FeelThailand.com

Welcome to Thailand


ศึกหับป๋า

Feel Thailand Sanguo สามก๊ก ศึกหับป๋า

ศึกหับป๋า (The battle of Hefei ปี ค.ศ. 215) เป็นสงครามที่มีชื่อและมีความสำคัญมากอีกสงครามหนึ่งในสมัยสามก๊ก เป็นการรบกันระหว่างฝ่ายง่อที่มีจำนวนทหารมากกว่าฝ่ายวุยที่รักษาการณ์ที่หับป๋าหลายเท่า แต่กลับเป็นฝ่ายง่อที่พ่ายแพ้และถูกกดดันให้ถอยทัพกลับ ซึ่งถือว่าเป็นศึกที่สำคัญมากต่อฝ่ายวุย เพราะถ้าวุยพลาดเสียหับป๋าให้กับฝ่ายง่อ ก็เท่ากับว่าซุนกวนและกองทัพง่อสามารถเดินทัพอย่างสะดวกเข้าสู่ใจกลางของก๊กวุยและเมืองหลวงได้

ก่อนหน้านั้นในปี ค.ศ. 214 โจโฉได้แต่งตั้งจูกวงให้เป็นเจ้าเมืองโลกั๋ง ตั้งค่ายอยู่ที่ฮวน และเริ่มสำรวจพื้นที่เพาะปลูก ลิบองพูดกับซุนกวนว่า แผ่นดินของฮวน นั้นอุดมสมบูรณ์ ทันทีที่พวกเขาเริ่มการเพาะปลูก ศัตรูของเราจะยิ่งทวีความแข็งแกร่งขึ้น พวกเราต้องโจมตีพวกเขาโดยเร็ว

ซุนกวนนำทัพเข้าโจมตีเมืองฮวน ขุนนางของเขาต้องการสร้างเนินดินให้สูง และเครื่องยิงเพื่อโจมตีเมือง แต่ลิบองพูดว่า ถ้าเราสร้างเครื่องยิงและเนินดิน ต้องใช้เวลาหลายวันกว่าที่จะเสร็จ ตอนนั้นในเมืองก็เตรียมการป้องกันแล้ว กองทัพช่วยเหลือก็จะมาถึง เราก็จะไม่ประสบผลสำเร็จ ยิ่งกว่านั้น ฝนและน้ำหลากนั้นช่วยให้เรานำทัพมาได้ แต่ถ้าเราทำศึกยืดเยื้อเกินไป น้ำก็จะลดลง แล้วการเดินทางกลับก็จะยากลำบากยิ่งนัก ในความเห็นอันต่ำต้อยของผู้น้อยคิดว่าสถานการณ์เราก็จะอันตรายยิ่งนัก

ขอให้นายท่านจงพิจารณาเมืองให้ดี เมืองนี้ไม่มั่นคงแข็งแรงเท่าไหร่นัก ถ้าเราโจมตีอย่างหนักทุกด้าน เราจะยึดเมืองได้โดยง่าย แล้วเราก็สามารถยกทัพกลับในขณะที่น้ำยังท่วมสูงอยู่ได้ นี่คือแผนที่จะได้ชัยชนะ

ซุนกวนอนุญาตตามแผนของเขา ลิบองเสนอกำเหลงให้นำทหารเข้าโจมตี กำเหลงใช้ตะขอเหล็กดึงตัวเองไต่ขึ้นกำแพงเมืองและเป็นคนแรกที่สามารถเข้าเมืองได้สำเร็จ ลิบองตีกลองศึกด้วยตัวเองและตามโจมตีด้วยทหารที่ฝึกมาเป็นอย่างดี ทหารทั้งหมดกระโจนเข้าสู่การสู้รบ พวกเขาเริ่มโจมตีตั้งแต่รุ่งสาง ก่อนจะถึงมื้อเข้าพวกเขาก็ยึดเมืองได้ พวกเขาจับตัวจูกวงและเชลยศึกชายหญิงหลายพันคน เมื่อเตียวเลี้ยวมาถึงเจียชิ เขารู้ว่าเมืองถูกยึดไป เขาจึงยกทัพกลับ ในขณะที่ซุนกวนแต่งตั้งลิบองให้เป็นเจ้าเมืองโลกั๋งคอยรักษาการณ์

