สามก๊ก Archive

210 AD (14 กุมภาพันธ์ 210 – 31 มกราคม 211)See All»

ในฤดูใบไม้ผลิ มีพระราชโองการป่าวประกาศว่า
Meng Gongchuo มีความสามารถมากพอที่จะเป็นขุนนางใหญ่ของ Zhao หรือ Wei แต่ไม่มีความสามารถเพียงพอจะครองตำแหน่งใหญ่ในสมัย Teng หรือ Xue ถ้าคนต้องซื่อสัตย์ถึงจะได้ครองตำแหน่ง แล้วฉีหวนกงจะขึ้นครองราชย์ได้อย่างไร ทุกคนต้องช่วยข้าเพื่อเสาะหาบุคคลที่ถ่อมตัวและซ่อนเร้น โปรดแนะนำคนที่มีความสามารถ เพื่อที่ข้าจะได้ใช้สอยพวกเขา
ในเดือนที่สองวันที่ 13 มีนาคม วันแรกของเดือนมีปรากฏการณ์สุริยะปราคา
ในฤดูหนาว โจโฉได้สร้างปราสาทนกทองแดงที่เงียบกุ๋น
ในเดือนที่สิบสองวันที่ 1 มกราคม โจโฉได้ออกประกาศว่า
เมื่อแรกเริ่มข้าได้ถูกแนะนำเป็นบุตรกตัญญู ข้าเชื่อว่าข้าไม่มีชื่อเสียงเท่าเหล่าบัณฑิตที่ถือสันโดษ ข้าเกรงว่าผู้คนจะพากันดูถูกข้าว่าเป็นคนที่มีเพียงความสามารถสามัญธรรมดา ข้าจึงพยายามสร้างชื่อเสียงโดยทำคุณงามความดีให้แก่บ้านเมือง
ที่ จี้หนาน แม้ว่าข้าจะได้ทำลายศัตรูและขับไล่คนชั่ว และข้าเชื่อว่าคนที่ข้าแต่งตั้งหรือเลื่อนขั้นนั้นสมควรแล้ว แต่ด้วยเหตุนั้น ข้าได้เป็นศัตรูกับผู้ทรงอำนาจ ข้ากลัวว่าข้าจะนำหายนะมาสู่ครอบครัวข้า ดั้งนั้นข้าจึงแสร้งป่วยเพื่อขออนุญาตกลับบ้าน
ข้าในตอนนั้นยังเด็กนัก ข้าสร้างบ้านอย่างดีห่างจาก Qiao ห้าสิบลี้ทางตะวันออก และข้าจะอ่านหนังสือในฤดูใบไม้ร่วงและหน้าร้อน และออกล่าสัตว์ในฤดูร้อนและใบไม้ผลิ นี่คือแผนการข้าสำหรับยี่สิบปี เพื่อรอคอยการรวมตัวใหม่ของราชสำนัก แล้วค่อยปรากฏตัวเพื่อรับราชการอีกครั้ง
แต่เหตุการณ์ไม่เป็นอย่างที่ข้าคาดคิด ข้าถูกเรียกตัวเข้าเมืองหลวงถูกแต่งตั้งเป็นขุนพลจัดการกองทัพ อีกครั้งที่ข้าได้เปลี่ยนความคิด และพยายามหาทางทำงานเพื่อบ้านเมือง ทำลายล้างกบฏและแสวงหาความสำเร็จ ข้ามีศิลาจารึกหลุมศพที่เตรียมไว้สำหรับตัวข้าแกะสลักไว้ว่า อดีตแม่ทัพผู้ปราบปรามทิศตะวันตก พระยาแซ่โจแห่งราชวงศ์ฮั่น นี่คือจุดมุ่งหมายสูงสุดของข้า
แต่เมื่อสิ่งต่าง ๆ เลวร้ายเพราะตั๋งโต๊ะ ข้าจึงได้รวบรวมกองทัพผู้ภักดี และต่อมาข้าได้ครองมณฑกุนจิ๋ว ข้าได้กวาดล้างและทำให้โจรผ้าเหลืองสามแสนคนยอมจำนน ข้าได้โจมตีโจรกบฏอ้วนสุด [...]

