ประวัติ ขงหยง
ขงหยง (153-208) ชื่อรอง Wen Juขงหยงชาวเมืองซีฟู่ในเขตแคว้นหลู่โก้วะ (โลก๊ก) เป็นทายาทรุ่นที่ 20 ของขงจื้อ ได้ฉายาว่า อุ๋นจวี ขงหยงเคยเป็นเจ้าเมืองปักไฮ และได้รับตำแหน่งขุนนางมากมาย เนื่องด้วยขงหยงเป็นคนที่มีจิตใจดีและชอบพบปะต้อนรับผู้คน บ้านของเขาจึงเต็มไปด้วยแขกมามาย ขงหยงยังเป็นกวีที่มีชื่ออีกด้วย ถูกเรียกเป็นหนึ่งใน เจ็ดคนผู้มีชื่อเสียงแห่ง jian an (เจ็ดนักปราชญ์ของเจี้ยนอัน) บทกวีของขงหยงนั้นมีชื่อเสียงว่าสั้น รวบรัด เนื้อหาตรงไปตรงมา หลังจากพ่ายแพ้ต่ออ้วนถำ ก็ไปรับใช้โจโฉ ความหมาย ในบทกวีของเขามักจะเยาะเย้ยถากถากโจโฉ จนถูกโจโฉฆ่าในที่สุด
ในวัยเด็ก ขงหยงเป็นที่ชื่นชอบของครูบาอาจารย์และเหล่าเพื่อน เพราะขงหยงมีอุปนิสัยใจคอโอบอ้อมอารี ขงหยงมีชื่อเสียงมากตั้งแต่เด็ก จากความสามารถที่โดดเด่นของเขา เมื่อขงหยงอายุได้สี่ขวบ ขงหยงก็รู้จักแบ่งปันของกินให้ผู้อื่น ขงหยงเป็นลูกชายคนที่หกจากพี่ชายผู้ชายทั้งหมดเจ็ดคน เมื่อครอบครัวของเขากินลูกแพร์ บรรดาพี่ชายของเขาต่างพากันหยิบลูกใหญ่ที่สุด แต่ขงหยงมักจะหยิบลูกเล็กเสมอ เมื่อถูกถามขงหยงตอบว่าเขาเป็นน้องคนเล็ก ดังนั้นเขาควรจะหยิบลูกเล็ก การรู้จักคิดเช่นนี้ในวัยสี่ขวบทำให้ขงหยงมีชื่อเสียง
เมื่ออายุได้ 10 ขวบ ขงหยงเดินทางมาลกเอี๋ยงพร้อมพ่อของเขา ในเวลานั้นหลี่อิ๋ง เจ้าเมือง He Nan ซึ่งเป็น คนที่เข้าพบด้วยยากมากจนถึงกับพูดกันว่า ใครที่เขายอมให้พบด้วย จะถูกเรียกว่าเป็น ผู้ถูกเลือก เขาจะไม่พบแขกที่ไม่ได้นัดหมายมาก่อน และจะไม่พบคนที่ไม่มีชื่อเสียงหรือเป็นญาติของเขา อย่างไรก็ตาม ขงหยงได้พยายามที่จะเข้าพบหลี่อิ๋ง โดยบอกกับทหารยามหน้าประตูว่า ข้าเป็นญาติของท่านเจ้าเมืองลิ ช่วยบอกท่านเจ้าเมืองด้วยว่าข้าขอเข้าพบ เมื่อขงหยงได้รับเชิญเข้าไป หลี่อิ๋งถามขงหยงว่า เรากับเจ้าเป็นญาติกันทางไหน ขงหยงตอบว่า บรรพบุรุษของข้า ท่านขงจื้อ กับบรรพบุรุษของท่านเล่าจื้อ (หลีเอ๋อ)เคยมีสัมพันธ์อันดีในฐานะศิษย์อาจารย์ และยังคบหาในฐานะมิตรสหายอีกด้วย ดังนั้นถือว่าครอบครัวของท่านกับของข้าจึงมีความสัมพันธ์เหมือนเป็นญาติกันมาหลายชั่วรุ่น เหล่าคนในที่นั้นต่างพากันสรรเสริญความเป็นอัจฉริยะของขงหยงจากคำกล่าวอ้างของเขา ตันวุยขุนนางผู้ใหญ่คนหนึ่งซึ่งมาสายเลยไม่ได้เห็นความสามารถของเขา