จุดเริ่มของศึกหับป๋านั้น เกิดขึ้นหลังจากที่เล่าปี่สามารถยึดจ๊กได้ในปีค.ศ. 214 โจโฉเองก็ได้เคลื่อนทัพเข้าโจมตีฮันต๋ง หวังที่จะยึดฮันต๋งจากเตียวฬ่อ ฮันต๋งนั้นเป็นเมืองทางทิศเหนือของจ๊ก เปรียบเสมือนเมืองหน้าด่านของเอ๊กจิ๋ว เล่าปี่กลัวว่าเขาจะเสียมณฑลเอ๊กจิ๋วไปถ้าโจโฉสามารถยึดเมืองฮันต๋งได้ ดังนั้นด้วยคำแนะนำของขงเบ้ง เล่าปี่จึงส่งอีเจี้ยนำสารไปขอสงบศึกกับซุนกวน โดยฝ่ายเล่าปี่เสนอการคืนเมืองกังแฮ เตียงสาและฮุยเอี๋ยง ที่เล่าปี่เคยขอยืมเป็นฐานที่มั่นส่งคืนกลับให้ฝ่ายง่อ เพื่อจูงใจให้ฝ่ายง่อบุกโจมตีหับป๋า โดยเล่าปี่หวังว่าจากการโจมตีของฝ่ายง่อ โจโฉจะถอยทัพกลับจากฮันต๋งไปป้องกันดินแดนของตัวเอง ซุนกวนตกลงและส่งจูกัดกิ๋นเป็นคนนำสารตอบ ทั้งสองสร้างความสัมพันธ์ขึ้นใหม่ มณฑลเกงจิ๋วถูกแบ่งออกโดยใช้แม่น้ำเซียงเป็นเขตแดน เมืองเตียงสา กังแฮ และฮุยเอี๋ยงที่อยู่ทางตะวันออกเป็นของซุนกวน ในขณะที่ เมืองลำกุ๋น เลงเหลงและบุเหลงที่อยู่ทางตะวันตกเป็นของเล่าปี่

ในเดือนที่แปด ปี ค.ศ. 215 ซุนกวนนำทัพจำนวนมากเคลื่อนที่ไปทางเหนือมุ่งหน้าไปหับป๋า จำนวนทัพของฝ่ายง่อนั้นน่าจะประมาณ 80,000 ถึง 100,000 คน ล้อมหับป๋า เตียวเลี้ยว ลิเตียวและงักจิ้นมีกำลังทหารเพียงเจ็ดพันนายรักษาการณ์อยู่ในเมือง

เมื่อโจโฉไปโจมตีเตียวฬ่อ เขาได้ส่งจดหมายแนะนำให้ซือตี้ผู้บัญชาการกองทัพของหับป๋าไว้ และเขียนไว้ด้านนอกว่า ถ้าศัตรูมาถึงให้เปิดออก ทันทีที่ซุนกวนยกทัพมาใกล้ พวกเขาเปิดจดหมายออกอ่าน ในจดหมายเขียนว่า ถ้าซุนกวนมา ให้แม่ทัพเตียวเลี้ยวและลิเตียนออกมาสู้ภายนอก แม่ทัพงักจิ้นให้รักษาเมือง ส่วนผู้บัญชาการกองทัพไม่ต้องสั่งการสู้รบ

เหล่าแม่ทัพต่างพากันคิดว่าทหารของพวกเขาน้อยเกินกว่าจะไปต่อสู้กับศัตรู และพวกเขาก็ยังสงสัยในแผนนี้ เตียวเลี้ยวพูดว่า นายท่านนั้นยกทัพไปต่อสู้ยังแดนไกล กว่าที่กองทัพช่วยเหลือจะมาถึง พวกเราก็คงพ่ายแพ้ไปแล้ว จดหมายฉบับนี้เตือนเราว่า ถ้าเราโจมตีศัตรูก่อนที่พวกเขาจะล้อมเมืองเราได้ เราก็จะทำลายความเข้มแข็งของศัตรูแต่เนิ่น ๆ และปลุกขวัญกำลังใจของกองทัพเรา แล้วเราก็อยู่ป้องกันแต่ในเมือง งักจิ้นและคนอื่นนิ่งเงียบไม่พูดอะไร

