FeelThailand.com

Welcome to Thailand


ปี Chuping ที่ 1 190AD 23 กุมภาพันธ์ 190 - 11 กุมภาพันธ์ 191



ฤดูใบไม้ผลิ เดือนแรก เหล่าหัวเมืองและมณฑลต่าง ๆ ทางตะวันออกนอกด่านพากันระดมกองทัพเพื่อโจมตีตั๋งโต๊ะ อ้วนเสี้ยวเจ้าเมืองปุดไฮ ได้รับเลือกให้เป็นผู้นำทัพพันธมิตร อ้วนเสี้ยวตั้งตัวเองเป็นแม่ทัพรถม้าและทหารม้า เหล่าเจ้าเมืองที่เข้าร่วมล้วนแต่ได้รับการแต่งตั้งตำแหน่งอย่างไม่เป็นทางการ

อ้วนเสี้ยวและอองของเจ้าเมืองโห้ลาย ตั้งค่ายอยู่ที่โห้ลาย ในขณะที่ฮันฮกผู้ปกครองมณฑลกิจิ๋ว อยู่ที่เงียบกุ๋นเพื่อเตรียมเสบียงศึกให้กองทัพ ขงมอ ผู้ตรวจการมณฑลอิจิ๋วตั้งค่ายอยู่ที่เองชง เล่าต้ายผู้ตรวจการมณฑลกุนจิ๋ว เตียวเมาเจ้าเมืองตันลิว เตียวเถียวน้องชายเตียวเมาเจ้าเมืองกองเหลง เตียวโป้เจ้าเมืองตองกุ๋น อ้วนอุ๋ยเจ้าเมืองซุนหยง เปาสิ้นนายอำเภอเจปักและโจโฉ ต่างตั้งค่ายอยู่ที่ซวนเซา อ้วนสุดแม่ทัพหลังตั้งค่ายอยู่ที่ลู่เอี๋ยง กองทัพแต่ละคนนั้นมีทหารคนละหลายพันนาย

บรรดาเจ้าเมืองทัพพันธมิตรเกือบทั้งหมดต่างยอมเป็นลูกน้องของอ้วนเสี้ยว มีแต่เปาสิ้นที่พูดกับโจโฉว่า ความสามารถในการวางแผนนั้นหาใช่ความสามารถธรรมดาทั่วไปที่ใครก็มีได้ ท่านเป็นเพียงผู้เดียวที่สามารถจัดการความวุ่นวายและทำให้แผ่นดินสงบสุข แม้ว่ากองทัพของเราจะแข็งแกร่ง แต่เราก็อาจจะไม่ได้รับผลสำเร็จถ้าผู้นำด้อยความสามารถ ตัวท่านนั้นเหมือนดั่งสัญญาณจากสวรรค์

วันที่ 4 มีนาคม มีการประกาศนิรโทษกรรมทั่วแผ่นดิน

เดือนที่สองวันที่ 26 มีนาคม ตั๋งโต๋ะสั่งให้ลิยูหัวหน้าขุนนางในวังหลวงวางยาพิษและสังหารเล่าเปียน อ๋องแห่งฮองหลง

ตั๋งโต๊ะวางแผนจะเกณฑ์ทหารจำนวนมากเพื่อโจมตีทัพพันธมิตรที่ดินแดนตะวันออก แต่แตะถ้ายขุนนางอาลักษณ์พูดว่า การปกครองนั้นอาศัยความดีงาม หาใช่ความแข็งแกร่งของกองทัพ ตั๋งโต๊ะไม่พอใจคำพูดของเขาพูดว่า การที่เจ้าพูดแบบนี้ หาว่าเหล่าทหารไร้ประโยชน์หรือไง

แตะถ้ายตอบว่า ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น แต่ข้าไม่เชื่อว่าเรามีความจำเป็นต้องส่งกองทัพใหญ่ไปต่อสู้กับดินแดนตะวันออก

ตัวท่านนั้นมาจากมณฑลทางตะวันตก ท่านปกครองเหล่าทหารตั้งแต่ยังเยาว์วัย ท่านศึกษาพิชัยยุทธ์จนเจนจัด อ้วนเสี้ยวนั้นเป็นลูกหลานขุนนางใหญ่ กำเนิดในเมืองหลวงและเติบโตที่นี่ เตียวเมาเป็นแค่คนแก่จากตงผิง สิ่งที่เขารู้มีเพียงการนั่งอย่างถูกวิธีในท้องพระโรง โดยไม่เหลียวซ้ายแลขวา ขงมอเป็นคนที่สงวนท่าทีและมีถ้อยคำที่ประทับใจ จนสามารถทำให้คนที่รู้สึกเหี่ยวเฉากลับมามีชีวิตชีวาด้วยคำพูดของเขา อย่างไรก็ดี ความสามารถแบบนี้ของพวกเขาหาใช่ความสามารถด้านการศึก การสงคราม ตอนนี้พวกเขาพากันต่อต้านท่าน แต่ความสามารถพวกเขาด้านสงครามด้อยกว่าท่านมากนัก

และคนเหล่านี้ก็ไม่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจากฮ่องเต้ ตำแหน่งพวกเขายังสับสน แต่ละคนก็อาศัยกำลังทหารของตัวเองเป็นหลัก และต่างก็ออมกำลังและเสบียงไว้จนกว่าที่เขาจะสามารถกุมสถานการณ์ได้ พวกเขาจะไม่ยอมโจมตีตามแผนการหรือยอมร่วมมือกันในการโจมตี

นอกจากนั้น ดินแดนทางตะวันออกนั้นอยู่ในความสงบมาช้านาน เหล่าประชาชนล้วนแต่ไม่มีประสบการณ์ในการรบ แต่ดินแดนนอกด่านทางตะวันตกนั้น เพิ่งผ่านสงครามจากการรุกรานของเผ่าเกี๋ยง แม้แต่ผู้หญิงและเด็กสาวต่างก็สามารถใช้ธนูและต่อสู้ได้ทุกคน เหล่าคนจากเป๊งจิ๋วและเลียงจิ๋ว รวมทั้งทหารชนเผ่าต่าง ๆ ล้วนแต่เป็นที่หวาดกลัวของทั้งแผ่นดิน และคนเหล่านี้เป็นเหมือนดั่งเขี้ยวและกรงเล็บของท่าน เปรียบเหมือนท่านขี่เสือร้ายบุกโจมตีฝูงสุนัขหรือฝูงแกะ เหมือนดั่งลมพายุที่กรรโชกรุนแรงที่พัดพาเหล่าใบไม้ที่เหี่ยวเฉา แล้วใครจะกล้าขัดขวางท่นได้