209 AD (22 กุมภาพันธ์ 209 – 11 กุมภาพันธ์ 210)See All»

ในฤดูใบไม้ผลิ เดือนที่สาม โจโฉนำทัพมาที่ Qiao
ซุนกวนล้อมหับป๋า กองทัพของซุนกวนล้อมหับป๋าเป็นเวลานาน แต่ก็ไม่สามารถยึดเมืองได้
ซุนกวนจัดหน่วยทหารม้าเคลื่อนที่เร็วเพื่อเตรียมนำเข้าโจมตีศัตรูด้วยตัวเอง แต่เตียวเหียนค้านว่า อาวุธนั้นเป็นสิ่งชั่วร้าย การศึกเป็นกิจอันตราย ถ้าท่านปรารถนาจะทำตามใจเพื่อแสดงความกล้าหาญของท่านโดยไม่ระแวงถึงความแข็งแกร่งและความโหดร้ายของศัตรู ท่านจะทำให้ทั้งกองทัพเป็นกังวลในตัวท่าน แม้ว่าท่านจะสามารถตัดหัวแม่ทัพฝั่งตรงข้ามและสามารถยึดธงศึกมาได้ แม้ว่าความกล้าหาญของท่านจะทำให้ทหารของท่านประทับใจ แต่นั่นเป็นงานของนายทหารผู้น้อย ไม่ใช่สิ่งที่ผู้บัญชาการกองทัพควรทำ ข้าขอร้องให้ท่านอย่าได้กล้าหาญเหมือน Meng Ben และ Xia Yu แต่ให้ประพฤติตัวเหมือนดั่งเช่นกษัตริย์ ซุนกวนจึงเลิกล้มความคิดนั้น
โจโฉส่งแม่ทัพ Zhang Xi นำทัพเพื่อทำลายวงล้อม แต่เป็นการเดินทัพใช้เวลานาน เจียวเจ้ นายทหารคนสนิทของมณฑลยังจิ๋ว ได้ติดต่ออย่างลับ ๆ กับผู้ตรวจการมณฑล แสร้งทำเป็นเหมือนว่าเขาได้รับจดหมายจาก Zhang Xi ว่ากองทัพสี่หมื่นได้มาถึง Xulu แล้ว
ขุนนางอาลักษณ์ถูกส่งไปรับตัว Zhang Xi และพลนำสารสามชุดได้ถูกส่งไปแพร่ข่าว โดยนำจดหมายไปบอกนายทหารที่รักษาการณ์ที่หับป๋า มีเพียงชุดเดียวที่สามารถเข้าเมืองได้ อีกสองชุดโดนทัพของซุนกวนจับได้ ซุนกวนเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง เขาจึงเลิกทัพกลับ
ในฤดูใบไม้ร่วง เดือนที่เจ็ด โจโฉนำทัพจาก Ge ไปที่ Huai เขาเดินทัพตายแม่น้ำ Fei ไปหับป๋า และตั้งค่ายหทารที่ [...]

208 AD (4 กุมภาพันธ์ 207– 21 กุมภาพันธ์ 209)See All»

ในฤดูใบไม้ผลิ เดือนแรก Zhao Wen ซึ่งเป็นซือถู ได้แนะนำโจผีให้เข้ารับราชการ โจโฉรายงานว่า Zhao Wen ได้แนะนำคนในครอบครัวข้า ความเห็นของเขาจึงไม่สามารถเชื่อถือได้อีกต่อไป เขาจึงให้ฮ่องเต้ปลด Zhao Wen จากตำแหน่ง
โจโฉกลับไปที่เมือง Ye เขาได้ขุดหนองน้ำ Xuanwu เพื่อใช้ในการฝึกซ้อมทหาร
ก่อนหน้านั้น กำเหลงได้นำพรรคพวกแปดร้อยคนเข้ารับใช้เล่าเปียว เล่าเปียวเป็นคนอ่อนแอและไม่เตรียมการสำหรับสงคราม กำเหลงเชื่อว่าเล่าเปียวจะไม่สามารถทำการใหญ่ได้ เขากลัวว่าเมื่อลูกน้องของเล่าเปียวกระจัดกระจายไป เขาจะต้องร่วมชะตาเดียวกันด้วย เขาจึงต้องการไปยังตะวันออกยังเมืองง่อ (กำเหลงในวัยหนุ่มเคยเป็นโจรแล้วกลับตัวมากลายเป็นบัณฑิต เขาเคยก่อกบฏต่อเล่าเจี้ยงแล้วล้มเหลว)
หองจอในตอนนั้นอยู่ที่ แฮเค้า กองทัพกำเหลงจึงไม่สามารถผ่านไปได้ เขารับใช้อยู่กับหองจอถึงสามปี โดยที่หองจอปฏิบัติต่อเขาเหมือนทหารทั่ว ๆ ไป
แล้วซุนกวนก็ได้โจมตีหองจอ กองทัพหองจอพ่ายแพ้และหนีไป เล่งโฉขุนพลของซุนกวนนำทหารไล่ตามโจมตี กำเหลงเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องการยิงธนู เขาคุมคนของเขาเป็นทัพหลังของหองจอ เขายิงธนูใส่เล่งโฉและฆ่าเล่งโฉได้ หองจอจึงหลบหนีได้สำเร็จ
เมื่อกลับถึงค่าย หองจอก็ปฏิบัติต่อกำเหลงเหมือนเช่นเดิม โซหุย หัวหน้าขุนนางของหองจอได้แนะนำหองจดให้แต่งตั้งกำเหลงหลายครั้ง แต่หองจอปฏิเสธที่จะมอบตำแหน่งให้เขา กำเหลงต้องการจะจากไป แต่กลัวว่าเขาจะหลบหนีไม่สำเร็จ แล้ว โซหุยจึงพูดกับหองจอ แล้วกำเหลงก็ถุกแต่งตั้งเป็นนายอำเภอ Zhu ดังนั้นเขาจึงหนีไปรับใช้ซุนกวน
จิวยี่และลิบองสนับสนุนให้ซุนกวนรับเขา ซุนกวนปฏิบัติต่อเขาเป็นอย่างดี เหมือนดั่งเขาเป็นขุนนางที่ติดตามมานาน
กำเหลงเสนอแผนการให้แก่ซุนกวนว่า ความรุ่งเรืองของราชสำนักฮั่นถดถอยลงทุกวัน และโจโฉจะแย่งชิงบัลลังค์ในที่สุด ทางใต้ของมณฑลเกงจิ๋วมีภูเขาและแม่น้ำเป็นปราการธรรมชาติ [...]

