<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>FeelThailand &#187; สามก๊ก</title>
	<atom:link href="http://www.feelthailand.com/category/sanguo/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.feelthailand.com</link>
	<description>: Thailand News</description>
	<lastBuildDate>Tue, 26 May 2009 05:25:47 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.5</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>220 AD (22 กุมภาพันธ์ 220 &#8211; 9 กุมภาพันธ์ 221)</title>
		<link>http://www.feelthailand.com/220-ad-22-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c-220-9-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c/</link>
		<comments>http://www.feelthailand.com/220-ad-22-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c-220-9-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 24 May 2009 17:26:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สามก๊ก]]></category>
		<category><![CDATA[เนื้อเรื่องสามก๊ก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://racelover.com/feel/220-ad-22-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c-220-9-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c/</guid>
		<description><![CDATA[ในฤดูใบไม้ผลิ เดือนแรก วุยอ๋องมาถึงเมืองลกเอี๋ยง วันที่ 15 มีนาคม โจโฉก็เสียชีวิต
โจโฉเป็นผู้รู้จักใช้ผู้คนและมีความสามารถในการตัดสินผู้คนเป็นเลิศ เป็นการยากที่จะหลอกหลวงเขา เขาจดจำและคัดเลือกคนที่มีความสามารถโดยไม่คำนึงถึงชาติตระกูล เขาแต่งตั้งตำแหน่งที่เหมาะสมให้กับคนที่มีความสามารถต่างกันไป
ในการเผชิญหน้ากับข้าศึกในการรบ โจโฉสงบและผ่อนคลายในการบัญชาการเหมือนเขาเองไม่มีความคิดที่จะสู้รบ แต่แล้วเขากลับคว้าโอกาสสร้างชัยชนะด้วยแรงใจแรงกายที่เหมือนไม่มีวันหมด
โจโฉพร้อมที่จะมอบทองคำหลายพันแท่งเป็นรางวัลให้กับคนที่ทำความดี แต่กลับไม่มอบรางวัลแม้แต่เงินเพียงแท่งเดียวให้กับคนที่ไม่มีความดีความชอบ โจโฉเข้มงวดกวดขันในการบังคับใช้กฎหมาย คนที่ละเมิดกฎล้วนถูกสังหารเสมอ บางครั้งโจโฉอาจจะร่ำไห้เพื่อคนผิดเหล่านั้น แต่ไม่เคยมีคนใดได้รับการอภัยโทษ
นิสัยของโจโฉนั้นเป็นคนสำรวมและควบคุมตัวเองอยู่เสมอ เขาไม่มีความสนใจในเครื่องประดับต่าง ๆ
ด้วยเหตุผลเหล่านี้ ทำให้โจโฉสามารถปราบคนที่มีความสามารถที่สุดหลายคนในสมัยของเขา และยึดครองแผ่นดินส่วนใหญ่ของเมืองจีนได้ 
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ในฤดูใบไม้ผลิ เดือนแรก วุยอ๋องมาถึงเมืองลกเอี๋ยง วันที่ 15 มีนาคม โจโฉก็เสียชีวิต</p>
<p>โจโฉเป็นผู้รู้จักใช้ผู้คนและมีความสามารถในการตัดสินผู้คนเป็นเลิศ เป็นการยากที่จะหลอกหลวงเขา เขาจดจำและคัดเลือกคนที่มีความสามารถโดยไม่คำนึงถึงชาติตระกูล เขาแต่งตั้งตำแหน่งที่เหมาะสมให้กับคนที่มีความสามารถต่างกันไป</p>
<p>ในการเผชิญหน้ากับข้าศึกในการรบ โจโฉสงบและผ่อนคลายในการบัญชาการเหมือนเขาเองไม่มีความคิดที่จะสู้รบ แต่แล้วเขากลับคว้าโอกาสสร้างชัยชนะด้วยแรงใจแรงกายที่เหมือนไม่มีวันหมด</p>
<p>โจโฉพร้อมที่จะมอบทองคำหลายพันแท่งเป็นรางวัลให้กับคนที่ทำความดี แต่กลับไม่มอบรางวัลแม้แต่เงินเพียงแท่งเดียวให้กับคนที่ไม่มีความดีความชอบ โจโฉเข้มงวดกวดขันในการบังคับใช้กฎหมาย คนที่ละเมิดกฎล้วนถูกสังหารเสมอ บางครั้งโจโฉอาจจะร่ำไห้เพื่อคนผิดเหล่านั้น แต่ไม่เคยมีคนใดได้รับการอภัยโทษ</p>
<p>นิสัยของโจโฉนั้นเป็นคนสำรวมและควบคุมตัวเองอยู่เสมอ เขาไม่มีความสนใจในเครื่องประดับต่าง ๆ</p>
<p>ด้วยเหตุผลเหล่านี้ ทำให้โจโฉสามารถปราบคนที่มีความสามารถที่สุดหลายคนในสมัยของเขา และยึดครองแผ่นดินส่วนใหญ่ของเมืองจีนได้ </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.feelthailand.com/220-ad-22-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c-220-9-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>219 AD (3 กุมภาพันธ์ 219 &#8211; 21 กุมภาพันธ์ 220)</title>
		<link>http://www.feelthailand.com/219-ad-3-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c-219-21-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c/</link>
		<comments>http://www.feelthailand.com/219-ad-3-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c-219-21-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 24 May 2009 17:22:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สามก๊ก]]></category>
		<category><![CDATA[เนื้อเรื่องสามก๊ก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://racelover.com/feel/219-ad-3-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c-219-21-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c/</guid>
		<description><![CDATA[ในฤดูใบไม้ผลิ เดือนแรก โจหยินโจมตีเมือง Wan อย่างหนัก แล้วบุกเข้าเมืองตัดหัวของ Hou Yin แล้วนำทัพกลับไปตั้งค่ายที่อ้วนเซีย
ก่อนหน้านั้น แฮหัวเอี๋ยนมีความสำเร็จในการศึกหลายครั้ง แต่โจโฉมักจะเตือนเขาเสมอว่า ผู้บัญชาการกองทัพอาจจะมีบางเวลาที่ขลาดกลัวและอ่อนแอ เจ้าไม่สามารถทำการรบโดยใช้แต่ความกล้าหาญได้ แม่ทัพที่ดีความมีความกล้าหาญเป็นคุณสมบัติเบื้องต้น แต่เขาต้องนำทัพอย่างฉลาดและมองการล่วงหน้า ถ้าเขาคิดถึงความกล้าหาญเพียงอย่างเดียว แม้แต่คนธรรมดาก็สามารถแทนที่เขาได้
เมื่อแฮหัวเอี๋ยนและเล่าปี่เผชิญหน้ากันกว่าหนึ่งปีแล้ว เล่าปี่มาจากเองเปงก๋วน และข้ามแม่น้ำ Mian ไปทางใต้ เขาไต่เนินเขานำกำลังทหารเพียงเล็กน้อยมุ่งหน้าไป แล้วสร้างค่ายที่เขา Dingjun ทันทีที่แฮหัวเอี๋ยนนำทัพมาถึงที่นั่น หวดเจ้งพูดว่า เราสามารถโจมตีได้
เล่าปี่ส่งฮองตง แม่ทัพผู้สังหารคนชั่วให้เข้าโจมตีข้าศึกจากที่สูงท่ามกลางเสียงกลองศึกและแตรศึก กองทัพแฮหัวเอี๋ยนพ่ายแพ้อย่างยับเยิน พวกเขาตัดหัวแฮหัวเอี๋ยนและ Zhao Yong ผู้ตรวจการมณฑลเอ๊กจิ๋วที่โจโฉแต่งตั้ง
เตียวคับนำทัพกลับไปที่เองเปงก๋วน แต่เหล่าทหารที่สูญเสียแม่ทัพไป พวกเขาต่างวุ่นวายและไม่รู้ว่าต้องทำสิ่งใด ผู้ควบคุมกองทัพโตสิบและกุยห้วย นายทหารของแฮหัวเอี๋ยนรวบรวมทัพที่กระจัดกระจายและทำประกาศไปยังทั้งกองทัพว่า แม่ทัพเตียวนั้นเป็นแม่ทัพที่มีชื่อเสียงโด่งดังของรัฐเรา แม้แต่เล่าปี่ก็ยังกลัวเกรงเขา ในสถานการณ์ที่วิกฤตขึ้นทุกวัน ๆ จิตใจพวกเราคงไม่อาจสงบได้จนกว่าแม่ทัพเตียวจะมาบัญชาการกองทัพ
ดังนั้นเตียวคับจึงกลายเป็นแม่ทัพของกองทัพแฮหัวเอี๋ยน เขาได้ออกไปให้กำลังใจเหล่าทหาร ตรวจสอบแนวป้องกัน เหล่านายทหารล้วนเชื่อฟังคำสั่งเขา แล้วขวัญกำลังใจของกองทัพที่กลับคืนมา
วันต่อมาเล่าปี่ต้องการที่จะโจมตีข้ามแม่น้ำฮันซุย เหล่าแม่ทัพของวุยเชื่อว่ากองทัพของพวกเขาอ่อนแอเกินกว่าที่จะต่อสู้กับทัพเล่าปี่ พวกเขาต้องการสร้างเนินดินที่ริมแม่น้ำเพื่อป้องกัน
กุยห้วยแย้งว่าวิธีการแบบนี้จะทำให้ศัตรูรู้ว่าเราอ่อนแอ แล้วจะไม่ช่วยให้เราได้เปรียบในการรบเท่าไรนัก นี่ไม่ใช่แผนที่ดีเลย
ทางที่ดีคือการไปตั้งทัพอยู่ห่างจากแม่น้ำเพื่อลวงศัตรู เมื่อพวกเขาข้ามแม่น้ำมาได้ครึ่งทาง เราก็สามารถโจมตีพวกเขาได้ โดยวิธีนี้เล่าปี่ต้องพ่ายแพ้แน่ เมื่อพวกเขาถอนกำลังจากแนวป้องกัน เล่าปี่จึงสงสัยและไม่คิดที่จะข้ามแม่น้ำ
แล้วกุยห้วยก็จัดกำลังป้องกันอย่างแน่นหนาเพื่อแสดงว่าเขาไม่มีความคิดที่จะถอยทัพ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ในฤดูใบไม้ผลิ เดือนแรก โจหยินโจมตีเมือง Wan อย่างหนัก แล้วบุกเข้าเมืองตัดหัวของ Hou Yin แล้วนำทัพกลับไปตั้งค่ายที่อ้วนเซีย</p>
<p>ก่อนหน้านั้น แฮหัวเอี๋ยนมีความสำเร็จในการศึกหลายครั้ง แต่โจโฉมักจะเตือนเขาเสมอว่า ผู้บัญชาการกองทัพอาจจะมีบางเวลาที่ขลาดกลัวและอ่อนแอ เจ้าไม่สามารถทำการรบโดยใช้แต่ความกล้าหาญได้ แม่ทัพที่ดีความมีความกล้าหาญเป็นคุณสมบัติเบื้องต้น แต่เขาต้องนำทัพอย่างฉลาดและมองการล่วงหน้า ถ้าเขาคิดถึงความกล้าหาญเพียงอย่างเดียว แม้แต่คนธรรมดาก็สามารถแทนที่เขาได้</p>
<p>เมื่อแฮหัวเอี๋ยนและเล่าปี่เผชิญหน้ากันกว่าหนึ่งปีแล้ว เล่าปี่มาจากเองเปงก๋วน และข้ามแม่น้ำ Mian ไปทางใต้ เขาไต่เนินเขานำกำลังทหารเพียงเล็กน้อยมุ่งหน้าไป แล้วสร้างค่ายที่เขา Dingjun ทันทีที่แฮหัวเอี๋ยนนำทัพมาถึงที่นั่น หวดเจ้งพูดว่า เราสามารถโจมตีได้</p>
<p>เล่าปี่ส่งฮองตง แม่ทัพผู้สังหารคนชั่วให้เข้าโจมตีข้าศึกจากที่สูงท่ามกลางเสียงกลองศึกและแตรศึก กองทัพแฮหัวเอี๋ยนพ่ายแพ้อย่างยับเยิน พวกเขาตัดหัวแฮหัวเอี๋ยนและ Zhao Yong ผู้ตรวจการมณฑลเอ๊กจิ๋วที่โจโฉแต่งตั้ง</p>
<p>เตียวคับนำทัพกลับไปที่เองเปงก๋วน แต่เหล่าทหารที่สูญเสียแม่ทัพไป พวกเขาต่างวุ่นวายและไม่รู้ว่าต้องทำสิ่งใด ผู้ควบคุมกองทัพโตสิบและกุยห้วย นายทหารของแฮหัวเอี๋ยนรวบรวมทัพที่กระจัดกระจายและทำประกาศไปยังทั้งกองทัพว่า แม่ทัพเตียวนั้นเป็นแม่ทัพที่มีชื่อเสียงโด่งดังของรัฐเรา แม้แต่เล่าปี่ก็ยังกลัวเกรงเขา ในสถานการณ์ที่วิกฤตขึ้นทุกวัน ๆ จิตใจพวกเราคงไม่อาจสงบได้จนกว่าแม่ทัพเตียวจะมาบัญชาการกองทัพ</p>
<p>ดังนั้นเตียวคับจึงกลายเป็นแม่ทัพของกองทัพแฮหัวเอี๋ยน เขาได้ออกไปให้กำลังใจเหล่าทหาร ตรวจสอบแนวป้องกัน เหล่านายทหารล้วนเชื่อฟังคำสั่งเขา แล้วขวัญกำลังใจของกองทัพที่กลับคืนมา</p>
<p>วันต่อมาเล่าปี่ต้องการที่จะโจมตีข้ามแม่น้ำฮันซุย เหล่าแม่ทัพของวุยเชื่อว่ากองทัพของพวกเขาอ่อนแอเกินกว่าที่จะต่อสู้กับทัพเล่าปี่ พวกเขาต้องการสร้างเนินดินที่ริมแม่น้ำเพื่อป้องกัน</p>
<p>กุยห้วยแย้งว่าวิธีการแบบนี้จะทำให้ศัตรูรู้ว่าเราอ่อนแอ แล้วจะไม่ช่วยให้เราได้เปรียบในการรบเท่าไรนัก นี่ไม่ใช่แผนที่ดีเลย</p>
<p>ทางที่ดีคือการไปตั้งทัพอยู่ห่างจากแม่น้ำเพื่อลวงศัตรู เมื่อพวกเขาข้ามแม่น้ำมาได้ครึ่งทาง เราก็สามารถโจมตีพวกเขาได้ โดยวิธีนี้เล่าปี่ต้องพ่ายแพ้แน่ เมื่อพวกเขาถอนกำลังจากแนวป้องกัน เล่าปี่จึงสงสัยและไม่คิดที่จะข้ามแม่น้ำ</p>
<p>แล้วกุยห้วยก็จัดกำลังป้องกันอย่างแน่นหนาเพื่อแสดงว่าเขาไม่มีความคิดที่จะถอยทัพ และส่งรายงานสถานการณ์ให้โจโฉ โจโฉอนุมัติตามที่เขาเห็นชอบ เขาส่งตราแม่ทัพไปให้เตียวคับและให้กุยห้วยเป็นนายพันตามเดิม</p>