แต่ถ้าท่านเกณฑ์ทหารอย่างไม่จำเป็น จะทำให้ทั้งแผ่นดินเกิดความหวาดกลัว และเหล่าคนที่หวาดกลัวนั้นก็จะรวมตัวกันต่อต้านท่าน ท่านไม่ควรจะละทิ้งความดีงามไปเพิ่งความแข็งแกร่งซึ่งจะทำให้ท่านสูญเสียทั้งอำนาจและชื่อเสียงเกียรติยศ ตั๋งโต๊ะเห็นด้วยกับคำแนะนำของเขา

เพราะว่าความแข็งแกร่งของทัพพันธมิตร ตั๋งโต๊ะจึงวางแผนที่จะย้ายเมืองหลวง ซานก๋งและขุนนางคนอื่น ๆ ไม่เห็นด้วย แต่ไม่มีใครกล้าคัดค้าน ตั๋งโต๊ะเสนอให้จูฮี ข้าหลวงแห่งโฮหลำมาเป็นเสนาบดีผุ้ควบคุมราชรถและทหารม้าและเป็นผู้ช่วยของเขา คนส่งสารจึงนำสารนี้ไปหาจูฮี แต่จูฮีขออภัยที่ไม่อาจรับตำแหน่งนี้ได้ และเขายังพูดว่า ถ้าฮ่องเต้เสด็จไปตะวันตก ก็จะเป็นการทำลายความหวังของทั้งแผ่นดิน เพราะจะเป็นการตอกย้ำถึงรอยร้าวระหว่างราชสำนักกับหัวเมืองตะวันออก ข้าไม่เห็นถึงประโยชน์ของการย้ายราชธานี

คนนำสารจึงพูดว่า ตัวท่านได้รับเกียรติให้รับหน้าที่อันสำคัญ แต่ท่านกลับปฏิเสธ สาสน์นี้ไม่มีความใดกล่าวถึงการย้ายราชธานี เหตุใดท่านจึงยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูด จูฮีตอบว่า ผู้ช่วยของไจเสี่ยงนั้นเป็นตำแหน่งที่สูงเกินความสามารถของข้า การย้ายเมืองหลวงเป็นข้อเสนอที่เลวร้าย และเป็นเรื่องใหญ่โตของบ้านเมือง ข้าขออภัยที่ตัวเองไม่สามารถรับตำแหน่งที่เกินความสามารถตัวเอง และข้าพูดในสิ่งที่สำคัญของบ้านเมือง นี่ถือเป็นหน้าที่ของขุนนางที่ดี แล้วจูฮีก็ไม่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยไจเสี่ยง

ตั๋งโต๊ะเรียกประชุมขุนนางครั้งใหญ่แล้วพูดว่า ฮ่องเต้เกาซู่ได้สร้างราชธานีภายในดินแดนในด่าน และดำเนินเรื่อยมาถึง 11 รัชกาล ฮ่องเต้กวงบู๊ได้สร้างวังหลวงที่ลกเอี๋ยง และก็เป็นรากฐานมาถึง 11 รัชกาล เพื่อสอดคล้องกับคำทำนายซือเปา เราควรจะย้ายเมืองหลวงไปยังเตียงอันเพื่อทำตามมติสวรรค์และความต้องการของประชาชน ขุนนางทั้งปวงเมื่อได้ฟังก็นิ่งเงียบไม่พูดอันใด

ซือถูเอียวปิวจึงพูดขึ้นมาว่า การย้ายราชธานีและเปลี่ยนกฎหมายนั้นเป็นการใหญ่ของแผ่นดิน ในอดีตพานเก็งย้ายเมืองหลวงไปยังไป่ และชาวรัฐหยิน ก็ไม่พอใจในเรื่องนี้ กาลก่อนดินแดนภายในด่านเสียหายหนักจากการทำลายของหวางหมาง ดังนั้นองค์ฮ่องเต้กวงบู๊ถึงย้ายเมืองหลวงมาที่ลกเอี๋ยง

หลายปีที่ชาวบ้านอยู่อย่างสงบสุขและพึงพอใจ ถ้าท่านต้องการย้ายเมืองหลวงโดยปราศจากเหตุผลอันควร ทิ้งวังหลวงและหลุมศพเหล่ากษัตริย์ ข้ากลัวว่าชาวบ้านจะพากันตกใจและเกิดความโกลาหลวุ่นวายคล้ายดั่งน้ำซุบที่กำลังเดือดพล่านเป็นแน่ และคำทำนายซือเปาก็เป็นเรื่องงมงายไร้สาระ เหมือนดั่งคำพูดลอย ๆ แล้วท่านจะเชื่อถือคำทำนายนี้ได้อย่างไร

ตั๋งโต๊ะจึงกล่าวว่า ดินแดนภายในด่านนั้นอุดมสมบูรณ์เพียบพร้อม ด้วยเหตุนี้รัฐฉินจึงสามารถใช้เป็นรากฐานกำจัดรัฐอื่น ๆ ได้ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีไม้ชั้นดีจากทางตะวันตกของเขาหลงสัน และยังมีเครื่องดินเผาของฮ่องเต้บู๊เต้ที่ตู้หลิง ถ้ารวมสิ่งเหล่านี้เข้าด้วยกัน เราก็สามารถทำงานใด ๆ เสร็จได้ภายในไม่กี่วัน แล้วเหตุใดต้องถามความเห็นชาวบ้าน ถ้าผู้ใดไม่เต็มใจย้ายตาม ข้าจะส่งทหารไปจัดการเสีย ข้าสามารถทำให้พวกเขาเดินหน้าลงทะเลด้วยซ้ำไป

การทำให้แผ่นดินวุ่นวายนั้นง่าย เอียวปิวตอบ แต่การทำให้ขวัญของประชาชนสงบนั้นยากยิ่ง ขอให้ท่านคิดใหม่อีกครั้ง

ตั้งโต๊ะโกรธจนหน้าเปลี่ยนสี ตะโกนว่า นี่เจ้าจะขวางการใหญ่ของแผ่นดินหรือ

ไท่เว่ยอุยอ๋วนพูดว่า นี่เป็นเรื่องใหญ่ของแผ่นดิน เหตุใดท่านจึงไม่สนใจไคร่ครวญข้อเสนอของท่านเอียวปิวอีกครั้ง ตั๋งโต๊ะนิ่งเงียบไม่ตอบอะไร