207 AD (15 กุมภาพันธ์ 207– 3 กุมภาพันธ์ 208)See All»

ในฤดูใบไม้ผลิ เดือนที่สอง โจโฉกลับจาก Chunyu มาที่เมือง Ye
ในวันที่ 21 มีนาคม โจโฉแนะนำต่อฮ่องเต้ถึง ยี่สิบเสนาบดีที่มีผลงานดีเด่น พวกเขาทั้งหมดจึงได้รับการแต่งตั้งเป็น Marquise
เขายังรายงานความดีความชอบใหญ่หลวงของ Marquis แห่งหมู่บ้าน Wansui ซุนฮก ในเดือนที่สาม ซุนฮกได้รับศักดินาเพิ่มมีอำนาจปกครองหนึ่งพันครัวเรือน โจโฉยังต้องการให้เขาได้เลื่อนตำแหน่ง เป็นหนึ่งในซานก๋ง แต่ซุนฮกส่งซุนฮิวมาบอกว่าเขาขอปฏิเสธตำแหน่งอันมีเกียรตินี้ หลังจากโจโฉพยายามอยู่สิบครั้ง แต่ซุนฮกก็ปฏิเสธตลอดจนโจโฉต้องยอมแพ้
โจโฉวางแผนโจมตีเผ่า Wuhuan แต่ขุนนางของเขาพูดว่า อ้วนซงที่เป็นศัตรูนั้นกำลังหลบหนีอยู่ พวกคนเถื่อนนั้นเห็นแก่ตัวและไม่มีความรู้สึกชอบพอในตัวเขา แล้วทำไมพวกเขาต้องสนับสนุนอ้วนซง ถ้าเราโจมตีลึกเข้าไปในแดนพวกเขา เล่าปี่ต้องพยายามชักชวนให้เล่าเปียวบุกฮูโต๋แน่นอน แล้วพวกเขาจะก่อความลำบากให้เรา แล้วท่านก็จะไม่มีโอกาสที่จะแก้ไขความผิดนี้
กุยแกแย้งว่า อำนาจของท่านนั้นสั่นสะเทือนทั้งแผ่นดิน แต่พวกคนเถื่อนทางเหนือรู้ดีว่าพวกเขาอยู่ไกลจากท่านมาก พวกเขาจึงไม่เตรียมพร้อมต่อสู้กับท่าน ถ้าเราใช้ประโยชน์จากการคำนวณที่ผิดพลาดของพวกเขา เข้าโจมตีอย่างรวดเร็ว พวกเขาต้องพ่ายแพ้ย่อยยับ
อ้วนเสี้ยวนั้นดูแลผู้คนและพวกคนเถื่อนอย่างดีและอ้วนซงและคนของคนก็อยู่ที่นั้น เหตุผลเดียวที่ทั้งสี่มณฑลเชื่อฟังคำสั่งท่านเพราะว่าความเข้มแข็งของกองทัพท่าน พวกเขายังไม่ได้เห็นความปกครองอย่างเมตตากรุณาของท่านเลย ถ้าท่านยกกองทัพไปใต้ แล้วอ้วนซงใช้ประโยชน์จากเผ่า Wuhuan เพื่อรวบรวมผู้คนที่พร้อมยอมตายเพื่อเขา ทันทีที่ชนเผ่าภาคเหนือเคลื่อนไหว เหล่าชาวจีนและชนเผ่าทางตะวันออกจะร่วมมือกับพวกเขา แล้ว เป๊กตุ้น จะใช้โอกาสนี้วางแผนรุกรานเรา และถ้าสิ่งนี้เกิดขึ้น ข้ากลัวว่าเราจะสูญเสียมณฑล เฉงจิ๋ว และ กิจิ๋ว ไป
เล่าเปียวนั้นเป็นคนที่ไม่ทำอะไร [...]

