ปี Guanghe ที่ 6 183 AD 10 กุมภาพันธ์ 183 30 มกราคม 184
ในฤดูใบไม้ผลิ วันที่ 30 พฤษภาคม เดือนที่สาม มีประกาศนิรโทษกรรมจากราชสำนัก ในหน้าร้อนปีนั้นเกิดความแห้งแล้งใหญ่ นางบู๊ยงกุ๋นมารดาของฮองเฮาได้รับแต่งตั้งเป็นท่านหญิงแห่งงอเอี๋ยง ในฤดูใบไม้ร่วง แม่น้ำเหลืองเอ่อล้นฝั่งในจินเชงทำให้เกิดน้ำท่วมไปกว่ายี่สิบลี้ มีพายุหิมะในแทบภูเขาเมืองหวูหยวน
ก่อนหน้านั้น เตียวก๊กแห่งกิลกกุ๋นได้ทำการสักการะบูชาฮ่องเต้เหลืองและเล่าจื้อ เตียวก๊กได้เผยแพร่ความรู้ ถึงเวทมนตร์และความชั่วร้ายต่าง ๆ เขาเรียกคำสอนของเขาว่า วิถีแห่งความสงบสุขที่ยิ่งใหญ่ เตียวก๊กใช้น้ำมนต์รักษาโรคภัยไข้เจ็บของชาวบ้าน เขาให้คนเจ็บป่วยทั้งหลายคุกเข่าและสารภาพความผิด มีชาวบ้านบางคนที่หายจากโรคร้าย ทำให้คนทั่วไปต่างพากันบูชาและเชื่อในคำสอนของเขา
เตียวก๊กส่งบรรดาสานุศิษย์ออกไปทั่วแผ่นดิน และสามารถชักจูงชาวบ้านในแปดมณฑล (เฉงจิ๋ว อิวจิ๋ว ชีจิ๋ว กิจิ๋ว เกงจิ๋ว ยังจิ๋ว กุนจิ๋ว และ อิจิ๋ว) ให้มาหลงเชื่อในคำสอนของเขา มีชาวบ้านบางคนที่ขายทรัพย์สินทุกอย่าง ละทิ้งบ้านออกติดตามเขา บรรดาสาวกต่างปิดกั้นเส้นทางสัญจร มีชาวบ้านหลายคนที่เจ็บป่วยและต้องการมาให้เขารักษา แต่ไม่สามารถเข้าถึงตัวเตียวก๊กได้ ต้องล้มตายไปเป็นจำนวนหลายหมื่นคน เหล่าขุนนางของหัวเมืองและตำบลต่าง ๆ ล้วนไม่เข้าใจสถานการณ์ว่าเกิดอะไรขึ้น พวกเขารายงานเพียงว่า เตียวก๊กได้ทำการสั่งสอนผู้คนด้วยคำสอนอย่างดี ทำให้ผู้คนมากมายหันไปนับถือเตียวก๊กมากขึ้น
แม่ทัพใหญ่ (ไท่เว่ย)เอียวซีซึ่งตอนนั้นยังมีตำแหน่งเป็นซือถู ได้ส่งสารถึงราชสำนักว่า เตียวก๊กนั้น ได้ทำการหลอกลวงและหาประโยชน์จากชาวบ้าน เมื่อการนิรโทษกรรมได้อนุมัติแล้ว ไม่เพียงแต่เขาจะไม่สำนึกเสียใจ แต่ยังแผ่อิทธิพลขึ้นไปอีก ถ้ามีคำสั่งไปยังมณฑลและหัวเมืองต่าง ๆ ให้จับกุมและลงโทษเตียวก๊ก ข้ากลัวว่าจะเกิดความวุ่นวายและนำไปสู่ภัยพิบัติ สิ่งแรกที่ควรทำ คือการออกคำสั่งอยากเข้มงวดแก่ผู้ตรวจการมณฑลและบรรดาเจ้าเมืองทั้งหลาย ให้พวกเขาหยุดการเดินทางของเหล่าสาวกที่เผยแพร่คำสอนของเตียวก๊ก และส่งตัวพวกเขากลับภูมิลำเนาเดิม วิธีนี้จะทำให้เราสามารถแบ่งแยกกลุ่มของพวกเขา แล้วเราค่อยลงโทษบรรดาหัวหน้า แล้วทุกอย่างก็จะกลับสู่ความสงบอย่างไม่มีปัญหา แต่แล้วในเวลานั้น เอียวซีได้ถูกปลดออกจากตำแหน่ง และสถานการณ์เช่นนี้ก็ดำเนินต่อไป
เล่าโต๋ (เล่าเต๋า) ขุนนางเสมียนอาวุโสในสังกัดซือถู ได้ส่งสารอีกฉบับถึง เขาย้ำถึงคำแนะนำของเอียวซีและเสริมว่า แผนร้ายของเตียวก๊กนั้นทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ทั่วทั้งแผ่นดินเต็มไปด้วยข่าวลือต่าง ๆ นา ๆ และมีการอ้างว่าเตียวก๊กและเหล่าสาวกของเขาได้ผ่านเข้ามาในเมืองหลวงและส่งสายเข้าไปในราชสำนักแล้ว พวกเขาแพร่ข่าวลือเร็วเหมือนนกบิน และยังมีจิตใจที่ชั่วร้ายเหมือนสัตว์ป่า พวกเขาวางแผนก่อการพร้อมกัน เหล่ามณฑลและหัวเมืองต่าง ๆ ได้พายื่นฎีกาลับ ๆ และแลกเปลี่ยนสารลับของพวกเขาดูกัน แต่พวกเขาไม่กล้าจะพูดสิ่งใดในที่สาธารณะ ฝ่าบาทควรจะมีพระราชโองการที่ชัดเจน ประกาศให้จับกุมตัวเตียวก๊กและเหล่าผู้สนับสนุน และสัญญาจะมอบที่ดินหลวงให้เป็นรางวัลแก่ผู้ที่จับตัวเขาได้ ถ้ามีผู้ใดกล้าขัดขวางรับสั่ง ผู้นั้นจะได้รับโทษเช่นเดียวกับเตียวก๊ก แต่ฮ่องเต้ไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้จริงจังนัก และในเวลานั้น ได้มีราชโองการ มอบหมายให้ เล่าโต๋ เขียน ชุนชิวเตียวลี้ (Chunqiu Tiaoli) ซึ่งจะอธิบายและบรรยายเหตุการณ์ในตำราหลินจิง หรือประวัติศาสตร์ชุนชิว
