ปี Zhongping ที่ 5 188AD 15 กุมภาพันธ์ 187 - 3 กุมภาพันธ์ 189
ในฤดูใบไม้ผลิ เดือนแรก วันที่ 29 กุมภาพันธ์ (dingyou) มีการประกาศนิรโทษกรรมทั่วแผ่นดิน
เดือนที่สอง มีดาวหางปรากฏตัวในกลุ่มดาววังสีม่วง
โจรผ้าเหลืองภายใต้การนำของ กัวต้าเข้าโจมตีชาวบ้านในหุบเขาไป่ไป่ในเหอซี พวกเขายังปล้นในหัวเมืองไท่หยวนและโฮต๋อง
ในเดือนที่สาม ชนเผ่าฉู่เกอสังหาร เตียวเอ๊กผุ้ตรวจการมณฑลเป๊งจิ๋ว
เล่าเอี๋ยนแห่งกังแฮ เจ้ากรมพิธีการเห็นว่าในราชสำนักมีความวุ่นวายมาก จึงเสนอว่า ทั่วทุกสารทิศล้วนเต็มไปด้วยโจรกบฏ เป็นเพราะอำนาจของผู้ตรวจการมณฑลนั้นน้อยเกินไปจึงไม่กล้าจัดการปัญหานี้ได้ ยิ่งไปกว่านั้น คนที่ไม่มีความสามารถกลับได้รับการแต่งตั้ง จึงเป็นผลให้เกิดการไม่พอใจและก่อกบฏ ตำแหน่งผู้ตรวจการมณฑลควรเปลี่ยนเป็นตำแหน่งผู้ปกครองมณฑล และเหล่าเสนาบดีที่มีชื่อเสียงควรถูกเลือกไปประจำตำแหน่งเหล่านี้
เล่าเอี๋ยนหวังให้ตัวเองได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ปกครองเกียวจิ๋ว
ตังฮกแห่งเกงอันขุนนางคนหนึ่งพูดกับเล่าเอี๋ยนว่า หัวเมืองทั้งหมดล้วนตกอยู่ในความวุ่นวาย มีเพียงมณฑลเอ๊กจิ๋วที่ถือว่าเป็นดินแดนแห่งโอรสสวรรค์อย่างแท้จริง เล่าเอี๋ยนจึงเปลี่ยนแผนร้องขอไปปกครองเอ๊กจิ๋วแทน
ในตอนนั้น คูเจี้ยนผู้ตรวจการมณฑลเอ๊กจิ๋ว เรียกเก็บภาษีแพงทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน อีกทั้งเอ๊กจิ๋วก็เป็นดินแดนห่างไกลจากเมืองหลวง และเกงปิดและเตียวเอ๊กก็มาถูกโจรกบฏฆ่า ราชสำนักจึงเห็นด้วยกับข้อเสนอของเล่าเอี๋ยน พวกเขาคัดเลือกขุนนางในระดับเสนาบดีและขุนนางอาลักษณ์ให้ไปเป็นผู้ปกครองมณฑลต่าง ๆ และได้รับเบี้ยหวัดตามตำแหน่งเดิม
เล่าเอี๋ยนเป็นผู้ปกครองเอ๊กจิ๋ว อุยอ๋วนผู้ควบคุมราชรถได้เป็นผู้ปกครองมณฑลอิจิ๋ว เล่าหงีแห่งตงไห่ผู้ดูแลวังหลวงเป็นผู้ปกครองมณฑลอิวจิ๋ว แล้วความสำคัญของตำแหน่งผู้ปกครองมณฑลก็เริ่มขึ้นในตอนนี้
เล่าเอี๋ยนเป็นทายาทของอ๋องแห่งลู่ เล่าหงีเป็นลื้อ หรือทายาทรุ่นที่ห้าของอ๋องแห่งตงไห่ เล่าหงีนั้นเคยเป็นผู้ตรวจการมณฑลอิวจิ๋วมาก่อน ชาวบ้านและพวกชนเผ่าในดินแดนนั้นต่างก็ชื่นชมในคุณงามความดีและความซื่อสัตย์ของเขา เมื่อพวกเขาได้รับตำแหน่งแล้ว ตังฮกและเตียวอุยหัวหน้าคลังเสบียงหลวงได้ออกจากตำแหน่งและติดตามเล่าเอี๋ยนไปยังจ๊กด้วย
