FeelThailand.com

Welcome to Thailand


ประวัติ ลิบอง

Feel Thailand Sanguo สามก๊ก ประวัติ ลิบอง

ลิบอง (Lu Meng) ชื่อรอง จื่อหมิง (Ziming) ชาวตำบลฟู้พอในเมืองยีหลำ ในวัยเด็ก ลิบองเดินทางลงใต้ไปพักอยู่กับ Deng Dang พี่เขยของเขา Deng Dang เป็นแม่ทัพในสังกัดของซุนเซ็กและได้เข้าร่วมในการต่อสู้กับชนเผ่า Shanyue อยู่หลายครั้ง ลิบองอายุได้ 15-16 ปีในตอนนั้น เขาแอบลอบติดตาม Deng Dang เข้าโจมตีโจรผู้รายด้วย เมื่อ Deng Dang รู้เข้า เขาตกใจมาก อย่างไรก็ตาม Deng Dang ก็ไม่อาจห้ามให้เปลี่ยนใจลิบองให้เลิกเข้าร่วมในกองทัพ เมื่อพวกเขาเดินทางกลับ Deng Dang บอกเรื่องลิบองลอบติดตามเขาไปกับมารดาของลิบอง นางโมโหมากและทำโทษลิบอง ลิบองกล่าวตอบว่า คนจนย่อมไม่ปรารถนาอยู่อย่างแร้นแค้นตลอดไป เมื่อมีโอกาสที่ข้าจะทำความดีความชอบ เมื่อนั้นลาภยศชื่อเสียงย่อมตามมา อย่างที่โบราณว่าไว้ ไม่เข้าถ้ำเสือ จะจับลูกเสือได้เช่นไร มารดาของเขาปลาบปลื้มดีใจที่ลิบองคิดได้เช่นนี้

ครั้งหนึ่งลิบองถูกนายทหารคนหนึ่งในสังกัดของ Deng Dang ดูถูกตัวเขา เนื่องจากว่าเขาอายุน้อยเกินไป นายทหารคนนั้นกล่าวว่า ไอ้ไก่อ่อนตัวนี้จะทำอะไรได้ การมีเขาอยู่ในกองทัพไม่ได้ต่างอะไรกับการยื่นเนื้อให้เสือกิน เมื่อนายทหารนั้นพบกับลิบองอีก เขาก็ดูถูกลิบองอีกครั้ง ลิบองโกรธแค้นมาก เขาชักดาบออกมาฆ่านายทหารผู้นั้นเสีย แล้วจึงหลบหนีไปที่บ้านของ Zheng Zhang ผู้เฒ่าของหมู่บ้าน หลังจากนั้นเขาก็ย้ายตัวเองไปอยู่ในสังกัดของแม่ทัพ Yuan Xiong ซึ๋งเป็นคนแนะนำเขาแก่ซุนเซ็ก ซุนเซ็กจึงให้ลิบองเข้าพบ เมื่อได้พบซุนเซ็กพอใจในตัวลิบองมาก เขาจึงตั้งให้ลิบองเป็นนายทหารในสังกัดของเขา

สองสามปีต่อมา เมื่อ Deng Dang เสียชีวิต เตียวเจียวเสนอให้ลิบองได้รับตำแหน่งของ Deng Dang ลิบองจึงได้เป็นนายทหารยศสูงขึ้น เมื่อซุนกวนต้องการตรวจตรากองทัพ เพื่อยุบกองทหารเล็ก ๆ เข้ารวมกัน เมื่อลิบองทราบเรื่อง เขาก็ยืมเงินเป็นการลับนำเงินนั้นไปตัดเครื่องแบบใหม่รวมทั้งซื้ออาวุธใหม่ให้กับทหารของเขา ในวันที่ซุนกวนตรวจตรากองทัพ เครื่องแบบทหารและอาวุธยุทโธปกรณ์ใหม่นั้นทำให้กองทหารของลิบองนั้นเด่นเป็นที่สะดุดตาในการสวนสนามและซ้อมรบ ซุนกวนประทับใจมาก เขาแต่งตั้งให้ลิบองมีอำนาจควบคุมทหารเพิ่มมากขึ้น ต่อมาลิบองได้ตามซุนกวนไปโจมตีเมืองตันเอี๋ยง เขาทำความดีความชอบจนได้รับแต่งตั้งเป็นขุนพล

ลิบองยังได้ร่วมในศึกสู้กับหองจอ หองจอสั่งให้ตันจิ๋วนำทัพเรือออกต่อสู้กับฝ่ายง่อ ลิบองซึ่งเป็นแม่ทัพหน้านั้นได้ตัดหัวตันจิ๋วด้วยตนเอง เมื่อลูกน้องของลิบองเห็นดังนั้น ก็มีขวัญกำลังใจเร่งรีบยกทัพไปล้อมเมือง เมื่อหองจอได้ข่าวการตายของตันจิ๋วก็หลบหนีออกจากเมือง ทัพของซุนกวนไล่ตามไปและจับตัวมาได้ ซุนกวนบอกว่าความสำเร็จในการศึกครั้งนี้มาจากการจับตัวตันจิ๋วได้ในเวลารวดเร็ว ซุนกวนจึงแต่งตั้งลิบองเป็นแม่ทัพและให้เงินรางวัลมากมายแก่ลิบอง

ในปีเดียวกัน ลิบองโจมตีโจโฉพ่ายแพ้ไปที่อู่หลิน และล้อมทัพโจหยินที่ลำกุ๋น เมื่อ Xi Su แม่ทัพจากจาก Yizhou ได้แปรพักตร์มาอยู่ฝ่ายง่อ จิวยี่นั้นให้กองทหารของ Xi Su นั้นไปอยู่ในสังกัดของลิบอง แต่ลิบองนั้นชื่มชมในความกล้าหาญของ Xi Su เขาให้เหตุผลว่า Xi Su นั้นดั้นด้นเดินทางมาจากดินแดนที่ห่างไกล ควรที่จะปฏิบัติต่อเขาอย่างนี้ ควรมอบอำนาจในการควบคุมทหารเพิ่มแทนที่จะยึดกองทหารของเขา ซุนกวนเห็นด้วยกับลิบองและมอบหมายให้ Xi Su มีอำนาจควบคุมทหารของเขาตามเดิม

หลังจากนั้นจิวยี่ส่งกำเหลงเดินทัพเข้ายึดอิเหลง โจหยินแบ่งทัพเขาส่วนหนึ่งเข้าโจมตีกำเหลงทำให้ทัพของกำเหลงที่มีทหารน้อยกว่าตกอยู่ในวงล้อมของทหารโจหยิน กำเหลงจึงส่งพลนำสารไปขอกำลังเสริม เหล่าแม่ทัพต่าง ๆ ของง่อต่างพากันคิดว่าฝ่ายง่อไม่มีกำลังทหารมากพอที่จะแบ่งกำลังทัพออกเพื่อยกไปช่วยกำเหลง แต่ลิบองพูดกับจิวยี่และเทียเภาว่า ปล่อยให้เล่งทองรักษาการณ์อยู่ที่นี่ ข้าและพวกท่านยกทัพไปเพื่อช่วยเหลือกำเหลง กองทัพของกำเหลงนั้นไม่สามารถป้องกันได้นานไปกว่านี้แล้ว ในระหว่างที่เรายกทัพไป ข้ามั่นใจว่าเล่งทองสามารถรักษาค่ายนี้ได้ภายใน 10 วัน ลิบองยังแนะนำให้จิวยี่ส่งทหารสามร้อยนายไปตัดต้นไม้ขวางทางเดินทัพของศัตรู เมื่อศัตรูหนีไป ม้าของพวกเขาก็สามารถไปได้ ศัตรูต้องทิ้งม้าและเดินเท้ากลับ จิวยี่ทำตามคำแนะนำของเขา กองทัพฝ่ายง่อทำการโจมตีทัพโจหยินที่อิเหลง สังหารทัพศัตรูกว่าครึ่ง ส่วนที่เหลือลอบถอยทัพในคืนนั้น แต่ทหารไม่สามารถเดินทางต่อเนื่องจากไม้ที่ถูกตัดขวางทางต้องเดินเท้ากลับ ฝ่ายง่อไล่ตามไปยึดม้าของทัพโจหยิน เมื่อฝ่ายง่อได้ชัย ทหารก็มีกำลังใจที่จะสู้ศึก กองทัพง่อสร้างป้อมขึ้นที่อีกฝั่งแม่น้ำประจันหน้ากับทัพโจหยิน ทำให้โจหยินถอยทัพในทันที พวกเขาจึงยึดครองลำกุ๋นและแคว้นเกงจิ๋ว ทำให้ลิบองรับการแต่งตั้งเป็นนายพล

