเช็ง (หนึ่งเช็งเท่ากับ หนึ่งส่วนร้อย Hu ประมาณหนึ่งในห้าลิตร) สามารถทำข้าวต้มได้สองชาม Hou Wen จึงถูกโบยห้าสิบที โทษฐานความผิดที่ยักยอกเสบียงอาหาร ประชาชนจึงได้การปันส่วนอย่างถูกต้อง
ในเดือนที่แปด เผ่าเกี๋ยงได้บุกเข้ามาปล้นหลายหัวเมือง กุยกี หวนเตียวและพวกนพกองทัพเข้าโจมตีเผ่าเกี๋ยงพ่ายแพ้ไป
ลิโป้ตั้งทหารหนึ่งกองรักษาการณ์ทางตะวันตกของ ปักเอี๋ยง โจโฉนำทัพเข้าโจมตียามค่ำคืน ทำลายกองทหารของลิโป้ ในระหว่างที่ยกทัพกลับ ลิโป้นำทัพมาพอดี ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันตั้งแต่เช้ามืดจนพลบค่ำ แต่ไม่มีผู้ใดได้ชัยชนะ
โจโฉจึงให้ทหารอาสาสมัครเข้าโจมตีทัพลิโป้ โดยมีเตียนอุยเป็นผู้นำทหารเหล่านั้นบุกฝ่าเข้าหาทัพลิโป้ พลธนูของลิโป้ระดมยิงพวกเขาจากทุกทิศทาง ลูกธนูพุ่งมาดั่งห่าฝน
เตียนอุยบอกกับทหารเขาว่า เมื่อศัตรูอยู่ห่างจากเราสิบก้าว ให้รายงานข้า
เหล่าทหารจึงบอกว่า สิบก้าวแล้ว
เตียนอุยบอกต่อว่า ให้บอกข้าเมื่อพวกมันอยู่ห่างห้าก้าว
พวกทหารต่างหวาดกลัวร้องตระโกนว่า พวกมันอยู่ที่นี่แล้ว
เตียนอุยคว้า ขวานด้ามยาวที่มีปลายเป็นหอก ออกจากกำบังแล้วแผดเสียงร้องให้ศัตรูเข้ามาสู้ด้วย ที่ไหนที่เขาฟาดขวานไป ศัตรูไม่สามารถต้านทานได้ กองทัพลิโป้จึงถอยหนีไป
เมื่อตะวันตกดิน โจโฉจึงสามารถถอยทัพกลับได้ เขาแต่งตั้งให้เตียนอุยเป็นแม่ทัพ และให้เขาเป็นองครักษ์ประจำตัวเขาพร้อมด้วยอำนาจควบคุมทหารหลายร้อยคนของตัวเอง
ตระกูลเตียนในเมืองปักเอี๋ยง เกิดเปลี่ยนใจกลับไปเข้าข้างโจโฉ โจโฉจึงสามารถเข้าเมืองได้ เขาจุดไฟขึ้นทางประตูตะวันออกเพื่อแสดงความตั้งใจว่าเขาจะไม่ถอยหนี แต่เมื่อสู้รบได้ระยะหนึ่ง ทัพเขาก็พ่ายแพ้ ทหารม้าของลิโป้จับตัวโจโฉได้ แต่ไม่รู้ว่าเขาคือโจโฉ พวกเขาถามว่า โจโฉอยู่ที่ไหน โจโฉจึงตอบว่า ชายผู้อยู่บนหลังม้าสีน้ำตาลแดงที่กำลังหนีไปคือโจโฉ ทหารม้าลิโป้จึงปล่อยโจโฉแล้วไล่ตามชายที่ขี่ม้าสีน้ำตาลแดงไป
โจโฉวิ่งฝ่ากองไฟหลบหนีออกมา เขากลับมาถึงค่าย รีบเร่งให้กำลังใจกองทัพเขา สั่งให้ทหารเตรียมการให้พร้อมสำหรับการโจมตี และสั่งเดินทัพอีกครั้งเข้าโจมตี
โจโฉและลิโป้ต่อสู้กันนานกว่าสามเดือน จนเกิดมีฝูงตั๊กแตนอาละวาดทำให้เกิดภาวะข้าวยากหมากแพง เสบียงอาหารในทัพลิโป้ขาดแคลน ทั้งสองฝ่ายจึงถอยทัพกลับ
ในเดือนที่เก้า โจโฉกลับเมือง Juancheng ลิโป้เดินทัพไป Shengshi แต่ทัพลิโป้พ่ายแพ้ให้แก่ Li Jin ลิโป้จึงมุ่งไปตะวันออกตั้งค่ายที่ Shangyang