มีราชโองการสั่งการให้กองทัพของเผ่าซงหนูใต้ส่งกำลังไปช่วยเหลือเล่าหงีโจมตีเตียวซุ่น ซานยู่(หัวหน้าเผ่า) เกี๋ยงกู่จึงส่ง อ๋องแห่งความสามารถซ้ายนำทหารม้ามายังมณฑลอิวจิ๋ว ทำให้ชาวบ้านในมณฑลต่างหวาดกลัวว่าจะโดนรีดไถทรัพย์สินจากเหล่าทหาร ด้วยเหตุนี้ เผ่าซีลัวะ (ซงหนูตะวันตก)แห่งกองกำลังขวาจึงได้ก่อกบฏขึ้น เข้าร่วมกับเผ่าฉู่เกอ ทำให้โจรกบฏมีจำนวนมากกว่าหนึ่งแสนนาย และเข้าโจมตีและสังหารเกี๋ยงกู่ ชาวชนเผ่าจึงตั้งลูกชายเขา อ๋องแห่งความสามารถทางขวาขึ้นเป็นหัวหน้าเผ่า Zhizhi shizhuhou
ในฤดูร้อนเดือนที่สี่ ไท่เว่ยโจโก๋ออกจากตำแหน่ง
เดือนที่ห้า ฟานหลิงแห่งลำหยง ผู้เก็บภาษีแห่งวังความยินดีชั่วนิรันดร์ได้รับแต่งตั้งเป็นไท่เว่ย และออกจากตำแหน่งในเดือนที่หก
ม้าเซี่ยง เตียวติดและโจรคนอื่น ๆ ในมณฑลเอ๊กจิ๋วได้รวบรวมกองโจรในกิมก๊ก เรียกตัวเองเป็นโจรผ้าเหลือง และสังหารคูเจี้ยนผู้ตรวจการมณฑล พวกเขานำทัพมุ่งหน้าเข้าโจมตีปากุ๋นและเจียนเว่ย ภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ทัพของพวกเขาก็จัดการทัพของสามหัวเมืองพ่ายแพ้ย่อยยับ ทัพของพวกเขามีคนหลายหมื่นคน และ ม้าเซี่ยงก็ตั้งตัวเองว่าเป็น โอรสสวรรค์
เจี่ยหลงขุนนางประจำมณฑล ได้นำขุนนางคนอื่นและชาวบ้านเข้าต่อสู้กับม้าเซี่ยง หลังการต่อสู้นานหลายวัน โจรกบฏก็พ่ายแพ้หลบหนีไป ทั้งมณฑลจึงกลับสู่ความสงบ แล้วเจี่ยหลงก็รวบรวมทัพเพื่อต้อนรับเล่าเอี๋ยน
เล่าเอี๋ยนย้ายที่ทำการมณฑลไปที่กิมก๋ก จัดการความวุ่นวายต่าง ๆ และประพฤติตัวโอบอ้อมอารีเพื่อเรียกศรัทธาจากชาวบ้าน
หัวเมืองทั้งเจ็ดเกิดน้ำท่วมใหญ่
ตันอี้บุตรของตันหวนอดีตราชครูได้หารือกับ เซี่ยงไคขุนนางดาราศาสตร์ในที่พักของ หวางเฟินผู้ตรวจการมณฑลกิจิ๋ว เซี่ยงไคพูดว่า ดวงดาวในตอนนี้ส่งผลร้ายต่อเหล่าขันที เหล่าขุนนางแห่งประตูเหลืองและเหล่าขันทีต้องพินาศในไม่ช้า ตันอี้ดีใจกับการพยากรณ์นี้มาก
