FeelThailand.com

Welcome to Thailand


ปี Zhongping ที่ 2 185AD 18 กุมภาพันธ์ 185 – 6 กุมภาพันธ์ 186



ในฤดูใบไม้ผลิ เดือนแรก เกิดโรคระบาดครั้งใหญ่

ในเดือนที่สอง วันที่ 28 มีนาคม เกิดเพลิงไหม้ขึ้นที่ระเบียงเมฆาของวังตอนใต้ และลามไปที่ประตูของหอความสำเร็จยินดีในวันต่อมา

ขันทีเตียวเหยียงและเตียวต๋งได้สนับสนุนให้ฮ่องเต้เรียกเก็บภาษีเงินสิบหน่วยต่อที่ดินที่เพาะปลูกทุก ๆ มู(หน่วยที่ดินของจีน)ทั่วราชอาณาจักร เพื่อนำเงินมาใช้ซ่อมแซมวังหลวงและสร้างรูปปั้นทองแดง

ลกคังเจ้าเมืองเลออันได้ส่งฎีกามาประท้วงบอกว่า ในอดีตกาลเมื่อลู่ซวนกงได้จัดเก็บภาษีที่ดินการเกษตร ก็เกิดฝูงตั๊กแตนออกอาละวาดกินพืชผล เมื่ออ้ายกงเพิ่มภาษี ขงจื้อถึงกับแสดงท่าทีรังเกียจเขา และเหตุการณ์จะยิ่งเลวร้ายถ้าท่านนำทรัพย์สินประชาชนมาเพื่อสร้างรูปปั้นที่ไร้ค่า เท่ากับว่าท่านได้ทำการเพิกเฉยต่อคำเตือนของนักปราชญ์และหันไปปฏิบัติตามการกระทำที่ผิด ๆ ของเหล่าผู้ปกครองที่อ่อนแอ

เหล่าขันทีคนสนิทของฮ่องเต้ต่างพากันใส่ร้ายลกคัง บอกว่าลกคังเปรียบเทียบราชสำนักที่ศักดิ์สิทธิ์ของฮ่องเต้กับเหล่ารัฐที่ล่มสลายในอดีต ถือเป็นการลบหลู่พระเกียรติของฮ่องเต้อย่างมาก รถขังคุกจึงนำตัวเขามาที่ทำการศาลยุติธรรม เล่าต้ายขุนนางคนหนึ่งได้ทำหนังสือทัดทานอธิบายเหตุการณ์ของเขา ลกคังจึงได้รับการอนุญาตให้ลาออกกลับไปยังบ้านเกิดได้ ลกคังนั้นเป็นหลานของลกซู่

มีพระราชโองการเพิ่มเติมสั่งให้ทุกมณฑลและหัวเมืองส่งไม้และหินจำนวนมากมาที่เมืองหลวง เหล่าขันทีอ้างว่าวัตถุดิบที่แต่ละหัวเมืองส่งมานั้นไม่ได้ตามเกณฑ์และกดราคาเหลือเพียงหนึ่งในสิบของราคาปกติ หลังจากนั้นพวกเขาก็นำวัตถุดิบเหล่านี้ไปขายทำกำไร แต่เหล่าขันทีก็ยังแกล้งไม่ยอมรับของเหล่านั้น ทำให้ไม้ต่าง ๆ ถูกสุมกองทิ้งไว้อย่างไร้ประโยชน์ จนปีนึงผ่านไป วังหลวงก็ยังตกแต่งไม่เสร็จ เหล่าผู้ตรวจการมณฑลและเจ้าเมืองต่างก็ฉวยประโยชน์ จนชาวบ้านต่างพากันไม่พอใจ

มีคำสั่งเพิ่มเติมให้ทหารม้าของวังสวนตะวันตกสามารถเดินทางไปยังทุกมณฑลและหัวเมืองได้เพื่อเร่งการขนส่งให้เร็วขึ้น แต่ทหารม้าเหล่านั้นกลับทำให้เหตุการณ์แย่ลงโดยแกล้งขัดขวางการจัดการแต่ละหัวเมือง เพื่อที่จะรับสินบน