<p>ในเดือนที่สอง วันที่ 2 เมษายน วันสุดท้ายของเดือนเกิดสุริยะปราคา</p>
<p>ในเดือนที่สาม โจโฉผ่านมายังด่าน Yegu จากเตียงอั๋นแล้วสั่งทหารให้ดูแลจุดยุทธศาสตร์สำคัญต่าง ๆ ที่มุ่งหน้าไปฮันต๋ง เล่าปี่พูดว่าแม้ว่าโจโฉจะมานำทัพด้วยตัวเอง แต่เขาไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว เราได้ป้องกันริมแม่น้ำฮันซุยไว้อย่างแน่นหนาแล้ว เล่าปี่รวบรวมพลไปเผชิญหน้าที่ด่าน แต่ไม่มีการสู้รบเกิดขึ้น</p>
<p>เสบียงอาหารของทัพโจโฉลำเลียงผ่านเทือกเขามาทางเหนือ ฮองตงจึงวางแผนที่จะชิงเสบียง แต่เขากลับไปไกลเกินกว่าที่เขาบอกไว้ และเมื่อเขายังไม่กลับมา จูล่งแม่ทัพช่วยเหลือกองทัพจึงนำทหารม้าหลายสิบคนออกไปตาม</p>
<p>ในเวลานั้นโจโฉได้นำกองทัพมาจำนวนมากมา จูล่งไปพบกับทัพโจโฉโดยบังเอิญ เขานำทหารเข้าโจมตีศัตรู แล้วพยายามหาทางหนี กองทัพวุยแตกกระจายออกแล้วรวมตัวอีกครั้งไล่ตามโจมตีเขาไปจนถึงค่าย</p>
<p>จูล่งเข้าค่ายแล้วเปิดประตูค่าย เก็บธงศึกลงและให้งดตีกลองศึก ทหารวุยสงสัยว่าเขาจะซุ่มทหารไว้โจมตี ดังนั้นพวกเขาจึงหนีไป แล้วจูล่งก็สั่งให้ตีกลองศึกอย่างรุนแรง แล้วสั่งให้ทหารของเขายิงศัตรูด้วยคันธนูที่ยิงระยะไกล เพื่อโจมตีทหารวุยจากด้านหลัง ข้าศึกตื่นตระหนกและหวาดกลัว พวกเขาต่างวิ่งหนีพยายามเอาชีวิตรอดจนเหยียบพวกเดียวกันเอง ทหารวุยจำนวนมากจมน้ำตายในแม่น้ำฮันซุย วันต่อมาเล่าปี่มาที่ค่ายของจูล่ง เมื่อเขาเห็นสนามรบก็พูดว่า จูล่งนั้นช่างกล้าหาญยิ่งนัก</p>
<p>โจโฉและเล่าปี่เผชิญหน้ากันนานกว่าหลายเดือน ทหารของโจโฉหลายคนต่างหนีจากกองทัพ ในฤดูร้อนเดือนที่ห้า โจโฉถอนกำลังทั้งหมดจากฮันต๋งและกลับคืนสู่เตียงอั๋น ดังนั้นเล่าปี่จึงได้ยึดครองฮันต๋ง</p>
<p>โจโฉกลัวว่าเล่าปี่อาจจะขึ้นเหนือไปยึดเผ่า Di ใน Wudu แล้วมารุกรานดินแดนภายในด่าน เขาถาม เตียวเจผู้ตรวจการมณฑลเองจิ๋วเกี่ยวกับเรื่องนี้</p>
<p>เตียวเจแนะนำเขาว่า ให้สนับสนุนผู้คนให้ขึ้นเหนือไปทำการเพาะปลูกและหลบเลี่ยงข้าศึก ให้รางวัลอย่างมากแก่คนที่ไปถึงที่นั่นคนแรก เมื่อคนพวกแรกที่ไปถึงรับรู้ถึงประโยชน์ของการอยู่ที่นั่น คนอื่น ๆ ก็จะตามไปเอง โจโฉอนุมัติตามแผนการนี้ เขาส่งเตียวเจไป Wudu ที่เขาย้ายชาว Di ห้าหมื่นคนมายังดินแดน Youfufeng และเทียนซุย</p>
<p>เหยียมจุ้น He Luan Huang Hua Qu Yan ต่างทำตัวเป็นผู้นำของเมืองพวกเขา ตั้งตัวเองเป็นแม่ทัพและต่อสู้กันเอง เหยียมจุ้น ส่งมารดาและบุตรของเขามาเป็นตัวประกันในเมืองหลวง แล้วขอให้โจโฉช่วยเหลือ โจโฉถามความเห็น เตียวเจ</p>
<p>เตียวเจตอบว่าเหยียมจุ้นและพวก แสร้งทำเป็นเหมือนว่าพวกเขาเคารพในอำนาจรัฐ แต่ในใจแล้วพวกเขาหยิ่งยโสและมีใจคิดคด เมื่อพวกเขาวางแผนการสำเร็จและคิดว่าแข็งแกร่งเพียงพอ พวกเขาต้องคิดทรยศแน่ เวลานี้ท่านเองยังติดพันการรบกับจ๊ก ปล่อยให้พวกเขาต่อสู้กันเองไป เหมือนดั่ง Bian Zhuangzi ที่ทำลายฝูงเสือ ท่านจงนั่งดูสถานการณ์จนพวกเขาเหนื่อยหมดแรงไปเอง</p>
<p>เยี่ยมมาก โจโฉเห็นด้วย ในปีนั้นเอง He Luan ได้สังหาร เหยียมจุ้น แต่ตัว He Luan เองก็ได้ถูกอองปิด สังหารในเวลาต่อมา</p>
<p>เล่าปี่ส่งเบ้งตัด เจ้าเมือง Yidu ขึ้นเหนือจาก จีกุ๋ย ไปโจมตี ห้องเหลง Kaui Qi เจ้าเมือง ห้องเหลงถูกฆ่าตาย แล้วเล่าปี่ก็ส่งเล่าฮองบุตรบุญธรรมของเขาเดินทางไปตามแม่น้ำ Mian จากฮันต๋งแล้วไปสั่งการกองทัพเบ้งตัดเพื่อแบ่งการโจมตีที่ส้างหยง ซินต่ำเจ้าเมืองส้างหยง ยอมจำนนยกหัวเมืองให้แต่โดยดี</p>
<p>เล่าปี่ตั้งให้ซินต่ำเป็นแม่ทัพผู้ปราบทิศเหนือและให้ดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองส้างหยง แล้วเขาก็ตั้งซินหงีน้องชายซินต่ำ เป็นแม่ทัพผู้สร้างความไว้ใจและเจ้าเมือง Xicheng</p>
<p>ในฤดูใบไม้ผลิเดือนที่เจ็ด เล่าปี่ตั้งตัวเองเป็นอ๋องแห่งฮันต๋ง เขาตั้งแท่นพิธีบูชาที่ Mianyang เหล่าทหารและประชาชนล้วนอยู่ในขบวนเฝ้ารอดูพิธี เหล่าขุนนางต่าง ๆ ล้วนเข้าร่วมพิธี เล่าปี่จึงอ่านประกาศ แล้วหยิบตราและเชือกพู่ประจำตำแหน่ง และใส่หมวกแห่งความภักดี แล้วเขาก็ส่งคนนำตราและพู่ประจำตำแหน่งแม่ทัพซ้ายและพระยาแห่งหมู่บ้าน Yicheng (ที่เป็นตำแหน่งที่เขาได้รับจากทางการภายใต้โจโฉ) ไปคืนราชสำนัก</p>
<p>เล่าปี่แต่งตั้งเล่าเสี้ยนเป็นทายาทของดินแดนเขา</p>
<p>เล่าปี่ตั้งอุยเอี๋ยนแม่ทัพแห่งกฎเกณฑ์เป็นแม่ทัพผู้รักษาดินแดนห่างไกลให้อยู่ในความสงบ พร้อมตำแหน่งเจ้าเมืองฮันต๋งปกป้องแม่น้ำฮันซุย</p>
<p>เล่าปี่กลับมาและตั้งเมืองหลวงของเขาที่เฉิงตู เขาแต่งตั้งเคาเจ้งเป็นราชครู หวดเจ้งเป็นหัวหน้าขุนนางอาลักษณ์ กวนอูเป็นแม่ทัพหน้า เตียวหุยเป็นแม่ทัพขวา ม้าเฉียวเป็นแม่ทัพซ้าย ฮองตงเป็นแม่ทัพหลัง ขุนนางทั้งหมดของเล่าปี่ล้วนได้รับการเลื่อนตำแหน่ง</p>
<p>บิสีนายพันทหารหน่วยหน้าของมณฑลเอ๊กจิ๋ว ได้รับหน้าที่ส่งตราและพู่ประจำตำแหน่งให้แก่กวนอู เมื่อกวนอูรู้ว่าฮองตงได้รับตำแหน่งเดียวกับตัวเขา เขาจึงโกรธมากพูดว่า ข้าดีกว่าเจ้าโง่นั่นมากนัก เขาปฏิเสธที่จะรับการแต่งตั้งนี้</p>
<p>บิสีจึงพูดว่าเมื่อคนเราต้องทำงานใหญ่ เขาไม่สามารถมีเพื่อนเพียงคนเดียว ในอดีตเซียวเหอและ Cao Can ต่างเป็นเพื่อนในวัยเด็กของหลิวปัง ในขณะที่ Chen Ping และหานซิ่นต่างมาทีหลังในฐานะผู้อพยพ เมื่อการแต่งตั้งถูกพิจารณา หานซิ่นได้รับตำแหน่งสูงที่สุด แต่ข้าไม่เคยได้ยินว่า เซียวเหอหรือ Cao Can จะโกรธเคืองเรื่องนี้เลย</p>
<p>ถ้าฮันต๋งอ๋องผู้ซึ่งต้องการรักษาเกียรติของราชสำนักฮั่น ได้มอบรางวัลให้แก่บางคนสำหรับความสำเร็จของเขาในแต่ละโอกาส ทำไมท่านต้องคิดว่าเขาให้เกียรติท่านไม่แตกต่างจากคนอื่น ท่านและท่านอ๋องนั้นสนิทชิดเชื้อเหมือนดั่งเป็นร่างกายเดียวกัน ท่านร่วมสุขและทุกข์กับเขา ท่านร่วมชะตากรรมกับเขาไม่ว่าดีหรือร้าย ข้าไม่เชื่อว่าท่านจะตัดสินความรู้สึกของเขาจากตำแหน่งสูงและต่ำหรือจำนวนศักดินาและของขวัญ</p>
<p>ข้าเป็นคนส่งสารที่ทำตามหน้าที่ ถ้าท่านปฏิเสธการแต่งตั้งนี้ ข้าก็จะกลับไปโดยรู้สึกเสียใจที่ไม่อาจทำหน้าที่ได้ และข้ากลัวว่าท่านอาจจะเสียใจเช่นกัน</p>
<p>กวนอูประทับใจมาก เขารู้ถึงความผิดของเขา เขาโค้งคำนับเพื่อรับการแต่งตั้งนี้ทันที</p>
<p>มีราชโองการแต่งตั้งสนมเปียน ภรรยาของโจโฉเป็นมเหสีแห่งวุย</p>
<p>ซุนกวนนำทัพโจมตีหับป๋า ทหารหลายมณฑลของวุยล้วนแต่รักษาการณ์ตามชายแดนใน Huainan Wen Hui ผู้ตรวจการมณฑลยังจิ๋วพูดกับ Pei Qian ผู้ตรวจการมณฑลกุนจิ๋ว ว่า แม้ว่าข้าศึกจะมาโจมตีเรา แต่เราไม่มีสิ่งใดต้องกังวล แต่อีกทางหนึ่งเมื่อเกิดน้ำหลากจากแม่น้ำท่วมเข้ามา โจหยินซึ่งปล่อยทหารไม่ทำอะไร และไม่มีแผนการล่วงหน้าระยะยาวสำหรับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ กวนอูนั้นกล้าหาญและเฉลียวฉลาด ถ้าเขายกทัพมาโจมตี ข้ากลัวว่าแม่ทัพปราบทิศใต้ (โจหยิน)จะพบกับความยากลำบาก</p>
<p>ในตอนนั้นกวนอูได้ตั้งบิฮองเจ้าเมืองลำกุ๋น ให้ป้องกันกังเหลงและแม่ทัพเปาสูหยิน ให้ป้องกันกองอั๋น ในขณะที่เขานำทัพโจมตีโจหยินที่อ้วนเซีย โจหยินรักษาการณ์อยู่ ในขณะที่แม่ทัพซ้ายอิกิ๋มและแม่ทัพผู้สนับสนุนความชอบธรรมบังเต็ก และคนอื่นตั้งค่ายอยู่ทางเหนือของ อ้วนเซีย</p>
<p>ในเดือนที่แปดเกิดฝนตกหนัก ระดับน้ำขึ้นสูงจนพังตลิ่งของแม่น้ำฮันซุย แผ่นดินแถบนั้นถูกน้ำท่วมสูงหลายเมตร กองทัพทั้งเจ็ดของอิกิ๋มและพวกถูกน้ำท่วมเล่นงาน อิกิ๋มและทหารของเขาไต่ขึ้นที่สูงเพื่อหลบน้ำ ทหารของกวนอูล่องเรือใหญ่ไปโจมตีพวกเขา ด้วยความเหนื่อยล้าแสนสาหัส อิกิ๋มและพวกต่างยอมจำนน</p>
<p>บังเต็กอยู่ที่เขื่อนดิน เขาสวมสุดเกราะและถือคันธนู เขายิงธนูเข้าทหารกวนอูอย่างไม่พลาดเป้า ต่อสู้ต้านทานตั้งแต่เช้าจนเลยเที่ยงวัน กวนอูโหมโจมตีอย่างรุนแรง และลูกธนูของบังเต็กก็หมดลง แต่เขายังพยายามสู้ต่อโดยใช้มือเปล่า</p>
<p>แม้ว่าน้ำหลากจะท่วมสูงขึ้น แต่บังเต็กก็ยังสู้โดยปราศจากความกลัว แต่ทหารของเขาทั้งหมดยอมจำนน แล้วบังเต็กก็ลงเรือเล็กเพื่อกลับไปยังค่ายของโจหยิน แต่น้ำก็ยังท่วมสูงขึ้น แล้วเรือของเขาก็พลิกล่มลง ทำให้อาวุธเขาสูญหายหมด เขาเกาะเรือที่พลิกคว่ำท่ามกลางคลื่นที่ขึ้นสูงไปมา แล้วก็ถูกกวนอูจับตัวได้ในที่สุด</p>
<p>บังเต็กเดินมาที่หน้ากวนอูไม่ยอมโค้งคำนับ กวนอูพูดกับเขาว่า ท่านมีลูกพี่ลูกน้องอยู่ที่ฮันต๋ง และข้าเองก็ยินที่จะได้ท่านมาเป็นลูกน้อง เหตุใดท่านจึงไม่ยอมจำนนเร็วกว่านี้</p>
<p>บังเต็กสบถออกว่ามาเจ้าไพร่สถุล เหตุใดจึงพูดถึงเรื่องการยอมจำนน ท่านวุยอ๋องมีกำลังทหารกว่าหนึ่งล้าน และอำนาจของเขาสั่นสะเทือนทั่วแผ่นดิน เล่าปี่ของเจ้านั้นไม่มีสิ่งใดพิเศษเลย เขาจะเทียบกับนายท่านของข้าได้อย่างไร ข้าขอยอมตายดีกว่าที่จะเป็นผู้นำของโจรกบฏ กวนอูจึงฆ่าเขาเสีย</p>
<p>เมื่อโจโฉรู้ข่าวเขาพูดว่าข้ารู้จักอิกิ๋มมาสามสิบปี ข้าไม่เชื่อเลยว่าเมื่ออันตรายมาถึง เขาจะแสดงความต่ำต้อยกว่าบังเต๊ก เขาแต่งตั้งบุตรชายสองคนของบังเต็กเป็นพระยา</p>
<p>กวนอูโจมตีเมืองอ้วนเซียอย่างหนัก ป้อมปราการล้วนแต่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ป้อมซึ่งทำจากดินเริ่มอ่อนตัวและละลายไปกับน้ำ กองทัพจึงวิตกและหวาดกลัว บางคนพูดกับโจหยินว่า สถานการณ์ยากเกินจะรับมือได้แล้ว ในขณะที่กวนอูยังไม่ได้ปิดล้อมเมือง ให้ท่านฉวยโอกาสนี้ ลงเรือเล็กแล้วหนีไปในยามค่ำเถิด</p>
<p>หมันทอง เจ้าเมืองยีหลำ พูดว่า น้ำหลากจากภูเขานั้นมาอย่างรวดเร็ว และเราสามารถหวังได้ว่าระดับน้ำจะลดลงอย่างรวดเร็วเช่นกัน ข้าได้ยินมาว่า กวนอูได้ส่งทหารหน่วยย่อยไปที่ Jia พื้นที่ด้านใต้ของเมืองฮูโต๋ล้วนแต่ถูกรุกราน เหตุผลที่กวนอูยังไม่เดินทัพต่อไป เพราะว่าเขากลัวว่ากองทัพของเราจะตลบตีเขาจากด้านหลัง ทันทีที่เราหนีไป เราจะเสียทุกสิ่งทางใต้ของแม่น้ำใหญ่ ท่านต้องอยู่ที่นี่</p>
<p>ดีมาก โจหยินเห็นด้วย เขานำม้าขาวมาถ่วงน้ำบูชาแล้วทำสัญญาพร้อมทหารทั้งกองทัพว่าพวกเขาจะร่วมใจกันต่อสู้อย่างมั่นคง มีทหารและม้าในเมืองนั้นหลายพัน แต่ป้อมปราการต่าง ๆ สูงกว่าเมืองเพียงไม่กี่ฟุต กวนอูล่องเรือของเราไปที่กำแพงเมือง สร้างวงล้อมขึ้นหลายชั้น แล้วเมืองก็ถูกตัดขาดจากภายนอก</p>