เมื่อเห็นทุกคนยกย่องความฉลาดของขงหยง ก็บอกว่า คนเราแม้ว่าจะฉลาดหลักแหลมเพียงใดในวัยเด็ก ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเป็นคนฉลาดเมื่อโตขึ้น ขงหยงก็ตอบกลับไปว่า ตัวท่านตอนเด็กก็ฉลาดหลักแหลมเช่นกันใช่หรือไม่ ตันวุยก็จนคำพูดที่จะพูดต่อ หลี่อิ๋งหัวเราะอย่างชอบใจและทำนายว่า เด็กคนนี้จะเติบโตเป็นคนที่ยิ่งใหญ่
ครั้งหนึ่งเมื่อโจโฉต้องการฑูตไปเกลี้ยกล่อมเล่าเปียว ขุนนางหลายคนเสนอชื่อขงหยง แต่ขงหยงปฏิเสธไม่ทำหน้าที่นี้ แต่แนะนำยีเอ๋งเพื่อนสนิทตัวเองให้ทำหน้าที่นี้แทน
ขงหยงอาศัยชื่อเสียงในความสามารถของเขา เขามักจะทำให้โจโฉเป็นตัวตลกหรือกล่าวหาโจโฉต่าง ๆ นา ๆ เขาชอบใจกับการพูดถึงโจโฉในเรื่องที่ผิดปกติและยังไม่เชื่อฟังและไม่มีมารยาทกับโจโฉ แต่เพราะว่าเขาเป็นคนที่มีชื่อเสียงมาก โจโฉจึงอดทนและแกล้งว่าเขารับเรื่องพวกนี้ได้ แต่ที่จึงเขาเกลียดที่ขงหยงทำเช่นนี้
ต่อมาขงหยงส่งบันทึกมาว่า ฮ่องเต้ควรจะยึดถือตามธรรมเนียมปฏิบัติแต่โบราณ โดยไม่ประทานพื้นที่พันลี้รอบเมืองหลวงให้แก่ขุนนางคนใด โจโฉรู้สึกว่าขงหยงเริ่มที่จะทำเกินไป เขาจึงไม่ชอบขงหยงมากขึ้น
ขงหยงเคยทะเลาะกับ Chi Lu มาก่อน ในปี 208 ด้วยการสนับสนุนของโจโฉ Chi Lu แจ้งข้อหาความผิดขงหยง Chi Lu นั้นให้ Lu Cui ขุนนางผู้เตรียมพิธีกราบไหว้ของกองทัพเฉิงเซี่ยงส่งบันทึกฟ้องร้องว่า เมื่อครั้งขงหยงเป็นเจ้าเมืองปักไฮ เขาเห็นว่าราชสำนักกำลังวุ่นวายจึงซ่องสุมผู้คนเพื่อเตรียมก่อกบฏ เขาคิดก่อการเรื่องนี้กับซุนกวนและยังใส่ร้ายป้ายสีราชสำนัก
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังโอ้อวดตัวเองกับยี่เอ๋ง บัณฑิตที่ไร้ค่า พวกเขายกยอปอปั้นอีกคนอย่างไม่เจียมตัว ยี่เอ๋งพูดกับขงหยงว่า Zhongni (ขงจื้อ)ยังไม่ตาย ส่วนขงหยงก็พูดว่า Yan Hui กลับมามีชีวิตอีกครั้ง นี่เป็นการดื้อดึงและยกตนอย่างใหญ่หลวงโดยขาดความเคารพปราชญ์ชื่อดังในอดีต ควรที่จะลงโทษอย่างรุนแรง
แล้วโจโฉก็จับกุมขงหยงและสังหารเขา พร้อมด้วยภรรยาและบุตรของเขา มีคำพูดที่กล่าวไว้ว่า พ่อเป็นเยี่ยงไร บุตรก็เป็นเช่นนั้น ถ้าพ่อเป็นเสือ บุตรย่อมไม่มีทางเป็นสุนัข เมื่อขงหยงถูกโจโฉจับกุมและกำลังจะถูกประหาร คนในบ้านของขงหยงต่างพากันวิตกว่าตัวเองจะต้องถูกลงโทษตามไปด้วยพากันหลบหนี แต่บุตรชายสองคน (เก้าขวบและเจ็ดขวบ) ของขงหยงกลับเล่นโกะกันเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พวกเขาไม่มีความรู้สึกกลัวแม้สักนิด ขงหยงบอกกับผู้นำสารมาจับกุมขอให้จับเขาคนเดียวและไว้ชีวิตบุตรชายทั้งสองของเขา บุตรทั้งสองของเขาตอบกว่า ใต้เท้าท่านเคยเห็นไข่นกที่สมบูรณ์ในรังที่ถูกทำลายหรือไม่ (เมื่อรังนกถูกทำลายทิ้งแล้ว ไข่นกจะยังสมบูรณ์ได้อย่างไร)
หลังจากขงหยงถูกประหารพร้อมกับครอบครัว ศพของเขาถูกทิ้งประจานไว้ข้างถนน ไม่มีขุนนางคนไหนกล้านำศพของเขาไปทำฝัง นอกจาก ชีสิบ ชีสิบนั้นเมื่อเจอศพของขงหยงก็ร้องไห้ข้างศพของขงหยงหลางกล่าวว่า บัดนี้ท่านทิ้งข้าไปหาความตายแล้วต่อไป ใครจะเป็นคนที่ข้าจะสามารถพูดคุยด้วยและเข้าใจความคิดข้าได้
Sanguo in Thai Language
All informations about Sanguo in this website was translated from other sanguo websites. Main informations are from asianstudies.anu.edu.au by Adjunct Professor Rafe de Crespigny, wikipedia.org and kongming.net. It takes almost a year for me to completed all informations, I hope Sanguo fan in Thailand will like it.เนื้อหาเกี่ยวกับสามก๊กในเวบนี้ ผมแปลจากเวบที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับสามก๊กภาษาอังกฤษ เนื้อหาส่วนหลักนั้นนำมาจาก ผลงานของ ศาสตราจารย์ Rafe De Crespigny โดยได้รับการอนุญาตจากตัวศาสตราจารย์ และทางมหาวิทยาลัย Australian National University โดยทางมหาวิทยาลัยขอให้ลงข้อความนี้
1. the original English version was published by the Faculty of Asian Studies Australian National University in 1996.
1. บทความต้นฉบับภาษาอังกฤษนี้ ได้ถูกตีพิมพ์โดยคณะเอเชียนศึกษา มหาวิทยาลัย Australian National ในปี 1996
2. This writer have the authors permission to publish his work in translation.
2. ผู้เขียนได้รับการอนุญาตจากผู้เขียนต้นฉบับนี้แล้วให้สามารถทำการเผยแพร่ผลงานแปลได้
ตามความประสงค์ของทางมหาวิทยาลัย บทความบางส่วนแปลมาจากเวบ wikipedia.org และ kongming.net
สามก๊ก
![]() |
|
![]() |
เนื้อเรื่องสามก๊ก
|
![]() |
เกร็ดสามก๊ก รายชื่อสามก๊ก(ใหม่) รายชื่อสามก๊ก แผนที่สามก๊ก แผนผังตระกูลซุน ยศทหารและขุนนางในสามก๊ก |
![]() |
|
![]() |