ขุนนางทุกคนตั้งแต่ผู้ตรวจการมณฑล เจ้าเมืองมาจนถึงจอหงวนและบุตรกตัญญู ไม่ว่าจะถูกแต่งตั้งไปประจำที่ไหน ต้องมีหน้าที่หาเงินมาสนับสนุนกองทัพ ขุนนางที่ถูกแต่งตั้งเป็นเจ้าเมืองใหญ่ต้องหาเงินยี่สิบถึงสามสิบล้าน และเมืองเล็ก ๆ ก็จ่ายในอัตราที่ลดหลั่นกันไป ทุกคนที่ถึงกำหนดรับตำแหน่งต้องไปที่วังสวนตะวันตกเพื่อเจรจาเงินที่จะต้องจ่ายก่อนที่จะเข้ารับตำแหน่ง มีขุนนางตงฉินจำนวนมากที่ขอร้องไม่ยอมไปรับตำแหน่ง แต่พวกเขาถูกบังคับให้ทำตามทุกคน

แล้ว สุมาชีแห่งโห้ลาย ได้ถูกแต่งตั้งเป็นเจ้าเมืองกิลกกุ๋น เป็นที่รู้กันดีว่าเขานั้นยากจนและซื่อสัตย์ ดังนั้นเงินที่เขาต้องจ่ายนั้น จึงถูกลดเป็นสามล้าน เมื่อ สุมาชีได้รับคำสั่ง เขาถึงกับถอนใจพูดว่า ข้าควรจะทำตัวเป็นเหมือนบิดามารดาประชาชน ค่าธรรมเนียมสูงเช่นนี้เท่ากับว่าให้ข้าไปปล้นผู้คนของข้า ข้าไม่อาจทำเช่นนี้ได้ เขาจึงทำหนังสือขออภัยโทษที่ไม่สามารถรับตำแหน่งได้เพราะป่วยอยู่ แต่ราชสำนักปฏิเสธหนังสือลาออกของเขา เขาจึงเดินทางไปยัง Meng Crossing และที่นั่นเขาได้ส่งฎีกาว่าระบบราชการนั้นผิดพลาดอย่างไร แล้วเขาก็ดื่มยาพิษฆ่าตัวตาย ฎีกาได้ถูกส่งมายังราชสำนัก ฮ่องเต้จึงสั่งให้หยุดการเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมที่จะเอามาซ่อมแซมวังหลวงชั่วคราว

จูฮีถูกแต่งตั้งเป็นแม่ทัพรถม้าและทหารม้าขวา

หลังจากเกิดกบฏเตียวก๊ก มีโจรป่าและกบฏเกิดขึ้นมาทั่วทุกหนแห่ง (วัวเขายาวแซ่เตียวแห่งโบหลิง, นางแอ่นเหินแซ่ฉู่แห่งเตียงสาน, and were innumerable other groups under such leaders as Yellow Dragon, Enclosure of the Left, Yu Digen, White Horse Zhang, Liu Shi, Zuo with the Eighty-foot Moustache, Grand Design to Pacify Han, Director of Retainers Who Scales the City Wall, Lord of Thunder, Floating Clouds, White Sparrow, Phoenix Yang, Poison Yu, Five Deer, Big-eyes Li, Bo Rao, Sui Gu and Dry Grub) กลุ่มใหญ่ที่สุดนั้นมีจำนวนคนสองถึงสามหมื่นคน ส่วนก๊กเล็ก ๆ ก็มีคนหกเจ็ดพันคน

วัวเขายาวแซ่เตียว และนางแอ่นเหินแซ่ฉู่ ได้รวมกำลังเข้าด้วยกันโจมตีหยิงเตา ในระหว่างโจมตี วัวเขายาวได้ถูกลูกธนูยิงจนบาดเจ็บสาหัส ก่อนที่จะตายเขาได้สั่งลูกน้องเขาให้เชื่อฟังนางแอ่นเหิน เพื่อเป็นการเคารพ นางแอ่นเหินจึงเปลี่ยนแซ่ของเขาเป็นแซ่เตียว (ชื่อของนางแอ่นเหินคือเอี๋ยนที่แปลว่านกนางแอ่น แต่เพราะว่าเขาว่องไวปราดเปรียวหนำซ้ำยังกล้าหาญ ทำให้คนในกองทัพของเขาเรียกเขาว่า นางแอ่นเหิน) หลังจากนั้นโจรป่าต่าง ๆ ทั่วหุบเขาก็มาเข้าร่วมกับเขา ทำให้กลุ่มของเขาโตขึ้นอย่างรวดเร็วจนมีกำลังคนเกือบล้านคน กลุ่มของเขารู้จักในชื่อว่ากลุ่มโจรภูเขาดำ ทุกหัวเมืองที่อยู่เหนือแม่น้ำเหลืองล้วนแต่ถูกกลุ่มโจรนี้เข้าโจมตี และราชสำนักก็ไม่สามารถยับยั้งพวกเขาได้