ซือคงซุนซวงเห็นว่าตั๋งโต๊ะได้ตัดสินใจแล้ว เขากลัวว่าตั๋งโต๊ะจะทำร้ายเอียวปิวและคนที่สนับสนุนเอียวปิว จึงพูดเพื่อบรรเทาความโกรธของตั๋งโต๊ะว่า ท่านไจเสี่ยงเองก็ไม่รู้สึกดีกับสถานการณ์ในตอนนี้ เหล่าดินแดนตะวันออกล้วนก่อกบฏ เราไม่สามารถปราบปรามพวกเขาได้ในเวลาอันสั้น เราจึงควรย้ายราชธานีไปเพื่อรับมือกับพวกเขาอย่างเหมาะสม เหมือนดั่งสมัยรัฐฉินและราชวงศ์ตอนต้น ตั๋งโต๊ะเมื่อได้ยินก็คลายความโกรธลง

อุยอ๋วนเมื่อเลิกจากการประชุม เขาก็ยังพูดต่อต้านแผนการนี้ เดือนที่สองวันที่ 28 มีนาคม ตั๋งโต๊ะเสนอแนะว่า เนื่องจากโรคระบาดและเหตุการณ์ร้ายต่าง ๆ อุยอ๋วนเอียวปิวและคนอื่น ๆ สมควรถูกปลดจากตำแหน่ง เตียวเขียนหัวหน้าขุนนางวังหลวงถูกแต่งตั้งเป็นไท่เว่ย เสนาบดีควบคุมรถม้าอ้องอุ้นถูกแต่งตั้งเป็นซือถู

เหงาเค่งขุนพลประจำประตูเมืองและ เจียวปีขุนพลผู้ปกครองกองทัพ ได้คัดค้านการย้ายเมืองหลวงอย่างรุนแรง ตั๋งโต๊ะโกรธมากพูดว่า เมื่อข้ามาถึงเมืองหลวงใหม่ ๆ เจ้าทั้งสองแนะนำให้ข้าเรียกตัวบัณฑิตมีชื่อมาเป็นขุนนาง ข้ายอมรับคำแนะนำของพวกเจ้า แล้วคนเหล่านั้นก็ได้รับตำแหน่งขุนนางสำคัญ แต่เวลานี้พวกเขาได้ตั้งกองทัพขึ้นต่อต้านข้า พวกเจ้าทรยศต่อข้า แล้วจะให้ข้าเชื่อคำพูดคนที่ไว้วางใจไม่ได้หรือไร

วันที่ 2 เมษายน ตั๋งโต๊ะสั่งจับตัว เหงาเค่งและ เจียวปีและสังหารพวกเขา เอียวปิวและอุยอ๋วนตกใจกลัวว่าพวกตัวเองจะโดนลงโทษด้วย จึงไปหาตั๋งโต๊ะเพื่อขอโทษ แล้วตั๋งโต๊ะก็เสียใจที่เขาได้สังหารเหงาเค่งและเจียวปี แล้วเขาก็ได้เสนอให้แต่งตั้งเอียวปิวและอุยอ๋วนกลับเป็นขุนนางในตำแหน่งขุนนางผู้ใหญ่

ตั๋งโต๊ะเรียกตัวโฮซุ่นข้าหลวงแห่งเกงเตียวให้มาเป็นขุนนางที่ปรึกษา ในเวลานั้นแม่ทัพซ้ายฮองฮูสงมีอำนาจควบคุมทหารสามหมื่นคนอยู่ที่ค่ายในหยูฟุเฟง โฮซุ่นได้ลอบวางแผนกับฮองฮูสงเตรียมโจมตีตั๋งโต๊ะ แต่หลังจากนั้นไม่นาน ตั๋งโต๊ะก็เรียกตัวฮองฮูสงให้เข้าเมืองหลวงมารับตำแหน่งขุนพลประจำประตูเมือง

เหลียงเอี๋ยนหัวหน้าขุนนางของฮองฮูสงได้พูดกับเขาว่า ตั๋งโต๊ะปล้นสะดมและทำลายเมืองหลวง เขาปลดฮ่องเต้และตั้งฮ่องเต้องค์ใหม่ตามใจชอบ เวลานี้เขาส่งสารมาเรียกตัวท่านเข้าวัง ถ้าสถานการณ์เลวร้ายเกิดขึ้น ท่านจะตกอยู่ในอันตรายและหายนะ อย่างน้อยที่สุดตัวท่านก็ต้องอับอาจและรู้สึกเสียใจ ขอให้ท่านฉวยโอกาสนี้ ตอนที่ตั๋งโต๊ะยังอยู่ที่ลกเอี๋ยงในขณะที่ฮ่องเต้กำลังเสด็จมายังตะวันตก นำทหารของท่านไปรับตัวองค์ฮ่องเต้ รับคำสั่งพระองค์โจมตีโจรกบฏ เรียกกำลังเสริมและรวบรวมเจ้าเมืองต่าง ๆ แล้วตระกูลอ้วนจะกดดันทางตะวันออกส่วนท่านโจมตีทางตะวันตก ไม่ช้าท่านจะจัดการตั๋งโต๊ะได้

ฮองฮูสงไม่ทำตามคำแนะนำนี้ เขาทำตามหมายเรียกเข้าวัง และเนื่องด้วยกำลังของ โฮซุ่นนั้นน้อยเกินกว่าที่จะกระทำการโดยลำพัง เขาจึงเดินทางกลับเมืองหลวง แล้วตั๋งโต๊ะก็แต่งตั้งเขาเป็นขุนพลทหารม้าเร็ว

จูฮีข้าหลวงแห่งโฮหลำ พูดเสนอแนะหลาย ๆ เรื่องเกี่ยวกับการศึกการสงคราม แต่ตั๋งโต๊ะตัดบทเขาว่า รบร้อยครั้ง ข้าก็ได้ชัยชนะร้อยครั้ง ข้าจะตัดสินใจเอง เลิกพูดจาเหลวไหลได้แล้ว ไม่งั้นดาบฆ่าได้เปื้อนเลือดของท่านแน่ โฮซุ่นจึงกล่าว่า ในอดีตนั้น หวูติ้ง(อ๋องแห่งราชวงศ์ซาง) นับว่าเป็นนักรบที่ชาญฉลาด แต่เขาก็ยังต้องการให้ผู้คนทักท้วงเขา หวูติ้งนั้นมีบุคลิกคล้ายกับตัวท่าน แต่ท่านกลับบังคับคนให้หยุดพูด ตั๋งโต๊ะคิดได้จึงขอโทษต่อจูฮี