เมื่อโลซกได้สืบทอดตำแหน่งจากจิวยี่ เขาเดินทางไปลกเค้าและผ่านป้อมของลิบอง โลซกนั้นมีความรู้สึกไม่ประทับใจในตัวลิบอง แต่มีคนแนะนำเขาว่า แม่ทัพลิบองนานวันยิ่งมีชื่อเสียงและเกียรติยศมากขึ้นเรื่อย ๆ เขาไม่ควรได้รับการดูถูก นายท่านเองก็ควรที่จะไปเยี่ยมเยี่ยนเคารพแม่ทัพลิบองบ้าง โลซกจึงเดินทางไปเยี่ยมลิบอง หลังจากที่ทั้งสองพูดคุยพลางร่ำสุรา ลิบองถามโลซกว่า ท่านโลซก ตัวท่านนั้นได้รับมอบหมายหน้าที่อันสำคัญในการรักษาการณ์เมืองติดกับเมืองของกวนอู ท่านมียุทธวิธีใดในใจบ้างเผื่อว่ามีสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น โลซกตอบอย่างไม่ใส่ใจว่า ข้าจะทำสิ่งที่ควรทำแล้วแต่สถานการณ์ ลิบองจึงบอกว่า แม้ว่าตะวันออก(ง่อ)และตะวันตก(จ๊ก)เป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว แต่กวนอูนั้นเหมือนกับเสือร้าย ทำไมถึงไม่มีแผนการรองรับสถานการณ์เฉพาะหน้า แล้วลิบองก็บอกเล่ายุทธวิธีห้าอย่างที่เขาคิดไว้แก่โลซก เมื่อได้ยินโลซกก็ลุกเดินไปจับมือลิบอง พูดว่า ลิบอง ข้าไม่รู้เลยว่าท่านจะก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในการยุทธและความรอบรู้ต่าง ๆ หลังจากนั้นโลซกก็ให้ความเคารพแก่มารดาลิบองและกลายเป็นเพื่อนสนิทของเขา

ก่อนหน้านั้นซุนกวนเคยพูดกับลิบองและเจียวขิมว่า บัดนี้ท่านทั้งสองก็ได้รับมอบหมายหน้าที่รับผิดชอบที่สำคัญยิ่ง ท่านควรจะหาเวลาศึกษาตำราเพื่อพัฒนาตัวเอง ลิบองจึงว่า ในการบริหารกองทัพมีภาระหน้าที่มากมายที่ต้องสะสาง ข้ากลัวว่าจะไม่อาจหาเวลาว่างมาศึกษาตำราได้ ซุนกวนจึงตอบว่า ข้าพูดรึไงว่าข้าต้องการให้เจ้าศึกษาตำราจนเก่งเหมือนบัณฑิต ข้าต้องการให้เจ้าศึกษาผลลัพท์จากสถานการณ์ต่างในประวัติศาสตร์เท่านั้น เจ้าบอกว่าตัวเจ้ายุ่งจนไม่มีเวลา แต่เจ้าคงไม่ยุ่งเกินไปกว่าข้าหรอก เมื่อข้ายังเยาว์ ข้าได้ศึกษา โคลงกลอน ซือจิง Shih Ching (The Book of Odes โคลงกลอนสมัย 1000-500 ปีก่อนคริสตศักราช)

ประวัติศาตร์ ซูจิง Shu Ching (The book of Historical Records หนังสือที่รวบรวมบันทึกประวัติศาสตร์และคำพูดต่าง ๆ ของคนในสมัยราชวงศ์โจวตอนต้นและก่อนหน้านั้น)

พิธีการต่าง ๆ หลี่จี้ Li Ki( The book of Rites ธรรมเนียม มารยาทปฏิบัติและพิธีการต่าง ๆ ทำขึ้นแทน คัมภีร์ Lijing ซึ่งสูญหายไปเมื่อสามร้อยปีก่อนคริสต์ศักราช)

หนังสือประวัติศาสตร์ชุนชิว Zuo Zhuan (Zuo Commentary เรื่องเล่ารัฐต่าง ๆ The Spring and Autumn Annals aka Lin Jing)

(สี่คัมภีร์ในอู่จิง คัมภีร์ทั้งห้าที่ถูกลัทธิขงจื้อนำมาใช้ในการเรียนการสอน)

มีแต่เพียงอี้จิง I Ching (หนังสือแห่งการเปลี่ยนแปลง ศาสตร์การทำนาย พยากรณ์ หยั่งรู้ดินฟ้า) ที่ข้าไม่ได้ศึกษา เมื่อข้าขึ้นเป็นผู้นำตระกูลซุน ข้าศึกษาประวัติศาสตร์ทั้งสามเช่นเดียวกับประวัติศาสตร์สงครามต่าง ๆ จากหลาย ๆ ผู้แต่ง ข้ารู้สึกว่าข้าได้รับความรู้มากมายจากหนังสือพวกนี้ เจ้าทั้งสองเป็นคนฉลาด เมื่อได้เรียนรู้หนังสือเหล่านี้ ก็คงจะเข้าใจได้ไม่ยาก ทำไมถึงไม่สนใจที่จะเรียนรู้ ข้าแนะนำให้เจ้ารีบศึกษาพิชัยสงครามซุนจื่อ หนังสือกลยุทธทั้งหก หนังสือบันทึกประวัติศาสตร์ชุนชิว เรื่องเล่าของรัฐต่าง ๆ และประวัติศาสตร์ทั้งสาม ท่านขงจื้อเคยกล่าวไว้ว่า แม้ว่าข้าจะไม่กินข้าวหรือนอนหลับ เผ้าพยายามครุ่นคิดแก้ปัญหา แต่ไม่มีสิ่งใดดี ๆ ออกมาเป็นแน่แท้ ควรที่จะศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม ฮ่องเต้ฮั่นกองบู๊ แม้ว่าเวลาที่ทำสงครามแต่เขาก็มีหนังสือติดมือไว้อ่านอยู่เสมอ โจโฉมักจะพูดว่า เขาเองหลงไหลในการเรียนรู้แม้ว่าเขาจะแก่ชราแล้ว แล้วตัวเจ้าเองจะไม่พยายามพัฒนาตัวเองหรือ หลังจากนั้น ลิบองก็เริ่มศึกษาตำรา และไม่เคยเหนื่อยล้าจากการศึกษา ในที่สุดสิ่งที่เขาศึกษานั้นมากเกินกว่าที่บัณฑิตธรรมดาคนหนึ่งจะศึกษาเสียอีก