206 AD (27 มกราคม 206 – 14 กุมภาพันธ์ 207)See All»

ในฤดูใบไม้ผลิ เดือนแรก มีดาวหางปรากฏในกลุ่มดาวจระเข้ทางเหนือ
โจโฉนำทัพไปโจมตีโกกัน เขาทิ้งให้โจผี ลูกชายคนโตเฝ้าเมืองเงียบกุ๋น พร้อมด้วยนายทหารคนสนิท ซุนต่ำคอยช่วยโจผี
โจโฉล้อมเมือง Huguan และในเดือนที่สามที่เมืองโดนล้อม โกกันไปหาเผ่าซงหนูขอความช่วยเหลือ แต่ Shanyu ไม่ยอมรับเขา โกกันหนีไปพร้อมทหารม้าไม่กี่คน หวังว่าจะสามารถหนีลงใต้ไปเกงจิ๋วได้ แต่อองต่ำแม่ทัพใหญ่เมือง Shangluo จับเขาได้และสังหารเสีย ทั้งมณฑลเป๊งจิ๋วจึงตกเป็นของโจโฉ (ในความจริงตอนนั้น โจโฉก็ยังไม่มีอำนาจเหนือแม่น้ำ Fen ทางเหนือ)
โจโฉแต่งตั้งเหลียงซีเป็นนายพันและผู้ตรวจการมณฑล เป๊งจิ๋ว ยังมีการไม่เชื่อฟังคำสั่งอยู่ในพื้นที่นี้และเผ่าคนเถื่อนก็รุกราน ขุนนางและชาวบ้านต่างหนีกันไปเข้าร่วมกับเผ่าต่าง ๆ ตระกูลผู้นำต่าง ๆ ซ่องสุมผู้คนและออกปล้นสะดมชาวบ้าน
เมื่อเหลียงซีมาถึงที่ทำการ เขาสนับสนุนให้ชาวบ้านกลับคืนบ้านเกิด เขาเชิญหัวหน้าผู้นำตระกูลที่มีอำนาจที่เป็นคนดีมีชื่อ แนะนำให้แต่งตั้งพวกเขาและส่งพวกเขาเข้าพบโจโฉที่ส่วนกลาง เมื่อพวกเขาจากไป เหลียงซีรวบรวมทหารของพวกเขามาเป็นกองทัพหนุน และเมื่อกองทัพหลักจะออกไปสู้รบ เขาจะจัดการให้นายทหารของเขานำคนเหล่านั้นไปเป็นทหารอาสา เมื่อคนเหล่านั้นติดตามทัพไปรบ เขาก็ส่งครอบครัวทหารอาสาเหล่านั้นไปที่เมืองเงียบกุ๋น ในครั้งเดียวหรือหลาย ๆ ครั้ง จนเขาย้ายคนหลายหมื่นคนในเมืองนั้น ถ้าใครไม่เชื่อฟังเขาก็จะนำทัพไปโจมตีพวกเขา และสังหารคนมากกว่าพันคน ผู้คนหลายหมื่นที่เหลือต่างยอมแพ้และยอมรับใช้เขา
Shanyu เวลานี้ต่างเคารพและเชื่อฟัง ผู้นำเผ่าโค้งคำคับลงกับพื้น พวกเขาทั้งหมดยอมเข้าร่วมและรับใช้ทางการทันทีถ้าพวกเขามีชื่อในสำมะโนครัวชาวจีน พื้นที่ชายแดนต่างสงบสุขและผู้คนก็ทำการเพาะปลูกแพร่ออกไป เหลียงซีสนับสนุนการทำเพาะปลูกและให้คำแนะนำเรื่องการปลูกต้นหม่อน อะไรที่เขาสั่งการผู้คนก็คล้อยตาม อะไรที่เขาไม่อนุญาตผู้คนก็ไม่กล้าทำสิ่งนั้นอีก เหล่าผู้เฒ่าร้องเพลงสรรเสริญเขาว่า ในบรรดาขุนนางที่พวกเขาเคยได้ยินและรู้จัก [...]