ในฤดูหนาวเดือนที่สิบ โจโฉมาถึงเมือง Donga
อ้วนเสี้ยวส่งคนมาแนะนำโจโฉว่า เขาควรส่งครอบครัวเขามาพักที่เมืองเงียบกุ๋น โจโฉเพิ่งเสียมณฑลกุนจิ๋ว กองทัพของเขาก็ขาดแคลนเสบียงอาหาร เขาจึงเตรียมที่จะรับข้อเสนอของอ้วนเสี้ยว
เทียหยกพูดกับเขาว่า จริงอยู่ที่ตอนนี้นายท่านกำลังสับสนเพราะตกอยู่ภายใต้แรงกดดัน แต่ท่านจะตัดสินใจอย่างโง่เขลาได้อย่างไร อ้วนเสี้ยววางแผนที่จะยึดครองแผ่นดิน แต่ตัวเขากลับไม่มีความสามารถพอ ท่านจะยอมรับเขาเป็นนายได้อย่างไร นายท่านนั้นองอาจดั่งเช่นมังกรหรือว่าเสือ ท่านพอใจที่จะเป็นเพียง หันซิ่น หรือ Peng Yue ของอ้วนเสี้ยวหรือ
แม้ว่าท่านจะสูญเสียมณฑล กุนจิ๋ว ไป แต่ท่านยังมีสามหัวเมืองอยู่และทหารชั้นดีอีกหมื่นคน ด้วยความสามารถทางการทหารของท่าน และความฉลาดของซุนฮก ข้าและขุนนางคนอื่นก็พร้อมที่จะรวบรวมผู้คนเพื่อท่าน ท่านอาจดำเนินรอยตาม hegemon ได้ ขอได้โปรดไตร่ตรองอีกครั้ง โจโฉจึงเลิกความคิดที่จะรับใช้อ้วนเสี้ยว
ในเดือนที่สิบสอง Chunyu Jia ออกจากตำแหน่ง Zhao Wen ขึ้นครองตำแหน่งซือถู แทน
เมื่อม้าเท้งโจมตีลิฉุย บุตรสองคนของเล่าเอียน เล่าเฉีย และ เล่าตัด ถูกฆ่าทั้งคู่ บังยี่ซึ่งเป็นเพื่อนของเล่าเอียนจึงส่งคนนำหลานของเล่าเอียนไปส่งที่จ๊ก
ในเวลานั้นไฟจากสวรรค์(??)ได้ทำลายเมืองกิมก๊ก เล่าเอียนจึงย้ายที่ว่าการของเขาไปอยู่เฉิงตู แผลมีหนองบนหลังเขาเกิดอักเสบทำให้เขาถึงแก่ความตาย
Zhao Wei และขุนนางผู้ใหญ่คนอื่นของมณฑลรู้ว่า เล่าเจี้ยงมีใจเมตตาและอ่อนโยน พวกเขาจึงร่วมกันแต่งตั้งเล่าเจี้ยงเป็นผู้ตรวจการมณฑลเอ๊กจิ๋ว ราชสำนักแต่งตั้งให้ Hu Mao เป็นผู้ตรวจการ Shen Mi Lou Fa และ กำเหลงลูกน้องของเล่าเจี้ยงก่อการกบฏและโจมตีเขา แต่ไม่ประสบความสำเร็จ พวกเขาจึงหนีไปเกงจิ๋ว มีราชโองการอีกฉบับแต่งตั้งให้เล่าเจี้ยงเป็นผู้ครองมณฑลเอ๊กจิ๋ว
เล่าเจี้ยงแต่งตั้งให้ Zhao Wei เป็นแม่ทัพรักษาความสงบตะวันออก และเขานำทัพโจมตีมณฑลเกงจิ๋วของเล่าเปียวและตั้งค่ายที่ Quren
โตเกี๋ยมผู้ครองมณฑลชีจิ๋วเกิดป่วยหนัก เขาจึงเรียกบิต๊กมาบอกว่า ไม่มีใครสามารถปกครองมณฑลนี้ให้สงบสุขได้นอกจากเล่าปี่ เมื่อโตเกี๋ยมตาย บิต๊กจึงเป็นผู้นำคนทั้งมณฑลไปเชิญเล่าปี่
เล่าปี่ไม่กล้าที่จะรับตำแหน่ง บอกว่าอ้วนสุดนั้นมาอยู่ที่ฉิวฉุน ควรที่จะมอบมณฑลนี้ให้กับเขา