ต่อมา โลซกได้ขึ้นแทนตำแหน่งของจิวยี่ เขามักจะแวะไปหาลิบองและสนทนากับเขาหลายครั้ง ในการสนทนาครั้งหลัง ๆ ลิบองมักจะมีเหตุผลที่ดีกว่าในการโต้แย้งกัน โลซกตบหลังลิบองแล้วพูดว่า ข้ามักจะคิดถึงท่านว่าเป็นชายชาตินักรบอยู่เสมอ น้องชาย แต่เวลานี้ การเรียนรู้ของท่านนั้นหลากหลายและรู้ลึกอย่างยิ่ง ท่านเปลี่ยนไปเป็นคนละคนทีเดียว ลิบองตอบว่า เมื่อท่านจากสุภาพชนผู้ใดเกินกว่าสามวัน ท่านควรจะมองเพื่อตัดสินคนผู้นั้นใหม่ พี่ชาย แผนที่ท่านเสนอนี้ยากที่จะทำให้ท่านเป็นพระยา Rang (ผู้ช่วยเหลืออ๋องฉินในสมัยสงครามเจ็ดรัฐ) เวลานี้ พี่ชายท่านได้ตำแหน่งแทนท่านกงจิ้น (จิวยี่) ซึ่งมีความสามารถยากหาใครเทียบ ยิ่งไปกว่านั้น ดินแดนที่ท่านดูแลก็ยังติดกับกวนอูผู้ซึ่งรักในการศึกษาแม้ว่าจะเข้าสู่วัยชราแล้วก็ตาม เขากลับสามารถท่องจำเหตุการณ์สมัยชุนชิวได้ เขาเป็นคนที่เที่ยงธรรมมีคุณสมบัติของวีรบุรุษ แต่อย่างไรก็ดี กวนอูนั้นมีนิสัยหยิ่งยโสและชอบดูแคลนผู้อื่น เวลาฝ่ายเราเผชิญหน้ากับเขา เราต้องการแผนการสองสามอย่างเพื่อรองรับเหตุการณ์เฉพาะหน้าและแผนการสำหรับเหตุสุดวิสัยเมื่อสถานการณ์เลวร้ายขึ้น แล้ว ลิบองก็ร่างแผนการสามอย่างให้โลซกฟัง โลซกรับฟังอย่างตั้งใจและเก็บแผนการนั้นเป็นความลับ

ซุนกวนมักจะพูดว่า ในบรรดาคนที่เป็นผู้ใหญ่แล้วและต้องการพัฒนาตัวเอง ไม่มีใครเทียบได้กับลิบองและเจียวขิม แม้ว่าพวกเขาจะได้รับลาภยศตำแหน่งใหญ่โตแล้ว แต่พวกเขาก็ยังถ่อมตัวตั้งใจใฝ่ศึกษา หาประโยชน์จากตำราประวัติศาสตร์ และยังใฝ่ในคุณธรรมไม่ใส่ใจลาภยศสรรเสริญมากนัก การประพฤติของพวกเขานั้นควรค่าแก่การเป็นแบบอย่าง เวลานี้ข้ามีพวกเขาเป็นขุนนางหลักของง่อ แล้วข้าจะต้องการสิ่งใดอีก

ในเวลานั้น ลิบองรักษาการณ์เขตแดนติดกับนายทหารง่อสามคนคือ Cheng Dang Song Ding และ Xu Gu ต่อมาแม่ทัพทั้งสามตาย เหลือเพียงบุตรและน้องชายที่ยังอยู่ในวัยเยาว์ ซุนกวนจึงสั่งการให้กองทหารของทั้งสามขึ้นตรงต่อลิบอง แต่ลิบองปฏิเสธ ย้ำว่า Xu Gu และแม่ทัพอีกสองคนได้ทำคุณงามความดีให้แก่ง่อก๊ก และแม้ว่าคนในตระกูลพวกเขาจะยังเยาว์วัย แต่สิทธิ์ในกองทัพของตระกูลพวกเขาไม่ควรเรียกกลับคืน ลิบองเขียนจดหมายถึงซุนกวนหลายครั้งจนซุนกวนยอมรับเขา ลิบองยังช่วยฝึกสอนเหล่าทายาทของแม่ทัพเหล่านั้น แสดงให้เห็นว่าลิบองนั้นห่วงใยพวกเขามากแค่ไหน

วุยส่งชีกี๋แห่งโลกั๋งมาเป็นขุนนางดูแลการเกษตรของกีชุน เพื่อสร้างเขตเพาะปลูกในดินแดนอ้วนเซีย เขามักจะรุกรานดินแดนง่ออยู่เสมอ ลิบองส่งคนไปเกลี้ยกล่อมให้เขามาเป็นพวก แต่เขาไม่ยอมรับ แล้วลิบองก็รอคอยโอกาส แล้วก็ทำการจู่โจมอย่างรวดเร็ว ชีกี๋พ่ายแพ้ต้องถอยหนี ลูกน้องของชีกี๋ Sun Zicai Song Hao และคนอื่นพาครอบครัวมาสวามิภักดิ์ต่อลิบอง หลังจากนั้นลิบองติดตามซุนกวนไปรับต้านทัพโจโฉที่ยี่สู ลิบองได้เสนอแผนการที่ชาญฉลาดแก่ซุนกวนหลายต่อหลายครั้ง

เขายังแนะนำให้ซุนกวนสร้างป้อมรักษาการณ์ทุกฝั่งของท่าเรือ (ซุนกวนเคยปรึกษาเหล่าแม่ทัพถึงเรื่องการสร้างป้อมรักษาการณ์ แต่แม่ทัพทั้งหมดไม่เห็นด้วยพากันพูดว่า เรามักจะโจมตีศัตรูบนพื้นดิน ไม่ก็ล่องเรือโจมตีศัตรู แล้วป้อมรักษาการณ์จะมีประโยชน์อันใด แต่ลิบองแย้งว่า กองทัพก็มีช่วงเวลาที่เข้มแข็งและอ่อนแอ ไม่มีสิ่งใดรับประกันชัยชนะที่แน่นอน ถ้าเราเผชิญหน้ากับศัตรูโดยบังเอิญ ทหารม้าและพลเดินเท้าล้วนแต่ถูกกดดัน เราจะมีเวลาเตรียมตัวลงน้ำได้อย่างไร ซุนกวนจึงพูดว่า ทำทุกอย่างตามสมควรเถิด แล้วเขาก็สร้างป้อมปราการ) ทำให้ง่อก๊กมีการเตรียมการเป็นอย่างดี โจโฉถอยทัพกลับในที่สุดเนื่องจากไม่สามารถฝ่าแนวป้องกันไปได้

โจโฉส่งจูกวงมาเป็นเจ้าเมืองโลกั๋ง และสร้างป้อมที่อ้วนเซียเพื่อขยายพื้นที่ทำไร่นาที่นั่น เขายังส่งสายลับลอบติดต่อกับหัวหน้าโจรใน Poyang และชักจูงให้พวกเขาเข้าร่วมกับฝ่ายวุยเป็นฝ่ายสนับสนุนภายในเขตแดนง่อ ลิบองพูดว่า ดินแดนอ้วนเซียนั้นอุดมสมบูรณ์ และถ้าพวกเขาเริ่มเพาะปลูกพืชผลสำหรับเสบียงอาหาร กองทัพพวกเขาย่อมแข็งแกร่งขึ้น สองสามปีมานี่ การเกษตรของโจโฉประสบผลยิ่งนัก เราควรจะโจมตีพวกเขาแต่เนิ่น ๆ แล้วเขาก็ส่งรายงานให้ซุนกวน หลังจากนั้นซุนกวนนำทัพด้วยตัวเองและเรียกแม่ทัพทั้งหมดให้ไปเขาที่นั่นเพื่อให้คำปรึกษา ซุนกวนนำทัพเข้าโจมตีเมืองฮวน ขุนนางของเขาต้องการสร้างเนินดินให้สูง และเครื่องยิงเพื่อโจมตีเมือง แต่ลิบองพูดว่า ถ้าเราสร้างเครื่องยิงและเนินดิน ต้องใช้เวลาหลายวันกว่าที่จะเสร็จ ตอนนั้นในเมืองก็เตรียมการป้องกันแล้ว กองทัพช่วยเหลือก็จะมาถึง เราก็จะไม่ประสบผลสำเร็จ ยิ่งกว่านั้น ฝนและน้ำหลากนั้นช่วยให้เรานำทัพมาได้ แต่ถ้าเราทำศึกยืดเยื้อเกินไป เมื่อระดับน้ำลดลง แล้วการเดินทางกลับก็จะยากลำบากยิ่งนัก ในความเห็นอันต่ำต้อยของผู้น้อยคิดว่าสถานการณ์เราก็จะอันตรายยิ่งนัก