แล้วเตียวเอี๋ยนก็ส่งฎีกาไปที่เมืองหลวงเพื่อขอยอมจำนน เขาจึงได้รับการแต่งตั้งเป็นแม่ทัพรองผู้ปราบความวุ่นวายและได้รับมอบหมายให้ดูแลหุบเขาทั้งหมดที่อยู่เหนือแม่น้ำเหลือง ทุกปีเขาจะได้รับมอบหมายให้เป็นผู้เสนอชื่อผู้แข่งขันตำแหน่งบุตรกตัญญูในดินแดนที่เขาปกครอง

อ้วนอุยออกจากตำแหน่งซือถู ในเดือนที่สามหัวหน้าศาล ซุยเลี่ยขึ้นเป็นซือถูแทน ซุยเลี่ยเป็นลูกพี่ลูกน้องของซุยชิ

ในตอนนั้นมีธรรมเนียมปฏิบัติว่า ซานก๋งนั้นจะรับการแต่งตั้งโดยการส่งเงินให้กับวังสวนตะวันตกโดยผ่านทางเหล่าขันทีและพยาบาลหลวง ตวนเจียง เตียวอุ๋นและคนอื่น ๆ แม้ว่าจะมีความดีความชอบใหญ่หลวงชื่อเสียงมากมาย แต่พวกเขาก็ยังต้องจ่ายเงินก่อนที่พวกเขาจะได้รับการเลื่อนตำแหน่ง ซุยเลี่ย ยอมจ่ายเงินห้าล้านผ่านพยาบาลหลวง และมีเพียงเขาเท่านั้นที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นซือถู ในวันที่เขาได้รับการประกาศแต่งตั้ง ฮ่องเต้และเหล่าขุนนางราชสำนักทั้งหมด ต่างเข้าร่วมพิธีรับมอบตำแหน่งนี้ ฮ่องเต้ทรงหันไปตรัสกับคนสนิทพระองค์ว่า ข้าว่าถ้าเราปล่อยให้เขารอตำแหน่งต่อไปอีกหน่อย เราก็คงสามารถเรียกเก็บเงินจากเขาเป็นสิบล้าน

มเหสีเทีย ลุกขึ้นทูลกับฮ่องเต้ว่า ใต้เท้าซุยเลี่ยนั้นเป็นบุคคลที่โดดเด่นของมณฑลกิจิ๋ว ทำไมเขาจึงต้องใช้เงินซื้อตำแหน่งของเขา ท่านช่างไม่รู้ตัวเลยว่าตัวท่านโชคดีแค่ไหน เป็นเพราะข้าท่านจึงได้ค่าตอบแทน

เหตุการณ์นี้ทำให้ ชื่อเสียงของซุยเลี่ยต้องมัวหมองไป

เป่ยกงไป่หยูและคนของเขาเข้าปล้นสะดมในซานฟุ(สามหัวเมืองของเตียงอัน เมืองหลวงเก่า) มีราชโองการให้ฮองฮูสง แม่ทัพทหารม้าและรถศึกทางซ้าย เคลื่อนทัพจากเตียงอันเข้าโจมตี

ในตอนนั้น ทั่วทั้งเลียงจิ๋วล้วนแต่วุ่นวายและมีกบฏทั่วทุกแห่ง และราชสำนักก็มีแต่เรียกเก็บภาษีและเกณฑ์แรงงาน ซุยเลี่ยเสนอว่าควรจะเพิกเฉยเลียงจิ๋วเสีย ฮ่องเต้จึงจัดประชุมเรียกเหล่าเชื้อพระวงศ์ เสนาบดีและขุนนางท้องพระโรงมาร่วมกันปรึกษา