ตันเต๋งจึงพูดว่า อ้วนสุดนั้นหยิ่งยโส ไม่ใช่คนที่จะปกครองบ้านเมืองให้สงบสุขได้ เวลานี้พวกข้าร้องขอให้ท่านรวมทหารแสนคนของมณฑลนี้เพื่อช่วยสนับสนุนตำแหน่งเจ้าเมืองของท่าน และนำความสงบมาผู้ประชาชน ท่านยังสามารถใช้กองทัพเพื่อยึดครองดินแดนตามใจท่านหรือใช้เพื่อป้องกันชายแดน เราไม่สามารถยอมรับคำปฏิเสธของท่านได้
ขงหยงนายอำเภอปักไฮบอกกับเล่าปี่ว่าอ้วนสุด เป็นคนที่ใส่ใจบ้านเมืองหรือ อ้วนสุดสามารถลืมชื่อเสียงตระกูลเขาได้หรือไม่ บรรพบุรุษเขาตายจนเป็นกระดูกเหี่ยวแห้งไปนานแล้ว เขายังรบกวนความสงบโดยการนำชื่อเสียงบรรพบุรูษตัวเองมาโอ้อวดเพื่ออ้างว่าฐานะเขาสูงกว่าผู้อื่น สถานการณ์ปัจจุบันนี้ ผู้คนต่างหวังให้ผู้มีความสามารถมาปกครองบ้านเมือง ถ้าท่านปฏิเสธข้อเสนอจากสวรรค์นี้ ไม่ช้าท่านต้องเสียใจ เล่าปี่จึงรับเป็นผู้ครองมณฑลชีจิ๋ว
ก่อนหน้านั้นราชครูม้าหยิดพร้อมเตียวกีได้เดินทางมาฉิวฉุน เตียวกีเป็นผู้ทางคุณธรรมอย่างเคร่งครัด อ้วนสุดเกรงกลัวเขา แต่เมื่อม้าหยิดขอความช่วยเหลือจากอ้วนสุด อ้วนสุดขู่ตะคอกและดูถูกเขา อ้างว่าเขาอยากดูว่าตราตั้งตำแหน่งของ ม้าหยิดเป็นของจริงหรือไม่ อ้วนสุดจึงขอดูและยึดตรานั้นไว้ไม่ยอมคืนให้ และสั่งคนให้ไล่ม้าหยิดออกไป เพื่อที่ม้าหยิดจะได้มอบตำแหน่งที่สูงขึ้นแก่เขา
ม้าหยิดขออนุญาตออกจากเมือง แต่อ้วนสุดกักตัวเขาไว้ไม่ยอมให้จากไป และพยายามบังคับให้ม้าหยิดเป็นลูกน้องของเขา ม้าหยิดละอายใจที่ตราตำแหน่งของตนโดนอ้วนสุดยึดไว้ จึงอาเจียนออกมาเป็นเลือดและเสียชีวิต
ก่อนที่ซุนเกี๋ยนจะเสียชีวิต เขาได้แต่งงานกับผู้หญิงในสกุลง่อใน Qiantang และมีบุตรชายสี่คนคือ ซุนเซ็ก ซุนกวน ซุนเซียง ซุนของและบุตรสาวหนึ่งคน เวลาที่ซุนเกี๋ยนไปออกรบ เขาจะให้ครอบครัวเขาอาศัยที่เมืองฉิวฉุน ในขณะที่ซุนเซ็กย่างเข้าสู่วัยรุ่น เขาได้เป็นเพื่อนกับบุคคลที่มีชื่อเสียงหลายคน
จิวยี่แห่ง Shu ในเมืองโลกั๋ง นั้นอยู่ในวัยเดียวกับซุนเซ็ก จิวยี่เป็นคนหนึ่งที่ผู้คนรู้จักความสามารถตั้งแต่ยังเด็ก เมื่อจิวยี่ได้รู้เกี่ยวกับชื่อเสียงของซุนเซ็ก เขาจึงไปเยี่ยมซุนเซ็ก ทั้งสองกลายเป็นเพื่อนสนิท จิวยี่ชักชวนให้ซุนเซ็กไปอาศัยอยู่ที่ Shu และเมื่อซุนเซ็กไปหาเขา จิวยี่มอบบ้านหลังใหญ่ติดถนนให้เขาพักอาศัย จิวยี่ยังแสดงความเคารพแก่มารดาของซุนเซ็ก เขาทั้งสองมักจะแบ่งปันของทุกสิ่งร่วมกัน
เมื่อซุนเกี๋ยนตาย ซุนเซ็กอายุได้สิบเจ็ดปี เขาเดินทางกลับไปฝังศพซุนเกี๋ยนที่ขยกโอ๋ และข้ามแม่น้ำไปอยู่ที่ Jiangdu สร้างความสัมพันธ์กับผู้มีฝีมือการต่อสู้และตั้งใจที่จะล้างแค้นให้บิดาโดยการฆ่าหองจอ