ขอให้นายท่านจงพิจารณาเมืองให้ดี เมืองนี้ไม่มั่นคงแข็งแรงเท่าไหร่นัก ถ้าเราโจมตีอย่างหนักทุกด้าน เราจะยึดเมืองได้โดยง่าย แล้วเราก็สามารถยกทัพกลับในขณะที่น้ำยังท่วมสูงอยู่ได้ นี่คือแผนที่จะได้ชัยชนะ

ซุนกวนอนุญาตตามแผนของเขา ลิบองเสนอกำเหลงให้เป็นแม่ทัพที่นำทหารเข้าล้อมและโจมตีกำแพงเมือง ลิบองคอยสนับสนุนกำเหลงด้านหลังด้วยทหารที่คัดมาเป็นอย่างดี ลิบองตีกลองศึกด้วยตัวเอง ทหารง่อต่างปีนกำแพงอย่างกล้าหาญ พวกเขาเริ่มโจมตีตั้งแต่รุ่งสาง ในเวลาเที่ยงพวกเขาก็ยึดเมืองได้ พวกเขาจับตัวจูกวงและเชลยศึกชายหญิงหลายพันคน เมื่อเตียวเลี้ยวมาถึงเจียชิ เขารู้ว่าเมืองถูกยึดไป เขาจึงยกทัพกลับ ด้วยความดีความชอบของลิบอง ซุนกวนแต่งตั้งลิบองให้เป็นเจ้าเมืองโลกั๋ง และให้เชลยและม้าศีกอยู่้ในกองทัพของเขา ซุนกวนยังให้คนหกร้อยคนจากพื้นที่เกษตรกรรมในซุนหยางและขุนนางสามสิบคนเป็นรางวัลแก่เขา เมื่อลิบองอยู่ในระหว่างทางกลับไป Xunyang โจรกบฏใน Luling ได้ก่อกบฏขึ้น ไม่มีแม่ทัพคนใดสามารถปราบพวกเขาได้ ซุนกวนจึงพูดว่า ร้อยอีกาที่ดุร้ายก็ไม่อาจเทียบกับหนึ่งพญาเหยี่ยวได้ แล้วซุนกวนก็ส่งลิบองไปโจมตีเหล่าโจร ทันทีที่ลิบองไปถึง เขาเอาชนะได้อย่างรวดเร็ว เขาฆ่าผู้ยุยงให้ก่อการกบฏและปล่อยเชลยศึกที่เหลือ

ในเวลานั้น เล่าปี่ได้มณฑลเอ๊กจิ๋วแล้ว ซุนกวนส่งจูกัดกิ๋นไปขอหัวเมืองเกงจิ๋วกลับคืน เล่าปี่ไม่เห็นด้วยอธิบายว่า ข้ากำลังวางแผนที่จะยึดมณฑลเลียงจิ๋ว เมื่อข้าได้ดินแดนนั้นแล้ว ข้าก็จะคืนมณฑลเกงจิ๋วทั้งหมดให้แก่ท่าน

ซุนกวนจึงพูดว่า นี่เป็นการยืมไม่ใช่การคืน เล่าปี่ต้องการยืดเวลาไปด้วยการขอโทษที่ไร้สาระ ซุนกวนแต่งตั้งขุนนางสำหรับสามหัวเมืองคือ เตียงสา เลงเหลงและฮุยเอี๋ยง แต่กวนอูขับไล่พวกเขาไป ซุนกวนโกรธมาก เขาส่งลิบองนำทัพสองหมื่นนายเข้ายึดสามหัวเมืองนั้น

ลิบองส่งจดหมายไปยังสามหัวเมืองนั้น ขุนนางที่รู้ว่าเหตุการณ์ผันเปลี่ยนไปเช่นไรล้วนแต่ยอมจำนนแต่โดยดี มีเพียงโฮเภาเจ้าเมืองเลงเหลงที่ยังรักษาเมืองโดยไม่ยอมจำนน

เล่าปี่รู้สถานการณ์จึงนำทัพด้วยตัวเองจากจ๊กมากังอั๋น เขาส่งกวนอูนำทัพมาชิงสามหัวเมืองกลับคืน ซุนกวนมาที่ลกเค้าเพื่อบัญชาการทัพเอง โลซกถูกสั่งให้นำทัพหมื่นนายไปตั้งค่ายที่ Yiyang เพื่อเผชิญหน้ากับกวนอู ในขณะเดียวกันซุนกวนก็ส่งจดหมายด่วนไปหาลิบองบอกให้เขาทิ้งเมืองเลงเหลงกลับมาช่วยโลซกโดยเร็ว

เมื่อลิบองได้รับจดหมาย เขาไม่แพร่งพรายคำสั่งนั้น ในคืนนั้นเขาเรียกขุนนางของเขามาบอกแผนการ ตอนรุ่งเช้าเขาโจมตีเมืองเลงเหลงอีก แล้วก็ไปหาเตงซวนจี๋แห่งลำเอี๋ยงลูกน้องเก่าของโฮเภา พูดว่าโฮเภานั้นได้ยินเรื่องของความซื่อสัตย์และมีเกียรติ เขาหวังว่าตัวเองจะสามารถทำตามอย่างได้ แต่เขาไม่รู้ตัวว่าต้องรับมืออยู่กับอะไร

เวลานี้ เล่าปี่แม่ทัพซ้ายได้ถูกปิดล้อมที่ฮันต๋งโดยแฮหัวเอี๋ยน กวนอูอยู่ที่เมืองลำกุ๋น และนายของเราก็คุมทัพสู้กับเขาอยู่ ทั้งสองที่นั้นยังไม่ตัดสินผลแพ้ชนะ กำลังทั้งสองฝ่ายยังสูสีกันอยู่ ทั้งเล่าปี่และกวนอูต่างก็พยายามหากำลังพลมากเท่าที่จะมากได้เพื่อทำการรบ แล้วพวกเขาจะหาทหารส่งมาช่วยที่นี่ได้อย่างไร

ข้าได้คำนวณจากกำลังทหารของฝ่ายเราและได้วางแผนการที่รัดกุมเพื่อโจมตี รับรองได้ว่าเมืองนี้ต้องถูกยึดภายในเวลาไม่ถึงวัน เมื่อเมืองถูกยึดและโฮเภาถูกสังหาร แล้วจะมีประโยชน์แก่ผู้ใด แต่มันต้องเป็นเรื่องเศร้าของมารดาเขาซึ่งมีอายุใกล้ร้อยปีแล้ว ซึ่งอาจจะสิ้นใจทันทีที่รู้ข่าวว่าบุตรของนางเสียชีวิต

ข้าไม่เชื่อว่าคนของเขาจะรู้เรื่องจากภายนอก พวกเขาคิดว่าจะมีทัพมาช่วยเหลือ แต่เวลานี้เขาได้มาเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่มีทางออก ท่านจงไปหาเขาแล้วอธิบายให้เขาเข้าใจ