ที่ปรึกษาฮกซีพูดโต้แย้งความคิดนี้อย่างรุนแรงว่า ขอเพียงสังหารซือถู(ซุยเลี่ย)เสีย ปัญหาทั้งหมดในแผ่นดินก็จะคลี่คลาย ขุนนางอาลักษณ์ประท้วงต่อฮ่องเต้ว่า ฮกซีล่วงเกินเสนาบดีผู้ใหญ่ในที่ประชุม ฮ่องเต้จึงเรียกฮกซีมาแก้ต่างให้ตัวเอง

ฮกซีตอบว่า เมื่อฟานข่วยตรองดูแล้วว่าโมตุ้นนั้นคิดคดจะทรยศ เขาจึงกล้าแสดงความเห็นอย่างเปิดเผย ไม่ว่าจะพิจารณาในแง่ไหน เขาก็ไม่ได้ทำผิดธรรมเนียมปฏิบัติ แต่เกียดบูก็ยังพูดตอบไปว่า ฟานข่วยก็สมควรถูกประหารชีวิตด้วย

เวลานี้ มณฑลเลียงจิ๋วเป็นหนึ่งในดินแดนที่สำคัญและมีค่าที่สุดของแผ่นดินเรา เปรียบเสมือนอย่างกำแพงที่คอยป้องกันแผ่นดินฮั่น เมื่อตอนฮ่องเต้เกาซู่ (หลิวปัง)ครั้งยังเป็นฮั่นอ๋อง พระองค์ได้ส่ง Li Shang เข้าจัดการดินแดนตะวันตกของภูเขาลองสัน เมื่อฮ่องเต้หวู่ตี้ (บู๊เต้) ครองราชย์ พระองค์ได้ทรงตั้งสี่หัวเมืองขึ้นในดินแดนแห่งนี้ และขุนนางทุกคนต่างเห็นพ้องต้องกันว่านี่เหมือนหนึ่งตัดแขนขวาของเผ่าซงหนู

แต่เวลานี้ การบริหารมณฑลนั้นสูญเสียไป พวกเขาปล่อยให้ทั้งมณฑลเต็มไปด้วยกบฏ ซุยเลี่ยซึ่งเป็นหนึ่งในเสนาบดีสูงสุด แต่กลับไม่มีความคิดถึงความต้องการที่แท้จริงของแผ่นดิน และไม่เตรียมแผนฟื้นฟูการปกครองแต่อย่างใด นอกจากนั้นกลับเตรียมการที่จะทอดทิ้งอาณาเขตนับหมื่น ๆ ลี้ ข้าน้อยจึงสงสัยในแผนของเขายิ่งนัก ถ้าดินแดนแห่งนี้ตกไปอยู่ในการปกครองของชนเผ่าทั้งหลาย พวกเขาก็จะสามารถใช้กำลังทหารเข้ารุกรานเราได้ง่ายดาย นี่ถือว่าเป็นอันตรายอย่างใหญ่หลวงของแผ่นดินเราและความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงของราชสำนัก

ถ้าซุยเลี่ยไม่รู้ว่าแผนการของเขาจะได้ผลลัพท์เช่นไร ถ้าเช่นนั้นเขาก็โง่งมยิ่งนัก ถ้าเขารู้ว่าแผนการของเขาจะส่งผลเช่นไร ถ้าเช่นนั้นเขาก็ไม่ต่างจากเป็นผู้ทรยศขายชาติ

ฮ่องเต้ทรงเห็นว่าข้อโต้แย้งของ ฮกซีนั้นดีเลิศมาก พระองค์จึงปฏิเสธแผนของ ซุยเลี่ย

ในฤดูร้อน เดือนที่สี่ วันที่ 28 พฤษภาคม มีฝนตกใหญ่และลูกเห็บ

เดือนที่ห้า ไท่เว่ยเตงเถี้ยออกจากตำแหน่ง ราชครูเตียวเอี๋ยนแห่งโฮหลำได้รับแต่งตั้งเป็นไท่เว่ยแทน

เดือนที่หก เตียวเหยียงและขันทีอีกสิบเอ็ดคนได้รับแต่งตั้งเป็นพระยาเนื่องจากความดีความชอบในการปราบเตียวก๊ก

ฤดูใบไม้ร่วม เดือนที่เจ็ด มีตั๊กแตนฝูงใหญ่เข้าทำลายพืชผลในซานฟุ (ดินแดนสามหัวเมือง)