จิวซิ่นแห่งห้อยแข เจ้าเมืองตันเอี๋ยงนั้นบาดหมางกับอ้วนสุดมาก่อน อ้วนสุดส่งงอเก๋งน้าของซุนเซ็กมายึดตำแหน่งเจ้าเมืองของจิวซิ่น งอเก๋งโจมตีจิวซินยึดเมืองของเขาและแต่งตั้ง ซุนเบนลูกพี่ลูกน้องของซุนเซ็กเป็นแม่ทัพใหญ่ของตันเอี๋ยง
ซุนเซ็กฝากมารดาและน้องชายของเขาให้เตียวเหียนดูแล ส่วนตัวเขามุ่งหน้าไปฉิวฉุนเพื่อพบอ้วนสุด เขาร่ำไห้พูดว่าเมื่อบิดาของข้าจากเมืองเตียงสาเพื่อโจมตีตั๋งโต๊ะ เขาเข้าร่วมกับท่านที่เมืองลำหยงเป็นพันธมิตรและเพื่อนของท่าน แต่โชคร้ายมาเยือนเขาได้จบชีวิตลง โดยที่งานของเขายังไม่บรรลุผลสำเร็จ เมื่อคิดถึงความสัมพันธ์ที่ท่านมีต่อบิดาของข้า ข้าจึงปรารถนาที่จะมอบตัวข้าเข้ารับใช้ท่าน ขอท่านจงได้โปรดรู้ถึงความจริงใจของข้าด้วย
อ้วนสุดประทับใจมาก แต่เขายังไม่เตรียมการที่จะมอบกองทัพของซุนเกี๋ยนให้แก่ซุนเซ็ก เขาจึงบอกว่า ข้าได้แต่งตั้งน้าของเจ้าเป็นเจ้าเมืองตันเอี๋ยงและลูกพี่ลูกน้องเจ้าให้เป็นแม่ทัพเมืองตันเอี๋ยง ที่นั่นเป็นที่ของทหารที่เก่งกาจ จงไปที่นั่นและรวบรวมทัพของเจ้าขึ้นมา
ซุนเซ็กจึงเดินทางไปพร้อมกับลิห้อมและซุนโห ญาติของเขานำมารดาเขาไปอยู่กับครอบครัวของน้าเขาที่ ขยกโอ๋ แล้วเอาทุกอย่างที่อ้วนสุดมอบให้ ซุนเซ็กรวมคนได้สองสามร้อยคน แต่เขาเองถูก Zu Lang โจมตีจนเกือบถูกฆ่าตาย ซุนเซ็กจึงกลับไปหาอ้วนสุดอีกครั้ง
อ้วนสุดจึงมอบทหารของซุนเกี๋ยนหนึ่งพันนายให้แก่เขา และแต่งตั้งให้เขาเป็นขุนพล
ต่อมาทหารม้าของซุนเซ็กทำความผิด เขาจึงหลบหนีไปยังค่ายของอ้วนสุดและซ่อนตัวในโรงม้า ซุนเซ็กส่งคนไปตัดหัวทหารคนนั้น แล้วจึงค่อยไปหาอ้วนสุดเพื่อขอโทษ อ้วนสุดจึงว่าทหารมักจะไม่เชื่อฟังคำสั่งอยู่เสมอ เราทั้งคู่ต่างโกรธที่พวกเขาทำความผิด ไม่จำเป็นที่เจ้าต้องขอโทษ หลังจากเหตุการณ์นั้น เหล่าทหารจึงกลัวและเคารพซุนเซ็ก
อ้วนสุดเคยสัญญาว่าจะแต่งตั้งซุนเซ็กเป็นเจ้าเมืองกิวกั๋ง แต่กลับเปลี่ยนใจไปแต่งตั้งตันกี๋แทน
ต่อมาอ้วนสุดวางแผนโจมตีมณฑลชีจิ๋ว เขาจึงขอเสบียงอาหารจากลกคัง เจ้าเมืองโลกั๋งเป็นจำนวนสามหมื่น Hu ลกคังปฏิเสธ อ้วนสุดโกรธมาก เขาสั่งซุนเซ็กให้โจมตีลกคังและพูดกับเขาว่า ข้าเคยสับสนมาก่อน จึงได้แต่งตั้งตันกี๋เป็นเจ้าเมืองกิวกั๋งไป ข้าเองก็ไม่สบายใจมาตลอด ถ้าเจ้าสามารถปราบลกคังได้ เมืองโลกั๋งจะเป็นของเจ้า ซุนเซ็กโจมตีและจับตัวลกคังได้ แต่อ้วนสุดกลับมอบตำแหน่งเจ้าเมืองให้แก่เล่าต๋งลูกน้องของเขา ทำให้ซุนเซ็กเพิ่มความไม่พอใจ