เตงซวนจี๋เข้าพบโฮเภา แล้วอธิบายสิ่งที่ลิบองบอกมา โฮเภากลัวมาก เขาจึงออกจากเมืองมายอมจำนน ลิบองต้อนรับเขา กุมมือของเขาแล้วพาลงเรือไปด้วยกัน เมื่อพวกเขาประชุมกันเสร็จสิ้น ลิบองจึงนำจดหมายจากซุนกวนให้เขาดู ตบมือและหัวเราะชอบใจ เมื่อโฮเภาได้เห็นจดหมายและรู้ว่าเล่าปี่อยู่ที่กังอั๋น และกวนอูอยู่ที่ Yiyang เขาโกรธมากและละอายใจ ปรารถนาให้พื้นธรณีสูบตัวเขาไป ลิบองแต่งตั้งให้ซุนเกียวมีอำนาจควบคุมหัวเมืองนั้นและในวันเดียวกันเขาได้นำทัพกลับหงีเอี๋ยง ต่อมา เล่าปี่ร้องขอทำสัญญาสงบศึก ซุนกวนจึงคืนตัวโฮเภาและคนอื่น ๆ ให้กับเล่าปี่ และกำหนดชายแดนใหม่บนแม่น้ำเซียงซุย และมอบเลงเหลงกลับให้เล่าปี่ ซุนหยางและหยางซิ่นถูกมอบเป็นศักดินาให้แก่ลิบอง

กองทัพง่อก๊กถอยกลับไปทำการโจมตีหับป๋า เมื่อไม่สามารถโจมตีได้ ฝ่ายง่อจึงทำการถอยทัพแต่โดนซุ่มโจมตีโดยเตียวเลี้ยว ลิบองและเล่งทองต่อสู้ป้องกันซุนกวนด้วยชีวิตพวกเขา เมื่อโจโฉส่งทัพใหญ่มาที่ยี่สูอีกครั้ง ซุนกวนแต่งตั้งลิบองเป็นผู้บัญชาการกองทัพ ลิบองป้องกันป้อมรักษาการณ์ที่ได้สร้างขึ้นและวางพลธนูหมื่นนายไว้ป้องกันโจโฉ แล้วลิบองก็โจมตีทัพหน้าของโจโฉพ่ายแพ้ไปก่อนที่พวกเขาจะสามารถตั้งค่ายได้ โจโฉถอยทัพไป ซุนกวนแต่งตั้งลิบองเป็นผู้บัญชาการทัพซ้ายและ แม่ทัพที่มีความเหี้ยมหาญดั่งเสือ

ตอนที่โลซกเสียชีวิต ลิบองได้รักษาการณ์ที่ลกเค้า ทหารหมื่นนายและม้าศึกของทัพโลซกได้ถูกมอบหมายให้อยู่ในสังกัดของลิบอง ลิบองได้ถูกแต่งตั้งเป็นเจ้าเมือง Hanchang และได้รับศักดินาที่ดินใน เซี่ยจุ้น เล่าเอี๋ยง ฮานฉาง และโจวหลิง ทำให้ดินแดนที่ลิบองดูแลติดกับกวนอู ลิบองรู้ดีว่ากวนอูนั้นเป็นทะเยอทะยานและต้องการรุกรานดินแดนง่อ และกวนอูเองก็ในดินแดนต้นน้ำของง่อ สมดุลอำนาจที่คอยถ่วงกันอยู่คงไม่อาจรักษาได้นาน แต่แรกนั้น โลซกและคนอื่นต้องการให้ผูกมิตรกับกวนอูเพราะว่าโจโฉทางเหนือนั้นมีอันตรายมากกว่า ดังนั้นทางที่ดีคือการร่วมมือกับกวนอูต่อสู้กับศัตรูร่วมกัน ลิบองได้ทำการเสนอแผนลับต่อวุนกวน ให้ตั้งซุนเกียวป้องกันลำกุ๋น พัวเจี้ยงรักษาการณ์ Baidi เจียวขิมนำทหารหมื่นนายลาดตระเวณตามแม่น้ำและสนับสนุนจุดยุทธศาสตร์ที่เผชิญหน้ากับศัตรู และข้าจะเดินทัพไปยึดซงหยง แล้วเราก็จะไม่มีเหตุผลที่ต้องกลัวโจโฉ หรือต้องพึ่งพากวนอูอีกต่อไป ยิ่งกว่านั้น กวนอูและเล่าปี่นายของเขาเป็นคนที่หยิ่งยะโสและเป็นคนเจ้าเล่ห์กลับกลอกไปมา พวกเขาเปลี่ยนใจอยู่ตลอดเวลา เราไม่สามารถถือว่าพวกเขาเป็นเพื่อนสนิทได้ เหตุผลเดียวที่กวนอูยังไม่รุกรานเราเพราะว่าความชาญฉลาดของนายท่าน และเพราะว่าข้าและแม่ทัพคนอื่นต่างยังมีชีวิตอยู่ ทันทีที่พวกเราจากไปแล้ว เขาจะสามารถยึดดินแดนเราโดยการยกทัพเพียงครั้งเดียว ถ้าท่านไม่ลงมือในขณะที่เรามีโอกาส แล้ววันหนึ่งเมื่อเราอ่อนแอลง ถ้าท่านต้องการรวบรวมกำลังโจมตี ท่านก็ไม่มีทางทำได้แล้ว ซุนกวนเห็นด้วยกับเขาอย่างมาก

แล้วซุนกวนถามขึ้นว่า ข้าตั้งใจที่จะยึดมณฑลชีจิ๋วก่อนแล้วค่อยจัดการกับกวนอู ท่านมีความเห็นอย่างไร

ลิบองตอบว่า ในเวลาโจโฉนั้นอยู่ไกลไปทางเหนือของแม่น้ำเหลือง เขารวบรวมกำลังของมณฑลกุนจิ๋วและกิจิ๋ว และยังไม่มีเวลามาดูแลดินแดนตะวันออก ข้ารู้ข่าวมาว่ากองทัพที่ป้องกันมณฑลชีจิ๋วนั้นน้อยเกินกว่าที่จะต่อกรกับเราได้ ถ้าท่านยกทัพไปที่นั่น ท่านต้องสามารถยึดดินแดนนั้นได้แน่ แต่มณฑลชีจิ๋วนั้นเป็นที่ราบ เชื่อมต่อด้วยถนนมากมาย ม้าศึกชั้นดีสามารถเคลื่อนทัพได้อย่างสะดวก

ถ้าท่านยึดมณฑลชีจิ๋วในตอนนี้ มั่นใจได้เลยว่าไม่กี่วันโจโฉต้องยกทัพมาสู้กับเราแน่ แม้ว่าท่านจะทิ้งทหารไว้คอยรักษาเจ็ดแปดหมื่นคนก็ยังน่าวิตกอยู่ดี

ทางที่ดีที่สุดคือการจัดการกวนอูและยึดดินแดนแม่น้ำแยงซี ขยายดินแดนของเรายาวไปตลอดแม่น้ำทั้งสาย ท่านจะสามารถขยายดินแดนได้ดีกว่าการยึดมณฑลชีจิ๋วแน่ และดินแดนแถบแม่น้ำแยงซีนั้นสามารถป้องกันได้ง่ายกว่า ซุนกวนคิดว่าแผนของลิบองนั้นยอดเยี่ยมมาก เมื่อลิบองแทนที่โลซกและไปอยู่ที่ลกเค้า เขาได้พยายามเป็นมิตรกับกวนอูให้มากกว่าเดิม

ต่อมา กวนอูได้โจมตีอ้วนเซีย ลิบองได้ส่งสารมาหาซุนกวนว่ากวนอูยกทัพขึ้นเหนือไป แต่เขายังทิ้งทหารรักษาการณ์อย่างแน่นหนาไว้ที่กองอั๋นและลำกุ๋น เขาเป็นกังวลว่าข้าจะโจมตีเขาจากด้านหลัง