แล้วเตียวก๊กก็ได้แบ่งสาวกของเขาออกเป็นสามสิบหกหน่วย แต่ละหน่วยนั้นมีจำนวนคนเท่ากับกองทัพในสังกัดแม่ทัพของทางการ หน่วยที่ใหญ่ที่สุดมีคนมากกว่าหนึ่งหมื่นคน หน่วยเล็ก ๆ นั้นมีคนจำนวนหกถึงเจ็ดพันคน และมีสาวกที่ได้รับแต่งตั้งเป็นหัวหน้าหน่วยคอยควบคุม พวกเขาแพร่ข่าวลือไปทั่วว่า ฟ้าครามสิ้นสุดแล้ว และสวรรค์สีเหลืองจะเข้ามาแทนที่ เมื่อปีแห่งเจียซิ มาถึง โชคดีใหญ่หลวงก็จะมา พวกเขาใช้ผงชอล์กเขียนตัวอักษรเจียซิ ที่กำแพงและประตูเมืองหลวง ที่ทำการของมณฑลและหัวเมืองต่าง ๆ
ม้าอ้วนยี่ผู้นำหน่วยที่ใหญ่ที่สุด ได้รวบรวมผู้คนหลายหมื่นคนในมณฑลเกงจิ๋วและเอียงจิ๋ว พวกเขานัดวันที่จะก่อการในเมืองเงียบกุ๋น ม้าอ้วนยี่ได้เดินทางเข้าออกเมืองหลวงหลายต่อหลายครั้ง เขาได้รับการสนับสนุนจาก ขันทีอย่างฮองสีและเคาฮอง พวกเขาตกลงว่า วันที่ห้าเดือนสาม (3 เมษายน 184) พวกเขาจะก่อการจากภายในและภายนอกพร้อม ๆ กัน
************************
คำว่าเจียซิ นั้นเขียนด้วยตัวอักษรแรกในสิบตัวของคำว่าสวรรค์ ผสมด้วยตัวแรกของสิบสองตัว ของคำว่าแผ่นดิน แทนความหมายถึงตำแหน่งแรก ซึ่งถูกใช้ในปฏิทินของจีน หมายถึงเจียซิ จะเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นใหม่
ในทฤษฎีอำนาจทั้งห้า (หวูซิง) สีเหลืองแทนความหมายถึง ดิน ซึ่งจะสืบทอดต่อจากไฟ เป็นความหมายว่าราชวงศ์ฮั่นถึงจุดสิ้นสุดแล้ว แม้ว่าฟ้าครามจะไม่ได้ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์สีใด ๆ ในราชวงศ์ฮั่น แต่สวรรค์เหลือง (ฟ้าเหลือง)ก็ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์แห่งอนาคต และยังเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงฮ่องเต้เหลืองหรือฮวงเหลาเดตี้หรือเล่าจื้อ ซึ่งเป็นคนสำคัญในหลักคำสอนของเตียวก๊ก
Sanguo in Thai Language
All informations about Sanguo in this website was translated from other sanguo websites. Main informations are from asianstudies.anu.edu.au by Adjunct Professor Rafe de Crespigny, wikipedia.org and kongming.net. It takes almost a year for me to completed all informations, I hope Sanguo fan in Thailand will like it.เนื้อหาเกี่ยวกับสามก๊กในเวบนี้ ผมแปลจากเวบที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับสามก๊กภาษาอังกฤษ เนื้อหาส่วนหลักนั้นนำมาจาก ผลงานของ ศาสตราจารย์ Rafe De Crespigny โดยได้รับการอนุญาตจากตัวศาสตราจารย์ และทางมหาวิทยาลัย Australian National University โดยทางมหาวิทยาลัยขอให้ลงข้อความนี้
1. the original English version was published by the Faculty of Asian Studies Australian National University in 1996.
1. บทความต้นฉบับภาษาอังกฤษนี้ ได้ถูกตีพิมพ์โดยคณะเอเชียนศึกษา มหาวิทยาลัย Australian National ในปี 1996
2. This writer have the authors permission to publish his work in translation.
2. ผู้เขียนได้รับการอนุญาตจากผู้เขียนต้นฉบับนี้แล้วให้สามารถทำการเผยแพร่ผลงานแปลได้
ตามความประสงค์ของทางมหาวิทยาลัย บทความบางส่วนแปลมาจากเวบ wikipedia.org และ kongming.net
สามก๊ก
![]() |
|
![]() |
เนื้อเรื่องสามก๊ก
|
![]() |
เกร็ดสามก๊ก รายชื่อสามก๊ก(ใหม่) รายชื่อสามก๊ก แผนที่สามก๊ก แผนผังตระกูลซุน ยศทหารและขุนนางในสามก๊ก |
![]() |
|
![]() |