205 AD (7 กุมภาพันธ์ 205 – 26 กุมภาพันธ์ 206)See All»

ในฤดูใบไม้ผลิเดือนแรก โจโฉโจมตีเมืองลำพี อ้วนถำนำทัพมาสู้ มีคนบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก โจโฉต้องการที่จะพักรบ แต่ โจซุนพูดว่า กองทัพของเราอยู่ห่างไกลจากที่มั่นของเรา เราล่วงล้ำเข้ามาในดินแดนศัตรูไกลมาก มันเป็นการยากที่จะตั้งค่ายอยู่ที่นี่เป็นเวลานาน เวลานี้เราต้องเดินหน้าต่อไป ถ้าเรายกทัพกลับโดยปราศจากชัยชนะ เราต้องอับอายขายหน้า เขาจึงตีกลองศึกนำทหารเข้าต่อสู้ แล้วทัพโจโฉก็ชนะศึก
อ้วนถำหนีเอาตัวรอดแต่เขาก็ถูกฆ่าตายในการไล่ตามโจมตี
ลีหูประกาศแต่งตั้งตัวเองเป็นขุนนางอาลักษณ์แห่งมณฑลกิจิ๋ว(ซึ่งเป็นตำแหน่งเก่าของเขาภายใต้อ้วนซง) ขอเข้าพบโจโฉแล้วพูดว่า ในเมืองนี้ ผู้แข็งแกร่งข่มเหงคนที่อ่อนแอกว่า ผู้คนจึงตกอยู่ในความหวาดกลัวและหวาดระแวง ข้าแนะนำให้ท่าน ออกคำสั่งสำหรับคนเพิ่งยอมอ่อนน้อมต่อท่านและคนที่เป็นที่รู้จักและเคารพของชาวเมืองให้ไปประกาศคำสั่งของท่าน
ดังนั้นโจโฉจึงส่งเขาไปที่เมืองเพื่อประกาศให้ชาวเมืองดำเนินชีวิตตามปกติเหมือนเดิมจะไม่มีการทำร้ายจากทัพโจโฉ ทั้งเมืองจึงอยู่ในความสงบ
โจโฉสังหารกัวเต๋าและผู้ติดตามรวมทั้งครอบครัวของพวกเขา
อ้วนถำเคยส่ง อองสิ้วไป Le’an เพื่อควบคุมกองเสบียง เมื่อ อองสิ้วรู้ข่าวว่าอ้วนถำกำลังมีภัย เขาจึงนำทัพของเขามาช่วยเหลือ แต่ทันทีที่พวกเขามาถึง Gaomi พวกเขาก็ได้รู้ข่าวการตายของอ้วนถำ
อองสิ้วลงจากหลังม้าร่ำไห้พูดว่า ขาดนายท่านไปแล้วข้าจะไปหาใคร เขาไปหาโจโฉและขอศพอ้วนถำไปทำพิธีฝัง โจโฉอนุญาตแล้วสั่งให้ อองสิ้วกลับไปที่ Le’an ตามเดิมเพื่อดูแลเสบียงอาหารให้กองทัพ
หัวเมืองทั้งหมดของอ้วนถำยอมจำนนต่อโจโฉยกเว้น Guan Tong เจ้าเมือง Le’an ที่ยังไม่ยอมแพ้ โจโฉสั่งให้ อองสิ้วสังหารเขาเสีย แต่ อองสิ้วเชื่อว่า Guan Tong เป็นขุนนางที่ซื่อสัตย์ของราชสำนัก เขาจึงแก้มัด Guan Tong และส่งเขาไปหาโจโฉ โจโฉยินดีและให้อภัยเขา เขาแต่งตั้ง [...]