เล่าอิ้วน้องชายของเล่าต้าย เป็นคนที่มีชื่อเสียง มีราชโองการมาหาเขา แต่งตั้งให้เขาเป็นผู้ตรวจการมณฑลยังจิ๋ว ที่ทำการใหญ่ของมณฑลอยู่ที่ฉิวฉุน แต่อ้วนเสี้ยวยึดเมืองนั้นอยู่ เล่าอิ้วจึงเดินทางไปทางใต้ข้ามแม่น้ำแยงซี ที่นั่นงอเก๋งและซุนเบน ได้ต้อนรับเขาและให้เขาอาศัยอยู่ท่ ขยกโอ๋
เมื่อซุนเซ็กโจมตีโลกั๋ง เล่าอิ้วรู้ข่าวและเพราะงอเก๋งและซุนเบน ก็เป็นคนที่อ้วนสุดแต่งตั้ง เล่าอิ้วจึงกลัวว่า อ้วนสุดและตระกูลซุนจะวางแผนกำจัดเขา เขาจึงบังคับให้งอเก๋งและซุนเบนออกจากเมือง ทั้งสองออกจึงไปตั้งทัพที่ Liyang
เล่าอิ้วส่ง วัวเหล็งและอิปิ มาตั้งค่ายที่ Hengjiang เตียวเอ๋งตั้งค่ายที่ Danglikou
อ้วนสุดแต่งตั้ง Hui Qu เป็นผู้ตรวจการมณฑล ยังจิ๋ว และตั้งให้งอเก๋งเป็นแม่ทัพผู้ควบคุมกองทัพ นำทัพพร้อม ซุนเบน โจมตี เตียวเอ๋งและพวก
Sanguo in Thai Language
All informations about Sanguo in this website was translated from other sanguo websites. Main informations are from asianstudies.anu.edu.au by Adjunct Professor Rafe de Crespigny, wikipedia.org and kongming.net. It takes almost a year for me to completed all informations, I hope Sanguo fan in Thailand will like it.เนื้อหาเกี่ยวกับสามก๊กในเวบนี้ ผมแปลจากเวบที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับสามก๊กภาษาอังกฤษ เนื้อหาส่วนหลักนั้นนำมาจาก ผลงานของ ศาสตราจารย์ Rafe De Crespigny โดยได้รับการอนุญาตจากตัวศาสตราจารย์ และทางมหาวิทยาลัย Australian National University โดยทางมหาวิทยาลัยขอให้ลงข้อความนี้
1. the original English version was published by the Faculty of Asian Studies Australian National University in 1996.
1. บทความต้นฉบับภาษาอังกฤษนี้ ได้ถูกตีพิมพ์โดยคณะเอเชียนศึกษา มหาวิทยาลัย Australian National ในปี 1996
2. This writer have the authors permission to publish his work in translation.
2. ผู้เขียนได้รับการอนุญาตจากผู้เขียนต้นฉบับนี้แล้วให้สามารถทำการเผยแพร่ผลงานแปลได้
ตามความประสงค์ของทางมหาวิทยาลัย บทความบางส่วนแปลมาจากเวบ wikipedia.org และ kongming.net
สามก๊ก
![]() |
|
![]() |
เนื้อเรื่องสามก๊ก
|
![]() |
เกร็ดสามก๊ก รายชื่อสามก๊ก(ใหม่) รายชื่อสามก๊ก แผนที่สามก๊ก แผนผังตระกูลซุน ยศทหารและขุนนางในสามก๊ก |
![]() |
|
![]() |