ตั๋งโต๊ะส่งกองทัพของเขาไปโจมตีหยางเช็ง(ตำบลหนึ่งในเองชง) ในตอนนั้นชาวบ้านที่นั่นจัดพิธีสักการบูชาเทพเจ้าแห่งดินอยู่พอดี เมื่อทหารตั๋งโต๊ะมาถึง ก็สังหารชายทุกคน และยึดรถสัมภาระต่าง ๆ จับตัวผู้หญิงและเด็กสาวบรรทุกไว้รถสัมภาระ และผูกศีรษะชาวบ้านผู้ชายติดกับคานไม้ เดินทัพร้องเพลงตะโกนยินดีกลับลกเอี๋ยง ประหนึ่งว่าพวกเขาไปปราบโจรกบฏและได้เชลยศึกมาเป็นจำนวนมาก ตั๋งโต๊ะจุดไฟเผาศีรษะคนพวกนั้นและมอบผู้หญิงให้แก่ทหารไปแบ่งปันเป็นเมียน้อยไม่ก็คนรับใช้

ในวันที่ 9 เมษายน ฮ่องเต้เสด็จไปตะวันตก ตั๋งโต๊ะจับคนทุกคนจากตระกูลที่ร่ำรวย ตั้งข้อหาว่าพวกเขาประพฤติผิด และดำเนินการสังหารทุกคนและยึดทรัพย์สินพวกเขา มีคนตายจากเหตุการณ์นี้มากมายเกินกว่าจะนับได้ ส่วนชาวบ้านที่เหลือจำนวนนับล้านถูกบังคับให้อพยพย้ายไปยังเตียงอัน โดยมีเหล่าทหารคอยควบคุมการอพยพ ในระหว่างทางก็เกิดชุลมุนจนคนเหยียบกันตายจำนวนมาก คนที่อดหยากและหิวโหยก็แย่งชิงอาหารกันและบางคนก็ถึงกับกินเนื้อคนที่ตายแล้ว มีคนตายจำนวนมากอยู่ตามถนนเต็มไปหมด

ตั๋งโต๊ะนั้นไม่ได้อพยพตามไปด้วยแต่ตั้งค่ายอยู่ในสวนคฑาหยก เขาเผาวังหลวง อารามหลวง ที่ทำการขุนนางต่าง ๆ รวมทั้งบ้านช่องของชาวบ้าน บ้านเรือนทุกหลังในระยะสองร้อยลี้ล้วนถูกทำลายหมดสิ้น ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดที่หลงเหลืออยู่ได้ แล้วตั๋งโต๊ะก็ส่งลิโป้เข้าบุกทำลายสุสานหลวงของอดีตอ่องเต้และเชื้อพระวงศ์รวมทั้งสุสานของขุนนางน้อยใหญ่และเก็บทรัพย์สมบัติในสุสานต่าง ๆ

ตั๋งโต๊ะจับทหารบางคนของฝั่งตะวันออกได้ เขาสั่งให้นำน้ำมันหมูมาทาผ้า แล้วเอาผ้านั้นไปมัดพันเหล่าเชลยไม่ให้เคลื่อนไหวได้และจุดไฟครอกพวกเชลยเหล่านั้นทั้งเป็น

ในเดือนที่สาม วันที่ 27 เมษายน ฮ่องเต้เสด็จมาถึงเตียงอัน พระองค์ประทับอยู่ที่ที่ทำการของเมืองเกงเตียวหลังจากนั้นไม่นานวังเก่าก็ถูกซ่อมแซมให้ฮ่องเต้สามารถประทับอยู่ที่นั่นได้ ในเวลานั้นตั๋งโต๊ะยังไม่มาที่เตียงอัน การบริหารบ้านเมืองต่าง ๆ ล้วนอยู่ในความดูแลของอ้องอุ้น

ที่ผ่านมานั้นอ้องอุ้นทำตัวเงียบขรึมและพยายามจัดการแก้ปัญหาจากสิ่งเลวร้ายต่าง ๆ ที่ตั๋งโต๊ะก่อขึ้น แต่ลึก ๆ ในใจนั้น อ้องอุ้นต้องการที่จะช่วยเหลือองค์ฮ่องเต้ เขานั้นมีความสามารถที่จะเป็นขุนนางที่ยิ่งใหญ่ได้ และฮ่องเต้รวมทั้งคนต่าง ๆ ก็จับตามองมาที่เขา อ้องอุ้นนั้นซ่อนความรู้สึกที่แท้จริงของเขาไว้และรับใช้ตั๋งโต๊ะ ตั๋งโต๊ะจึงปฏิบัติต่อเขาอย่างดีและไว้ใจในตัวเขา

วันที่ 10 พฤษภาคม เนื่องด้วยการก่อการของอ้วนเสี้ยว ตั๋งโต๊ะจึงประหารราชครูอ้วนวุย เสนาบดีรถม้าอ้วนจี๋ และคนในตระกูลอ้วนทุกคนไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ มากกว่าห้าสิบชีวิตล้วนถูกประหารหมดสิ้น

ก่อนหน้านั้น อองยอยผู้ตรวจการมณฑลเกงจิ๋วได้ร่วมกับซุนเกี๋ยนเจ้าเมืองเตียงสา ออกปราบโจรกบฏในเมืองเลงเหลงและฮุยเอี๋ยง เพราะว่าซุนเกี๋ยนนั้นเป็นคนที่เติบโตมาจากตระกูลชาวบ้านธรรมดา ไม่ใช่ตระกูลขุนนางและไต่เต้าตำแหน่งขึ้นมาจากความดีความชอบในเรื่องการสงคราม ทำให้ อองยอยนั้นพูดจาเหยียบหยามเขาหลายต่อหลายครั้ง

เมื่อเหล่ามณฑลและหัวเมืองต่าง ๆ รวมตัวกันต่อต้านตั๋งโต๊ะ อองยอยและซุนเกี๋ยนต่างก็รวบรวมกองทัพด้วย แต่อองยอยนั้นได้เกิดบาดหมางกับโจอิ๋นเจ้าเมืองบุเหลง และเขาเองก็ประกาศว่า เขาตั้งใจจะสังหารโจอิ๋นก่อนจะยกทัพไปต่อสู้ตั๋งโต๊ะ