<p>กวนอูยังส่งทหารอีกกองหนึ่งไปล้อมแม่ทัพ ลิเสียง ที่ซงหยง Hu Xiu ผู้ตรวจการมณฑลเกงจิ๋ว และ Fu Fang เจ้าเมือง Nanxiang ต่างยอมจำนนทั้งคู่</p>
<p>ก่อนหน้านั้น Wei Feng ได้แสดงความสามารถที่ประทับใจคนมาก ทุกคนในเมืองเงียบกุ๋นต่างชื่นชมในสติปัญญาของเขา และจงฮิว เฉิงเซี่ยงแห่งวุยได้แต่งตั้งเขาเป็นขุนนางผู้ใหญ่ในสังกัดตะวันตก Ren Lan เป็นเพื่อนสนิทของ Wei Feng แต่แตะโป้คนจากเมืองเดียวกันซึ่งเป็นบุตรของแตะถ้าย ได้เตือนเขาหลายครั้งว่า Wei Feng เป็นจอมลวงโลก เขาจะต้องก่อปัญหาแน่ ๆ</p>
<p>ในเดือนที่เก้า Wei Feng รวบรวมสมัครพรรคพวกอย่างลับ ลอบวางแผนกับตันหงี ผู้บัญชาการองค์รักษ์แห่งวังความสุขชั่วนิรันดร์ เพื่อทำการยึดอำนาจในเมืองเงียบกุ๋น ก่อนที่เวลานัดหมายจะมาถึง ตันหงีได้เกิดหวาดกลัวและเปิดเผยแผนให้ทางการรู้ โจผีจึงสังการ Wei Feng คนหลายพันคนถูกสังหารไปด้วยเพราะมีส่วนเกี่ยวข้อง และจงฮิวก็ถูกปลดออกจากตำแหน่ง</p>
<p>ก่อนหน้านั้นเอียวสิ้วขุนนางอาลักษณ์ของเฉิงเซี่ยง และเตงหงีกับเตงอี้น้องชายเขา ได้วางแผนให้โจสิดเป็นทายาทของโจโฉ</p>
<p>โจผีกังวลใจเรื่องการเป็นทายาทมาก เขาหารถม้ามาแล้วใส่ตระกร้าเปล่าไว้ข้างใน และให้อู๋จื้อ ซ่อนอยู่ภายในคอยให้คำแนะนำเขา เอียวสิ้วบอกโจโฉเรื่องนี้ แต่โจโฉนั้นไม่ทำการตรวจสอบตามข้อกล่าวหาทันที โจผีกลัวมากและถามความเห็นอู๋จื้อ แต่อู๋จื้อตอบว่า ไม่มีสิ่งใดต้องกังวล</p>
<p>วันต่อมาพวกเขาเอาตระกร้าใส่ผ้าไหม เอียวสิ้วจึงรายงานอีกว่าโจผีแอบซุกซ่อนคนให้คำแนะนำ ตระกร้าถูกตรวจสอบ เมื่อไม่พบว่ามีคนอยู่ข้างใน โจโฉจึงสงสัยเอียวสิ้ว</p>
<p>ต่อมาเมื่อโจสิดห่างเหินจากโจโฉ เพราะความเย่อหยิ่งและพฤติกรรมเอาแต่ใจ เขาไว้ใจในตัวเอียวสิ้วมากขึ้น และเอียวสิ้วก็ไม่กล้าทำให้เขาผิดหวัง เมื่อมีสิ่งใดที่โจโฉสั่งมาแล้วโจสิดไม่เข้าใจ พวกเขาจึงพยายามปรึกษากันให้รู้ว่าโจโฉต้องการอะไร และเตรียมคำตอบสิบอย่างหรือมากกว่า แล้วโจสิดก็บอกกับลูกน้องเขาว่า เมื่อท่านพ่อสั่งการอะไรมา ให้เลือกคำตอบที่เหมาะสมและส่งกลับในทันที เพราะเหตุนี้คำสั่งเพิ่งส่งไปไม่นาน คำตอบก็มาถึงในเวลารวดเร็ว โจโฉประหลาดใจกับความรวดเร็วมาก ทำการตรวจสอบแล้วอุบายของโจสิดก็ถูกเปิดเผย</p>
<p>โจโฉไม่ชอบหน้าเอียวสิ้ว เพราะว่าเขาเป็นหลานของอ้วนสุด และเมื่อเขาพบว่า เอียวสิ้วได้ทำการตรวจสอบคำถามทุกอย่างของเขาและให้คำปรึกษาแก่โจสิด เขาจึงสั่งให้จับกุมเอียวสิ้วและประหารเสีย</p>
<p>โจโฉแต่งตั้งโตสิบให้รักษาการณ์ดินแดนภายในด่าน เขาฮิวผู้บัญชาการกองย่อยในดินแดนนั้น ปฏิเสธที่จะจำนนต่อโจโฉและยังส่งสารมาดูถูกโจโฉอีกด้วย</p>
<p>โจโฉโกรธมากต้องการที่จะโจมตีเขาฮิว ขุนนางของเขาแย้งว่าท่านควรจะเชิญเขามาเข้าร่วมกับท่าน แล้วพวกท่านก็จะได้โจมตีศัตรูที่แข็งแกร่งร่วมกัน โจโฉวางดาบของเขาลงบนเข่า และไม่ยอมพูดจา</p>
<p>โตสิบเข้าพบเพื่อจะคัดค้าน แต่โจโฉได้ชิงพูดขึ้นก่อนว่า ข้าได้วางแผนการไว้แล้ว ท่านไม่ต้องพูดอะไรมาก</p>
<p>โตสิบจึงตอบว่าถ้าแผนของท่านอ๋องเหมาะสมดีแล้ว ข้าก็จะช่วยให้แผนการท่านสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ถ้าแผนการของท่านมีจุดบกพร่อม แม้ว่าสิ่งต่าง ๆ จะถูกเตรียมไว้แล้ว แต่ท่านก็ยังเปลี่ยนได้ แต่ท่านได้ขัดขวางและสั่งไม่ให้ข้าพูด นี่เป็นวิธีที่ดีที่ควรปฏิบัติต่อข้ารับใช้ของท่านแล้วหรือ</p>
<p>เขาฮิวส่งสารมาด่าข้า โจโฉตอบแล้วจะให้ข้าเมินเฉยได้อย่างไร</p>
<p>โตสิบจึงถามว่า แล้วท่านอ๋องมองคนอย่างเขาฮิวว่าเป็นเช่นไร</p>
<p>โจโฉตอบว่าก็แค่คนธรรมดาสามัญคนหนึ่ง</p>
<p>มีเพียงคนที่มีความสามารถเท่านั้นที่จะยอมรับคนมีความสามารถด้วยกัน โตสิบแนะนำ และมีเพียงนักปราชญ์เท่านั้นที่จะชื่นชมนักปราชญ์ด้วยกัน แล้วคนธรรมดาสามัญจะมาล่วงรู้ความสามารถของท่านได้อย่างไร ในเมื่อฝูงสุนัขป่ายังเพ่นพ่านอยู่ตามถนนแต่ท่านกลับกำจัดสุนัขจิ้งจอกก่อน แล้วผู้คนอาจจะเชื่อว่าท่านต้องการที่จะเลี่ยงศัตรูที่แข็งแกร่งและโจมตีคนที่อ่อนแอกว่า ท่านไม่ได้แสดงความกล้าหาญแต่ประการใดในการลงโทษเขา และถ้าท่านปล่อยเขาให้โดดเดี่ยวก็จะแสดงว่าท่านนั้นไม่ได้เป็นคนใจกว้างเลย ข้าได้ยินว่าธนูที่สามารถฆ่าวัวกว่าสามหมื่นตัวได้กลับเป็นอาวุธที่ไร้ประโยชน์ในการจะฆ่าหนู และตุ้มถ่วงสำหรับชั่งน้ำหนักสิ่งของห้าร้อยตันกลับไม่สามารถชั่งใบหญ้าได้ แล้วคนธรรมดาที่น่าสมเพชอย่าง เขาฮิว นั้นคุ้มค่าแล้วหรือที่นายท่านจะใช้ความเป็นอัจฉริยะสงครามไปจัดการเขา</p>
<p>เยี่ยมมาก โจโฉตอบแล้วเขาก็ปฏิบัติกับเขาฮิวอย่างดีแล้ว เขาฮิวก็ยอมจำนนทันที</p>
<p>ในฤดูหนาวเดือนที่สิบ โจโฉมาที่ลกเอี๋ยง</p>
<p>ซุนลอง ชาวเมือง Luhun ได้ก่อกบฏฆ่าขุนนางอาลักษณ์ของตำบลและลงใต้เข้าร่วมกับกวนอู กวนอูมอบตราตำแหน่งให้แก่เขารวมทั้งทหาร แล้วให้เขากลับไปเป็นโจรภูเขา ในดินแดนทางใต้มีผู้คนอื่นอีกที่เป็นพันธมิตรกับกวนอูหลังชายแดน</p>
<p>อำนาจของกวนอูนั้นแข็งแกร่งขึ้นจนทำให้แผ่นดินจีนภาคกลางเริ่มหวั่นไหวกับอำนาจของเขา โจโฉเองยังเคยคิดว่าจะย้ายเมืองหลวงออกจากฮูโต๋เพื่อป้องกันการโจมตีของกวนอู</p>
<p>สุมาอี้นายพันของกองทัพเฉิงเซี่ยงและขุนนางผู้น้อยในสังกัดตะวันตกและ เจียวเจ้ได้แนะนำโจโฉว่า อิกิ๋มและพวกนั้นพ่ายแพ้เพราะว่าน้ำท่วม ไม่ใช่การพ่ายแพ้ในการสู้รบ และนี่ก็ไม่ใช่อันตรายร้ายแรงต่อแผนใหญ่ของรัฐเรา เล่าปี่และซุนกวนนั้น แม้ว่าจะดูเหมือนเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิด แต่พวกเขาก็มีเรื่องบาดหมางส่วนตัว กวนอูนั้นเป็นคนทะเยอทะยาน แต่ซุนกวนย่อมไม่ปล่อยให้กวนอูทำการสำเร็จแน่</p>
<p>ให้ท่านส่งคนไปหาซุนกวน สนับสนุนให้เขาโจมตีกวนอูทางด้านหลัง โดยสัญญาจะมอบศักดินาดินแดนทางตอนใต้ของแยงซีทั้งหมดให้แก่แล้ว แล้วทัพกวนอูที่ล้อมเมือง อ้วนเซีย ก็จะสลายไปเอง โจโฉยอมรับแผนการนี้</p>
<p>ก่อนหน้านั้น โลซกได้แนะนำซุนกวนว่า ตราบใดที่โจโฉยังมีชีวิตอยู่ ให้รักษาสัมพันธ์กับกวนอูไว้ พวกเขาจึงไม่เคยตัดสัมพันธ์กับกวนอู แต่เมื่อลิบองขึ้นแทนตำแหน่งของโลซกและตั้งค่ายอยู่ที่ลกเค้า ลิบองรู้ว่ากวนอูนั้นเป็นแม่ทัพที่มักใหญ่ใฝ่สูงหวังจะครอบครองดินแดนทั้งหมดของเกงจิ๋ว กวนอูได้ครอบครองดินแดนเกงจิ๋วตอนบนทั้งหมดแล้ว จึงเป็นการยากที่จะป้องกันกวนอูได้</p>
<p>ดังนั้นเขาจึงพูดอย่างลับ ๆ กับซุนกวนว่า สั่งให้แม่ทัพผู้ปราบโจรคนชั่วซุนเกียวไปรักษาเมืองลำกุ๋น ให้พัวเจี้ยงยกทัพไป Bodi และส่งเจียวขิมนำทหารหมื่นคนคอยจู่โจมดินแยงซีตอนบนเพื่อรบกวนข้าศึก แล้วข้าจะนำทัพไปยึดซงหยงให้กับรัฐของเรา หลังจากนั้นเราจะต้องเกรงกลัวอะไรกับโจโฉ แล้วทำไมเราต้องพึ่งกวนอูด้วย</p>
<p>ยิ่งกว่านั้น แม้ว่ากวนอูกับเล่าปี่จะคุยโวโอ้อวดความมีคุณธรรมของตนเอง แต่พวกเขานั้นเป็นคนที่เปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ เราไม่สามารถไว้ใจพวกเขาได้ ที่กวนอูยังไม่หันมาเป็นศัตรูกับเราตอนนี้ก็เพราะว่าความดีและความเฉลียวฉลาดของท่าน และเพราะข้าและแม่ทัพคนอื่น ๆ ยังเฝ้าระวังเขาอยู่ ถ้าท่านไม่ลงมือในขณะที่เรามีโอกาส แล้ววันหนึ่งเมื่อเราอ่อนแอลง ถ้าท่านต้องการรวบรวมกำลังโจมตี ท่านก็ไม่มีทางทำได้แล้ว</p>
<p>ซุนกวนถามขึ้นว่า ข้าตั้งใจที่จะยึดมณฑลชีจิ๋วก่อนแล้วค่อยจัดการกับกวนอู ท่านมีความเห็นอย่างไร</p>
<p>ลิบองตอบว่า ในเวลาโจโฉนั้นอยู่ไกลไปทางเหนือของแม่น้ำเหลือง เขารวบรวมกำลังของมณฑลกุนจิ๋วและกิจิ๋ว และยังไม่มีเวลามาดูแลดินแดนตะวันออก ข้ารู้ข่าวมาว่ากองทัพที่ป้องกันมณฑลชีจิ๋วนั้นน้อยเกินกว่าที่จะต่อกรกับเราได้ ถ้าท่านยกทัพไปที่นั่น ท่านต้องสามารถยึดดินแดนนั้นได้แน่ แต่มณฑลชีจิ๋วนั้นเป็นที่ราบ ม้าศึกชั้นดีสามารถบุกมาได้</p>
<p>ถ้าท่านยึดมณฑลชีจิ๋วในตอนนี้ มั่นใจได้เลยว่าไม่กี่วันโจโฉต้องยกทัพมาสู้กับเราแน่ แม้ว่าท่านจะทิ้งทหารไว้คอยรักษาเจ็ดแปดหมื่นคนก็ยังน่าวิตกอยู่ดี</p>
<p>ทางที่ดีที่สุดคือการจัดการกวนอูและยึดดินแดนแม่น้ำแยงซี ท่านจะสามารถขยายดินแดนได้ดีกว่าการยึดมณฑลชีจิ๋วแน่ และดินแดนแถบแม่น้ำแยงซีนั้นสามารถป้องกันได้ง่ายกว่า ซุนกวนคิดว่าแผนของลิบองนั้นยอดเยี่ยมมาก</p>
<p>ซุนกวนเคยเสนอการแต่งงานระหว่างบุตรชายเขากับลูกสาวของกวนอู แต่กวนอูดูถูกฑูตของเขาและปฏิเสธการแต่งงานนี้ ซุนกวนจึงโกรธมาก</p>
<p>เมื่อกวนอูโจมตีอ้วนเซีย ลิบองได้ส่งสารมาหาซุนกวนว่ากวนอูยกทัพขึ้นเหนือไป แต่เขายังทิ้งทหารรักษาการณ์อย่างแน่นหนาไว้เบื้องหลัง เขาเป็นกังวลว่าข้าจะโจมตีเขาจากด้านหลัง</p>
<p>ข้ามักจะล้มป่วยอยู่เสมอ ข้าจะขออนุญาตนำทหารบางส่วนกลับไปรักษาตัวที่เกี๋ยนเงียบ แล้วเราค่อยปล่อยข่าวไปว่าสุขภาพข้าไม่ดี เมื่อกวนอูรู้ข่าวเขาจะต้องถอนกำลังไปยังซงหยง ถ้าเรานำทัพใหญ่แล่นเรือทั้งกลางวันและกลางคืน และโจมตีในจุดที่เขาคาดไม่ถึง เราต้องยึดเมือง ลำกุ๋น และจับตัวกวนอูได้แน่</p>
<p>แล้วลิบองจึงปล่อยข่าวว่าเขาล้มป่วยหนัก ซุนกวนส่งคำสั่งให้เขากลับมารักษาตัวที่เกี๋ยนเงียบ แต่จริง ๆ แล้วทั้งสองได้ลอบวางแผนกันอย่างลับ ๆ</p>
<p>ทันทีที่ลิบองมาถึง Wuhu ขุนพลผู้ส่งเสริมความภักดี ลกซุนได้พูดกับเขาว่า ท่านนั้นรักษาชายแดนต่อการคุกคามของกวนอู เหตุใดท่านจึงมายังที่นี่ แล้วนี่จะไม่เป็นเกิดก่อปัญหาในเราในเร็ววันนี้หรอกหรือ</p>
<p>ท่านพูดได้ถูกต้องแล้ว ลิบองตอบแต่ว่าข้านั้นเจ็บป่วยหนักจริง ๆ</p>
<p>กวนอูนั้นโอ้อวดในความกล้าหาญของเขา ลกซุนพูด และเขาก็ยังดูถูกผู้อื่น ความสำเร็จใหญ่ที่เขาพึ่งได้รับ ทำให้เขาภูมิใจในความฉลาดของตนและทำให้ยิ่งทะเยอทะยาน เขานำทัพใหญ่ขึ้นโจมตีทางเหนือ แต่ยังระแวงสงสัยในรัฐเราอยู่บ้าง เมื่อเขารู้ว่าท่านล้มป่วย เขาย่อมต้องเหลือทหารป้องกันเพียงน้อยนิด ถ้าเราโจมตีเขาในตอนนี้ เขาย่อมคาดไม่ถึง แล้วเราก็สามารถจัดการเขา เมื่อท่านลงใต้ไปหานายท่าน ท่านควรจะวางแผนการให้ดี</p>
<p>กวนอูนั้นกล้าหาญและแข็งแกร่ง ลิบองตอบ ดังนั้นเป็นการยากที่จะจัดการเขา เขาได้ยึดครองมณฑลเกงจิ๋วและปกครองมณฑลอย่างดี เวลานี้ความพยายามของเขาเริ่มสัมฤทธิ์ผลแล้ว ขวัญกำลังใจและความแข็งแกร่งก็ทวีมากขึ้น มันไม่ง่ายที่จะจัดการกับเขา</p>
<p>เมื่อลิบองมาถึงเมืองเกี๋ยนเงียบ ซุนกวนถามเขาว่า ใครที่ท่านคิดว่าเหมาะสมควรไปทำหน้าที่แทนท่าน</p>