เตียวเลี้ยวโกรธมากพูดว่า แพ้หรือชนะขึ้นอยู่กับการศึกครั้งนี้ ถ้าพวกท่านยังรีรอ ข้าก็จะยกทัพไปสู้เพียงคนเดียว

ลิเตียนซึ่งเคยบาดหมางกับเตียวเลี้ยวมาก่อน ได้สนับสนุนเขาว่า นี่เป็นเรื่องใหญ่ของแผ่นดิน เมื่อข้าเห็นท่านวางแผนการเช่นนี้ แล้วข้าจะยังมีอคติส่วนตัวกับท่านแล้วเพิกเฉยเรื่องส่วนรวมได้อย่างไร ข้าขอเข้าร่วมกับท่านในการโจมตีนี้

เตียวเลี้ยวขออาสาสมัครจากทหาร มีทหารสมัครใจเข้าร่วมแปดร้อยคน เตียวเลี้ยวสั่งให้ฆ่าวัวมาเพื่อจัดงานเลี้ยงให้กับทหารกล้าทั้งแปดร้อยนายในคืนนั้น

วันต่อมา เตียวเลี้ยวใส่ชุดเกราะและถือทวนปลายแหลมสองข้างและนำหน้าเหล่าทหาร เป็นคนแรกที่เข้าโจมตีกองทัพง่อ เขาฆ่าทหารง่อไปหลายสิบคน ตัดหัวนายทหารของง่อได้สองคน เตียวเลี้ยวทำการสู้รบพร้อมร้องตะโกนบอกชื่อของเขาให้กองทัพง่อก๊กได้รับรู้ เขาทำทัพข้ามรั้วป้องกันค่ายกองทัพง่อก๊กและตรงเข้าไปหาซุนกวน ซุนกวนตกใจมาก ทำอะไรไม่ถูกได้แต่หนีขึ้นไปยังเนินดินและป้องกันตัวเองจากทวนยาวนั้น

เตียวเลี้ยวเรียกซุนกวนให้ลงมาต่อสู้ แต่ซุนกวนไม่กล้าลงมา แล้วเมื่อซุนกวนสังเกต เขาเห็นว่าเตียวเลี้ยวมีทหารจำนวนน้อยนิด เขาสั่งทหารล้อมวงหลายชั้นล้อมเตียวเลี้ยว เตียวเลี้ยวโจมตีวงล้อมอย่างรุนแรง ทำลายวงล้อมนั้นและหนีออกมาได้พร้อมทหารไม่กี่สิบคน ส่วนทหารที่เหลือของเขาที่ยังอยู่ในวงล้อมร้องไห้คร่ำครวญว่า ท่านแม่ทัพทิ้งพวกเราไปแล้วหรือ เตียวเลี้ยวจึงวกกลับไปต่อสู้อีกครั้ง โจมตีวงล้อมและนำทหารที่เหลือออกมา

ทหารของซุนกวนทั้งหมดไม่มีใครกล้าสู้กับเตียวเลี้ยวได้แต่หนีไป พวกเขาสู้ตั้งแต่ตอนเช้าจนถึงเที่ยงวัน ทหารจากง่อล้วนแต่สูญเสียกำลังใจสู้รบไป พวกเขาถอยทัพและเตรียมการป้องกันใหม่ ในขณะที่ฝ่ายวุยมีกำลังใจมากขึ้น

ซุนกวนอยู่ที่หับป๋าอีกมากกว่าสิบวัน แต่ฝั่งวุยก็ป้องกันการโจมตีจนไม่สามารถยึดได้ ในที่สุดซุนกวนก็เตรียมการถอยทัพ (มีบันทึกว่าเกิดโรคระบาดในทัพซุนกวน ทำให้ทหารซุนกวนไม่สามารถต่อสู้ได้ไม่เต็มที่และต้องถอยทัพ)