เมื่อครั้งที่ฮองฮูสงได้ต่อสู้กับเตียวก๊ก เขาได้เดินทัพผ่านเมืองเงียบกุ๋น และเห็นคฤหาสน์ของขันทีเตียวต๋งว่าตกแต่งอย่างหรูหราเกินที่กฎหมายอนุญาต เขาจึงส่งฎีการ้องเรียนว่าควรจะริบคฤหาสน์หลังนี้เสีย และครั้งหนึ่ง ขันทีเตียวเหยียงได้ร้องขอเงินสินบนห้าสิบล้านจากฮองฮูสง แต่เขาปฏิเสธที่จะให้ ด้วยเหตุที ทั้งเตียวต๋งและเตียวเหยียงจึงส่งฎีการ้องเรียนว่า ฮองฮูสงได้ทำสงครามกับโจรกบฏหลายต่อหลายครั้ง แต่ไม่ได้รับชัยชนะแต่อย่างไร ทั้งยังสิ้นเปลืองเสบียงศึกและกำลังทหารอย่างมาก

ฮองฮูสงถูกเรียกตัวกลับทันที เขาถูกริบตราและพู่ประจำตำแหน่งแม่ทัพรถม้าและทหารม้าซ้าย และถูกลดศักดินาเหลือเพียงหกพันครอบครัว

ในเดือนที่แปด ซือคงเตียวอุ๋นถูกตั้งเป็นแม่ทัพรถม้าและทหารม้า และได้รับมอบหมายให้ไปต่อสู้กับ เป่ยกงไป่หยู โดยมีผู้ถือคฑาทองอ้วนปังเป็นผู้ช่วย แม่ทัพรองแห่งทิศตะวันออกตั๋งโต๊ะถูกตั้งเป็นแม่ทัพผู้ปราบปรามคนชั่วอย่างราบคาบ และจิวสินแม่ทัพผู้จัดการเหล่าอาชญากรถูกสั่งให้นำทัพไปอยู่ในสังกัดของเตียวอุ๋น

ในเดือนที่เก้า พระยาแห่งความก้าวหน้าพิเศษ เอียวซีถูกแต่งตั้งเป็นซือคง ในฤดูหนาวเดือนที่สิบ วันที่ 4 พฤษจิกายน เอียวซีเสียชีวิตลง เขาถือศักดินาพระยาแห่งหลินจิน และได้รับพระราชทานนามเป็นอัจฉริยะแห่งการเพาะปลูก

หัวหน้าขุนนางในวังหลวง ซู่เซี่ยงได้รับการแต่งตั้งเป็นซือคง ซู่เซี่ยงเป็นบุตรของซู่ซุ่น

ขุนนางที่ปรึกษาและทัดทานเล่าโต๋ได้ส่งฎีกาว่า ก่อนหน้านี้แผ่นดินเดือนร้อนวุ่นวายจากการก่อกบฏของเตียวก๊ก และไม่นานมานี้ก็มีกบฏเปียนเตียง และกบฏเผ่าเกี๋ยงทางตะวันตกก็ได้รุกรานโฮต๋อง ข้าน้อยกลัวว่าเหล่ากบฏจะค่อย ๆ เข้มแข็งขึ้นจนสามารถโจมตีเมืองหลวงได้ และคนของเราก็เตรียมอพยพหลบหนีก่อนที่พวกโจรกบฏจะมาถึง พวกเขาไม่มีแผนที่จะยืนหยัดต่อสู้ พวกโจรกบฏทางตะวันตกรุกคืบหน้าอย่ามั่นคง และแม่ทัพรถม้าและทหารม้าจะถูกตัดขาดและตกอยู่ในอันตรายในที่สุด ถ้าเขาพ่ายแพ้ จะไม่มีทางใดที่จะช่วยเหลือเขาได้

ข้าน้อยรู้ดีว่ากราบทูลมากไปและอาจทำให้พระองค์ทรงไม่พอพระทัย แต่ข้าน้อยรู้สึกว่าเป็นหน้าที่ที่จะต้องกราบทูลถวายความเห็นของข้าน้อย เมื่อแผ่นดินร่มเย็นเป็นสุข เหล่าเสนาบดีก็ยินดี แต่เมื่อแผ่นดินตกอยู่ในภัยพิบัติ พวกเขาควรที่จะเตรียมตัวเสียสละตัวเองเพื่อบ้านเมือง ข้านั้นได้ส่งข้อเสนอแนะที่ควรทำแปดประการอย่างเร่งด่วนและประเด็นที่สำคัญ