<p>ลิบองตอบว่า ลกซุนนั้นคิดการณ์ไกลและลึกซึ้ง เขาสามารถรับผิดชอบงานที่ใหญ่โตได้ ข้าเคยเห็นเขาวางแผนการต่าง ๆ เขามีความสามารถที่จะได้รับตำแหน่งใหญ่ได้ และเขายังไม่เป็นที่รู้จักนัก ดังนั้นกวนอูย่อมไม่สงสัยในตัวเขามากนัก เขาเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม ถ้าท่านเลือกใช้เขา บอกเขาอย่าทำการใดให้น่าสงสัย แต่ให้แอบลาดตระเวนอย่างลับ ๆ แล้วเราจะชนะในที่สุด แล้วซุนกวนก็เรียกตัวลกซุนมาและแต่งตั้งเขาเป็นแม่ทัพรองและผู้ควบคุมกองทัพฝ่ายขวา แทนที่ลิบอง</p>
<p>ลกซุนมาถึงยังลกเค้า เขาเขียนจดหมายไปหากวนอู ยกย่องสรรเสริญในความสำเร็จของกวนอู โดยลกซุนถ่อมตัวว่าไร้ความสามารถและทำให้ตัวเขาดูน่าเชื่อถือและซื่อสัตย์ต่อกวนอู กวนอูจึงรู้สึกสบายใจกับการมาของลกซุน และไม่ระแวงสงสัยอีกต่อไป เขานำทหารจำนวนมากขึ้น ๆ ไปยังเมือง อ้วนเซีย ลกซุนติดตามสถานการณ์ในทุกรายละเอียด และเขาเตรียมวางแผนที่จะจัดการกวนอู</p>
<p>เมื่อกวนอูจับตัวอิกิ๋มและแม่ทัพคนอื่นได้ กวนอูได้เชลยศึกหลายหมื่นและม้าศึกจำนวนมาก เสบียงอาหารจึงร่อยหรออย่างรวดเร็ว กวนอูจึงยึดคลังเสบียงของซุนกวนที่ Xiangguan โดยไม่ขออนุญาตจากซุนกวน เมื่อซุนกวนรู้ข่าว เขาจึงนำทหารไปโจมตีกวนอู</p>
<p>ซุนกวนตั้งใจจะแต่งตั้งแม่ทัพปราบคนชั่วซุนเกียวและลิบองเป็นแม่ทัพซ้ายขวาบัญชาการกองทัพ แต่ลิบองพูดว่า ถ้าท่านมั่นใจในตัวแม่ทัพปราบคนชั่ว โปรดให้อำนาจสิทธิ์ขาดในการคุมกองทัพแก่เขา แต่ถ้าท่านคิดว่าข้าเหมาะสมก็ขอให้แต่งตั้งข้า</p>
<p>ครั้งหนึ่งก่อนหน้านี้ เมื่อจิวยี่และเทียเภาเป็นผู้บัญชาการกองทัพซ้ายขวา พวกเขานำทหารเขาโจมตี กังเหลง จิวยี่นั้นมีอำนาจตัดสินใจเด็ดขาด แต่เทียเภานั้นได้ร่วมตัดสินใจเช่นกัน เพราะยศที่สูงกว่า พวกเขามักจะไม่ลงรอยกัน และพวกเขาก็ได้ทำให้การใหญ่ของรัฐเราต้องเสียไปหลายครั้ง นี่เป็นเหมือนการเตือนใจเราได้ดี</p>
<p>ซุนกวนเข้าใจได้ในทันที เขาขอบคุณลิบองแล้วพูดว่า ข้ามอบอำนาจสิทธิ์ขาดให้แก่ท่าน และข้าจะให้ซุนเกียวนั้นคอยสนับสนุนท่านอยู่ด้านหลัง</p>
<p>เมื่อโจโฉกลับมาจากฮันต๋ง เขาได้ส่งแม่ทัพปราบอาชญากรซิหลงไปตั้งค่ายอยู่ที่เมือง Wan เพื่อสนับสนุนโจหยิน เมื่ออิกิ๋มและคนอื่นพ่ายแพ้ ซิหลงได้นำทัพมุ่งหน้ามาที่ Yangling Slope</p>
<p>กวนอูส่งทหารไปตั้งค่ายอยู่ที่ Yancheng แต่ทันทีที่ซิหลงมาถึง เขาได้สร้างเนินดินและขุดคูค่ายเพื่อแสดงว่าเขาวางแผนที่จะตลบหลังทัพกวนอู ทหารกวนอูจึงเผาค่ายของเขาและหลบหนีไป แล้วซิหลงก็ได้ยึด Yancheng และตั้งค่ายเป็นหน้ากระดานพร้อมเคลื่อนทัพไปอย่างช้า ๆ</p>
<p>โจโฉส่ง เอียวงัน ไปช่วยซิหลงโดยทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษากองทัพของโจหยิน แม้ว่าทัพอื่น ๆ ของวุยจะยังไม่มาถึงและทหารของซิหลงก็จำนวนน้อยเกินกว่าที่จะทำลายวงล้อมของทัพกวนอู แต่ลูกน้องของเขาต่างแนะนำให้เขาเร่งไปช่วยโจหยิน</p>
<p>เอียวงัน พูดกับพวกเขาว่า ข้าศึกนั้นได้ยึดจุดยุทธศาสตร์สำคัญและน้ำท่วมก็สูงขึ้นเรื่อย ๆ เราไม่มีทหารมากนัก ในขณะที่โจหยินเองก็ถูกตัดขาดและไม่สามารถร่วมกับทัพเราได้ การโจมตีในตอนนี้เป็นเรื่องลำบากทั้งทัพเราและทัพโจหยิน</p>
<p>ก่อนที่จะเริ่มการต่อสู้ แผนที่ดีที่สุดคือการนำทัพเคลื่อนไปใกล้เพื่อกดดันวงล้อม และส่งสายลับลอบเข้าไปหาโจหยินเพื่อที่เขาจะวางใจได้ว่ากำลังช่วยเหลือมาถึงแล้วให้เขามีกำลังใจกระตุ้นทหารของเขา ข้าคำนวณแล้วว่าอีกไม่เกินสิบวัน ทัพใหญ่ที่จะมาช่วยเหลือจากทางเหนือจะมาถึง และโจหยินสามารถยืนหยัดสู้ถึงตอนนั้นได้แน่ แล้วเราค่อยโจมตีพร้อมกัน ข้าศึกจะต้องพ่ายแพ้แน่นอน ถ้ามีใครต้องถูกลงโทษเพราะช่วยเหลือช้าเกินไป ข้าขอรับโทษนั้นไว้เพียงคนเดียว</p>
<p>เหล่านายทหารจึงรู้สึกยินดี และซิหลงก็ได้ตั้งค่ายของเขาห่างจากการปิดล้อมของกวนอูสามสิบฟุต เขาสั่งให้ขุดอุโมงเข้าเมืองและยิงธนูส่งจดหมายเข้าไป ดังนั้นซิหลงและโจหยินจึงมีการติดต่อกันหลายครั้ง</p>
<p>ซุนกวนเขียนจดหมายถึงโจโฉ ขออนุญาตให้เขานำทัพเข้าโจมตีกวนอู แต่ขอร้องให้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับเพื่อกวนอูจะได้ไม่มีโอกาสเตรียมตัวป้องกันการโจมตีจากเขา</p>
<p>โจโฉปรึกษาเรื่องนี้กับเสนาบดีของเขา และทุกคนเห็นด้วยว่าเขาควรเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ แต่ตังเจี๋ยวพูดว่า เรื่องการศึกเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม และเราต้องเลือกแผนที่ดีสุดตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ให้ท่านตกลงสัญญากับซุนกวนว่าจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ แต่ให้ทำเป็นแผนการรั่วไหล เมื่อกวนอูรู้ข่าวว่าซุนกวนยกทัพมา เขาจะต้องกลับไปป้องกันตัวเอง แล้วการปิดล้อมก็จะทลายลงอย่างรวดเร็ว แล้วเราก็จะเป็นฝ่ายได้ประโยชน์ ชักใยศัตรูสองคนให้โจมตีกันเอง ปล่อยให้เรานั่งดูและรอคอยจนกว่าพวกเขาจะอ่อนแรง</p>
<p>ถ้าเราเก็บแผนการซุนกวนเป็นความลับ ซุนกวนก็จะได้สิ่งที่เขาต้องการ นี่ไม่ใช่แผนที่ดีเลย</p>
<p>ยิ่งกว่านั้น ทหารในวงล้อมนั้นยังไม่รู้ว่าทัพช่วยเหลือกำลังเดินทางไป และข้าคาดการณ์ว่าเสบียงอาหารของพวกเขาย่อมเหลือน้อยและพวกเขาย่อมเป็นกังวล จะเป็นหายนะสำหรับเราถ้าพวกเขาตัดสินใจยอมจำนน</p>
<p>แผนดีที่สุดคือการปล่อยข่าวให้รั่วไหลออกไป กวนอูนั้นเป็นคนหัวดื้อ เขาย่อมคิดว่าตัวเองสามารถรับมือศึกจากสองทางในเวลาเดียวกันได้ เขาจะไม่ถอยทัพอย่างรวดเร็วแน่</p>
<p>เยี่ยมมาก โจโฉพูดขึ้น แล้วเขาจึงสั่งให้ซิหลงนำจดหมายของกวนอูไปให้ทัพของโจหยินและค่ายของกวนอู เมื่อทหารในวงล้อมรู้ข่าว พวกเขาจึงมีกำลังใจเพิ่มขึ้นเป็นร้อย ๆ เท่าทีเดียว ในขณะที่กวนอูนั้นสงสัยว่านี่จะเป็นแผนลวงของโจโฉ ดังนั้นเขาจึงไม่ถอยทัพ</p>
<p>โจโฉวางแผนที่จะนำทัพลงใต้จากลกเอี๋ยงเพื่อช่วยโจหยิน ขุนนางของเขาทั้งหมดแนะนำว่า ขอให้ท่านวุยอ๋องไปช่วยเหลือโดยเร็ว มิฉะนั้นพวกเขาต้องพ่ายแพ้แน่ มีเพียงขุนนางท้องพระโรง หองไก่ ที่ถามว่า ท่านอ๋องเชื่อว่าโจหยินและแม่ทัพคนอื่นสามารถรับมือสถานการณ์นี้ได้หรือไม่</p>
<p>โจโฉตอบว่า พวกเขาสามารถรับมือได้</p>
<p>แล้วท่านอ๋องกลัวว่าแม่ทัพทั้งสอง (โจหยินและซิหลง) จะไม่ใช้ความสามารถของพวกเขาอย่างเต็มที่อย่างนั้นหรือ</p>
<p>โจโฉตอบอีกว่า ข้าไม่คิดเช่นนั้น</p>
<p>หองไก่จึงถามว่าถ้าเช่นนั้น เหตุใดท่านอ๋องจึงต้องยกทัพไปช่วยเหลือด้วยตนเอง</p>
<p>ข้ากลัวว่าข้าศึกจะมีจำนวนมากเกินไปโจโฉพูด และกองทัพซิหลงจะอยู่ในอันตราย</p>
<p>หองไก่จึงพูดต่อว่าเวลานี้โจหยินและพวกตกอยู่ในการปิดล้อมอย่างแน่นหนา แต่พวกเขาก็ยังมีชีวิตรอดและไม่ยอมทรยศ นี่ก็เพราะว่าท่านอ๋องได้แสดงความแข็งแกร่งจากที่นี่โดยเชื่อใจไม่ไปช่วยเหลือ พวกเขายืนหยัดสู้ด้วยโอกาสเพียงหนึ่งในพัน และมีขวัญกำลังใจยอมสู้ตาย</p>
<p>ถ้าทหารที่โดนปิดล้อมยอมที่จะสู้จนตาย และภายนอกก็มีทัพใหญ่มาช่วยเหลือ แล้วท่านอ๋องก็ยังอยู่ณที่เมืองหลวงเพื่อแสดงให้รู้ว่าท่านยังมีกองทัพเหลืออยู่เป็นจำนวนมากที่พร้อมจะส่งไปช่วย ทำไมท่านต้องไปด้วยตัวเอง และแสดงให้คนอื่นรู้ว่าท่านกลัวว่ามีโอกาสที่จะพ่ายแพ้ด้วย</p>
<p>โจโฉพิจารณาว่าข้อเสนอนี้ยอดเยี่ยม ดังนั้นเขาจึงหยุดทัพของเขาไว้ที่ Mo Slope และส่ง Yin Shu และ Zhu Gai พร้อมทหารสิบหน่วยไปช่วยเหลือซิหลง</p>
<p>กวนอูตั้งศูนย์บัญชาการของเขาที่จุดสำคัญในการปิดล้อม และค่ายอื่น ๆ บนเนินเขาสี่แห่ง ซิหลงปล่อยข่าวลือว่า เขาพยายามที่จะโจมตีค่ายหลักของกวนอู แต่กลับไปโจมตีค่ายบนเนินเขาสี่แห่ง เมื่อกวนอูเห็นค่ายพวกนั้นอยู่ในอันตราย เขาจึงนำทหารห้าพันคนไปช่วยเหลือ ซิหลงโจมตีพวกเขาจนกวนอูต้องหลบหนีไป</p>
<p>คูค่ายของค่ายหลักกวนอูนั้นมีขวากกั้นถึงสิบชั้น แต่ซิหลงได้ตามไล่โจมตีกวนอูไปจนถึงแนวป้องกันของเขา และโจมตีทัพกวนอูพ่ายแพ้ไป Fu Fang และ Hu Xiu ตายในการรบทั้งคู่</p>
<p>แล้วกวนอูก็ฝ่าวงล้อมหลบหนีไป แต่ทหารของเขาก็ยังอยู่ที่แม่น้ำ Mian และซงหยง ซึ่งถูกตัดขาดจากภายนอก</p>
<p>เมื่อลิบองมาถึง Xunyang เขาซ่อนทหารของเขาในท้องเรือและให้คนอื่นแต่งกายคล้ายกับพ่อค้า ล่องเรือทั้งกลางวันและกลางคืน พวกเขายึดหอสังเกตการณ์ของกวนอูที่คอยรักษาการตามแม่น้ำ ทีละหอ ๆ ดังนั้นกวนอูจึงไม่รู้ข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้</p>
<p>บิฮองและเปาสูหยินนั้นไม่พอใจในการปฏิบัติที่กวนอูทำต่อพวกเขา เมื่อกวนอูยกทัพไป เขาทิ้งให้สองคนนี้คอยคุมการขนส่งเสบียง แต่การขนส่งเสบียงก็ล่าช้ากว่ากำหนด กวนอูจึงพูดว่า เมื่อข้ากลับไป ข้าจะไปลงโทษพวกเขา บิฮองและเปาสูหยินจึงหวาดกลัวมาก</p>
<p>ลิบองสั่งให้ยีหวนอดีตผู้บัญชาการทหารม้าเขียนจดหมายไปหา เปาสูหยินที่กองอั๋น อธิบายสถานการณ์ เปาสูหยินยอมจำนนทันที ยีหวนพูดกับลิบองว่า การศึกครั้งนี้ต้องอาศัยการลงมืออย่างรอบคอบ เราควรจะทิ้งทหารไว้รักษาเมืองและนำตัวเปาสูหยินไปกับเราดังนั้น พวกเขาจึงนำตัวเปาสูหยินไปเมืองลำกุ๋นด้วย</p>
<p>บิฮองรักษาเมืองกังเหลงเมืองหลวงของลำกุ๋น แต่เมื่อลิบองนำตัวเปาสูหยินให้เขาเห็น บิฮองก็เปิดประตูยอมแพ้ทันที</p>
<p>ดังนั้นลิบองจึงยกทัพเข้าเมืองกังเหลง ปล่อยตัวอิกิ๋มและจับตัวคนในครอบครัวและผู้อาศัยของกวนอูและลูกน้องของเขา ลิบองปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างดี และสั่งการทหารห้ามปล้นสะดมและทำร้ายชาวเมืองอย่างเด็ดขาด</p>
<p>ทหารคนหนึ่งของลิบองซึ่งเป็นคนจากเมืองเดียวกับเขา ได้ยึดเอาหมวกฟางกันฝนมาป้องกันชุดเกราะของกองทัพ แม้ว่าชุดเกราะนั้นจะเป็นสมบัติของกองทัพ ลิบองก็ยังตัดสินว่าทหารคนนั้นไม่เชื่อฟังคำสั่ง เขาไม่ยอมยกโทษให้แม้ว่าทหารคนนั้นจะเป็นคนเมืองเดียวกับเขา ลิบองร่ำไห้และสังหารเขา ในกองทัพจึงเกิดความกลัวและหวั่นวิตก ไม่มีทหารคนใดกล้าหยิบแม้แต่สิ่งของที่ตกอยู่ตามท้องถนน</p>
<p>ลิบองส่งคนไปถามสิ่งของต่าง ๆ ที่ชาวเมืองขาดแคลนจากผู้เฒ่าของเมือง เขามอบยาให้กับคนเจ็บป่วย เสื้อผ้าและอาหารให้กับคนที่หิวโหยและหนาวเหน็บ ทรัพย์สมบัติของครอบครัวกวนอูนั้นถูกปิดตายไว้รอการมาถึงของซุนกวน</p>
<p>ทันทีที่กวนอูรู้ข่าวว่าเมือง ลำกุ๋น เสียให้กับลิบอง เขาเร่งนำทัพกลับลงใต้ โจหยินรวบรวมลูกน้องของเขาเพื่อประชุม และทุกคนพูดว่า กวนอูนั้นหวาดหวั่นและเสียขวัญ เราสามารถไล่ตามโจมตีและจัดการเขาได้</p>