โจอิ๋นหวาดกลัวว่าตัวเองจะถูกฆ่า จึงปลอมราชโองการและส่งไปหาซุนเกี๋ยน โดยบรรยายความผิดต่าง ๆ ของ อองยอยและบอกให้ซุนเกี๋ยนจับตัวเขา สังหารเสียแล้วค่อยส่งรายงานให้ทางการ เมื่อซุนเกี๋ยนได้รับสารนี้ก็นำทัพของเขาเข้าโจมตีอองยอย

เมื่ออองยอยรู้ว่าซุนเกี๋ยนยกทัพมา เขาจึงปีนหอคอยเมืองดูกองทัพศ้ตรู และถามว่า พวกท่านต้องการสิ่งใด ทหารในทัพหน้าของซุนเกี๋ยนจึงตอบว่า พวกเขาได้รับความเดือดร้อนจากศึกสงครามมามากนัก พวกเราจึงอยากที่จะขอเรียกร้องค่าตอบแทนจากท่าน แล้ว อองยอยก็เห็นซุนเกี๋ยน เขาจึงร้องถามไปว่า เหล่าทหารอาจจะต้องการรางวัลตอบแทน แต่ทำไมเจ้าเมืองซุนเกี๋ยนถึงอยู่ที่นี่ด้วย

ซุนเกี๋ยนจึงตอบว่า ข้าได้รับคำสั่งมาให้สังหารท่าน

อองยอยจึงถามว่า ข้าได้ทำความผิดประการใด

ซุนเกี๋ยนตอบว่า เพราะท่านไม่อาจเข้าใจสถานการณ์ต่าง ๆ

ด้วยความโศกเศร้าและสิ้นหวัง อองยอยนำเศษทองดิบมาดื่มเพื่อฆ่าตัวตาย

ทันทีที่ซุนเกี๋ยนเดินทัพมาถึงลำหยง กองทัพของเขามีจำนวนกว่าสองสามหมื่นนาย เตียวคีเจ้าเมืองลำหยงปฏิเสธที่จะมอบเสบียงให้แก่พวกเขา แต่ซุนเกี๋ยนใช้อุบายหลอกสังหารเขาเสีย แล้วทั้งเมืองก็หวาดกลัวและยอมมอบทุกสิ่งที่ซุนเกี๋ยนต้องการ

ซุนเกี๋ยนเดินทัพไปยังลู่เอี๋ยงเพื่อรวมทัพกับอ้วนสุด เขามอบเมืองลำหยงให้อ้วนสุด อ้วนสุดก็แต่งตั้งให้เขาเป็นแม่ทัพปราบคนชั่วและผู้ตรวจการมณฑลอิจิ๋ว

มีราชโองการแต่งตั้งให้เล่าเปียว นายทหารแห่งกองทัพเหนือตอนกลางเป็นผู้ตรวจการมณฑลเกงจิ๋ว ในเวลานั้นถนนหนทางล้วนเต็มไปด้วยโจรผู้ร้ายเต็มไปหมดยากที่จะเดินทาง เล่าเปียวจึงใช้ม้าเดินทางโดยไม่มีคนอารักขาเพื่อหลบเหล่าโจร และเขาไปเชิญตัวเก๊งเหลียง เก๊งอวด สองบัณฑิตมีชื่อแห่งลำหยง เพื่อปรึกษาแผนการกับพวกเขา

เล่าเปียวถามว่า ตอนใต้ของแยงซีนั้น มีก๊กต่าง ๆ จำนวนมาก แต่ละกลุ่มก็มีผู้ติดตาม และต่างก็ไม่เป็นมิตรต่อกัน ถ้าอ้วนสุดได้การสนับสนุนจากพวกเขา คนเหล่านี้จะก่อปัญหาใหญ่ให้กับข้า ข้าต้องการที่จะเกณฑ์กองทัพ แต่ข้าเกรงว่าจะมีคนไม่กี่คนที่จะยอมรับการเรียกตัวจากข้า ในสถานการณ์เช่นนี้ ข้าควรทำเช่นไร

เก๊งเหลียงตอบว่า ถ้าผู้คนไม่มาหาท่าน นั่นเพราะท่านไม่แสดงความมีเมตตา ถ้าพวกเขามาหาท่านแต่ไม่เชื่อฟังท่าน นั่นเพราะท่านไม่แสดงความยุติธรรม ขอเพียงให้ท่านประพฤติตัวอยู่ในความเมตตาและเที่ยงธรรม แล้วผู้คนก็จะเข้าหาท่านดั่งสายน้ำที่หลั่งไหลจากที่สูงลงสู่เบื้องล่าง แล้วท่านจะกังวลเรื่องเหล่าทหารจะรวมตัวเพื่อท่านไปทำไม

อ้วนสุดนั้นหยิ่งยโส และไม่มีความรู้เรื่องการวางแผน เก๊งอวดกล่าว ผู้นำของแต่ละกลุ่มนั้นโลภมากและโหดร้าย เหล่าผู้ติดตามของเขาต่างก็เดือดร้อน ถ้าท่านแสดงให้เห็นว่าคนที่เข้าร่วมกับท่านได้ประโยชน์เช่นไร คนที่เหลือทั้งหมดก็จะมารับใช้ท่าน ถ้าท่านลงโทษคนชั่ว ดูแลคนดีให้มีอำนาจ แล้วคนทั้งมณฑลก็จะรู้สึกผ่อนคลายและมั่นใจ

เมื่อพวกเขารับรู้ถึงอำนาจและความดีงามของท่าน พวกเขาจะรีบหอบหิ้วลูกหลานมารับใช้ท่าน เหล่าทหารก็จะรวมตัวเพื่อท่าน ชาวบ้านก็จะต่อสู้เพื่อท่าน ในตอนใต้ท่านสามารถครองเมืองกังเหลง และตอนเหนือให้ท่านรักษาเมืองซงหยง หลังจากนั้น ขอเพียงให้ท่านสั่งการ แล้วหัวเมืองทั้งแปดแห่งมณฑลเกงจิ๋วก็จะเชื่อฟังท่าน ถึงตอนนั้นต่อให้อ้วนสุดยกทัพมาด้วยตัวเอง ก็ไม่สามารถทำอะไรท่านได้