ส่วนที่เหลือของฎีกา เขาได้ส่งข้อโต้แย้งที่ว่าปัญหาทั้งหมดของแผ่นดินเกิดจากเหล่าขันที

เหล่าขันทีพูดกับเล่าโต๋ว่า เมื่อกบฏเตียวก๊กก่อการ ฮ่องเต้ก็ได้ทรงแสดงพระบารมีและพระเมตตา แล้วเหล่าโจรกบฏก็ต่างสำนึกในความผิด เวลานี้แผ่นดินสงบดีแล้ว แล้วเล่าโต๋กลับพูดจาหมิ่นพระเกียรติของฮ่องเต้ พูดจาว่าร้ายต่าง ๆ นานาผิดธรรมเนียมปฏิบัติ ไม่มีรายงานถึงเหล่ากบฏจากเหล่ามณฑลและหัวเมืองต่าง ๆ เลย แล้วเล่าโต๋เอาเรื่องโจรกบฏที่ไหนมาพูดได้ เป็นไปได้ว่าที่ตัวเล่าโต๋เองที่สมคบคิด เป็นหนึ่งในพวกกบฏเป็นแน่

เล่าโต๋จึงถูกจับกุมและส่งตัวไปขังคุกที่คุกตอนเหนือของประตูเหลือง ถูกสอบสวนด้วยการทรมานที่รุนแรงขึ้นทุกวัน เขาพูดกับพลนำสารว่า ข้าเสียใจที่ข้าไม่สามารถเทียบได้กับ Yi Yin แห่งราชวงศ์ซาง หรือ หลวี่ซาง(เจียงไท่กง)แห่งราชวงศ์โจว แต่ตัวข้าคงเทียบได้กับสามคนดีแห่ง Yin

เวลานี้ ในวังฮ่องเต้ทรงประหารเสนาบดีที่ให้ความเห็นที่ซื่อสัตย์ และก่อปัญหาและความเดือดร้อนให้กับประชาชนทั่วแผ่นดิน ขืนเหตุการณ์ยังเป็นเช่นนี้ไปอีก ไม่ช้ามันก็สายเกินกว่าจะมานั่งเสียใจ แล้วเขาก็ผูกคอตาย

ตันต่ำอดีตซือคงเป็นคนสัตย์ซื่อและมีเกียรติ แต่เหล่าขันทีเกลียดชังเขา กล่าวหาใส่ร้ายเขาจนเขาต้องตายในคุก

เตียวอุ๋นนำกำลังทหารมากกว่าหนึ่งแสนนาย ทั้งทหารม้าและทหารเดินเท้าที่รวบรวมจากหลาย ๆ หัวเมือง เขาตั้งค่ายอยู่ที่เมหยาง เปียนเตียงและหันซุยก็นำทัพมาตั้งค่ายที่เมหยางเช่นเดียวกัน เตียวอุ๋นต่อสู้กับพวกเขา แต่ก็ไม่สามารถบุกคืบหน้าไปได้ เดือนที่สิบเอ็ด ตั๋งโต๊ะรวมกองทัพกับเปาห้องแห่งหยูฟุเฟง พวกเขาเข้าโจมตีเปียนเตียงและหันซุยด้วยกันและได้ชัยชนะ เปียนเตียงและหันซุยหนีไปยังอิจ้ง

เตียวอุ๋นส่งจิวสินนำกำลังทหารสามหมื่นนายออกไล่ตามโจมตีโจรกบฏ ซุนเกี๋ยนที่ปรึกษากองทัพพูดกับจิวสินว่า ข้าศึกไม่มีเสบียงอาหารในเมือง พวกเขาต้องออกมาหาเสบียงนอกเมืองแน่ ขอให้ท่านมอบทหารให้ข้าหนึ่งหมื่นคน ข้าสามารถตัดทางส่งเสบียงของพวกเขา แล้วนายท่านค่อยนำทัพหลักตามมา แล้วขวัญกำลังใจโจรกบฏจะระส่ำระสายจนไม่กล้าออกมาต่อสู้ พวกเขาจะต้องหลบหนีไปยังเกี๋ยง แล้วเราค่อยรวมกำลังเข้าโจมตีพวกเขา แล้วเลียงจิ๋วก็จะกลับสู่ความสงบสุข