เป็นที่รู้กันว่า ข้ามักจะล้มป่วยอยู่เสมอ ข้าจะขออนุญาตนำทหารบางส่วนกลับไปรักษาตัวที่เกี๋ยนเงียบ แล้วเราค่อยปล่อยข่าวไปว่าสุขภาพข้าไม่ดี เมื่อกวนอูรู้ข่าวเขาจะต้องถอนกำลังไปยังซงหยง ถ้าเรานำทัพใหญ่แล่นเรือทั้งกลางวันและกลางคืน และโจมตีในจุดที่เขาคาดไม่ถึง เราต้องยึดเมืองลำกุ๋น และจับตัวกวนอูได้แน่

แล้วลิบองจึงปล่อยข่าวว่าเขาล้มป่วยหนัก ซุนกวนส่งคำสั่งให้เขากลับมารักษาตัวที่เกี๋ยนเงียบ แต่จริง ๆ แล้วทั้งสองได้ลอบวางแผนกันอย่างลับ ๆ

กวนอูหลงกลพวกเขาและนำทหารบางส่วนของลำกุ๋นไปช่วยแนวหน้าที่เมืองห้วนเสีย

ทันทีที่ลิบองมาถึงงอฮู ขุนพลผู้ส่งเสริมความภักดี ลกซุนได้พูดกับเขาว่า ท่านนั้นรักษาชายแดนต่อการคุกคามของกวนอู เหตุใดท่านจึงมายังที่นี่ แล้วนี่จะไม่เป็นเกิดก่อปัญหาในเราในเร็ววันนี้หรอกหรือ

ท่านพูดได้ถูกต้องแล้ว ลิบองตอบแต่ว่าข้านั้นเจ็บป่วยหนักจริง ๆ

กวนอูนั้นโอ้อวดในความกล้าหาญของเขา ลกซุนพูด และเขาก็ยังดูถูกผู้อื่น ความสำเร็จใหญ่ที่เขาพึ่งได้รับ ทำให้เขาภูมิใจในความฉลาดของตนและทำให้ยิ่งทะเยอทะยาน เขานำทัพใหญ่ขึ้นโจมตีทางเหนือ แต่ยังระแวงสงสัยในรัฐเราอยู่บ้าง เมื่อเขารู้ว่าท่านล้มป่วย เขาย่อมต้องเหลือทหารป้องกันเพียงน้อยนิด ถ้าเราโจมตีเขาในตอนนี้ เขาย่อมคาดไม่ถึง แล้วเราก็สามารถจัดการเขา เมื่อท่านลงใต้ไปหานายท่าน ท่านควรจะวางแผนการให้ดี

กวนอูนั้นกล้าหาญและแข็งแกร่ง ลิบองตอบ ดังนั้นเป็นการยากที่จะจัดการเขา เขาได้ยึดครองมณฑลเกงจิ๋วและปกครองมณฑลอย่างดี เวลานี้ความพยายามของเขาเริ่มสัมฤทธิ์ผลแล้ว ขวัญกำลังใจและความแข็งแกร่งก็ทวีมากขึ้น มันไม่ง่ายที่จะจัดการกับเขา

เมื่อลิบองมาถึงเมืองเกี๋ยนเงียบ ซุนกวนถามเขาว่า ใครที่ท่านคิดว่าเหมาะสมควรไปทำหน้าที่แทนท่าน

ลิบองตอบว่า ลกซุนนั้นคิดการณ์ไกลและลึกซึ้ง เขาสามารถรับผิดชอบงานที่ใหญ่โตได้ ข้าเคยเห็นเขาวางแผนการต่าง ๆ เขามีความสามารถที่จะได้รับตำแหน่งใหญ่ได้ และเขายังไม่เป็นที่รู้จักนัก ดังนั้นกวนอูย่อมไม่สงสัยในตัวเขามากนัก เขาเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม ถ้าท่านเลือกใช้เขา บอกเขาอย่าทำการใดให้น่าสงสัย แต่ให้แอบลาดตระเวนอย่างลับ ๆ แล้วเราจะชนะในที่สุด แล้วซุนกวนก็เรียกตัวลกซุนมาและแต่งตั้งเขาเป็นแม่ทัพรองและผู้ควบคุมกองทัพฝ่ายขวา แทนที่ลิบอง

วุยส่งแม่ทัพอิกิ๋มมาช่วยเหลือเมืองห้วนเสีย แต่กวนอูจับตัวอิกิ๋มและแม่ทัพคนอื่นได้ กวนอูได้เชลยศึกหลายหมื่นและม้าศึกจำนวนมาก เสบียงอาหารจึงร่อยหรออย่างรวดเร็ว กวนอูอ้างว่าพวกเขาขาดแคลนเสบียงจึงยึดคลังเสบียงของซุนกวนที่เซียงกวน โดยไม่ขออนุญาตจากซุนกวน เมื่อซุนกวนรู้ข่าว เขาจึงนำทหารไปโจมตีกวนอู โดยส่งลิบองเป็นคนนำทัพหลัก เมื่อลิบองมาถึงซุนหยาง เขาซ่อนทหารของเขาในท้องเรือและให้คนอื่นแต่งกายคล้ายกับพ่อค้า ล่องเรือทั้งกลางวันและกลางคืน พวกเขายึดหอสังเกตการณ์ของกวนอูที่คอยรักษาการตามแม่น้ำ ทีละหอ ๆ ดังนั้นกวนอูจึงไม่รู้ข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้

บิฮองและเปาสูหยินนั้นไม่พอใจในการปฏิบัติที่กวนอูทำต่อพวกเขา เมื่อกวนอูยกทัพไป เขาทิ้งให้สองคนนี้คอยคุมการขนส่งเสบียง แต่การขนส่งเสบียงก็ล่าช้ากว่ากำหนด กวนอูจึงพูดว่า เมื่อข้ากลับไป ข้าจะไปลงโทษพวกเขา บิฮองและเปาสูหยินจึงหวาดกลัวมาก

ลิบองสั่งให้ยีหวนอดีตผู้บัญชาการทหารม้าเขียนจดหมายไปหา เปาสูหยินที่กองอั๋น อธิบายสถานการณ์ เปาสูหยินยอมจำนนทันที ยีหวนพูดกับลิบองว่า การศึกครั้งนี้ต้องอาศัยการลงมืออย่างรอบคอบ เราควรจะทิ้งทหารไว้รักษาเมืองและนำตัวเปาสูหยินไปกับเราดังนั้น พวกเขาจึงนำตัวเปาสูหยินไปเมืองลำกุ๋นด้วย

บิฮองรักษาเมืองกังเหลงเมืองหลวงของลำกุ๋น แต่เมื่อลิบองนำตัวเปาสูหยินให้เขาเห็น บิฮองก็เปิดประตูยอมแพ้ทันที

(อีกบันทึกหนึ่งกล่าวว่า เกิดเพลิงไหม้ในเมืองลำกุ๋น และอาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพต่างเสียหายจำนวนมาก กวนอูจึงคาดโทษเขา ทำให้บิฮองกลัวมาก เมื่อเขาได้ข่าวว่าซุนกวนมาถึง เขาก็เตรียมการที่จะยอมจำนน เมื่อทัพลิบองมาถึง เขาก็เปิดประตูเมืองต้อนรับพร้อมด้วยสุราและอาหารและยอมจำนน)

ดังนั้นลิบองจึงยกทัพเข้าเมืองกังเหลง ปล่อยตัวอิกิ๋มและจับตัวคนในครอบครัวและผู้อาศัยของกวนอูและลูกน้องของเขา ลิบองปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างดี และสั่งการทหารห้ามปล้นสะดมและทำร้ายชาวเมืองอย่างเด็ดขาด