หวางเฟินจึงพูดขึ้นว่า ถ้าลิขิตสวรรค์จะกำหนดมาอย่างนั้น ก็ขอให้พวกเราเป็นผู้นำเหตุการณ์นี้เถอะ แล้วพวกเขาก็เรียกผู้นำตระกูลท้องถิ่นเพื่อระดมคน แล้วส่งสารไปยังเมืองหลวงว่า โจรภูเขาดำได้เข้าโจมตีหัวเมืองต่าง ๆ พวกเขาจึงจำเป็นต้องเกณฑ์คนมาเพื่อป้องกัน ในตอนนั้นฮ่องเต้เลนเต้ต้องการที่จะเสด็จประพาสขึ้นเหนือมาเยือนเหอเจี้ยน บ้านเกิดของพระองค์ หวางเฟินและคนอื่น ๆ จึงวางแผนที่จะบุกเข้าโจมตีขบวนเสด็จและสังหารเหล่าขันทีและขุนนางแห่งประตูเหลือง และปลดฮ่องเต้ให้เป็นเพียงพระยาแห่งหับป๋า
พวกเขานำแผนของพวกเขาไปบอกแก่โจโฉขุนนางที่ปรึกษา โจโฉจึงพูดว่า การปลดฮ่องเต้และแต่งตั้งฮ่องเต้พระองค์ใหม่ในตอนนี้ จะทำให้เกิดหายนะอย่างใหญ่หลวงแก่แผ่นดิน ในอดีต คนที่วางแผนการเช่นนี้และทำได้สำเร็จลุล่วง มีเพียง อี้อึ้งและฮั่วก่วง เท่านั้น
อี้อึ้งและฮั่วก่วงต่างก็เป็นขุนนางตงฉินที่ประพฤติตัวสุจริตและจงรักภักดี พวกเขาครองตำแหน่งมหาเสนาบดีและอำนาจในการบริหารบ้านเมือง พวกเขาทำสิ่งใดล้วนแต่คำนึงถึงความปรารถนาของประชาชน ด้วยเหตุผลเหล่านี้พวกเขาจึงสามารถสถาปนาฮ่องเต้พระองค์ใหม่ได้สำเร็จ
แต่พวกท่านกลับมองว่าเหตุการณ์ทุกอย่างจะง่ายดายเหมือนในอดีต ไม่คำนึงว่าเหตุการณ์ในปัจจุบันนั้นยากเพียงใดที่จะทำเช่นนั้น พวกท่านวางแผนที่จะทำสิ่งที่ผิดแบบแผนเช่นนี้และกระหยิ่มใจว่าจะทำสำเร็จ มันไม่เป็นการคาดการณ์ต่ำไปหรือ
หวางเฟินยังนำแผนการของเขาไปปรึกษาฮัวหิมและเตาคิวฮองแห่งเพงง้วนก้วน เตาคิวฮองเตรียมตัวจะร่วมก่อการด้วย แต่ฮัวหิมห้ามปรามเขาพูดว่า การก่อกบฏถือเป็นเรื่องใหญ่ แม้แต่ อี้อึ้งและฮั่วก่วงก็ยังทำสำเร็จอย่างยากลำบาก หวางเฟินเป็นขุนนางธรรมดาสามัญ และไม่มีแม่ทัพขุนพลเลย แผนการเขาต้องล้มเหลวแน่นอน เตาคิวฮองเห็นด้วยและไม่คิดเข้าร่วมอีก
ในตอนนั้น ยามค่ำคืนจะมีแสงสีแดงปรากฏขึ้นทางทิศเหนือจากตะวันออกไปทางตะวันตก เจ้ากรมดาราศาสตร์จึงส่งสารเตือนฮ่องเต้ว่า ทางทิศเหนือดูเหมือนจะมีแผนการร้าย ฮ่องเต้ไม่ควรเสด็จไปยังที่นั่น ดังนั้นฮ่องเต้จึงล้มเลิกการเสด็จเสีย
หวางเฟินถูกสั่งให้เลิกกองทัพของเขาเสีย และไม่ช้าเขาก็ถูกเรียกตัวเข้าเมืองหลวง หวางเฟินเกรงกลัวมาก เขาจึงหลบหนีออกจากตำแหน่ง เมื่อเขามาถึงเพงง้วนก้วนเขาก็ฆ่าตัวตาย