<p>แต่เอียวงันแย้งว่า ซุนกวนนั้นฉวยโอกาสที่ทหารที่ป้องกันเมืองของกวนอูเบาบาง ใช้โอกาสนั้นโจมตีกวนอูทางด้านหลังโดยที่กวนอูยังไม่ทันตั้งตัว</p>
<p>เมื่อเขาเห็นว่ากวนอูยกทัพกลับมาช่วยเหลือเมือง เขาย่อมต้องกลัวว่าเราจะฉวยโอกาสนี้โจมตีทั้งเขาและกวนอู เขาจะต้องปฏิบัติต่อเราอย่างดีและร้องขอการสนับสนุนจากเรา แล้วเขาก็จะปล่อยให้เราโจมตีกวนอูแทน โดยที่ตัวเขานั่งดูสถานการณ์</p>
<p>เวลานี้กวนอูถูกทิ้งให้โดดเดี่ยวและกำลังหลบหนีไป เราควรจะใช้เขาให้กดดันซุนกวน ถ้าเรากดดันกวนอูมากไป ซุนกวนจะเปลี่ยนแผนหันมาเล่นงานเราทันที ท่านอ๋องนั้นต้องกังวลถึงจุดนี้แน่ ดังนั้นโจหยินจึงยกเลิกคำสั่งไล่ตามกวนอู</p>
<p>เมื่อโจโฉรู้ข่าวว่ากวนอูหลบหนีไป เขากลัวว่าลูกน้องของเขาจะไล่โจมตีกวนอู เขาจึงส่งคำสั่งด่วนไปหาโจหยิน ซึ่งก็เป็นอย่างที่เอียวงันคาดการไว้</p>
<p>กวนอูส่งคนนำสารหลายครั้งไปหาลิบองเพื่อสอบถามสถานการณ์ และลิบองได้รับรองคนเหล่านั้นอย่างนี้ ลิบองนำพวกเขาไปรอบเมืองและชาวเมืองต่างก็ฝากจดหมายคนนำสารให้ช่วยนำไปยังญาติพวกเขาที่อยู่ในทัพของกวนอู บางคนเขียนด้วยลายมือตัวเองเพื่อแสดงความน่าเชื่อถือ เมื่อคนของกวนอูกลับมา พวกเขาบอกเพื่อนของเขาถึงสิ่งที่เขาได้เห็น ดังนั้นทุกคนจึงรู้ว่าครอบครัวของเขานั้นไม่ตกอยู่ในอันตรายและพวกเขาได้รับการปฏิบัติดียิ่งกว่าในเวลาสงบสุขเสียอีก ทหารของกวนอูจึงไม่มีใจอยากที่จะต่อสู้</p>
<p>ในเวลานั้นซุนกวนมาถึงกังเหลง และขุนนางและนายทหารของมณฑลเกงจิ๋วต่างมาต้อนรับเขา มีเพียงพัวโยยแห่งบุเหลงที่ล้มป่วยและปฏิเสธที่จะเข้าร่วม</p>
<p>ซุนกวนจึงส่งคนนำเปลหามไปที่บ้านเขาเพื่อนำตัวเขามา แต่พัวโยยนอนคว่ำหน้าลงบนเตียง ปฏิเสธที่จะลุกขึ้น ด้วยน้ำตาหลั่งไหลอย่างมากมาย เขาคร่ำครวญอย่างหนักและไม่สามารถคุมสติตัวเองได้ ซุนกวนจึงไปเยี่ยมเขาด้วยตัวเอง ปฏิบัติต่อเขาอย่างดีและจริงใจ และสั่งให้คนไปเช็ดหน้าของเขาด้วยผ้าเช็ดหน้า แล้วพัวโยยก็ลุกนั่งขึ้น โค้งคำนับลงกับพื้น และร้องขออภัยโทษ เขาได้รับแต่งตั้งเป็นขุนนางประจำที่บัญชาการตามเดิม และคำแนะนำของเขาถูกนำไปใช้ในกิจการทหารทั้งหมดของมณฑลเกงจิ๋ว</p>
<p>Fan Zhou ขุนนางในบุเหลง เป็นมิตรกับชนเผ่าต่าง ๆ เขาวางแผนที่จะยึดเมืองให้กับฮันต๋งอ๋องเล่าปี่ จึงมีคนแนะนำซุนกวนให้แต่งตั้งแม่ทัพนำทหารหมื่นคนไปจัดการเขา ซุนกวนไม่ชอบใจแผนการนี้ เขาเรียกตัวพัวโยยมาถามว่าควรจัดการยังไง</p>
<p>พัวโยยตอบว่าส่งทหารไปห้าพันนาย นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะจัดการ Fan Zhou</p>
<p>ท่านจะปฏิบัติต่อเขาอย่างนิ่มนวลได้หรือไม่ ซุนกวนถาม</p>
<p>Fan Zhou นั้นมาจากตระกูลเก่าแก่ของลำหยง พัวโยยอธิบาย เขาพูดจาใหญ่โตแต่กลับไม่มีหัวคิดวางแผนอันใด เหตุผลที่ข้ารู้เพราะว่าครั้งหนึ่ง เขาเคยจัดงานเลี้ยงสำหรับแขกบางคนในมณฑล เมื่อถึงเที่ยงวันก็ยังไม่มีอาหารมารับรองแขก และแขกมากกว่าสิบสองคนต่างขอตัวลาจากไป เหมือนดั่งการแสดงของคนแคระบนเวที ทันทีที่ท่านเห็นส่วนหนึ่งของการแสดงเขา ท่านก็รู้ถึงตอนจบทันที</p>
<p>ซุนกวนหัวเราะดังชอบใจ เขาส่งพัวโยยนำทหารห้าพันนาย แล้วพวกเขาก็สังหาร Fan Zhou และยึดบุเหลง</p>
<p>ซุนกวนแต่งตั้งลิบองเป็นเจ้าเมืองลำกุ๋น แต่งตั้งให้เขาเป็นพระยาแห่ง Chanling และตบรางวัลเขาด้วยเงินล้านแท่งและทองคำห้าร้อยชั่ง</p>
<p>ลกซุนได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าเมือง Yidu</p>
<p>ในเดือนที่สิบเอ็ด Fan You เจ้าเมือง Yidu ที่เล่าปี่แต่งตั้ง ได้หลบหนีออกจากเมือง ขุนนางของเมืองและผู้นำเผ่าต่าง ๆ ได้ยอมแพ้ต่อลกซุน</p>
<p>ลกซุนร้องขอตราตำแหน่งทองคำ เงินและทองแดง เพื่อมอบตำแหน่งชั่วคราวให้กับคนที่มาหาเขา แล้วลกซุนก็โจมตี Zhan Yan และขุนนางคนอื่นของจ๊ก รวมทั้งก๊กของ จีกุ๋ย ทั้งหมดพ่ายแพ้และยอมจำนน ตั้งแต่เริ่มจนจบ มีคนถูกฆ่า ถูกจับเป็นเชลยศึกและยอมจำนนหลายหมื่นคน</p>
<p>ซุนกวนแต่งตั้งลกซุนเป็นผู้บัญชาการกองทัพฝ่ายขวาและแม่ทัพผู้รักษาความสงบตะวันตก และแต่งตั้งศักดินา พระยาแห่ง Lou ลกซุนตั้งค่ายที่อิเหลงเพื่อป้องกันปากแม่น้ำ Gorges</p>
<p>กวนอูรู้แล้วว่าเขาถูกตัดขาด เขาจึงมุ่งหน้าไปตะวันตกรักษาเมือง เป๊กเสีย ซุนกวนส่งฑูตไปหาเขาให้ยอมจำนน กวนอูแสร้งทำเป็นว่าเขายอมตกลง แต่เขากลับตั้งธงศึกบนกำแพงเมืองให้ดูเหมือนมีทหารมากมายแล้วหลบหนีไป ทหารของเขาต่างกระจัดกระจายกันไปจนเขามีทหารม้าติดตามไม่ถึงสิบสองคน</p>
<p>ซุนกวนส่งจูเหียนและพัวเจี้ยงให้ไล่ติดตามถนนทุกสาย ในเดือนที่สิบสอง ม้าตง นายทหารของพัวเจี้ยงได้จับตัวกวนอูและกวนเป๋งบุตรชายเขาได้ที่เขาเจาสัน และสังหารพวกเขา ดังนั้นซุนกวนจึงยึดมณฑลเกงจิ๋วได้</p>
<p>ก่อนหน้านั้น แม่ทัพรองจวนจ๋องแห่งเมืองง่อได้ส่งสารพร้อมแผนการที่จะปราบกวนอู ซุนกวนกลัวว่าแผนการจะรั่วไหล จึงนิ่งเฉยเสียไม่ตอบสารของเขา</p>
<p>ต่อมาเมื่อกวนอูถูกจัดการ ซุนการจึงจัดงานเลี้ยงขึ้นที่กองอั๋น เขาหันไปพูดกับจวนจ๋องว่า ท่านก็ได้วางแผนนี้เช่นกัน และแม้ว่าข้าจะไม่ได้ตอบท่าน แต่ความสำเร็จในวันนี้ท่านก็มีส่วนด้วย เขาแต่งตั้งจวนจ๋องเป็นพระยาแห่งหมู่บ้าน Yanghua</p>
<p>ซุนกวนยังแต่งตั้งเล่าเจี้ยงเป็นผู้ครองมณฑลเอ๊กจิ๋ว พร้อมด้วยศักดินาชั่วคราวที่จีกุ๋ย แต่หลังจากนั้นไม่นานเล่าเจี้ยงก็เสียชีวิตลง</p>
<p>ก่อนหน้าที่ลิบองจะได้รับแต่งตั้งเป็นพระยา อาการเจ็บป่วยของเขาได้รุนแรงขึ้น ซุนกวนได้นำตัวเขามาพักอยู่ใกล้กับที่พักของเขาและพยายามหาทางรักษาตัวเขาทุกวิธี เมื่อหมอได้ทำการรักษาโดยการฝังเข็ม ซุนกวนก็เศร้าเสียใจกับเขา</p>
<p>ซุนกวนต้องการไปเยี่ยมลิบองบ่อย ๆ แต่เขากลัวว่าจะเป็นการรบกวนการรักษา ดังนั้นซุนกวนจึงแอบมองลิบองผ่านรูในกำแพง ถ้าเขาเห็นลิบองสามารถกินอะไรได้ เขาก็จะยิ้มให้กับคนรอบตัว หัวเราะและชวนคนอื่นคุยด้วย เมื่อลิบองไม่ยอมกินอาหาร ซุนกวนก็จะถอนใจกังวลจนไม่สามารถนอนได้ในตอนกลางคืน</p>
<p>แล้วลิบองก็อาการดีขึ้น จึงมีการนิรโทษกรรมให้กับนักโทษเพื่อฉลองอาการดีขึ้นของลิบอง เสนาบดีทั้งหมดของซุนกวนต่างร่วมแสดงความยินดี แต่ในที่สุดลิบองก็ตายด้วยวัยสี่สิบสองปี ซุนกวนเศร้าโศกเสียใจและเจ็บปวดมาก เขาสั่งให้มีคนสามร้อยครัวเรือนคอยรักษาหลุมศพของลิบอง</p>
<p>ในปีถัดมา ซุนกวนพูดกับลกซุนถึงจิวยี่ โลซกและลิบองว่า</p>
<p>กงจิ้น (จิวยี่) นั้นกล้าหาญและแข็งแกร่ง กำลังใจและความสามารถของเขานั้นเหนือกว่าคนทั้งหมด ดังนั้นเขาจึงสามารถจัดการโจโฉและขยายดินแดนมายังมณฑลเกงจิ๋วได้ เขานั้นเหนือกว่าทุกคน</p>
<p>ซือจิ้ง (โลซก) นั้นจิวยี่เป็นคนแนะนำให้กับข้าเอง ข้าสนทนากับเขาในงานเลี้ยง เขาพูดถึงแผนการยิ่งใหญ่สำหรับการปกครองราชอาณาจักร นี่เป็นสิ่งที่ทำให้ข้าพอใจ</p>
<p>ต่อมา โจโฉได้ยึดอำนาจของเล่าจ๋องและคุยโวว่าเขาได้นำทหารหลายแสนคนล่องเรือและเดินทัพมาตามแม่น้ำ เมื่อข้าถามเหล่าแม่ทัพของข้า ไม่มีใครที่ให้คำแนะนำได้เลย ในขณะที่เตียวเจียวและ Qin Song ต่างแนะนำให้ข้ายอมส่งบรรณาการยอมรับโจโฉเป็นนาย</p>
<p>โลซกนั้นแย้งคำแนะนำของพวกเขา บอกว่าเราไม่ควรทำเช่นนั้น และแนะนำให้ข้าเรียกตัวจิวยี่มาควบคุมกองทัพเพื่อเผชิญหน้าและต่อสู้กับผู้รุกราน นี่คือหนที่สองที่เขาทำให้ข้าพอใจ</p>
<p>ต่อมาเขาได้แนะนำให้เขายกดินแดนให้กับเล่าปี่ แต่นี่เป็นเพียงจุดอ่อนเดียวของเขา ไม่เพียงพอที่จะหักล้างความดีสองข้อของเขา</p>
<p>โจวกงไม่พิจารณาคนให้รอบคอบ ดังนั้นข้าจึงไม่สนใจข้อบกพร่องของเขาและจดจำเพียงจุดดีของเขา ข้ามักจะเปรียบเทียบเขาเป็น เตงยู้(เพื่อนสนิทและที่ปรึกษาของหลิวซิ่วหรือฮ่องเต้กวงอู่ตี้ตั้งแต่เด็ก ต่อมาเป็นอัครเสนาบดีของเขา มีความสามารถในการบริหารบ้านเมือง วางแผนการรบ แต่ด้อยความสามารถในเรื่องการนำทัพ เขานำทัพพ่ายแพ้ต่อกองกำลังคิ้วแดงหลายครั้ง)</p>
<p>เมื่อ ซื่อหมิง(ลิบอง) ยังหนุ่มอยู่ ข้าเคยพูดว่าเขาไม่ใช่คนที่จะลังเลอะไร ไม่ว่างานนั้นจะยากหรือง่าย เขานั้นกล้าหาญและสง่างาม และเมื่อเขามีอายุมากขึ้น เขากลายเป็นบัณฑิตที่เก่งกาจ เขามีความรู้เชี่ยวชาญในกลยุทธและแผนการ ด้วยเหตุนี้ ข้าจึงยกให้เขาเทียบเท่ากับจิวยี่ มีเพียงการโต้เถียง สนทนาเท่านั้นที่เขาด้อยกว่า และเป็นลิบองนี่เองที่วางแผนทำลายกวนอู ด้วยเหตุนี้เขาจึงเหนือกว่าโลซก</p>
<p>เมื่อข้าเขียนไปหาโลซก เขามักจะตอบว่า เมื่อฮ่องเต้ได้รับอำนาจ บางคนต้องเป็นผู้ปูทางให้กับเขา กวนอูนั้นไม่มีความหมายอันใด นี่เพราะว่าโลซกรู้ตัวดีว่า เขาไม่สามารถจัดการกับกวนอูได้ เขาจึงพูดจาโอ้อวดทำท่าวางโต แต่ข้าก็ยกโทษให้เขาและไม่โทษเขาในเรื่องนี้</p>
<p>ยิ่งกว่านั้น ในการจัดการกองทัพในค่าย โลซกไม่เคยพลาดที่จะทำให้คนของเขาเชื่อฟัง และอะไรที่เขาสั่งห้ามก็จะไม่มีคนฝ่าฝืน ในดินแดนที่เขาปกครองไม่เคยมีใครละทิ้งหน้าที่ และสิ่งของที่ตกหล่นตามท้องถนนก็ไม่มีใครกล้าหยิบฉวย เขาจัดเป็นผู้นำที่ดีอย่างแท้จริง</p>
<p>ซุนกวนขี่ม้าไปกับอิกิ๋ม ยีหวนตวาดใส่อิกิ๋มว่า เจ้าเป็นนักโทษที่ยอมจำนน เจ้ากล้าดียังไงถึงปล่อยให้หัวม้าของเจ้าอยู่ในระดับเดียวกับนายท่านของเรา แล้วเขาก็ยกแส้ของเขามาหวดอิกิ๋ม แต่ซุนกวนตะโกนห้ามเขาไว้</p>
<p>ทันทีที่ซุนกวนกลับมาแสดงความภักดี โจโฉก็เรียกตัวเตียวเลี้ยวและคนอื่นกลับจากหับป๋ามาช่วยเหลือ อ้วนเซีย แต่ก่อนที่พวกเขาจะมาถึง การปิดล้อมก็ถูกทำลาย</p>
<p>ซิหลงนำทัพของเขากลับไปที่ Mo Slope และโจโฉได้เดินทางออกมาล่วงหน้าเจ็ดลี้เพื่อต้อนรับเขา โจโฉจัดงานเลี้ยงใหญ่ ในระหว่างงานเลี้ยง โจโฉได้ยกจอกเหล้าหันไปแสดงความยินดีกับซิหลงพูดว่า นี่เป็นเพราะความสำเร็จของท่าน เราจึงสามารถป้องกันเมืองอ้วนเซียและซงหยงได้ โจโฉยังมอบรางวัลใหญ่ให้กับหองไก่และแต่งตั้งเขาเป็นขุนนางอาลักษณ์</p>
<p>โจโฉสงสัยว่าในตัวผู้คนที่ยังอยู่ในมณฑลเกงจิ๋วที่อยู่ในการปกครองของเขา และเหล่ากองทหารตามแม่น้ำฮันซุย เขาจึงวางแผนที่จะอพยพชาวเมือง</p>
<p>สุมาอี้แย้งว่า ชาวเมืองเกงจิ๋วและChuนั้นโลเลและเปลี่ยนไปมาได้ง่าย เวลานี้กวนอูพ่ายแพ้ไป คนที่ก่อปัญหาก็ต่างหลบซ่อนตัว พยายามไม่แสดงตน ดังนั้นจึงมีเพียงคนที่ยังภักดีต่อท่านเท่านั้นที่ยังอยู่ และจะเป็นคนที่ท่านจะอพยพไป พวกเขาก็จะต้องไม่พอใจ ในขณะที่คนที่จากไปแล้วก็ไม่เต็มใจที่จะกลับมาแน่</p>