แต่จิวสินไม่เห็นด้วย เขานำกำลังทั้งหมดเข้าปิดล้อมเมืองอิจ้ง แล้วเปียนเตียงและหันซุยก็ได้ลอบส่งทหารไปตั้งค่ายที่หุบเขากุ้ยหยวน พวกเขาสามารถตัดทางส่งเสบียงของจิวสินได้ จิวสินหวาดกลัวมาก ทิ้งสัมภาระแล้วหนีไป

เตียวอุ๋นจึงส่งตั๋งโต๊ะนำทัพสามหมื่นคนเข้าโจมตีเซียนเลี่ยนเกี๋ยง แต่เผ่าเกี๋ยงและชนเผ่าอื่น ๆ จากตอนเหนือได้ล้อมตั๋งโต๊ะไว้ที่ตอนเหนือของหวางหยวน เสบียงอาหารของเขาค่อย ๆ ร่อยหรอลง ใกล้ ๆที่ตั้งค่ายของเขามีแม่น้ำสายหนึ่ง มีอยู่ช่วงหนึ่งที่น้ำตื้นจนสามารถเดินข้ามได้ ตั๋งโต๊ะจึงสร้างเขื่อนกั้นลำน้ำไว้เหมือนว่าจะใช้จับปลามาเป็นอาหาร แต่เขาก็ลอบนำทัพไปยังอีกฝั่งของแม่น้ำ เมื่อศัตรูยกทัพใกล้เข้ามา ระดับน้ำในเขื่อนก็สูงเกินว่าที่จะข้ามได้ แล้วเขาก็ถอยทัพกลับมายังหยูฟุเฟง

เตียวอุ๋นสั่งการโดยอาศัยอำนาจที่ได้จากฮ่องเต้ เรียกตัวตั๋งโต๊ะให้เข้าพบ แต่ตั๋งโต๊ะกลับใช้เวลานานมากกว่าจะเข้ามาหา เตียวอุ๋นจึงประณามเขา แต่ตั๋งโต๊ะก็เถียงตอบ ซุนเกี๋ยนจึงเดินมากระซิบกับ เตียวอุ๋น ว่า ตั๋งโต๊ะนั้นไม่มีความเกรงกลัวว่าตัวเองจะถูกลงโทษเลย เขาทำตัวหยิ่งยโสและคุยโตโอ้อวด เหตุด้วยเขาไม่สามารถมาหาท่านตามเวลาที่กำหนด ท่านควรที่จะสังหารเขาเสียตามกฎของกองทัพ เตียวอุ๋นพูดตอบว่า ตั๋งโต๊ะมีชื่อเสียงมากในดินแดนแถบลุ่มแม่น้ำเหลืองและหุบเขาลองสัน ถ้าข้าฆ่าเขาในตอนนี้ พวกเราอาจไม่ได้รับการต้อนรับเมื่อเดินทัพถึงตะวันตก

ซุนเกี๋ยนพูดต่อว่า ใต้เท้า ตัวท่านเป็นถึงผู้นำกองทัพหลวง อำนาจของท่านยิ่งใหญ่สะเทือนทั้งแผ่นดิน เหตุใดท่านจึงต้องพึ่งพาตั๋งโต๊ะ ดูจากพฤติกรรมที่ตั๋งโต๊ะคุยโว เขาหาได้มีความเคารพต่อท่านไม่ เขาปฏิบัติต่อผู้บังคับบัญชาอย่างไม่เชื่อฟังคำสั่ง และไม่มีสำนึกในความเคารพ นี่ถือเป็นอาชญากรรมอย่างที่หนึ่ง เปียนเตียงและหันซุยได้ทำลายกฎหมายบ้านเมืองไปกว่าหนึ่งปี เวลานี้เราควรที่จะรุกคืบหน้าไป แต่ตั๋งโต๊ะกลับบอกว่าเราไม่สามารถเดินทัพได้ เขาถ่วงให้กองทัพล่าช้าและทำให้ประชาชนไม่มั่นใจ นี่ถือเป็นอาชญากรรมอย่างที่สอง ตั๋งโต๊ะมีตำแหน่งทางการแต่เขากลับทำตัวไม่เหมาะสมกับตำแหน่ง เขาปล่อยให้เวลาผ่านไปเนิ่นนานกว่าจะตอบรับการเรียกของท่าน เขาประพฤติตัวอย่างไม่เคารพผู้บังคับบัญชาและยกตัวเองให้สูงกว่า นี่ถือเป็นอาชญากรรมอย่างที่สาม