ทันทีที่กองทัพกำลังถอยทัพ ซุนกวนและแม่ทัพของเขาได้หยุดอยู่ที่ทางเหนือของสะพานเซียวเหยา เตียวเลี้ยวเฝ้าซุ่มสังเกตการณ์อยู่ และเมื่อเขาเห็นทหารง่อ เตียวเลี้ยวก็นำทัพเข้าโจมตีอย่างรวดเร็ว กำเหลง ลิบองและคนอื่น ๆ ต่างต่อสู้ตรึงข้าศึกไว้ ซุนกวนส่งคนไปตามทัพหน้ากลับมาช่วย แต่ทัพหน้าไปไกลเกินมาที่จะกลับมาช่วยได้ทันเวลา เล่งทองนำทหารของเขาสามร้อยคนเข้าช่วยซุนกวนจากวงล้อมและต่อสู้ยันทัพเตียวเลี้ยวไว้ เปิดโอกาสให้ซุนกวนหลบหนีจากวงล้อม เล่งทองเมื่อนำซุนกวนมาถึงฝั่งสะพานก็กลับไปต่อสู้จนทหารสามร้อยนายของเขาถูกฆ่าตายหมด ตัวเขาเองก็โดนอาวุธได้รับบาดแผลไปทั้งตัว

ซุนกวนขี่ม้าอย่างรวดเร็วมาถึงสะพาน แต่สะพานฝั่งใต้ได้ถูกทำลายไป เหลือเพียงไม้กระดานไม่กี่แผ่นสองฝั่งแม่น้ำ และมีช่องว่างห่างกันถึงสิบฟุต ผู้ตรวจการทหารองครักษ์ กู่ลี่ ซึ่งตามซุนกวนมา ได้บอกซุนกวนให้ยึดอานม้ากับบังเหียนให้แน่น แล้วเขาก็เอาแส้หวดที่หลังม้า แล้วพวกเขาก็ข้ามสะพานมาได้ โฮกี๋นำทหารสามพันคนจากฝั่งตอนใต้มารับซุนกวน

เขาเห็นว่าซุนกวนข้ามฝั่งได้ปลอดภัยแล้ว แต่สะพานพังไปแล้ว และถนนก็ถูกทัพวุยขวางทางอยู่ เล่งทองจึงถอดเกราะออกแล้วก็ว่ายน้ำหนีข้ามฝั่งมา ซุนกวนซึ่งตอนนั้นขึ้นเรือของฝั่งง่อแล้ว ดีใจมากที่เห็นเล่งทองว่ายน้ำมาขึ้นเรือได้

แต่เล่งทองนั้นเสียใจมากที่ทหารสามร้อยนายของเขาเสียชีวิตไป ทหารทุกคนล้วนเป็นทหารส่วนตัวของเขาที่ติดตามเขามานาน ทุกคนตายหมดในการช่วยซุนกวนฝ่าวงล้อม เล่งทองร้องไห้คร่ำครวญเสียใจอย่างยิ่ง ซุนกวนเห็นเข้าก็ตบหน้าเขา บอกว่า ปล่อยให้คนที่ตายไปแล้วไปสู่สุขคติ ตราบใดที่เจ้ายังมีชีวิตอยู่ เจ้าไม่ต้องกลัวเรื่องการไม่มีทหารในบังคับบัญชา แล้วซุนกวนก็ให้ตำแหน่งแม่ทัพที่ใหญ่ขึ้นแก่เขา มีทหารในสังกัดเพิ่มขึ้นจากเดิมสองเท่า

ซุนกวนจัดงานเลี้ยงปลอบขวัญให้กับเหล่าแม่ทัพของเขา โฮกี๋ลุกจากที่นั่งของเขาร้องไห้แล้วพูดว่า เกียรติของนายท่านคือการเป็นผู้ปกครองผู้คน ท่านควรจะได้รับการป้องกันอย่างแข็งขันอยู่เสมอ การศึกในวันนี้ เมื่อท่านประสบโชคร้าย เหล่าข้ารับใช้ของท่านล้วนแต่หวาดกลัวว่าฟ้าดินจะถล่มทลาย พวกเราวิงวอนนายท่านให้เอาเหตุการณ์วันนี้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจไปตลอดชีวิต ซุนกวนลุกมาหาเขา เช็ดน้ำตาให้แล้วพูดว่า ข้ารู้สึกขอบคุณและละอายใจ ต่อไปนี้ การทำศึกอย่างระมัดระวังจะหาใช่สิ่งที่เขียนโชว์บนเข็ดขัดข้า หากแต่ว่าสลักอยู่ในก้นบึ้งหัวใจข้าแล้ว (ซุนกวนพูดเปรียบเทียบถึงซิจางที่เขียนคำสอนของขงจื้อลงบนเข็ดขัดของเขา)