204 AD (18 กุมภาพันธ์ 204 – 6 กุมภาพันธ์ 205)See All»

ในฤดูใบไม้ผลิ เดือนแรก โจโฉข้ามแม่น้ำเหลือง เขากั้นแม่น้ำกีชุยเพื่อทดน้ำเขาสู่คลอง Bo เพื่อสร้างเส้นทางลำเลียงเสบียง
ในเดือนที่สอง อ้วนซงโจมตีอ้วนถำอีกครั้งที่ เพงหงวนก้วน โดยให้สิมโพยและ โซฮิว รักษาเมือง Ye โจโฉนำทัพของเขาไปตามแม่น้ำ Yuan โซฮิว พยายามที่จะทรยศ แต่แผนเขามีคนล่วงรู้ เขาจึงหนีไปหาโจโฉ โจโฉมุ่งหน้าไปเมือง Ye เพื่อสร้างเนินเขาและอุโมงค์เพื่อโจมตีเมือง
อินไก๋ ลูกน้องของอ้วนซง รักษาค่ายที่ มอเสีย ควบคุมเส้นทางขนเสบียงจาก Shangdang ในฤดูร้อน เดือนที่สี่ โจโฉให้โจหองคุมกองทัพสู้กับเมือง Ye ส่วนตัวเขานำทัพไปโจมตี อินไก๋ พ่ายแพ้ไป แล้วก็นำทัพกลับ เขายังโจมตี จองกี๋ ลูกน้องอีกคนของอ้วนซงที่ Handan และยึดเมืองได้
Han Fan นายอำเภอ Yiyang และ Liang Qi นายอำเภอ She ยอมแพ้ยกเมืองให้แก่โจโฉ
ซิหลงพูดกับโจโฉว่า ตระกูลอ้วนยังไม่พ่ายแพ้เสียทีเดียว หลายหัวเมืองก็คิดถึงการยอมแพ้ก็กำลังเฝ้าดูว่าท่านจะจัดการกับเมืองทั้งสองที่ยอมแพ้ท่านอย่างไร ท่านควรที่จะให้รางวัลมากมายแก่เจ้าเมืองทั้งสอง เพื่อเป็นการสนับสนุนให้เมืองอื่นอ่อนน้อมต่อท่าน โจโฉทำตามคำแนะนำของเขา Han Fan [...]

203 AD (31 มกราคม 203 – 17 กุมภาพันธ์ 204)See All»

ในฤดูใบไม้ผลิ เดือนที่สอง โจโฉโจมตีลิหยง โจโฉต่อสู้กับอ้วนถำและอ้วนชง อ้วนถำและอ้วนชงพ่ายแพ้และต้องหนีไป พวกเขากลับไปที่ Ye
ในฤดูร้อนเดือนที่สี่ โจโฉไล่ตามไปโจมตีพวกเขาที่เงียบกุ๋น แล้วโจโฉก็เก็บเกี่ยวข้าวสาลีของพวกเขา
เหล่าขุนนางของโจโฉทั้งหมดต้องการที่จะใช้ประโยชน์จากชัยชนะพวกเขาเข้าโจมตีพี่น้องตระกูลอ้วนตรง ๆ แต่กุยแกแย้งว่า อ้วนเสี้ยวรักบุตรชายทั้งสองมาก แต่ไม่เคยประกาศว่าใครจะได้เป็นทายาทของเขา เวลานี้พวกเขาเลยเป็นคู่แข่งชิงอำนาจกัน ต่างฝ่ายต่างก็มีอำนาจในมือ ถ้าเรารุกพวกเขาหนักเกินไป พวกเขาจะป้องกันซึ่งกันและกัน แต่ถ้าเราปล่อยพวกเขาไป ทั้งสองก็จะทะเลาะกัน แผนที่ดีคือการลงใต้โจมตีเกงจิ๋วและรอให้มีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น เมื่อเหตุการณ์เปลี่ยนไป เราสามารถโจมตีพวกเขาและจัดการพวกเขาได้ในการศึกครั้งเดียว
ยอดเยี่ยมมาก โจโฉกล่าวชม ในเดือนที่ห้า โจโฉทิ้ง Jia Xin ให้ตั้งค่ายที่ลิหยง ส่วนตัวเขากลับมาที่เมืองฮูโต๋
อ้วนถำพูดกับอ้วนชงว่าอาวุธของกองทัพข้าไม่ดีเลย มันเป็นสาเหตุให้โจโฉเอาชนะข้าได้ เวลานี้กองทัพโจโฉกำลังถอยทัพ ทหารเขากำลังคิดถึงการกลับไปบ้าน ถ้าเขาโจมตีกระทันหันก่อนที่เขาจะข่ามแม่น้ำเหลือง เราจะจัดการเขาได้ เราต้องไม่พลาดโอกาสนี้
อ้วนซงสงสัยในตัวอ้วนถำ เขาจึงไม่ให้ทหารอ้วนถำเพิ่ม แล้วก็ไม่เปลี่ยนอาวุธให้กับกองทัพของเขา ทำให้อ้วนถำโกรธมาก
กัวเต๋าและซินเป๋งพูดกับอ้วนถำว่า เป็นเพราะคำแนะนำของสิมโพยทำให้พ่อของท่านส่งท่านไปจากเมืองเกิดไปเป็นทายาทของลุงท่าน ดังนั้นอ้วนถำจึงนำทัพโจมตีอ้วนซง พวกเขาสู้กันนอกเมืองเงียบกุ๋น อ้วนถำพ่ายแพ้ เขาถอยทัพกลับไปเมืองลำพี
อองสิ้วแห่ง ปักไฮ นำขุนนางและชาวเมืองจากเฉงจิ๋วมาช่วยอ้วนถำ อ้วนถำวางแผนที่จะโจมตีอ้วนซงอีกครั้ง
พี่ชายน้องชายเปรียบเสมือนแขนขวาและแขนซ้าย อองสิ้วแย้ง ถ้าคนที่จะต่อสู้กับคนอื่น มาตัดแขนขวาตัวเองออกแล้วจะพูดว่าจะชนะแน่ ๆ ได้อย่างไร ถ้าท่านไม่มีความรักต่อน้องชายของท่าน แล้วราชสำนักจะมองว่าท่านเป็นคนดีได้อย่างไร
มีขุนนางบางคนของพวกท่านที่พูดจาใส่ร้ายอีกฝั่งเพื่อจะหาประโยชน์เล็ก ๆ น้อย [...]