เยี่ยมมาก เล่าเปียวพูดขึ้น แล้วเขาก็ส่งเก๊งอวดไปหลอกเหล่าผู้นำก๊กต่าง ๆ ให้มาหาเขา เมื่อเหล่าผู้นำทั้งห้าสิบห้าคนมาถึง พวกเขาก็ถูกสังหารและกองทัพพวกเขาก็ถูกเล่าเปียวยึดอำนาจ แล้วเล่าเปียวก็ย้ายที่ทำการของเขาไปยังซงหยง และดูแลหัวเมืองต่าง ๆ ให้เชื่อฟังคำสั่ง แล้วดินแดนตอนใต้แยงซีทั้งหมดก็สงบลง

เมื่อครั้งทัพตั๋งโต๊ะยังอยู่ที่ลกเอี๋ยงนั้น อ้วนเสี้ยวและผู้นำทัพพันธมิตรคนอื่นต่างหวามาก และไม่มีใครกล้าจะนำทัพเข้าต่อสู้ด้วย โจโฉจึงพูดว่า พวกท่านก่อตั้งกองทัพผู้ภักดีเพื่อทำลายศัตรูและนำความสงบสุขมาสู่บ้านเมือง เวลานี้ทัพใหญ่ก็พร้อมแล้ว ทำไมพวกท่านถึงยังลังเลใจอีก

ตอนแรกนั้น ถ้าตั๋งโต๊ะยังยึดถือราชสำนัก ใช้ลกเอี๋ยงเป็นฐานที่มั่น และทำให้ทัพพันธมิตรของเราเป็นศัตรูกับทั้งแผ่นดิน แบบนี้ต่อให้ตั๋งโต๊ะมีพฤติกรรมเป็นกบฏแต่ก็ยากที่จะชี้ชัดลงไป แต่ตอนนี้ตั๋งโต๊ะเผาวังหลวง เมืองหลวง และลักพาตัวฮ่องเต้ออกจากเมืองหลวง ทั่วทั้งแผ่นดินล้วนอยู่ในความวุ่นวายและไม่มีผู้ใดล่วงรู้จะว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป นี่เป็นเวลาที่ตั๋งโต๊ะจะได้โทษทัณฑ์จากสวรรค์ ขอเพียงรบแค่ครั้งเดียว แล้วทั่วแผ่นดินจะสงบสุข

แล้วโจโฉก็นำทหารมุ่งหน้าไปตะวันตก พยายามจะเข้ายึดเชงเกา เตียวเมาส่งอุยซีนายทหารของเขานำทัพร่วมไปกับโจโฉด้วย

เมื่อเดินทัพมาถึงแม่น้ำเปียนที่หยงเอี๋ยงพวกเขาพบกับซีเอ๋งนายทหารของตั๋งโต๊ะที่ซวนตูจึงเกิดการต่อสู้กันขึ้น ในที่สุดฝ่ายโจโฉก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้

โจโฉเองได้รับบาดแผลจากธนูในการรบ ม้าของเขาก็ได้รับบาดแผลทั่วตัว โจหองญาติผู้น้องของโจโฉส่งเอาม้าของเขาให้แก่โจโฉ แต่โจโฉไม่ยอมรับ โจหองจึงพูดขึ้นว่า แผ่นดินนี้สามารถขาดโจหองได้ แต่ไม่อาจขาดโจโฉได้ แล้วโจหองก็ให้โจโฉขี่ม้าแล้วตัวเองเดินเท้าตามไป และพวกเขาก็ถอยทัพไปในตอนค่ำ

ซีเอ๋งสังเกตว่าทัพโจโฉนั้นมีทหารจำนวนไม่มากนัก แต่เพราะว่าพวกเขาสู้รบกันทั้งวัน ทำให้ทหารของเขาก็เหนื่อยอ่อน และการเข้าโจมตีที่ซวนเซา ด้วยทหารที่มีอาจไม่ประสบความสำเร็จ เขาจึงถอยทัพกลับไป

โจโฉกลับมายังซวนเซา ทหารทัพพันธมิตรหลายแสนนายต่างกินเลี้ยงกันตลอดทั้งวัน โดยไม่มีใครคิดโจมตี โจโฉจึงตะโกนด่าพวกเขา แล้วโจโฉก็วางแผนเสนอต่อที่ประชุมว่า นี่คือสิ่งที่ข้าต้องการเสนอ ขอให้ท่านเจ้าเมืองปุดไฮนำกองทัพโห้ลายบุกเข้าด่านเป๊ง ในขณะที่เจ้าเมืองคนอื่น ๆ ที่นี่นำทัพไปล้อมเชงเกา ยึดคลังเสบียงหลวง และปิดทางหวนหยวนและไท่กู่แล้วพวกเราก็จะครองดินแดนในด่านทั้งหมด

แล้วแม่ทัพอ้วนสุดก็จะสามารถนำทัพจากลำหยงผ่านต้านและซี มายังด่านงอเพื่อคุกคามซานฟุ (ดินแดนสามหัวเมือง)

แล้วไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร พวกเราก็มีจุดแข็ง และรักษาการณ์ในพื้นที่ที่เราเฝ้าระวังอยู่หลังกำแพงและคูเมือง พวกเราก็จะเลี่ยงการต่อสู้ แต่แสดงการเคลื่อนทัพให้ทุกคนได้รู้ แล้วทั้งแผ่นดินจะรู้ว่าพวกเราคือขุนนางที่จงรักภักดีและต้องการทำลายโจรกบฏ แล้วสถานการณ์จะคลี่คลายไปเอง

คนของเราล้วนติดตามเราเนื่องจากความวุ่นวายในแผ่นดิน ถ้าเรายังลังเลหรือชักช้าที่จะลงมือ เราอาจทำให้คนทั่วแผ่นดินต้องผิดหวัง ข้ารู้สึกละอายใจแทนพวกท่านยิ่งนัก

เตียวเมาและคนอื่น ๆ ไม่เห็นด้วยกับแผนการของเขา ดังนั้นโจโฉจึงออกจากค่ายพร้อมกับนายพันแฮหัวตุ้นและแม่ทัพคนอื่น ๆ ไปยังมณฑลยังจิ๋ว ที่นั่นเขาได้เกณฑ์ทหารและได้ทหารกว่าพันนาย และนำทัพไปตั้งค่ายกับอ้วนเสี้ยวที่โห้ลาย

หลังจากนั้นกองทัพที่ซวนเซาก็ขาดแคลนเสบียง ทัพพันธมิตรก็แยกกันไป เล่าต้ายซึ่งบาดหมางกับเตียวโป้อยู่แล้ว จึงใช้โอกาสนี้สังหารเขาเสีย และแต่งตั้งอองกงเป็นเจ้าเมืองตองกุ๋น แทน

