ประวัติ โกะหยง
โกะหยง ชื่อรองเหวียนถั้น (Yuantan)โกะหยงชาวเมืองอู๋จวิ้น(ง่อกุ๋น) โกะหยงศึกษาวิชาดนตรีและการเขียนพู่กันจากซัวหยง ต่อมาได้กลับมาอยู่ที่ง่อเพื่อหลบซ่อนตัวเองจากศัตรูของเขา เหล่าเพื่อนขุนนางและชาวบ้านต่างพากันเสนอให้เขาเข้ารับตำแหน่งขุนนาง
เมื่อเขาเติบโตขึ้น เขากลายเป็นเจ้าเมืองที่มีความสามารถในการปกครองเมืองต่าง ๆ เช่น หับป๋า Qu-Ah และ Shang Yu เมื่อครั้งซุนกวนได้รับตำแหน่งเจ้าเมืองห้อยแข ซุนกวนไม่ได้บริหารเมืองเองแต่แต่งให้โกะหยงมีตำแหน่ง Jun Cheng และมอบอำนาจหน้าที่เจ้าเมืองให้แก่โกะหยง โกะหยงบริหารบ้านเมืองอย่างดี เขาปราบปรามเหล่ากบฏภายในเมือง นำความสงบและสันติมาสู่ชาวเมือง ทำให้ชาวบ้านต่างพากันชื่นชมการปกครองบ้านเมืองของเขา
สองสามปีต่อมา โกะหยงได้รับการแต่งตั้งเป็น Zuo Si Ma และเมื่อซุนกวนได้รับตำแหน่งอ๋องแห่งต๋องง่อ โกะหยงก็ถุกแต่งตั้งเป็น Da Li Feng Chang และควบตำแหน่งหัวหน้ากรมอาลักษณ์ นอกจากนี้โกะหยงยังได้รับตำแหน่ง Yang Sui Xiang Hou อีกด้วย
ในปี Huang Wu ที่ 4 เมื่อโกะหยงย้ายที่อยู่มารดามาที่ง่อ ซุนกวนออกไปต้อนรับและเคารพมารดาของโกะหยงด้วยตัวเองในงานเลี้ยง และขุนนางผู้ใหญ่ทุกคนและรัชทายาทก็เข้าร่วมงานเลี้ยงด้วย
โกะหยงเป็นคนที่เงียบขรึมไม่กินสุราและประพฤติตัวอย่างชอบธรรม ซุนกวนเคยพูดว่า ท่านโกะหยงเป็นคนเงียบขรึม แต่เมื่อไหร่ที่เขาปริปากพูด คำพูดของเขานั้นมีเหตุผลยิ่งนัก ซุนกวนเชื่อมั่นและให้ความเคารพอย่างมากในตัวโกะหยง ซุนกวนเชื่อว่าการใดก็ตามถ้าโกะหยงเห็นชอบด้วย สิ่งนั้นจะถูกนำไปปฏิบัติใช้ได้อย่างแน่นอน
ด้วยเหตุที่ว่าโกะหยงนั้นประพฤติตนอย่างเข้มงวด เหล่าขุนนางจึงพากันเกรงกลัวเขา ไม่กล้าดื่มกินในงานเลี้ยง มีเพียงไม่กี่โอกาสเท่านั้นที่เหล่าขุนนางจะกล้าดื่มสุราอย่างเมามาย ซุนกวนเคยพูดไว้ว่า ถ้าท่านโกะหยงนั่งในงานเลี้ยงเมื่อไหร่ ความสนุกสนานก็หายไปทันที คำพูดของซุนกวนบอกถึงความเกรงกลัวที่เหล่าขุนนางมีต่อโกะหยง
ในปีนั้น โกะหยงได้รับแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยงานพิธี(สมุหพระราชพิธี) เลื่อนตำแหน่งเป็น Li Ling Hou แทนที่ซุนเสียวในตำแหน่งไจเสี่ยง และควบคุมกรมอาลักษณ์ โกะหยงเป็นผู้บริหารที่มีความสามารถ เขาสามารถมอบหมายงานให้กับขุนนางคนอื่นโดยเล็งเห็นความสามารถแต่ละด้าน ใช้ประโยชน์ด้านดีของขุนนางผู้นั้นว่าเหมาะสมกับงานด้านไหน โดยไม่ใช้อคติส่วนตัวมาเกี่ยวข้องในจัดการมอบหมายงานให้แต่ขุนนางละคน
โกะหยงมักจะเยี่ยมเยียนชาวบ้านอยู่เสมอ เพื่อสังเกตวิถีชีวิตของชาวบ้านและข้อเสนอแนะร้องเรียนต่าง ๆ จากชาวบ้าน ถ้ามีความเห็นใดที่ควรจะนำมาใช้ โกะหยงมักจะรายงานซุนกวนอย่างลับ ๆ ภายหลังเมื่อนโยบายนั้นนำมาใช้ ซุนกวนก็เป็นคนที่ได้หน้าในผลงานนั้น ถ้าความเห็นใดที่ไม่เหมาะสม ก็จะถูกเก็บไว้เป็นความลับ การกระทำนี้ทำให้ซุนกวนนั้นประเมินความสามารถโกะหยงไว้สูงมาก
อย่างไรก็ตาม เพราะว่าโกะหยงเป็นคนที่สุภาพถ่อมตัวและเคารพในคำพูดและการกระทำของตัวเอง เขามักจะยืนยันอย่างแข็งกล้าในการรักษาความยุติธรรม และจะยืนยันอย่างหนักแน่ในการเสนอความเห็นและรายงานต่าง ๆ ครั้งหนึ่งเมื่อซุนกวนถามต่อเตียวเจียวถึงจุดดีและจุดด้อยในการบริหารบ้านเมืองของเขา เตียวเจียวตอบว่ากฎหมายของง่อนั้น เข้มงวดกวดขันและยึดตามกฎระเบียบมากเกินไป ควรที่จะผ่อนผันบ้างเพื่อแสดงความเมตตาของซุนกวน ซุนกวนนั้นปฏิเสธที่จะทำตามแล้วถามความเห็นโกะหยง โกะหยงจึงบอกว่าในความรู้สึกและจากประสบการณ์ของเขา เขารู้สึกเช่นเดียวกับเตียวเจียว ซุนกวนจึงมีคำสั่งให้ร่างระเบียบกฎหมายขึ้นใหม่