202 AD (10 กุมภาพันธ์ 202 – 30 มกราคม 203)See All»

ในฤดูใบไม้ผลิ เดือนแรก โจโฉนำกองทัพไปยัง Qiao แล้วก็ Junyi โจโฉขุดคลองซุยหยาง เขาส่งคนนำสารไปทำพิธีกราบไหว้บูชา Qiao Xuan คนที่เมตตาเขาเมื่อโจโฉรับราชการใหม่ ๆ แล้วเขาก็นำทัพไปกัวต๋อ
หลังจากที่ทัพของเขาพ่ายแพ้ อ้วนเสี้ยวก็อับอายและโกรธแค้น เขาล้มป่วยและอาเจียนเป็นเลือด ในหน้าร้อนเดือนที่ห้า อ้วนเสี้ยวก็เสียชีวิต
อ้วนเสี้ยวมีบุตรสามคนคือ อ้วนถำ อ้วนฮีและอ้วนชง อ้วนชงนั้นเป็นบุตรคนโปรดของอ้วนเสี้ยวจากเล่าฮูหยินภรรยาคนสุดท้ายของเขา ซึ่งมักจะคอยชมเชยลูกของนางให้อ้วนเสี้ยวฟัง อ้วนเสี้ยววางแผนที่จะให้อ้วนชงเป็นทายาทเขา แต่ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ
อ้วนเสี้ยวให้อ้วนถำรับช่วงอำนาจต่อจากลุงของเขา (พี่ชายอ้วนเสี้ยว) และส่งเขาไปเป็นผู้ตรวจการเฉงจิ๋ว ชีสิวคัดค้านว่า “มีธรรมเนียมว่าไว้ ถ้าคนหมื่นคนแข่งกันไล่ตามจับกระต่ายป่า ถ้ามีใครซักคนจับกระต่ายนั้นได้ คนที่เหลือก็จะล้มเลิกไปเอง เพราะว่าทุกสิ่งได้ถูกกำหนดไว้ อ้วนถำเป็นบุตรคนโตสมควรที่จะเป็นทายาทของท่าน แต่ท่านกลับส่งเขาไปอยู่ที่ห่างไกล ปัญหาย่อมจะเกิดตามมา”
“ข้าต้องการให้ลูกชายข้าได้ปกครองมณฑล” อ้วนเสี้ยวตอบ “แล้วข้าจะตัดสินว่าใครดีที่สุด” เขาตั้งอ้วนฮีลูกคนกลางเป็นผู้ตรวจการมณฑลอิวจิ๋ว และโกกันหลานของเขาเป็นผู้ตรวจการมณฑลเป๊งจิ๋ว
ฮองกี๋และสิมโพยมีความขัดแย้งกับอ้วนถำ แต่ซินเป๋งและกัวเต๋าสนับสนุนอ้วนถำ ดังนั้นพวกเขามักจะทะเลาะกับสิมโพยและฮองกี๋เสมอ
เมื่ออ้วนเสี้ยวตาย เหล่าลูกน้องของอ้วนเสี้ยวต่างต้องการให้อ้วนถำเป็นผู้สืบทอดเพราะว่าเขาเป็นลูกคนโต สิมโพยและพวกต่างกลัวว่าอ้วนถำจะได้ครองอำนาจต่อแล้วซินเป๋งและพวกจะมาทำร้ายพวกเขา พวกเขาจึงปลอมลายมืออ้วนเสี้ยวแต่งตั้งให้อ้วนชงเป็นทายาท และเมื่ออ้วนถำมาถึง เขาก็ไม่สามารถได้อำนาจของอ้วนเสี้ยว
อ้วนถำไปตั้งค่ายที่ลิหยงและตั้งตัวเองเป็นแม่ทัพราชรถและทหารม้า อ้วนชงมอบทหารไม่กี่คนให้แก่เขา และส่งฮองกี๋ไปอยู่กับเขา อ้วนถำขอกองทัพเพิ่มแต่สิมโพยและคนอื่น ๆ แนะนำอ้วนชงอย่ามอบทหารแก่เขา อ้วนถำโกรธมากแล้วเขาก็ฆ่าฮองกี๋
ในฤดูใบไม้ร่วง เดือนที่เก้าโจโฉข้ามแม่น้ำเหลืองมาโจมตีอ้วนถำ อ้วนถำรายงานต่ออ้วนชงว่าเขากำลังลำบาก อ้วนชงทิ้งสิมโพยให้ดูแลเมืองเงียบกุ๋น แล้วยกทัพด้วยตัวเองไปช่วยอ้วนถำต่อสู้โจโฉ [...]