<p>ถูกต้อง โจโฉเห็นด้วยกับเขา</p>
<p>ไม่นาน คนที่หลบหนีไปก็กลับมาจากการหลบซ่อน</p>
<p>โจโฉได้แต่งตั้งซุนกวนเป็นแม่ทัพทหารม้าเร็วและถือคฑาอำนาจที่เป็นเครื่องหมายผู้ปกครองมณฑลเกงจิ๋ว และแต่งตั้งเป็นพระยาแห่งลำเจี๋ยง</p>
<p>ซุนกวนส่งขุนพล Liang Yu มาส่งบรรณาการ และส่งตัว จูกวงและคนอื่นกลับ เขายังส่งสารเรียกตัวเองเป็นลูกน้องของโจโฉและแนะนำให้ทำตามลิขิตสวรรค์</p>
<p>โจโฉแสดงจดหมายให้ขุนนางต่าง ๆ ได้รับรู้แล้วพูดว่า เจ้าเด็กนี่คิดจะให้ข้านั่งบนกองไฟ</p>
<p>ตันกุ๋นและขุนนางคนอื่นต่างพูดว่า โชคชะตาของฮั่นไปหมดไปแล้ว ราชวงศ์นั้นไม่มีความหมายมานานแล้ว ความสำเร็จและความดีของท่านอ๋องนั้น ช่างสง่างามยิ่งนัก ทุกคนต่างจับตามองท่าน แม้แต่ซุนกวนเอง ก็ยังเปรียบตัวเองเป็นลูกน้องของท่าน นี่คือการทำตามมติสวรรค์และประชาชน คนทุกผู้ล้วนแต่เห็นชอบด้วย ท่านอ๋องควรรับตำแหน่งที่ยิ่งใหญ่ เหตุใดท่านอ๋องถึงยังลังเล</p>
<p>โจโฉพูดว่า ถ้าโองการสวรรค์เห็นชอบกับข้า ก็ให้ข้าเป็นเหมือนกับโจวเหวินอ๋อง </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.feelthailand.com/219-ad-3-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c-219-21-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>218 AD (13 กุมภาพันธ์ 218- 2 กุมภาพันธ์ 219)</title>
		<link>http://www.feelthailand.com/218-ad-13-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c-218-2-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c/</link>
		<comments>http://www.feelthailand.com/218-ad-13-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c-218-2-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 24 May 2009 17:21:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สามก๊ก]]></category>
		<category><![CDATA[เนื้อเรื่องสามก๊ก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://racelover.com/feel/218-ad-13-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c-218-2-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c/</guid>
		<description><![CDATA[ในฤดูใบไม้ผลิเดือนแรก เกียดเมาและพวกได้นำคนติดตามกว่าหนึ่งพันคนเข้าโจมตีอองปิดในตอนกลางคืน พวกเขาเผาประตูบ้านของเขาและยิงธนูโดนไหล่ของอองปิด แม่ทัพของอองปิด ได้ช่วยเขาหนีออกไปทางตอนใต้ของเมือง และเมื่อตอนรุ่งสาง กลุ่มของเกียดเมาเกิดความวุ่นวาย อองปิด จึงโจมตีพวกเขาและด้วยความช่วยเหลือของ Yan Kuang อองปิด โจมตีพวกเขาพ่ายแพ้และตัดหัวพวกเขา
ในเดือนที่สามมีดาวหางปรากฏขึ้นทางตะวันออก
โจหองนำกองทัพโจมตีงอหลัน เตียวหุยตั้งค่ายอยู่ที่ Gushan และกดดันเหมือนว่าเขากำลังจะตัดเส้นทางเดินทัพของโจหองทางด้านหลัง ที่ปรึกษาทั้งหมดของโจหองจึงพากันวิตก
แต่โจฮิวผู้บัญชาการทหารม้าได้พูดว่า ถ้าศัตรูต้องการจะตัดเส้นทางเดินทัพเราจริง ๆ พวกเขาควรจะซุ่มกองทัพและเคลื่อนไหวอย่างลับ ๆ ดังนั้นการที่เรารู้ได้ว่าพวกเขาพยายามกดดันเรา ก็หมายความว่าพวกเขาคงไม่อาจทำอะไรอย่างนั้น ก่อนที่พวกเขาจะรวบรวมกองทัพได้ ให้บุกโจมตีงอหลันอย่างรวดเร็ซ เมื่อเขาพ่ายแพ้ไป เตียวหุยก็ถูกบังคับให้ถอยทัพไปเอง
โจหองทำตามแผนนี้ เขานำทัพบุกไปโจมตีงอหลันและสังหารงอหลัน ในเดือนที่สาม เตียวหุยและม้าเฉียวก็ถอยทัพไป
โจฮิวเป็นคนในตระกูลของโจโฉ
ในฤดูร้อนเดือนที่สี่ Wuchendi และพวกคือ เผ่าวูฮวนแห่ง Dai และหัวเมือง Shanggu ได้ก่อกบฏขึ้น
ก่อนหน้านั้นโจโฉได้เรียกตัว Pei Qian เจ้าเมือง Dai ให้มาเป็นขุนนางผู้ใหญ่ในกรมยุติธรรมสังกัดเฉิงเซี่ยง
โจโฉชมเชยการปกครองเมือง Dai ของเขา แต่ Pei Qianตอบว่า ข้ามีเมตตาต่อประชาชน แม้ว่าข้าจะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับพวกคนเถื่อน แต่เจ้าเมืองคนต่อจากข้าจะต้องคิดแน่ว่าข้านั้นเข้มงวดเกินไป และจะปฏิบัติต่อพวกเขาด้วยกรุณามากกว่า พวกคนเถื่อนมักจะทำตัวหยิ่งยโส โอ้อวด การทำดีกับพวกเขามากเกินไปจะทำให้การปกครองหย่อนหยาน เมื่อการปกครองหย่อนหยานแต่ท่านกลับพยายามจะรักษาระเบียบและกฏหมาย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ในฤดูใบไม้ผลิเดือนแรก เกียดเมาและพวกได้นำคนติดตามกว่าหนึ่งพันคนเข้าโจมตีอองปิดในตอนกลางคืน พวกเขาเผาประตูบ้านของเขาและยิงธนูโดนไหล่ของอองปิด แม่ทัพของอองปิด ได้ช่วยเขาหนีออกไปทางตอนใต้ของเมือง และเมื่อตอนรุ่งสาง กลุ่มของเกียดเมาเกิดความวุ่นวาย อองปิด จึงโจมตีพวกเขาและด้วยความช่วยเหลือของ Yan Kuang อองปิด โจมตีพวกเขาพ่ายแพ้และตัดหัวพวกเขา</p>
<p>ในเดือนที่สามมีดาวหางปรากฏขึ้นทางตะวันออก</p>
<p>โจหองนำกองทัพโจมตีงอหลัน เตียวหุยตั้งค่ายอยู่ที่ Gushan และกดดันเหมือนว่าเขากำลังจะตัดเส้นทางเดินทัพของโจหองทางด้านหลัง ที่ปรึกษาทั้งหมดของโจหองจึงพากันวิตก</p>
<p>แต่โจฮิวผู้บัญชาการทหารม้าได้พูดว่า ถ้าศัตรูต้องการจะตัดเส้นทางเดินทัพเราจริง ๆ พวกเขาควรจะซุ่มกองทัพและเคลื่อนไหวอย่างลับ ๆ ดังนั้นการที่เรารู้ได้ว่าพวกเขาพยายามกดดันเรา ก็หมายความว่าพวกเขาคงไม่อาจทำอะไรอย่างนั้น ก่อนที่พวกเขาจะรวบรวมกองทัพได้ ให้บุกโจมตีงอหลันอย่างรวดเร็ซ เมื่อเขาพ่ายแพ้ไป เตียวหุยก็ถูกบังคับให้ถอยทัพไปเอง</p>
<p>โจหองทำตามแผนนี้ เขานำทัพบุกไปโจมตีงอหลันและสังหารงอหลัน ในเดือนที่สาม เตียวหุยและม้าเฉียวก็ถอยทัพไป</p>
<p>โจฮิวเป็นคนในตระกูลของโจโฉ</p>
<p>ในฤดูร้อนเดือนที่สี่ Wuchendi และพวกคือ เผ่าวูฮวนแห่ง Dai และหัวเมือง Shanggu ได้ก่อกบฏขึ้น</p>
<p>ก่อนหน้านั้นโจโฉได้เรียกตัว Pei Qian เจ้าเมือง Dai ให้มาเป็นขุนนางผู้ใหญ่ในกรมยุติธรรมสังกัดเฉิงเซี่ยง</p>
<p>โจโฉชมเชยการปกครองเมือง Dai ของเขา แต่ Pei Qianตอบว่า ข้ามีเมตตาต่อประชาชน แม้ว่าข้าจะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับพวกคนเถื่อน แต่เจ้าเมืองคนต่อจากข้าจะต้องคิดแน่ว่าข้านั้นเข้มงวดเกินไป และจะปฏิบัติต่อพวกเขาด้วยกรุณามากกว่า พวกคนเถื่อนมักจะทำตัวหยิ่งยโส โอ้อวด การทำดีกับพวกเขามากเกินไปจะทำให้การปกครองหย่อนหยาน เมื่อการปกครองหย่อนหยานแต่ท่านกลับพยายามจะรักษาระเบียบและกฏหมาย มันจะก่อให้เกิดความเกลียดชังและการกบฏตามมา เมื่อมองสถานการณ์นี้แล้ว ไม่ช้าไม่นานก็คงมีกบฏเกิดขึ้นในเมือง Dai</p>
<p>โจโฉรู้สึกเสียใจที่เขานำตัว Pei Qian กลับมาเร็วเกินไป เพราะสองสามสัปดาห์ต่อมาที่ Pei Qian กลับมาก็มีข่าวก่อกบฏจากการนำของ Shanyu ทั้งสาม</p>
<p>โจโฉแต่งตั้งโจเจียงลูกชายเขาเป็นแม่ทัพทหารม้าแล้วส่งเขาไปโจมตีพวกกบฏ</p>
<p>เมื่อโจเจียงยังเยาว์วัย เขามีความสามารถมากในการยิงธนูและการขี่รถม้า เขายังแข็งแรงกว่าคนส่วนใหญ่ทั่วไป โจโฉเตือนเขาว่า เวลาที่เราอยู่ที่บ้าน เราก็เป็นบิดากับบุตร แต่เมื่อเราอยู่ในที่ประชุมก็เหมือนเป็นนายและลูกน้อง ถ้าเจ้าทำอะไรผิด ข้าจะลงโทษเจ้าตามกฎมณเฑียรบาล เจ้าจงระวังตัวไว้ด้วย</p>
<p>เล่าปี่ตั้งค่ายอยู่ที่ด่านเองเปงก๋วน เผชิญหน้ากับทัพแฮหัวเอี๋ยน เตียวคับและซิหลง เขาส่งตันเซ็กและแม่ทัพคนอื่นไปตัดเส้นทางเดินทัพที่ถนน Mamingge แต่ซิหลงโจมตีตันเซ็กพ่ายแพ้ไป เตียวคับตั้งค่ายอยู่ที่ Guangshi เล่าปี่เข้าโจมตีเขาแต่ไม่สามารถมีชัยได้</p>
<p>เล่าปี่จึงสั่งคำสั่งเร็วไปให้เกณฑ์ทหารทั้งหมดของมณฑลเอ๊กจิ๋ว</p>
<p>ขงเบ้งถามเอียวฮงเกี่ยวกับสถานการณ์ว่า ฮันต๋งถือเป็นประตูสู่เอ๊กจิ๋ว เอียวฮงตอบ นี่คือจุดที่เราจะอยู่รอดหรือถูกทำลาย ตราบใดที่เรายังไม่ได้ครองฮันต๋งก็ถือว่าเรายังไม่ได้ครองจ๊ก นี่เป็นอันตรายที่ใกล้ตัวยิ่งนัก เหตุใดท่านจึงรีรอที่จะระดมกองทัพ</p>
<p>หวดเจ้งอยู่กับเล่าปี่ในเวลานั้น ดังนั้นขงเบ้งจึงแต่งตั้งให้เอียวฮงทำหน้าที่เจ้าเมืองจ๊กแทนเขา กิจการต่าง ๆ ล้วนถูกจัดการเป็นอย่างดี แล้วขงเบ้งจึงแต่งตั้งให้เขาเป็นเจ้าเมืองจ๊กอย่างถาวร</p>
<p>ก่อนหน้านั้น ลิเงียมเจ้าเมืองเจียนเว่ยได้แต่งตั้งเอียวฮงเป็นขุนนางของเขาก่อน ก่อนที่ลิเงียมจะออกจากเจียนเว่ย เอียวฮงได้รับการแต่งตั้งจากเมืองจ๊ก เอียวฮงจึงแนะนำผู้ช่วยของเขาเหอจื้อ ว่าเป็นคนที่มีความสามารถในการวางแผนการ ในขณะที่เอียวฮงอยู่ที่จ๊ก เหอจื้อได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าเมืองเกงฮัน</p>
<p>ด้วยเหตุนี้ประชาชนทางตะวันตกจึงชื่นชมวิธีที่ขงเบ้งใช้ในการคัดเลือกผู้คนที่มีความสามารถเข้ารับใช้</p>
<p>ในฤดูใบไม้ร่วง เดือนที่เจ็ด โจโฉนำทัพมาด้วยตัวเองเพื่อต่อสู้กับเล่าปี่</p>
<p>ในเดือนที่เก้าโจโฉมาถึงเตียงอั๋น</p>
<p>โจเจียงโจมตีเผ่าวูฮวน ในเมือง Dai เขานำทัพเข้าต่อสู้ด้วยตัวเอง เกราะของเขาถูกลูกธนูนับไม่ถ้วนแต่เขากลับไม่หวาดกลัวเลย เขาได้ชัยชนะและไล่ตามโจมตีพวกกบฏขึ้นเหนือไปทาง Sanggan เขาได้ชัยชนะอย่างเด็ดขาด เขาสังหารโจรกบฏและจับเป็นเชลยได้หลายพันคน</p>
<p>Kebineng หัวหน้าเผ่าแห่ง Xianbi ได้นำทัพมาหลายหมื่นคนเพื่อดูสถานการณ์ เมื่อเขาเห็นโจเจียงทำศึกอย่างเก่งกล้าสามารถ และคนที่กล้าเผชิญหน้าเขาล้วนแต่ถูกทำลายย่อยยับ เขาจึงร้องขอยอมจำนน แล้วภาคเหนือก็อยู่ในความเรียบร้อย</p>
<p>ชาวเมือง Nanyang ต่างเดือดร้อนกับการบังคับใช้แรงงาน ในฤดูหนาว เดือนที่สิบ ขุนนางที่รักษาการณ์อยู่ที่ Wan Hou Yin ได้ก่อกบฏขึ้น</p>
<p>Dongli Gun เจ้าเมือง Nanyang และขุนนางของเขา Ying Yu ต่อสู้อย่างกล้าหาญและสามารถหลบหนีมาได้ Hou Yin ส่งทหารม้าติดตามพวกเขา ลูกธนูพุ่งเข้าใส่พวกเขาจากทุกทิศ Ying Yu จึงใช้ตัวเขาบังลูกธนูให้ Dongli Gun เขาถูกลูกธนูยิงเข้าใส่ถึงเจ็ดดอกและเสียชีวิตในที่สุด ทหารม้าของ Hou Yin ได้จับตัว Dongli Gun กลับมา</p>
<p>ในเวลานั้น โจหยินตั้งค่ายอยู่ที่อ้วนเซียเพื่อรักษาการณ์เกงจิ๋ว โจโฉได้สั่งให้เขากลับมาเพื่อโจมตี Hou Yin</p>
<p>Zong Ziqing ได้พูดกับ Hou Yin ว่า ท่านได้กระทำตามมติของประชาชน และได้ทำการใหญ่ ผู้คนทั้งหมดล้วนร่วมกับท่านในการนี้ แต่ท่านยังจับตัวเจ้าเมืองเอาไว้ นี่เป็นการกระทำของกบฏที่ไม่มีประโยชน์อันใดต่อท่าน เหตุใดท่านไม่ปล่อยเขาไป Hou Yin จึงทำตามเขา</p>