ในฤดูใบไม้ร่วง เดือนที่เจ็ด ม้าหยิดขุนพลแห่งทัพธนูความเร็วเสียงได้รับแต่งตั้งเป็นไท่เว่ย ม้าหยิดนั้นเป็นบุตรของม้าหยง
ในเดือนที่แปด มีการแต่งตั้งขุนพลทั้งแปดประจำวังสวนตะวันตกเป็นครั้งแรก
เกียนสิดขันทีแห่งประตูเหลืองได้รับแต่งตั้งเป็นขุนพลกองทัพที่หนึ่ง
อ้วนเสี้ยวแม่ทัพรองผู้ว่องไวเหมือนเสือเป็นขุนพลกองทัพกลาง
เปาฮ่องขุนพลทหารม้ารักษาการณ์เป็นขุนพลกองทัพที่สาม
โจโฉขุนนางที่ปรึกษาเป็นขุนพลผู้จัดการกองทัพ
เตียวหยงเป็นขุนพลซ้ายช่วยเหลือกองทัพ
เฝิงฟางเป็นขุนพลขวาช่วยเหลือกองทัพ
เซี่ยมู่ที่ปรึกษาและทัดทานเป็นขุนพลซ้าย
อิเขงเป็นขุนพลขวา
ทั้งหมดอยู่ในคำสั่งของเกียนสิด
จากเหตุการณ์โจรกบฏผ้าเหลือง ทำให้ฮ่องเต้ทรงสนพระทัยในการจัดการกองทัพมาก เกียนสิดนั้นมีความสามารถในการวางแผนการรบมาก ฮ่องเต้ถึงกับแต่งตั้งให้เขาควบคุมแม่ทัพใหญ่ (ต้าเจียงจวิน)
ในเดือนที่เก้าซือถูซู่เซี่ยงออกจากตำแหน่ง ซือคงเตงกงได้รับแต่งตั้งเป็นซือถู และผู้ดูแลวังหลวง เล่าหองแห่งลำหยงได้รับแต่งตั้งเป็นซือคง
ผู้บัญชาการทหารองครักษ์ตั๋งต๋ง พระยาแห่งเตียวได้รับแต่งตั้งเป็น แม่ทัพแห่งทหารม้าเร็ว ตั๋งต๋งนั้นเป็นบุตรชายของพี่ชายไทเฮาแห่งวังความยินดีชั่วนิรันดร์
ในฤดูหนาวเดือนที่สิบ โจรผ้าเหลืองแห่งเฉงจิ๋วและชีจิ๋วได้เข้าโจมตีหลายหัวเมือง
เหล่าผู้ทำนายโชคชะตาต่างทำนายว่า ในเมืองหลวงจะเกิดสงครามขึ้นและพระราชวังทั้งสอง (พระราชวังเหนือและใต้ของลกเอี๋ยง)จะเกิดเหตุการณ์นองเลือดแน่นอน
ฮ่องเต้ต้องการเลี่ยงเหตุการณ์นี้ พระองค์จึงเกณฑ์ประชาชนจำนวนมากจากทุกสารทิศมาเป็นทหาร และฝึกซ้อมกองทัพอยู่ที่ค่ายความสงบยินดี เวทีขนาดใหญ่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับ ร่มพิธีการสิบสองคันที่ถูกวางไว้บนยอดของเวที ร่มแต่ละคันมีความสูงถึงหนึ่งร้อยฟุต ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือมีเวลาขนาดเล็กพร้อมด้วยร่มเก้าคัน แต่ละคันมีความสูงเก้าสิบฟุต ทหารม้าและพลเดินเท้าหลายหมื่นคนฝึกซ้อมการรบ ป้องกันค่ายและการต่อสู้