ทหารคนหนึ่งของลิบองซึ่งเป็นคนจากเมืองเดียวกับเขา ได้ยึดเอาหมวกฟางกันฝนมาป้องกันชุดเกราะของกองทัพ แม้ว่าชุดเกราะนั้นจะเป็นสมบัติของกองทัพ ลิบองก็ยังตัดสินว่าทหารคนนั้นไม่เชื่อฟังคำสั่ง เขาไม่ยอมยกโทษให้แม้ว่าทหารคนนั้นจะเป็นคนเมืองเดียวกับเขา ลิบองร่ำไห้และสังหารเขา ในกองทัพจึงเกิดความกลัวและหวั่นวิตก ไม่มีทหารคนใดกล้าหยิบแม้แต่สิ่งของที่ตกอยู่ตามท้องถนน

ตั้งแต่เช้ายันค่ำลิบองส่งขุนนางคนสนิทของเขาไปถามสิ่งของต่าง ๆ ที่ชาวเมืองขาดแคลนจากผู้เฒ่าของเมือง เขามอบยาให้กับคนเจ็บป่วย เสื้อผ้าและอาหารให้กับคนที่หิวโหยและหนาวเหน็บ ทรัพย์สมบัติของครอบครัวกวนอูนั้นถูกปิดตายไว้รอการมาถึงของซุนกวน

เมื่อกวนอูยกทัพกลับ เขาได้ส่งคนนำสารไปหาลิบองหลายครั้งเพื่อสอบถามสถานการณ์ และลิบองได้รับรองคนเหล่านั้นอย่างนี้ ลิบองนำพวกเขาไปรอบเมืองและชาวเมืองต่างก็ฝากจดหมายคนนำสารให้ช่วยนำไปยังญาติพวกเขาที่อยู่ในทัพของกวนอู บางคนเขียนด้วยลายมือตัวเองเพื่อแสดงความน่าเชื่อถือ เมื่อคนนำสารของกวนอูกลับมาที่ค่ายของกวนอู เหล่าทหารในทัพกวนอูต่างลอบไปพาคนนำสาร และพวกเขาจึงรู้ว่าครอบครัวของเขานั้นไม่ตกอยู่ในอันตรายและพวกเขาได้รับการปฏิบัติดียิ่งกว่าในเวลาสงบสุขเสียอีก ทหารของกวนอูจึงไม่มีใจอยากที่จะต่อสู้

กวนอูรู้แล้วว่าเขาถูกตัดขาด เขาจึงมุ่งหน้าไปตะวันตกรักษาเมือง เป๊กเสีย ซุนกวนส่งฑูตไปหาเขาให้ยอมจำนน กวนอูแสร้งทำเป็นว่าเขายอมตกลง แต่เขากลับตั้งธงศึกบนกำแพงเมืองให้ดูเหมือนมีทหารมากมายแล้วหลบหนีไป ทหารของเขาต่างกระจัดกระจายกันไปจนเขามีทหารม้าติดตามไม่ถึงสิบสองคน

ซุนกวนส่งจูเหียนและพัวเจี้ยงให้ไล่ติดตามถนนทุกสาย ในเดือนที่สิบสอง ม้าตง นายทหารของพัวเจี้ยงได้จับตัวกวนอูและกวนเป๋งบุตรชายเขาได้ที่เขาเจาสัน และสังหารพวกเขา ดังนั้นซุนกวนจึงยึดมณฑลเกงจิ๋วได้

ซุนกวนแต่งตั้งลิบองเป็นเจ้าเมืองลำกุ๋น แต่งตั้งให้เขาเป็นพระยาแห่งฉานหลิงและตบรางวัลเขาด้วยเงินล้านแท่งและทองคำห้าร้อยชั่ง แต่ลิบองยืนกรานปฏิเสธรางวัล แต่ซุนกวนต้องการมอบรางวัลให้แก่เขา

อย่างไรก็ดี ก่อนหน้าที่ลิบองจะได้รับแต่งตั้งเป็นพระยา อาการเจ็บป่วยของเขาได้รุนแรงขึ้น ซุนกวนซึ่งอยู่ที่กองอั๋นในเวลานั้น ได้นำตัวเขามาพักอยู่วังภายใน ใกล้กับที่พักของซุนกวนเองและพยายามหาทางรักษาตัวเขาทุกวิธี มีบันทึกว่าซุนกวนตั้งรางวัลให้คนที่สามารถรักษาอาการเจ็บป่วยของลิบองเป็นทองพันแท่ง เมื่อใดที่หมอได้ทำการรักษาลิบองโดยการฝังเข็ม ซุนกวนก็พลอยรู้สึกเจ็บปวดและเศร้าเสียใจไปกับเขาด้วย

ซุนกวนต้องการไปเยี่ยมลิบองบ่อย ๆ แต่เขากลัวว่าจะเป็นการรบกวนการรักษา ดังนั้นซุนกวนจึงแอบมองลิบองผ่านรูในกำแพง ถ้าเขาเห็นลิบองสามารถกินอะไรได้ เขาก็จะยิ้มให้กับคนรอบตัว หัวเราะและชวนคนอื่นคุยด้วย เมื่อลิบองไม่ยอมกินอาหาร ซุนกวนก็จะถอนใจกังวลจนไม่สามารถนอนได้ในตอนกลางคืน

แล้วลิบองก็อาการดีขึ้น จึงมีการนิรโทษกรรมให้กับนักโทษเพื่อฉลองอาการดีขึ้นของลิบอง เสนาบดีทั้งหมดของซุนกวนต่างร่วมแสดงความยินดีกับลิบอง อย่างไรก็ตาม โรคร้ายที่คุกคามลิบองได้รุนแรงขึ้น ซุนกวนไปเยี่ยมเขาด้วยตัวเอง และสั่งให้นักพรตลัทธิเต๋าภาวนาต่อดวงดาวต่อชะตาชีวิตให้ลิบอง แต่ในที่สุดลิบองก็ตายภายในวังด้วยวัยสี่สิบสองปี ซุนกวนเศร้าโศกเสียใจและเจ็บปวดมาก ก่อนหน้าที่ลิบองจะเสียชีวิต เขาได้เก็บรักษาทรัพย์สมบัติเงินทองที่เขาเคยได้รับ และสั่งไว้ว่า วันไหนที่เขาเสียชีวิต ให้นำทรัพย์สมบัติเหล่านั้นคืนให้กับคลังหลวงของง่อก๊ก และปรารถนาให้จัดงานศพเขาอย่างเรียบง่ายใช้เงินให้น้อยที่สุด เมื่อซุนกวนได้ยินเรื่องนี้ เขาก็เศร้าเสียใจมากกว่าเดิม

ลิปาบุตรของลิบองได้รับสืบทอดตำแหน่งของเขา ซุนกวนมอบคนสามร้อยครัวเรือนเพื่อให้คอยรักษาหลุมศพของลิบอง

ในปีถัดมา ซุนกวนพูดกับลกซุนถึงจิวยี่ โลซกและลิบองว่า

กงจิ้น (จิวยี่) นั้นกล้าหาญและแข็งแกร่ง กำลังใจและความสามารถของเขานั้นเหนือกว่าคนทั้งหมด ดังนั้นเขาจึงสามารถจัดการโจโฉและขยายดินแดนมายังมณฑลเกงจิ๋วได้ เขานั้นเหนือกว่าทุกคน

ซือจิ้ง (โลซก) นั้นจิวยี่เป็นคนแนะนำให้กับข้าเอง ข้าสนทนากับเขาในงานเลี้ยง เขาพูดถึงแผนการยิ่งใหญ่สำหรับการปกครองราชอาณาจักร นี่เป็นสิ่งที่ทำให้ข้าพอใจ