ผู้นำที่มีชื่อเสียงในอดีตล้วนแต่ได้รับขวานพระราชทานเพื่อปกครองกองทัพ และเขาสามารถประหารใครก็ได้ที่คิดว่าขัดกฎกองทัพ เวลานี้ท่านกำลังตัดสินตั๋งโต๊ะและท่านกลับละเว้นที่จะลงโทษเขา สิ่งนี้ไม่ถือว่าเป็นการทำลายความศักดิ์สิทธิ์ของกฎกองทัพหรือ

เตียวอุ๋นไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ เขาจึงพูดกับซุนเกี๋ยนว่า เจ้าถอยออกไป ก่อนที่ตั๋งโต๊ะจะเริ่มระแวง ซุนเกี๋ยนได้ฟังก็เดินออกจากที่ทำการ

ในปีนี้ ฮ่องเต้ได้ทรงสร้าง หอทองหมื่นชิ้นในสวนตะวันตก เขานำทองคำ เงิน ผ้าไหมของกรมเกษตรมาเก็บไว้ที่นี่ เขาเก็บเงินหลายสิบล้านกับขุนนางของประตูเหลืองและขันที ในเหอเจี้ยนเขาได้ซื้อที่ดินและบ้านหลายหลังมาทำเป็นวังแห่งความสุขสำหรับตัวเอง

Sanguo in Thai Language

All informations about Sanguo in this website was translated from other sanguo websites. Main informations are from asianstudies.anu.edu.au by Adjunct Professor Rafe de Crespigny, wikipedia.org and kongming.net. It takes almost a year for me to completed all informations, I hope Sanguo fan in Thailand will like it.

เนื้อหาเกี่ยวกับสามก๊กในเวบนี้ ผมแปลจากเวบที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับสามก๊กภาษาอังกฤษ เนื้อหาส่วนหลักนั้นนำมาจาก ผลงานของ ศาสตราจารย์ Rafe De Crespigny โดยได้รับการอนุญาตจากตัวศาสตราจารย์ และทางมหาวิทยาลัย Australian National University โดยทางมหาวิทยาลัยขอให้ลงข้อความนี้

1. the original English version was published by the Faculty of Asian Studies – Australian National University in 1996.
1. บทความต้นฉบับภาษาอังกฤษนี้ ได้ถูกตีพิมพ์โดยคณะเอเชียนศึกษา มหาวิทยาลัย Australian National ในปี 1996

2. This writer have the author’s permission to publish his work in translation.
2. ผู้เขียนได้รับการอนุญาตจากผู้เขียนต้นฉบับนี้แล้วให้สามารถทำการเผยแพร่ผลงานแปลได้

ตามความประสงค์ของทางมหาวิทยาลัย บทความบางส่วนแปลมาจากเวบ wikipedia.org และ kongming.net

สามก๊ก

Feel Thailand Sanguo สามก๊ก
Feel Thailand Sanguo สามก๊ก
เนื้อเรื่องสามก๊ก
183 AD    184 AD    185 AD    186 AD    187 AD    188 AD    189 AD    190 AD    191 AD    192 AD    193 AD    194 AD    195 AD    196 AD    197 AD    198 AD    199 AD    200 AD    201 AD    202 AD    203 AD    204 AD    205 AD    206 AD    207 AD    208 AD    209 AD    210 AD    211 AD    212 AD    213 AD    214 AD    215 AD    216 AD    217 AD    218 AD    219 AD    220 AD
Feel Thailand Sanguo สามก๊ก เกร็ดสามก๊ก
รายชื่อสามก๊ก(ใหม่)   รายชื่อสามก๊ก   แผนที่สามก๊ก    แผนผังตระกูลซุน    ยศทหารและขุนนางในสามก๊ก
Feel Thailand Sanguo สามก๊ก
Feel Thailand Sanguo สามก๊ก
๏ปฟ