เจียวโฮผู้ตรวจการมณฑลเฉงจิ๋วได้รวบรวมกองทัพเพื่อโจมตีตั๋งโต๊ะด้วยเช่นกัน เขาพยายามอย่างมากที่จะเดินทัพไปตะวันตกให้ทันเจ้าเมืองคนอื่น ๆ แต่เขาไม่ได้เตรียมการป้องกันชาวบ้านในมณฑลของเขา ทันทีที่ทัพของเขาข้ามแม่น้ำเหลืองไป กลุ่มโจรผ้าเหลืองก็ยกทัพเข้าสู่ดินแดนของเขา

ในตอนนั้นดินแดนเฉงจิ๋วนั้นอุดมสมบูรณ์และได้รับการปกป้องอย่างดีจากเหล่าทหาร เมื่อไหร่ที่ เจียวโฮเห็นกบฏ เขามักจะถอยทัพไม่ยอมสู้ เขาไม่ยอมรบเผชิญหน้ากับโจรกบฏ ไม่ยอมเสี่ยงที่จะต่อสู้ด้วย แต่กับเชื่อในคำทำนายและพยากรณ์ เชื่อโชคลางและนับถือภูตผีปีศาจ การปกครองของเขาก็สับสนวุ่นวาย ทั้งมณฑลเหมือนถูกตัดขาดจากดินแดนอื่น ไร่นาก็ถูกปล่อยให้รกร้าง

ไม่นาน เจียวโฮก็ล้มป่วยและถึงแก่ความตาย อ้วนเสี้ยวจึงส่ง จงฮ่องแห่งกองเหลงไปปกครองมณฑลเฉงจิ๋วเพือควบคุมมณฑลให้อยู่ในความสงบ

ในฤดูร้อนเดือนที่สี่ เล่าหงี ผู้ปกครองมณฑลอิวจิ๋วได้ถูกแต่งตั้งเป็นราชครู แต่เพราะว่าถนนหนทางถูกปิดล้อมทำให้จดหมายแต่งตั้งไปไม่ถึงเขา

ในอดีต มณฑลอิวจิ๋วนั้นต้องต่อสู้กับบรรดาชนเผ่าต่าง ๆ จากนอกชายแดน ทำให้มีค่าใช้จ่ายในการสงครามมหาศาล ทุก ๆ ปี จะมีการจัดเก็บภาษีจากมณฑลเฉงจิ๋วและกิจิ๋วจำนวนเงินสองล้านเพื่อส่งมาเป็นค่าใช้จ่ายของมณฑลอิวจิ๋วแต่ในตอนนี้ถนนหนทางล้วนถูกปิดกั้นหมด และเสบียงอาหารก็ไม่สามารถลำเลียงมาได้

เล่าหงีสวมเสื้อผ้าเก่า ๆ และรองเท้าฟาง กินอาหารอย่างง่าย และปกครองมณฑลอย่างเมตตา เขาสนับสนุนให้มีปลูกต้นหม่อมชนิดหนึ่งที่นำผลมากินได้ และเริ่มการค้ากับชนเผ่าแห่งซางกู่ และนำเกลือและแร่เหล็กจากหยูหยางมาค้าขาย ชาวบ้านต่างพอใจในผลหลิต ข้าวเปลือกสามารถขายได้ราคาดี และมีคนจำนวนเป็นล้านคนจากเฉงจิ๋วและชีจิ๋วที่หนีภัยมาอยู่กับเล่าหงี เล่าหงีดูแลพวกเขาเป็นอย่างดี ช่วยเหลือพวกเขาให้สามารถตั้งรกรากอยู่ได้ จนคนอพยพเหล่านั้นแทบจะลืมไปเลยว่าพวกเขาอพยพมาจากที่อื่น

ในเดือนที่ห้า ซือคงซุนซวงเสียชีวิต ในเดือนที่หกวันที่ 21 สิงหาคม ขุนนางผู้ใหญ่จงฝู่ถูกแต่งตั้งเป็นซือคง

ตั๋งตะได้ส่ง ฮันหยงเสนาบดีความสัมพันธ์ชนเผ่า อินสิ้วผู้รักษาทรัพย์ส่วนพระองค์ หูมู่ปานผู้ถือคฑาทอง งอสิ้วผู้ออกแบบวังหลวง และขุนพลทหารม้าเร็วอองกุ๋ยไปเจรจากับอ้วนเสี้ยวและพวกเพื่อเจรจาสงบศึก

หูมู่ปาน งอสิ้วและอองกุ๋ยมาถึงโห้ลาย อ้วนเสี้ยวส่งตัวอองของไปจับพวกเขาสังหารเสีย อ้วนเสี้ยวยังจับตัว Yin Xiu สังหารด้วยเช่นกัน มีเพียงฮันหยงที่สามารถหนีรอดไปได้ ด้วยเพราะเขามีชื่อเสียงคุณงามความดีของเขา

ตั๋งโต๊ะล้มเลิกสกุลเงินหวูชูและสร้างเหรียญเงินที่ย่อยกว่า เขายังหลอมรูปปั้นต่าง ๆ ของลกเอี๋ยงและเตียงอัน เช่น รูปปั้นมนุษย์ทองแดงแห่งเตียงอัน (รูปปั้นตั้งแต่สมัยฉินซี) รูปปั้นจงจู่ (รูปปั้นสัตว์ประหลาดหัวเป็นกวางตัวเป็นมังกร) รูปปั้นเทพแห่งลม (ตัวเป็นกวาง หัวเป็นนกมีเขาเหมือนกวาง หางเป็นงูและหนังเป็นเสือดาว) และรูปปั้นม้าทองแดงสมัยฮ่องเต้บู๊เต้

ทั้งหมดนี้เพื่อสร้างเงินตามใหม่ แล้วเงินตราก็ถูกกำหนดค่าใหม่ ข้าวของทุกอย่างแพงขึ้น ข้าวสารหนึ่งจื่อมีราคาเท่ากับเงินหลายหมื่น