ต่อมา โจโฉได้ยึดอำนาจของเล่าจ๋องและคุยโวว่าเขาได้นำทหารหลายแสนคนล่องเรือและเดินทัพมาตามแม่น้ำ เมื่อข้าถามเหล่าแม่ทัพของข้า ไม่มีใครที่ให้คำแนะนำได้เลย ในขณะที่เตียวเจียวและ Qin Song ต่างแนะนำให้ข้ายอมส่งบรรณาการยอมรับโจโฉเป็นนาย

โลซกนั้นแย้งคำแนะนำของพวกเขา บอกว่าเราไม่ควรทำเช่นนั้น และแนะนำให้ข้าเรียกตัวจิวยี่มาควบคุมกองทัพเพื่อเผชิญหน้าและต่อสู้กับผู้รุกราน นี่คือหนที่สองที่เขาทำให้ข้าพอใจ

ต่อมาเขาได้แนะนำให้เขายกดินแดนให้กับเล่าปี่ แต่นี่เป็นเพียงจุดอ่อนเดียวของเขา ไม่เพียงพอที่จะหักล้างความดีสองข้อของเขา

โจวกงไม่พิจารณาคนให้รอบคอบ ดังนั้นข้าจึงไม่สนใจข้อบกพร่องของเขาและจดจำเพียงจุดดีของเขา ข้ามักจะเปรียบเทียบเขาเป็น เตงยู้(เพื่อนสนิทและที่ปรึกษาของหลิวซิ่วหรือฮ่องเต้กวงอู่ตี้ตั้งแต่เด็ก ต่อมาเป็นอัครเสนาบดีของเขา มีความสามารถในการบริหารบ้านเมือง วางแผนการรบ แต่ด้อยความสามารถในเรื่องการนำทัพ เขานำทัพพ่ายแพ้ต่อกองกำลังคิ้วแดงหลายครั้ง)

เมื่อ ซื่อหมิง(ลิบอง) ยังหนุ่มอยู่ ข้าเคยพูดว่าเขาไม่ใช่คนที่จะลังเลอะไร ไม่ว่างานนั้นจะยากหรือง่าย เขานั้นกล้าหาญและสง่างาม และเมื่อเขามีอายุมากขึ้น เขากลายเป็นบัณฑิตที่เก่งกาจ เขามีความรู้เชี่ยวชาญในกลยุทธและแผนการ ด้วยเหตุนี้ ข้าจึงยกให้เขาเทียบเท่ากับจิวยี่ มีเพียงการโต้เถียง สนทนาเท่านั้นที่เขาด้อยกว่า และเป็นลิบองนี่เองที่วางแผนทำลายกวนอู ด้วยเหตุนี้เขาจึงเหนือกว่าโลซก

เมื่อข้าเขียนไปหาโลซก เขามักจะตอบว่า เมื่อฮ่องเต้ได้รับอำนาจ บางคนต้องเป็นผู้ปูทางให้กับเขา กวนอูนั้นไม่มีความหมายอันใด นี่เพราะว่าโลซกรู้ตัวดีว่า เขาไม่สามารถจัดการกับกวนอูได้ เขาจึงพูดจาโอ้อวดทำท่าวางโต แต่ข้าก็ยกโทษให้เขาและไม่โทษเขาในเรื่องนี้

ยิ่งกว่านั้น ในการจัดการกองทัพในค่าย โลซกไม่เคยพลาดที่จะทำให้คนของเขาเชื่อฟัง และอะไรที่เขาสั่งห้ามก็จะไม่มีคนฝ่าฝืน ในดินแดนที่เขาปกครองไม่เคยมีใครละทิ้งหน้าที่ และสิ่งของที่ตกหล่นตามท้องถนนก็ไม่มีใครกล้าหยิบฉวย เขาจัดเป็นผู้นำที่ดีอย่างแท้จริง

ความเห็นของเฉินโซ่ว เมื่อโจโฉเป็นไจเสี่ยงของฮั่น ได้นำตัวฮ่องเต้มาสู่อำนาจของเขา กำจัดศัตรูคนแล้วคนเล่า เมื่อเขายึดดินแดนเกงจิ๋วได้ ไม่มีใครสงสัยว่าเขานั้นเก่งกาจเพียงใด และไม่ว่าใครก็คิดว่าไม่อาจสู้กับเขาได้ แต่จิวยี่และโลซกได้มองเห็นว่า ง่อนั้นสามารถต่อกรกับโจโฉได้ นี่เป็นสิ่งที่ตัดสินได้ว่าเขาสองคนนั้นมีความสามารถเหนือกว่าคนธรรมดาทั่วไป พวกเขาเป็นอัจฉริยะที่มีน้อยยิ่งนัก ลิบองนั้นไม่เพียงแต่กล้าหาญ แต่เต็มไปด้วยกลยุทธ์ และสามารถที่จะใช้แผนการต่าง ๆ การใช้อุบายกับโฮเภาและการจับตัวกวนอู ล้วนเป็นอุบายที่แยบยลทั้งสิ้น แม้ว่าเริ่มแรกเขาจะเป็นเพียงแม่ทัพที่ไม่รู้จักการคิดและไตร่ตรอง แต่ท้ายที่สุดเขาได้แสดงวินัยในตัวเองและแสดงความสามารถที่จะเป็นขุนนางใหญ่ของง่อก๊ก ความเห็นของซุนกวนได้แสดงจุดแข็งและจุดอ่อนของพวกเขาอย่างเหมาะสม ตัวข้าจึงนำความเห็นของซุนกวนมาไว้ในบันทึกนี้ด้วย

Sanguo in Thai Language

All informations about Sanguo in this website was translated from other sanguo websites. Main informations are from asianstudies.anu.edu.au by Adjunct Professor Rafe de Crespigny, wikipedia.org and kongming.net. It takes almost a year for me to completed all informations, I hope Sanguo fan in Thailand will like it.

เนื้อหาเกี่ยวกับสามก๊กในเวบนี้ ผมแปลจากเวบที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับสามก๊กภาษาอังกฤษ เนื้อหาส่วนหลักนั้นนำมาจาก ผลงานของ ศาสตราจารย์ Rafe De Crespigny โดยได้รับการอนุญาตจากตัวศาสตราจารย์ และทางมหาวิทยาลัย Australian National University โดยทางมหาวิทยาลัยขอให้ลงข้อความนี้

1. the original English version was published by the Faculty of Asian Studies – Australian National University in 1996.
1. บทความต้นฉบับภาษาอังกฤษนี้ ได้ถูกตีพิมพ์โดยคณะเอเชียนศึกษา มหาวิทยาลัย Australian National ในปี 1996

2. This writer have the author’s permission to publish his work in translation.
2. ผู้เขียนได้รับการอนุญาตจากผู้เขียนต้นฉบับนี้แล้วให้สามารถทำการเผยแพร่ผลงานแปลได้

ตามความประสงค์ของทางมหาวิทยาลัย บทความบางส่วนแปลมาจากเวบ wikipedia.org และ kongming.net

สามก๊ก

Feel Thailand Sanguo สามก๊ก
Feel Thailand Sanguo สามก๊ก
เนื้อเรื่องสามก๊ก
183 AD    184 AD    185 AD    186 AD    187 AD    188 AD    189 AD    190 AD    191 AD    192 AD    193 AD    194 AD    195 AD    196 AD    197 AD    198 AD    199 AD    200 AD    201 AD    202 AD    203 AD    204 AD    205 AD    206 AD    207 AD    208 AD    209 AD    210 AD    211 AD    212 AD    213 AD    214 AD    215 AD    216 AD    217 AD    218 AD    219 AD    220 AD
Feel Thailand Sanguo สามก๊ก เกร็ดสามก๊ก
รายชื่อสามก๊ก(ใหม่)   รายชื่อสามก๊ก   แผนที่สามก๊ก    แผนผังตระกูลซุน    ยศทหารและขุนนางในสามก๊ก
Feel Thailand Sanguo สามก๊ก
Feel Thailand Sanguo สามก๊ก
๏ปฟ