หลังจากนั้นมีขุนนางสองคนชื่อ Lu Yi และ Qin Bo ได้รับการแต่งตั้งเป็น Zhong Shu มีหน้าที่ตรวจสอบเอกสารต่าง ๆ จากหลายหัวเมือง Lu Yi พยายามที่จะใช้อำนาจในทางที่ผิดโดยการออกกฎหมายเก็บภาษีป่าไม้ เหมืองแร่ ชลประทานและสุรา นำเงินภาษีที่เก็บเป็นของตน พวกเขายังตรวจสอบบันทึกการผิดอาชญากรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับขุนนางที่ไม่มีความผิดและขุนนางผู้ใหญ่ เพื่อนำบันทึกเหล่านั้นมาใส่ร้ายป้ายความผิดแก่ขุนนางเหล่านั้น โกะหยงเองก็โดน Lu Yi ป้ายสีจนโดนตำหนีอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม แผนของ Lu Yi ก็ถูกเปิดเผย และโกะหยงถูกพิจารณาให้มาเป็นผู้พิพากษาโทษของ Lu Yi แม้ว่า Lu Yi จะเป็นอาชญากร แต่โกะหยงก็ซักถามคดีด้วยความสุภาพและกรุณาแก่ Lu Yi ก่อนที่โกะหยงจะจากไป เขาถาม Lu Yi ว่า ต้องการพูดอะไรเป็นครั้งสุดท้ายก่อนตายหรือไม่ Lu Yi ได้แต่คำนับเขาครั้งแล้วครั้งเล่าโดยไม่เอ่ยถ้อยคำซักคำ Huai Xu มหาดเล็กกรมอาลักษณ์คนหนึ่งสาปแช่งด่าทอ Lu Yi โกะหยงก็ตำหนิเขาบอกว่า บ้านเมืองมีกฎหมาย เจ้าไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้
หลังจากดำรงตำแหน่งไจเสี่ยงนาน 19 ปี โกะหยงก็เสียชีวิตในปี Chi Wu ที่หกด้วยวัย 76 ปี ลกซุนสืบทอดตำแหน่งไจเสี่ยงต่อจากโกะหยง ซึ่งในตอนแรกนั้นอาการเจ็บป่วยของโกะหยงนั้นดูไม่หนักหนามาก ซุนกวนส่ง Zhao Quan หมอหลวงให้ไปดูอาการโกะหยงหลังจากนั้นก็แต่งตั้งให้ลูกจากของเขา Gu Ji เป็น Qi Du Wei (แม่ทัพทหารม้า) เมื่อโกะหยงทราบเรื่อง เขาเสียใจมากบอกว่า Zhao Quan นั้นเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์อาการคนไข้ ตัวข้าแน่ใจว่า คงไม่อาจหายจากโรคนี้ได้แล้ว ซุนกวนถึงได้แต่งตั้งลูกชายข้าเป็นกรณีพิเศษเพื่อให้ข้าได้วางใจที่เห็นบุตรตัวเองก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่ ซุนกวนเสียใจอย่างมากเมื่อโกะหยงเสียชีวิต งานศพถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายและซุนกวนเลื่อนตำแหน่งให้โกะหยงเป็น Ri Su Hou (พระยา)
Sanguo in Thai Language
All informations about Sanguo in this website was translated from other sanguo websites. Main informations are from asianstudies.anu.edu.au by Adjunct Professor Rafe de Crespigny, wikipedia.org and kongming.net. It takes almost a year for me to completed all informations, I hope Sanguo fan in Thailand will like it.เนื้อหาเกี่ยวกับสามก๊กในเวบนี้ ผมแปลจากเวบที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับสามก๊กภาษาอังกฤษ เนื้อหาส่วนหลักนั้นนำมาจาก ผลงานของ ศาสตราจารย์ Rafe De Crespigny โดยได้รับการอนุญาตจากตัวศาสตราจารย์ และทางมหาวิทยาลัย Australian National University โดยทางมหาวิทยาลัยขอให้ลงข้อความนี้
1. the original English version was published by the Faculty of Asian Studies Australian National University in 1996.
1. บทความต้นฉบับภาษาอังกฤษนี้ ได้ถูกตีพิมพ์โดยคณะเอเชียนศึกษา มหาวิทยาลัย Australian National ในปี 1996
2. This writer have the authors permission to publish his work in translation.
2. ผู้เขียนได้รับการอนุญาตจากผู้เขียนต้นฉบับนี้แล้วให้สามารถทำการเผยแพร่ผลงานแปลได้
ตามความประสงค์ของทางมหาวิทยาลัย บทความบางส่วนแปลมาจากเวบ wikipedia.org และ kongming.net
สามก๊ก
![]() |
|
![]() |
เนื้อเรื่องสามก๊ก
|
![]() |
เกร็ดสามก๊ก รายชื่อสามก๊ก(ใหม่) รายชื่อสามก๊ก แผนที่สามก๊ก แผนผังตระกูลซุน ยศทหารและขุนนางในสามก๊ก |
![]() |
|
![]() |