<p>แล้ว Zong Ziqing ไต่กำแพงเมืองออกมาในยามค่ำ แล้วไปหาเจ้าเมือง พวกเขารวบรวมผู้คนเข้าล้อม Hou Yin ไม่นานทัพโจหยินก็มาถึงและร่วมโจมตีด้วย </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.feelthailand.com/218-ad-13-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c-218-2-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>217 AD (25 มกราคม 217- 12 กุมภาพันธ์ 218)</title>
		<link>http://www.feelthailand.com/217-ad-25-%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a1-217-12-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c-218/</link>
		<comments>http://www.feelthailand.com/217-ad-25-%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a1-217-12-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c-218/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 24 May 2009 17:19:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สามก๊ก]]></category>
		<category><![CDATA[เนื้อเรื่องสามก๊ก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://racelover.com/feel/217-ad-25-%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a1-217-12-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c-218/</guid>
		<description><![CDATA[ฤดูใบไม้ผลิ เดือนแรก โจโฉนำกองทัพมาที่ Juchao ซุนกวนนำกองทัพไปป้องกันที่ยี่สู ในเดือนที่สองโจโฉนำกองทัพเข้าโจมตีซุนกวน
ก่อนหน้านั้น ผู้บัญชาการกองทัพเจียวขิมได้รักษาการณ์ที่ Xuancheng ชีเซ่งนายอำเภอ Wuhu ได้จับตัวลูกน้องของเขาที่กระทำความผิดคนหนึ่งและเสนอให้ลงโทษประหารชีวิต เมื่อซุนกวนอยู่ที่ยี่สู เจียวขิมและลิบองนั้นมีหน้าที่รับผิดชอบกองทัพของซุนกวน แล้วเจียวขิมก็กล่าวชมชีเซ่ง ซุนกวนจึงถามเหตุผล
เจียวขิมตอบว่าชีเซ่งนั้นซื่อสัตย์และขยันทำงาน เขามีความสามารถ ความกล้าหาญ และรู้จักวางแผน เขามีความสามารถที่จะคุมทหารเป็นหมื่นได้ ในขณะที่การใหญ่ยังไม่สำเร็จ มันจึงเป็นหน้าที่ของข้าที่จะหาข้ารับใช้ที่ดีให้ท่าน แล้วข้าจะละเลยคนที่มีความสามารถเพราะอคติส่วนตัวได้อย่างไร ซุนกวนคิดว่าเจียวขิมดีมากที่คิดแบบนี้
ในเดือนที่สามโจโฉถอยทัพ แต่ทิ้งแม่ทัพผู้นำความสงบสู่ฝูงชนแฮหัวตุ้นพร้อมด้วยอำนาจควบคุมโจหยิน เตียวเลี้ยวและแม่ทัพคนอื่นที่ยังอยู่ที่ Juchao ด้วยกองทัพยี่สิบหกกองทัพ ซุนกวนส่งแม่ทัพใหญ่ Xu Xiang ไปหาโจโฉเพื่อขอสงบศึก โจโฉตกลงรื้อฟื้นความสัมพันธ์ขึ้นใหม่ รวมถึงการแต่งงานพันธมิตรที่เคยทำในสมัยซุนเซ็ก
ซุนกวนแต่งตั้งแม่ทัพปราบคนชั่ว จิวท่ายให้รักษาการณ์ที่ยี่สู จูเหียน ชีเซ่งและคนอื่นล้วนต่างอยู่ภายใต้เขา แต่เพราะจิวท่ายเป็นคนที่มาจากตระกูลชาวบ้านทั่วไป พวกเขาจึงปฏิเสธที่จะทำตามคำสั่งจิวท่าย ซุนกวนจึงเชิญขุนนางทั้งหมดมากินเลี้ยง เขาสั่งให้จิวท่ายถอดเสื้อออก และซุนกวนก็ชี้ไปที่แผลแต่ละแผลและถามว่าเขาได้รับแผลมาอย่างไร จิวท่ายตอบความเป็นมาของแต่ละแผลโดยบรรยายถึงการรบและสงครามแต่ละครั้ง
เมื่อจิวท่ายบรรยายจบ ซุนกวนสั่งให้เขาใส่เสื้อผ้า แล้วจับมือเขาไว้ร้องไห้พูดว่า Youping (ชื่อรองจิวท่าย) ท่านเป็นเสมือนพี่น้องของข้า ในช่วงเวลาแห่งสงคราม ท่านไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของตัวเอง ท่านต่อสู้เหมือนดั่งเสือและหมี ท่านได้รับแผลหลายสิบแผลในการรบ ร่างกายท่านล้วนเต็มไปด้วยแผลเป็น มันจึงเป็นธรรมดาที่ข้าจะสำนึกในใจถือว่าท่านเป็นเหมือนกับพี่น้องข้า และท่านเองเหมาะสมแล้วกับตำแหน่งที่สูงส่งนี้ เมื่องานเลี้ยงสิ้นสุด [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ฤดูใบไม้ผลิ เดือนแรก โจโฉนำกองทัพมาที่ Juchao ซุนกวนนำกองทัพไปป้องกันที่ยี่สู ในเดือนที่สองโจโฉนำกองทัพเข้าโจมตีซุนกวน</p>
<p>ก่อนหน้านั้น ผู้บัญชาการกองทัพเจียวขิมได้รักษาการณ์ที่ Xuancheng ชีเซ่งนายอำเภอ Wuhu ได้จับตัวลูกน้องของเขาที่กระทำความผิดคนหนึ่งและเสนอให้ลงโทษประหารชีวิต เมื่อซุนกวนอยู่ที่ยี่สู เจียวขิมและลิบองนั้นมีหน้าที่รับผิดชอบกองทัพของซุนกวน แล้วเจียวขิมก็กล่าวชมชีเซ่ง ซุนกวนจึงถามเหตุผล</p>
<p>เจียวขิมตอบว่าชีเซ่งนั้นซื่อสัตย์และขยันทำงาน เขามีความสามารถ ความกล้าหาญ และรู้จักวางแผน เขามีความสามารถที่จะคุมทหารเป็นหมื่นได้ ในขณะที่การใหญ่ยังไม่สำเร็จ มันจึงเป็นหน้าที่ของข้าที่จะหาข้ารับใช้ที่ดีให้ท่าน แล้วข้าจะละเลยคนที่มีความสามารถเพราะอคติส่วนตัวได้อย่างไร ซุนกวนคิดว่าเจียวขิมดีมากที่คิดแบบนี้</p>
<p>ในเดือนที่สามโจโฉถอยทัพ แต่ทิ้งแม่ทัพผู้นำความสงบสู่ฝูงชนแฮหัวตุ้นพร้อมด้วยอำนาจควบคุมโจหยิน เตียวเลี้ยวและแม่ทัพคนอื่นที่ยังอยู่ที่ Juchao ด้วยกองทัพยี่สิบหกกองทัพ ซุนกวนส่งแม่ทัพใหญ่ Xu Xiang ไปหาโจโฉเพื่อขอสงบศึก โจโฉตกลงรื้อฟื้นความสัมพันธ์ขึ้นใหม่ รวมถึงการแต่งงานพันธมิตรที่เคยทำในสมัยซุนเซ็ก</p>
<p>ซุนกวนแต่งตั้งแม่ทัพปราบคนชั่ว จิวท่ายให้รักษาการณ์ที่ยี่สู จูเหียน ชีเซ่งและคนอื่นล้วนต่างอยู่ภายใต้เขา แต่เพราะจิวท่ายเป็นคนที่มาจากตระกูลชาวบ้านทั่วไป พวกเขาจึงปฏิเสธที่จะทำตามคำสั่งจิวท่าย ซุนกวนจึงเชิญขุนนางทั้งหมดมากินเลี้ยง เขาสั่งให้จิวท่ายถอดเสื้อออก และซุนกวนก็ชี้ไปที่แผลแต่ละแผลและถามว่าเขาได้รับแผลมาอย่างไร จิวท่ายตอบความเป็นมาของแต่ละแผลโดยบรรยายถึงการรบและสงครามแต่ละครั้ง</p>
<p>เมื่อจิวท่ายบรรยายจบ ซุนกวนสั่งให้เขาใส่เสื้อผ้า แล้วจับมือเขาไว้ร้องไห้พูดว่า Youping (ชื่อรองจิวท่าย) ท่านเป็นเสมือนพี่น้องของข้า ในช่วงเวลาแห่งสงคราม ท่านไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของตัวเอง ท่านต่อสู้เหมือนดั่งเสือและหมี ท่านได้รับแผลหลายสิบแผลในการรบ ร่างกายท่านล้วนเต็มไปด้วยแผลเป็น มันจึงเป็นธรรมดาที่ข้าจะสำนึกในใจถือว่าท่านเป็นเหมือนกับพี่น้องข้า และท่านเองเหมาะสมแล้วกับตำแหน่งที่สูงส่งนี้ เมื่องานเลี้ยงสิ้นสุด ซุนกวนสั่งให้รถม้าของเขารอก่อน เมื่อจิวท่ายผ่านมาพร้อมกับองครักษ์ ซุนกวนก็ให้ตีกลองศึกและเป่าแตรจนเขาจากไป หลังจากนั้น ชีเซ่งและคนอื่น ๆ ต่างก็เคารพในจิวท่าย</p>
<p>ในฤดูร้อน เดือนที่ห้า มีราชโองการประกาศให้วุยอ๋องโจโฉมีธงประจำตัวเหมือนโอรสสวรรค์ เมื่อโจโฉออกไปตามถนน ถนนต้องมีการเคลียร์ผู้คนให้พ้นจากถนน</p>
<p>ในเดือนที่หก โจโฉแต่งตั้งฮัวหิมเป็น Imperial Counsellor</p>
<p>ในฤดูหนาวเดือนที่สิบ มีราชโองการประกาศให้วุยอ๋องโจโฉสามารถใส่มงกุฏประดับด้วยพู่ห้อยสิบสองพู่ และสามารถนั่งรถม้าทองที่เทียมโดยม้าหกตัว และรถม้าห้าคู่ตามฤดูกาลเพื่อคอยอารักขา (รถม้าจะถูกทาสีตามฤดูกาล คือ เขียว แดง เหลือง ขาว และดำ เพื่อสื่อถึงฤดูใบไม้ผลิ ร้อน กลางปี ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว)</p>
<p>โจโฉแต่งตั้งแม่ทัพสุภาพชนแห่งราชสำนักในทุกกรณี โจผีเป็นทายาทของเขา</p>
<p>ก่อนหน้านั้น โจโฉมีภรรยาคนแรก เป็นหญิงจากตระกูลเตง แต่นางไม่ได้ให้กำเนิดบุตรแก่โจโฉ ต่อมาเมียน้อยของโจโฉซึ่งแซ่เล่าได้ให้กำเนิดบุตรชายชื่อโจงั่ง และสนมของโจโฉอีกคน นางเปียนซีให้กำเนินบุตรชายสี่คนคือ โจผี โจเจียง โจสิดและโจหิม</p>
<p>โจโฉให้ เตงฮูหยินดูแลโจงั่งเหมือนดั่งเป็นมารดา เมื่อโจงั่งเสียชีวิตที่ Rang เตงฮูหยินร้องไห้เสียใจไม่หยุดแม้โจโฉจะสั่ง ทำให้โจโฉโกรธมากและส่งนางไปอยู่ที่ห่างไกลและตั้งให้เปียนฮูหยินเป็นภรรยาคนที่สองของเขา</p>
<p>โจสิดนั้นเฉลียวฉลาดและไหวพริบเป็นเลิศ มีความเชี่ยวชาญและความสามารถในเรื่องการแต่งบทกลอน โคลงกวีต่าง ๆ เหมือนได้รับพรสวรรค์ โจโฉชื่นชอบเขาเป็นอย่างมาก</p>
<p>โจโฉตั้งใจจะมอบบุตรสาวของเขาให้แต่งงานกับเตงหงี แต่เพราะว่าเตงหงีมีตาเพียงข้างเดียว โจผีจึงคัดค้านและพยายามขัดขวาง ดังนั้นเตงหงีจึงมีอคติกับโจผี รวมทั้งน้องชายของเขาเตงอี้และเอียวสิ้ว ขุนนางอาลักษณ์ของเฉิงเซี่ยงผู้ซึ่งสรรเสริญความสามารถของโจสิดอยู่เสมอ พวกเขาแนะนำให้โจโฉตั้งโจสิดเป็นทายาทของเขา เอียวสิ้วคือบุตรชายของเอียวปิว</p>
<p>โจโฉเขียนจดหมายอย่างลับ ๆ ถามความเห็นขุนนาง แต่ซุนต่ำได้เขียนจดหมายเปิดตอบกลับว่า เป็นหลักการตั้งแต่สมัยชุนชิวว่า การแต่งตั้งทายาทควรจะแต่งตั้งบุตรชายคนโต โจผีนั้นเป็นที่รักใคร่ของผู้คน มีความกตัญญู ฉลาดเฉลียวมีไหวพริบ มีความสามารถพอที่จะสืบทอดอำนาจของท่านได้ ข้าจะขอยืนกรานความคิดนี้จนตาย โจสิดนั้นแต่งงานกับบุตรสาวพี่ชายซุนต่ำ</p>
<p>มอกายพูดว่าก่อนหน้านี้ อ้วนเสี้ยวให้ความสำคัญกับบุตรจากภรรยาและเมียน้อยเท่าเทียมกัน ในที่สุดเขาก็ทำลายตระกูลของตัวเอง การแต่งตั้งทายาทที่ชอบธรรมถือเป็นเรื่องใหญ่ เป็นการไม่สมควรอย่างยิ่งที่ข้าจะได้รับรู้เรื่องนี้</p>
<p>Xing Yong บอกว่า การแทนที่ภรรยาที่ถูกต้องด้วยสามัญชน เป็นสิ่งที่คนในอดีตล้วนหลีกเลี่ยง ข้าน้อยขอให้นายท่านพิจารณาอีกครั้ง</p>
<p>โจผีส่งคนไปหากาเซี่ยง ถามว่าเขาควรทำอย่างไรเพื่อรักษาตำแหน่งทายาทให้มั่นคง กาเซี่ยงตอบว่า ข้าแนะนำให้ท่านสนใจในการทำคุณงามความดี สังเกตพฤติกรรมของเหล่าบัณฑิต ขยันหมั่นเพียรอยู่ตลอดเวลา ไม่ประพฤติตัวผิดจารีตประเพณีที่ดีของบุตร เพียงเท่านี้แหล่ะ โจผีทำตามคำแนะนำของเขา และประพฤติตัวอย่างดี</p>
<p>ครั้งหนึ่งต่อมา โจโฉสั่งให้ขุนนางทุกคนออกไปแล้วถามกาเซี่ยงเกี่ยวกับเรื่องผู้สืบทอด กาเซี่ยงนิ่งเงียบและไม่ตอบอะไร</p>
<p>โจโฉจึงถามว่า ข้าพูดกับท่านแต่ท่านกลับไม่ตอบเพราะเหตุใด</p>
<p>กาเซี่ยงตอบว่า ข้ากำลังคิดถึงบางสิ่ง ดังนั้นข้าจึงไม่ได้ตอบคำถามนายท่านในทันที</p>
<p>โจโฉซักต่อว่า ท่านกำลังคิดถึงเรื่องอะไร</p>
<p>กาเซี่ยงตอบว่า ข้ากำลังคิดถึงอ้วนเสี้ยวและเล่าเปียว เรื่องบิดาและบุตรของเขา โจโฉจึงหัวเราะอย่างยกใหญ่</p>
<p>ครั้งหนึ่งเมื่อโจโฉยกทัพด้วยตัวเอง โจผีและโจสิดไปร่วมพิธีส่งโจโฉด้วยกันทั้งคู่ โจสิดได้พูดถึงคุณงามความดีความชอบธรรมต่าง ๆ นา ๆ ของโจโฉ ขุนนางในพิธีทั้งหมดล้วนแต่ชื่นชมเขา แม้แต่โจโฉเองก็ยินดีมาก</p>
<p>โจผีเห็นโจสิดสรรเสริญบิดา และมีผู้คนชื่นชมก็สับสนไม่รู้จะทำอย่างไร แต่ Wu Zhi ได้ลอบกระซิบบอกเขาว่า ทันทีที่ท่านอ๋องจากไปท่านจงร้องไห้</p>
<p>ดังนั้นโจผีจึงเช็ดน้ำตาทันทีที่เขาโค้งคำนับลาโจโฉ โจโฉและเหล่าขุนนางของเขาล้วนแต่ร้องไห้เศร้าโศกเสียใจ ทุกคนในที่นั้นรู้สึกว่า แม้โจสิดจะมีคำพูดชมเชยที่วิเศษมากมาย แต่คำพูดเหล่านั้นปราศจากความรู้สึกที่แท้จริง</p>