201 AD (21 มกราคม 201 – 11 กุมภาพันธ์ 202)See All»

ในฤดูใบไม้ผลิ เดือนที่สาม วันที่ 22 มีนาคม วันแรกของเดือน เกิดปรากฏการณ์สุริยะปราคา
โจโฉไปรวบรวมเสบียงอาหารที่ Anmin เขาตั้งใจจะใช้ชัยชนะที่มีต่ออ้วนเสี้ยวบุกโจมตีเล่าเปียวต่อ แต่ซุนฮกบอกว่า อ้วนเสี้ยวเพิ่งจะพ่ายแพ้ไป และลูกน้องของเขาต่างก็ได้รับความลำบาก ท่านควรที่จะใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนนี้ของอ้วนเสี้ยว
นอกจากนี้ ท่านวางแผนที่จะนำทัพไปยังแยงซีและ han ถ้าอ้วนเสี้ยวรวบรวมพลที่กระจัดกระจายและโจมตีทางด้านหลังของท่าน ท่านต้องถูกจัดการแน่นอน โจโฉจึงยอมล้มเลิกความคิดนี้
ในฤดูร้อน เดือนที่สี่ โจโฉวางกำลังของเขาตามแม่น้ำเหลือง เขาโจมตีทัพอ้วนเสี้ยวที่ Cangting พ่ายแพ้ไป
ในฤดูใบไม้ร่วงเดือนที่เก้า โจโฉกลับคืนสู่เมืองฮูโต๋
โจโฉนำทัพของเขาโจมตีเล่าปี่ที่ ยีหลำ เล่าปี่หนีไปหาเล่าเปียว ก๋งเต๋า และคนอื่น ๆ ต่างกระจัดกระจายกันไป
เมื่อเล่าเปียวรู้ว่าเล่าปี่มาถึง เขาออกจากเมืองมาต้อนรับด้วยตัวเอง ปฏิบัติราวกับเล่าปี่เป็นแขกผู้มีเกียรติ เล่าเปียวเพิ่มกำลังทหารให้เล่าปี่และส่งเขาไปตั้งค่ายที่ ซินเอี๋ย
เล่าปี่อยู่ที่เกงจิ๋วหลายปี ครั้งหนึ่งเขาร่วมประชุมกับเล่าเปียวแล้วก็ลุกไปห้องน้ำ เมื่อเขากลับมาก็ร้องไห้ เล่าเปียวตกใจและถามว่าเกิดอะไรขึ้น เล่าปี่ตอบว่า ในอดีต ข้าไม่เคยห่างจากศึกสงคราม โคนขาข้าเรียวบาง จากการนั่งบนอานม้าอยู่ตลอด เวลานี้ข้าไม่ขี่ม้าอีกแล้ว ขาของข้าจึงอ้วนและหย่อนยาน วันและปีผ่านเหมือนดั่งสายน้ำ วัยชราก็ย่างเข้ามา แต่ข้ายังไม่สำเร็จสิ่งใดเลย นี่คือเหตุผลว่าทำไมข้าถึงเสียใจ
โจโฉส่งแฮหัวเอี๋ยนและเตียวเลี้ยวไปล้อม เซียงหู ที่เมือง Tan ใน Donghai หลายเดือนผ่านไป เสบียงอาหารพวกเขาก็หมดลง [...]

Search

Hot Tags

Page

Archives

Links