ในวันที่ 22 พฤศจิกายน (Jiazi) ฮ่องเต้เสด็จด้วยพระองค์ไปยังกองทัพและประทับอยู่ที่ร่มคันที่ใหญ่ที่สุด ในระหว่างที่แม่ทัพใหญ่โฮจิ๋นยืนอยู่เคียงข้างในร่มคันที่เล็กกว่า ฮ่องเต้ทรงสวมเสื้อเกราะและขี่ม้าศึกหุ้มเกราะ ทหารต่างโห่ร้องเรียกพระองค์เป็นแม่ทัพสูงสุด พระองค์ทรงเสด็จตรวจกองทัพสามครั้งก่อนที่จะมอบทหารให้แก่โฮจิ๋น
ฮ่องเต้ตรัสถามโฮซุ่น ขุนพลผู้สังหารคนชั่วว่า ถ้าข้าทำการซ้อมรบเช่นนี้ เจ้าคิดว่าเป็นอย่างไร โฮซุ่นตอบว่า พระองค์ทรงทราบดีว่า อดีตฮ่องเต้แต่ละพระองค์นั้น ฉลาดหลักแหลม และพระจริยวัตรก็งดงาม แต่แต่ละพระองค์ก็ไม่เคยคิดจะจับอาวุธใด ๆ เวลานี้ เกิดโจรกบฏไปทั่วทุกแห่ง และกองทัพก็ถูกเกณฑ์มาอย่างกระชั้นชิด ไม่มีประโยชน์ที่จะแสดงความกล้าหาญ และเป็นการเสียเวลาเปล่า ฮ่องเต้จึงตรัสตอบว่า ยอดมาก ข้าเสียใจเหลือเกินที่ท่านมาช้าเกินไป ไม่มีเสนาบดีคนไหนกล้าพูดกับข้าเช่นนี้มาก่อน
โฮซุ่นพูดกับอ้วนเสี้ยวว่า ฮ่องเต้ทรงเข้าพระทัยในเหตุการณ์อย่างดี แต่พระองค์ถูกล่อลวงโดยเหล่าขันที โฮซุ่นจึงวางแผนกับอ้วนเสี้ยวที่จะลอบสังหารเหล่าขันที เกียนสิดรู้แผนการนี้เข้า เขาจึงส่งโฮซุ่นไปเป็นขุนนางที่เกงจิ๋ว
เดือนที่สิบเอ็ด หวางกัวะปิดล้อมตันฉอง มีราชโองการแต่งตั้งฮองฮูสงเป็นแม่ทัพซ้ายอีกครั้ง ให้ควบคุมแม่ทัพหน้าตั๋งโต๊ะ และรวมกองทัพสี่หมื่นนายเข้าต่อสู้ หวางกัวะ
เตียวซุ่นและคิวลิจู่ ปล้นสะดมในสี่มณฑล เกงจิ๋ว ชีจิ๋ว อิวจิ๋วและกิจิ๋ว มีราชโองการให้ผู้บัญชาการทหารม้า กองซุนจ้านเข้าโจมตีโจรกบฏ กองซุนจ้านต่อสู้กับพวกโจรที่ซีเหมินในเลียวตั๋ง เตียวซุ่นและพรรคพวกพ่ายแพ้ยับเยิน เตียวซุ่นทิ้งลูกเมียและหลบหนีข้ามชายแดน เหล่าชาวบ้านชายหญิงที่ถูกเตียวซุ่นจับตัวไปจึงได้รับอิสระ
โดยไม่รอกำลังเสริม กองซุนจ้านนำทัพรุกเข้าไปลึกมากในดินแดนศัตรู แล้วเหตุการณ์ก็กลับตาลปัตร กองซุนจ้านกลายเป็นฝ่ายถูกล้อมที่ป้อมกวนซีในเลียวไซโดยกองทัพของคิวลิจู่ เขาถูกล้อมอยู่มากกว่าสองร้อยวัน ทำให้ทหารของเขาหลบหนีกระจายไปและเสบียงอาหารก็ร่อยหรอเกือบหมด ทหารเขาเกินครึ่งเสียชีวิตไปในการปิดล้อมนี้
ตั๋งโต๊ะพูดกับฮองฮูสงว่า สถานการณ์ของตันฉองนั้นยากลำบากนัก ข้าขออนุญาตนำทัพไปช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