ผลจากสงครามครั้งนี้นั้นทำให้ ฝ่ายวุยมั่นคงปลอดภัยที่สามารถรักษาหับป๋าซึ่งเป็นเสมือนประตูสู่ดินแดนวุยได้ ถ้าฝ่ายง่อได้ชัยชนะในครั้งนี้ การที่ซุนกวนจะยกทัพเข้าบุกถึงเมืองหลวงก็มีความเป็นไปได้ เพราะว่าโจโฉได้นำทัพส่วนใหญ่ไปบุกยึดฮันต๋ง เหลือทหารไว้เฝ้าเมืองหลวงไม่มาก อย่างไรก็ดี เรื่องความสามารถของซุนกวนนั้น ในประวัติของเตียวเลี้ยวบอกไว้ว่าซุนกวนเกรงกลัวไม่กล้ามาสู้กับเขา แต่หลาย ๆ บันทึกว่าไว้ว่าซุนกวนนั้นมีความสามารถเรื่องขี่ม้า ยิงธนู กล้าหาญและมีความเป็นนักรบ เสียแต่ว่าซุนกวนไม่มีประวัติความสำเร็จในการนำทัพโจมตีเลย มีเพียงความสามารถในการป้องกันทัพโจโฉจำนวนมากที่บุกมาโจมตีทางปากแม่น้ำยี่สูก่อนหน้าศึกนี้ ซุนกวนนำทัพป้องกันได้เป็นอย่างดี จนโจโฉยังชมเชยว่า ถ้ามีบุตรต้องมีให้ได้อย่างซุนกวน

Sanguo in Thai Language

All informations about Sanguo in this website was translated from other sanguo websites. Main informations are from asianstudies.anu.edu.au by Adjunct Professor Rafe de Crespigny, wikipedia.org and kongming.net. It takes almost a year for me to completed all informations, I hope Sanguo fan in Thailand will like it.

เนื้อหาเกี่ยวกับสามก๊กในเวบนี้ ผมแปลจากเวบที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับสามก๊กภาษาอังกฤษ เนื้อหาส่วนหลักนั้นนำมาจาก ผลงานของ ศาสตราจารย์ Rafe De Crespigny โดยได้รับการอนุญาตจากตัวศาสตราจารย์ และทางมหาวิทยาลัย Australian National University โดยทางมหาวิทยาลัยขอให้ลงข้อความนี้

1. the original English version was published by the Faculty of Asian Studies – Australian National University in 1996.
1. บทความต้นฉบับภาษาอังกฤษนี้ ได้ถูกตีพิมพ์โดยคณะเอเชียนศึกษา มหาวิทยาลัย Australian National ในปี 1996

2. This writer have the author’s permission to publish his work in translation.
2. ผู้เขียนได้รับการอนุญาตจากผู้เขียนต้นฉบับนี้แล้วให้สามารถทำการเผยแพร่ผลงานแปลได้

ตามความประสงค์ของทางมหาวิทยาลัย บทความบางส่วนแปลมาจากเวบ wikipedia.org และ kongming.net

สามก๊ก

Feel Thailand Sanguo สามก๊ก
Feel Thailand Sanguo สามก๊ก
เนื้อเรื่องสามก๊ก
183 AD    184 AD    185 AD    186 AD    187 AD    188 AD    189 AD    190 AD    191 AD    192 AD    193 AD    194 AD    195 AD    196 AD    197 AD    198 AD    199 AD    200 AD    201 AD    202 AD    203 AD    204 AD    205 AD    206 AD    207 AD    208 AD    209 AD    210 AD    211 AD    212 AD    213 AD    214 AD    215 AD    216 AD    217 AD    218 AD    219 AD    220 AD
Feel Thailand Sanguo สามก๊ก เกร็ดสามก๊ก
รายชื่อสามก๊ก(ใหม่)   รายชื่อสามก๊ก   แผนที่สามก๊ก    แผนผังตระกูลซุน    ยศทหารและขุนนางในสามก๊ก
Feel Thailand Sanguo สามก๊ก
Feel Thailand Sanguo สามก๊ก
๏ปฟ