ในฤดูหนาว ซุนเกี๋ยนและทหารของเขาได้กินเลี้ยงกันอยู่ที่ทางตะวันออกของเมืองลู่เอี๋ยง ในอตนนั้นทหารตั๋งโต๊ะสองหรือสามหมื่นนายได้เดินทัพมาถึงที่นั่นโดยที่ทัพซุนเกี๋ยนไม่รู้ล่วงหน้า แต่ซุนเกี๋ยนก็ยังส่งแก้วเหล้าต่อไปและพูดจากันอย่างครื้นเครง เขาสั่งการให้เหล่าทหารรวมตัวกันในสังกัดตนเอง แต่อย่าแตกตื่นวุ่นวายไป เมื่อทหารม้าของข้าศึกจำนวนมายกทัพมาถึง ซุนเกี๋ยนก็ลุกจากเก้าอี้อย่างปกติและนำทัพของเขาเข้าเมือง แล้วเขาก็อธิบายว่า เหตุผลที่ข้าไม่รีบร้อนสั่งการไป เพราะข้ากลัวว่าทหารของเราจะตกใจวุ่นวายจนเหยียบย่ำกันเอง และก็จะถูกโจมตีจนไม่สามารถเข้าเมืองได้

เมื่อทหารตั๋งโต๊ะได้เห็นระเบียบวินัยของทัพซุนเกี๋ยน พวกเขาก็ยกทัพกลับโดยไม่เข้าต่อสู้ด้วย

อองของตั้งค่ายอยู่ที่ด่านเหอหยาง ตั๋งโต๊ะยกทัพเข้าโจมตีเขาโดยที่เขายังไม่ทันระวังตัว และได้ชัยชนะอย่างเด็ดขาด

แม่ทัพรองทางซ้ายซัวหยงแนะนำว่า ฮ่องเต้ทุกพระองค์ตั้งแต่เซียวเหอ จะมีชื่อทางศาสนาด้วย ข้าเห็นว่าชื่อนี้ควรจะยกเลิกเสียเพื่อแสดงความเคารพแก่ธรรมเนียมโบราณ แล้วคำแนะนำนี้ก็ได้รับการปฏิบัติตาม

ซีเอ๋งแม่ทัพรองได้เสนอกองซุนตู้ให้กับตั๋งโต๊ะ กองซุนตู้เป็นคนเมืองเดียวกับซีเอ๋ง และเป็นอดีตผู้ตรวจการมณฑลกิจิ๋ว ตั๋งโต๊ะแต่งตั้งเขาเป็นเจ้าเมืองเลียวตั๋ง

เมื่อกองซุนตู้ได้รับตำแหน่ง เขาลงโทษและสังหารคนนับร้อยจากครอบครัวมีชื่อเสียงของเมือง ทั้งเมืองตกอยู่ในความหวาดกลัว แล้วเขาก็โจมตีเกากู่ลี้ทางตะวันออก และเผ่าหวูฮวนทางตะวันตก

กองซุนตู้พูดกับคนสนิทของเขาเล่าอี๋ เอียวหงีและคนอื่น ๆ ว่า เวลาของราชวงศ์ฮั่นได้จบสิ้นลงแล้ว ข้าถามพวกท่านว่าพร้อมที่จะร่วมกับข้าก่อตั้งแผ่นดินหรือไม่ แล้วเขาก็แบ่งเลียวตั๋งเป็นเมือง เหลียวซีและจงเหลียว และแต่งตั้งเจ้าเมืองให้กับเมืองทั้งสองและเขาก็ได้เข้ายึดตำบลทั้งหมดของ ตงไหลและตั้งผู้ตรวจการมณฑลเองจิ๋ว

กองซุนตู้ตั้งตัวเองเป็นพระยาแห่งเลียวตั๋งและผู้ปกครองมณฑลเพงจิ๋ว เขาตั้งศาลบูชาสองบรรพกษัตริย์(ฮ่องเต้เกาซุ่และฮ่องเต้กวงบู๊) เขายังตั้งศาลบูชาฟ้าดินและเทพแห่งการกสิกรรม และใช้รถม้านกไฟเทียมด้วยม้าสี่ตัวเป็นพาหนะ (หนึ่งในเก้าเครื่องยศ) และตั้งกองทหารม้าขกนกป่าพร้อมด้วยธงศึกหางวัวป่า (กองทหารขนนกป่า หรือหยูหลินเป็นกองทัพย่อยของทหารราชองครักษ์)

Sanguo in Thai Language

All informations about Sanguo in this website was translated from other sanguo websites. Main informations are from asianstudies.anu.edu.au by Adjunct Professor Rafe de Crespigny, wikipedia.org and kongming.net. It takes almost a year for me to completed all informations, I hope Sanguo fan in Thailand will like it.

เนื้อหาเกี่ยวกับสามก๊กในเวบนี้ ผมแปลจากเวบที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับสามก๊กภาษาอังกฤษ เนื้อหาส่วนหลักนั้นนำมาจาก ผลงานของ ศาสตราจารย์ Rafe De Crespigny โดยได้รับการอนุญาตจากตัวศาสตราจารย์ และทางมหาวิทยาลัย Australian National University โดยทางมหาวิทยาลัยขอให้ลงข้อความนี้

1. the original English version was published by the Faculty of Asian Studies – Australian National University in 1996.
1. บทความต้นฉบับภาษาอังกฤษนี้ ได้ถูกตีพิมพ์โดยคณะเอเชียนศึกษา มหาวิทยาลัย Australian National ในปี 1996

2. This writer have the author’s permission to publish his work in translation.
2. ผู้เขียนได้รับการอนุญาตจากผู้เขียนต้นฉบับนี้แล้วให้สามารถทำการเผยแพร่ผลงานแปลได้

ตามความประสงค์ของทางมหาวิทยาลัย บทความบางส่วนแปลมาจากเวบ wikipedia.org และ kongming.net

สามก๊ก

Feel Thailand Sanguo สามก๊ก
Feel Thailand Sanguo สามก๊ก
เนื้อเรื่องสามก๊ก
183 AD    184 AD    185 AD    186 AD    187 AD    188 AD    189 AD    190 AD    191 AD    192 AD    193 AD    194 AD    195 AD    196 AD    197 AD    198 AD    199 AD    200 AD    201 AD    202 AD    203 AD    204 AD    205 AD    206 AD    207 AD    208 AD    209 AD    210 AD    211 AD    212 AD    213 AD    214 AD    215 AD    216 AD    217 AD    218 AD    219 AD    220 AD
Feel Thailand Sanguo สามก๊ก เกร็ดสามก๊ก
รายชื่อสามก๊ก(ใหม่)   รายชื่อสามก๊ก   แผนที่สามก๊ก    แผนผังตระกูลซุน    ยศทหารและขุนนางในสามก๊ก
Feel Thailand Sanguo สามก๊ก
Feel Thailand Sanguo สามก๊ก
๏ปฟ