ฮองฮูสงตอบว่า ไม่ อาจจะมีแม่ทัพที่ต่อสู้ร้อยครั้งได้ชัยชนะร้อยครั้ง แต่การให้ข้าศึกยอมแพ้โดยไม่มีการต่อสู้ถือเป็นยุทธวิธีที่เหนือกว่า แม้ว่าตันฉองจะเป็นเมืองเล็ก ๆ แต่กำแพงเมืองก็แข็งแกร่ง ยากที่จะเข้ายึดได้ แม้ว่า หวางกัวะจะแข็งแกร่งแค่ไหน แต่เขาไม่มีทางยึดเมืองนี้ได้ แล้วกองทัพเขาก็จะเสียขวัญกำลังใจไป เมื่อใดที่โจรกบฏหมดกำลังใจ เราจะเข้าโจมตี นี่คือแผนการที่จะได้ชัยชนะแน่นอน ทำไมเจ้าถึงต้องการไปช่วยเมืองในตอนนี้
หวางกัวะเข้าโจมตีตันฉองอยู่กว่าแปดสิบวัน แต่ก็ไม่สามารถยึดเมืองได้
Sanguo in Thai Language
All informations about Sanguo in this website was translated from other sanguo websites. Main informations are from asianstudies.anu.edu.au by Adjunct Professor Rafe de Crespigny, wikipedia.org and kongming.net. It takes almost a year for me to completed all informations, I hope Sanguo fan in Thailand will like it.เนื้อหาเกี่ยวกับสามก๊กในเวบนี้ ผมแปลจากเวบที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับสามก๊กภาษาอังกฤษ เนื้อหาส่วนหลักนั้นนำมาจาก ผลงานของ ศาสตราจารย์ Rafe De Crespigny โดยได้รับการอนุญาตจากตัวศาสตราจารย์ และทางมหาวิทยาลัย Australian National University โดยทางมหาวิทยาลัยขอให้ลงข้อความนี้
1. the original English version was published by the Faculty of Asian Studies Australian National University in 1996.
1. บทความต้นฉบับภาษาอังกฤษนี้ ได้ถูกตีพิมพ์โดยคณะเอเชียนศึกษา มหาวิทยาลัย Australian National ในปี 1996
2. This writer have the authors permission to publish his work in translation.
2. ผู้เขียนได้รับการอนุญาตจากผู้เขียนต้นฉบับนี้แล้วให้สามารถทำการเผยแพร่ผลงานแปลได้
ตามความประสงค์ของทางมหาวิทยาลัย บทความบางส่วนแปลมาจากเวบ wikipedia.org และ kongming.net
สามก๊ก
![]() |
|
![]() |
เนื้อเรื่องสามก๊ก
|
![]() |
เกร็ดสามก๊ก รายชื่อสามก๊ก(ใหม่) รายชื่อสามก๊ก แผนที่สามก๊ก แผนผังตระกูลซุน ยศทหารและขุนนางในสามก๊ก |
![]() |
|
![]() |