<p>โจสิดมักจะทำตามอำเภอใจและไม่สนใจกระทำตามแบบแผน ในขณะที่โจผีมักจะใช้เล่ห์เหลี่ยม ปฏิบัติตัวผิดไปจากนิสัยที่แท้จริงของเขา เหล่านางรับใช้และขุนนางจึงพากันสรรเสริญเขาและพูดชมเชยเขาอยู่เรื่อย ๆ ดังนั้นโจผีจึงได้รับแต่งตั้งเป็นรัชทายาท</p>
<p>เหล่านางรับใช้ของมเหสีเปียนล้วนแต่ยินดีกับนางพูดว่า ท่านโจผีได้รับแต่งตั้งเป็นรัชทายาท ทุกคนในแผ่นดินล้วนแต่ยินดี ท่านควรจะมอบของล้ำค่าเป็นรางวัลให้แก่เขา</p>
<p>มเหสีเปียนตอบว่า ท่านอ๋องแต่งตั้งโจผีเป็นทายาทเพราะว่าเขาเป็นบุตรคนโตหาใช่สิ่งที่ควรยินดีไม่ ข้าจะยินดีก็ต่อเมื่อข้ามีบุตรที่ประพฤติตามคำสอน จารีตประเพณี ทำไมข้าถึงต้องมอบของล้ำค่าให้แก่เขา</p>
<p>เหล่านางรับใช้จึงกลับไปบอกโจโฉ โจโฉก็ยินดีและพูดว่า เวลาโกรธไม่แสดงอารมณ์ เวลาดีใจไม่แสดงท่าทีเกินงาม นี่เป็นสิ่งที่ทำได้ยากยิ่งนัก</p>
<p>โจผีใช้แขนเขาคว้าคอซินผีพูดว่า ท่านคิดได้ไหมว่าข้าดีใจเพียงใดซินผี</p>
<p>ซินผีบอกกับลูกสาวเขา Xin Xianying เรื่องนี้ นางถอนใจพูดว่า รัชทายาทเป็นคนที่จะมาแทนที่วุยอ๋องและเป็นคนที่จะประกอบพิธีในวังโบราณ และพิธีบวงสรวงต่อเทพยดาแห่งดินและพืชผล การได้รับตำแหน่งรัชทายาทถือเป็นงานที่หนักหนาสาหัส การเป็นผู้นำของประเทศถือเป็นงานที่น่าหวาดหวั่น เขาควรที่จะสุขุมและกังวลใจ แต่เขากลับชื่นชมยินดี แล้ววุยจะยั่งยืนได้อย่างไร นี่คือการล้มเหลวของวุย</p>
<p>เวลาต่อมา โจสิดเจ้าพระยาแห่งหลินซี ได้นั่งรถม้าอย่างเร็วผ่านถนนหลวงสายกลาง เขาได้สั่งให้นายทหารผู้เฝ้าประตูเปิดให้เขาผ่านไป โจโฉโกรธมาก แล้วขุนนางที่ควบคุมรถม้าก็ถูกประหารและกฏสำหรับเหล่าขุนนางชั้นสูงทั้งหลายก็ถูกตั้งให้เข้มงวดมากขึ้น แล้วความชื่นชมในตัวโจสิดก็ลดลง</p>
<p>ภรรยาของโจสิดมักจะแต่งตัวอย่างหรูหรา โจโฉได้ปีนหอคอยขึ้นไปเห็นนาง เพราะว่านางไม่เชื่อฟังกฏระเบียบที่ตั้งขึ้น ดังนั้นนางจึงถูกส่งกลับบ้านเกิดและถูกบังคับให้ฆ่าตัวตาย</p>
<p>หวดเจ้งแนะนำเล่าปี่ว่า ในการโจมตีแค่ครั้งเดียว โจโฉก็บีบบังคับเตียวฬ่อให้ยอมจำนนและยึดฮันต๋งได้ แต่เขาได้ใช้โอกาสนี้มาบุกดินแดนปาและจ๊ก เขาทำเพียงทิ้งให้แฮหัวเอี๋ยนและเตียวคับรักษาฮันต๋งไว้ ในขณะที่เขากลับขึ้นเหนือไป ถ้าไม่ใช่เพราะเขาโง่เขลาหรือว่าอ่อนแอ เขาต้องมีเรื่องสำคัญที่เมืองหลวง</p>
<p>เวลานี้เมื่อคำนวณดูแฮหัวเอี๋ยนและเตียวคับ ล้วนแต่ไม่ใช่คู่ต่อกรของเหล่าแม่ทัพของเรา ถ้าท่านยกทัพไปโจมตี ท่านต้องกำจัดพวกเขาได้ เมื่อท่านยึดฮันต๋งได้ ส่งเสริมการเพาะปลูกและสร้างคลังเสบียง มองหาข้อขัดแย้งและรอโอกาส<br />
โอกาสดีที่สุดคือ ท่านอาจจะกำจัดศัตรูและฟื้นฟูราชสำนักได้<br />
ถ้าไม่โอกาสขั้นที่สอง ท่านอาจจะค่อย ๆ ยึดมณฑลเองจิ๋วและเลียงจิ๋ว ทีละส่วน ๆ และขยายดินแดนของท่าน หรืออย่างน้อยที่สุด ท่านได้จุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญและปกป้องอย่างแข็งขันเพื่อป้องกันศัตรู นี่คือโอกาสจากสวรรค์ ท่านไม่ควรปล่อยให้ผ่านไปเด็ดขาด</p>
<p>เล่าปี่ยินดีกับความคิดนี้มาก เขานำแม่ทัพทั้งหมดเข้าสู่ฮันต๋ง เขาส่งเตียวหุย ม้าเฉียว งอหลันและคนอื่น ๆ ไปตั้งค่ายที่ Xiabian โจโฉส่งโจหองนำทัพมาขัดขวางพวกเขา</p>
<p>โลซกเสียชีวิตลง และซุนกวนแต่งตั้งให้เหยียมจุ้นทำหน้าที่แทนเขาคุมทหารหมื่นคนรักษาการณ์ที่ลกเค้า ทุกคนต่างยินดีกับเหยียมจุ้นแต่เขาปฏิเสธตำแหน่งนี้ พูดว่าข้าเป็นเพียงบัณฑิตธรรมดา ข้าไม่มีประสบการณ์เรื่องการทหารเลย เขาพูดอย่างจริงใจและร้องไห้ออกมา</p>
<p>แล้วซุนกวนก็ให้ลิบองรับหน้าที่นี้แทน และเป็นเจ้าเมือง Hanchang ทุกคนล้วนแต่ชื่นชมการปฏิบัติที่ควรของ เหยียมจุ้น ที่ปฏิเสธตำแหน่งนี้</p>
<p>ขุนพลผู้รักษาความซื่อสัตย์ ลกซุนแห่งเมืองง่อ ได้พูดกับซุนกวนว่า ในเวลานี้ เราต้องการทหารจำนวนมาก ถ้าเราโจมตีศัตรูและปราบความวุ่นวายเพื่อปราบศัตรูและความวุ่นวายในบ้านเมือง พวกโจรภูเขาอาศัยอยู่ในภูเขาที่ซับซ้อนและยากแก่การเข้าถึง หากปล่อยไว้นานเข้าจะกลายเป็นปัญหาภายหลัง ถ้าในใจกลางเขตแดนของเรายังไม่สงบสุข ก็ยากที่จะวางแผนโจมตีดินแดนที่ห่างไกล แต่ถ้าเราแบ่งเมืองออกเป็นเขตย่อย ๆ เราก็จะสามารถเกณฑ์ทหารฝีมือดีจากชาวบ้านเหล่านี้</p>
<p>ซุนกวนทำตามคำแนะนำของเขา แต่งตั้งให้ลกซุนเป็นผู้ควบคุมฝ่ายขวาของกองกำลังกลาง Fei Zhan ผู้นำของเหล่าโจรในตันเอี๋ยงก่อกบฏและยุให้เผ่า Shanyue เข้าร่วมกับเขา ซุนกวนส่งลกซุนไปโจมตีเหล่าโจรพ่ายแพ้ไป</p>
<p>แล้วลกซุนก็จัดการแบ่งสามหัวเมืองตะวันออกเป็นเขตย่อย ๆ แล้วชายทุกคนที่สามารถเข้าเกณฑ์คัดเลือกทหารได้และคนอ่อนแอต่าง ๆ ก็ถูกลงทะเบียนราษฎร์ ลกซุนได้ทหารชั้นดีจากการแบ่งเขตปกครองหลายหมื่นคน ความวุ่นวายต่าง ๆ ในอดีตก็ถูกจัดการ ทุกที่ที่ลกซุนยกทัพไปเขาได้จัดการให้อยู่ในกฎระเบียบอย่างเรียบร้อย แล้วเขาจึงกลับไปตั้งค่ายที่ Wuhu</p>
<p>Chunyu Shi เจ้าเมืองห้อยแขได้ส่งสารมาว่า ลกซุนได้ทำการกดขี่และลักพาตัวประชาชน เกิดปัญหาและความเศร้าโศกทุกที่ที่เขาไป แล้วเมื่อลกซุนกลับถึงเมืองหลวง ในรายงานของเขานั้นกลับชมเชย Chunyu Shi ว่าเป็นขุนนางที่มีความสามารถยิ่ง</p>
<p>ซุนกวนพูดว่า Chunyu Shi ได้ตั้งข้อกล่าวหาตัวเจ้า แล้วทำไมเจ้ายังจะเสนอให้มีการเลื่อนตำแหน่งเขาอีก</p>
<p>Chunyu Shi เป็นห่วงผู้คนของเขาลกซุนตอบ และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมเขาถึงกล่าวหาข้า ถ้าข้ากล่าวหาตัวเขากลับ ก็จะทำให้นายท่านสับสนกับเรื่องราวของเรา และไม่เป็นประโยชน์ต่อผู้ใด</p>
<p>ซุนกวนตอบว่า เยี่ยมมาก มีเพียงคนไม่กี่คนเท่านั้นที่จะใจกว้างได้แบบนี้</p>
<p>โจโฉได้แต่งตั้งอองปิดหัวหน้าเสมียนของเฉิงเซี่ยงให้ดูแลกองทัพและการบริหารเมืองฮูโต๋</p>
<p>ในเวลานั้นกวนอูที่อยู่ที่เกงจิ๋วได้เกณฑ์ทหารซ่องสุมผู้คนมากขึ้น กิมหัน เชื่อว่าฮ่องเต้นั่นอาจถูกบังคับให้สละราชสมบัติได้ทุกเมื่อ จึงวางแผนกับ เกงจี อุยหลง หมอเกียดเป๋งและบุตรชายเกียดเมา เกียดบก พวกเขาวางแผนฆ่าอองปิดและใช้ฮ่องเต้เป็นสัญลักษณ์ในการต่อต้านโจโฉ แล้วส่งสารไปให้กวนอูนำทัพโจมตีขึ้นมาจากทางใต้ </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.feelthailand.com/217-ad-25-%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a1-217-12-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c-218/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>216 AD (6 กุมภาพันธ์ 216- 26 มกราคม 217)</title>
		<link>http://www.feelthailand.com/216-ad-6-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c-216-26-%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a1-217/</link>
		<comments>http://www.feelthailand.com/216-ad-6-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c-216-26-%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a1-217/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 24 May 2009 17:18:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สามก๊ก]]></category>
		<category><![CDATA[เนื้อเรื่องสามก๊ก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://racelover.com/feel/216-ad-6-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c-216-26-%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a1-217/</guid>
		<description><![CDATA[ในฤดูใบไม้ผลิ เดือนที่สอง โจโฉกลับไปยังเมืองเงียบกุ๋น
ในฤดูร้อนเดือนที่หน้า วุยก๋งโจโฉได้รับแต่งตั้งเป็นวุยอ๋อง
ก่อนหน้านั้น ผู้บัญชาการกองทัพของเมืองหลวง ซุนต่ำ ได้แนะนำ Yang Xun ให้กับโจโฉ โจโฉปฏิบัติต่อเขาเป็นอย่างดีและมอบตำแหน่งขุนนางให้แก่เขา เมื่อโจโฉได้รับแต่งตั้งเป็นวุยอ๋อง Yang Xun ได้แต่งบทความสรรเสริญความสำเร็จและคุณงามความดีของโจโฉ ผู้คนบางคนจึงไม่ชอบเขาที่ทำตัวฉวยโอกาสเป็นคนเสแสร้งหลอกลวง และพูดว่า ซุนต่ำ นั้นมีความผิดที่แนะนำให้เขาให้โจโฉ
ซุนต่ำ ได้รับต้นฉบับของบันทึก Yang Xun อ่านบันทึกนั้นแล้วเขียนจดหมายหาเขาว่า ข้าได้ตรวจสอบบันทึกของเจ้าแล้ว มันยอดเยี่ยมมาก อนาคตจะเป็นสิ่งตัดสินบันทึกนี้เอง ในไม่ช้าคงมีการเปลี่ยนแปลง
ซุนต่ำ หมายความว่า คนที่วิพากษ์วิจารณ์ Yang Xun นั้นเป็นพวกไม่มีเหตุผลและชอบจับผิด แต่บางคนที่ไม่ถูกกับ ซุนต่ำ มาก่อนได้พูดกับโจโฉว่า ซุนต่ำ นั้นยโสและพูดจาส่อแววกบฏ เขาแสดงท่าทีว่าจะไม่ซื่อสัตย์
โจโฉโกรธและสั่งให้จับตัว ซุนต่ำ ขังคุกไว้ ให้โกนผมเขาและลงโทษให้เป็นทาสใช้แรงงาน คนที่ได้กล่าวหาเขาก็รายงานต่อโจโฉอีกว่า แม้ว่าจะถูกลงโทษ แต่ ซุนต่ำ ก็ยังไว้หนวดเคราและจ้องตาผู้คนที่ไปเยี่ยมเขา เขาแสดงท่าทีไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้น ซุนต่ำ จึงถูกประหาร
หัวหน้าขุนนางอาลักษณ์ มอกาย เชื่อว่า ซุนต่ำ ถูกลงโทษอย่างไม่เป็นธรรม เขาจึงไม่พอใจมาก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ในฤดูใบไม้ผลิ เดือนที่สอง โจโฉกลับไปยังเมืองเงียบกุ๋น</p>
<p>ในฤดูร้อนเดือนที่หน้า วุยก๋งโจโฉได้รับแต่งตั้งเป็นวุยอ๋อง</p>
<p>ก่อนหน้านั้น ผู้บัญชาการกองทัพของเมืองหลวง ซุนต่ำ ได้แนะนำ Yang Xun ให้กับโจโฉ โจโฉปฏิบัติต่อเขาเป็นอย่างดีและมอบตำแหน่งขุนนางให้แก่เขา เมื่อโจโฉได้รับแต่งตั้งเป็นวุยอ๋อง Yang Xun ได้แต่งบทความสรรเสริญความสำเร็จและคุณงามความดีของโจโฉ ผู้คนบางคนจึงไม่ชอบเขาที่ทำตัวฉวยโอกาสเป็นคนเสแสร้งหลอกลวง และพูดว่า ซุนต่ำ นั้นมีความผิดที่แนะนำให้เขาให้โจโฉ</p>
<p>ซุนต่ำ ได้รับต้นฉบับของบันทึก Yang Xun อ่านบันทึกนั้นแล้วเขียนจดหมายหาเขาว่า ข้าได้ตรวจสอบบันทึกของเจ้าแล้ว มันยอดเยี่ยมมาก อนาคตจะเป็นสิ่งตัดสินบันทึกนี้เอง ในไม่ช้าคงมีการเปลี่ยนแปลง</p>
<p>ซุนต่ำ หมายความว่า คนที่วิพากษ์วิจารณ์ Yang Xun นั้นเป็นพวกไม่มีเหตุผลและชอบจับผิด แต่บางคนที่ไม่ถูกกับ ซุนต่ำ มาก่อนได้พูดกับโจโฉว่า ซุนต่ำ นั้นยโสและพูดจาส่อแววกบฏ เขาแสดงท่าทีว่าจะไม่ซื่อสัตย์</p>
<p>โจโฉโกรธและสั่งให้จับตัว ซุนต่ำ ขังคุกไว้ ให้โกนผมเขาและลงโทษให้เป็นทาสใช้แรงงาน คนที่ได้กล่าวหาเขาก็รายงานต่อโจโฉอีกว่า แม้ว่าจะถูกลงโทษ แต่ ซุนต่ำ ก็ยังไว้หนวดเคราและจ้องตาผู้คนที่ไปเยี่ยมเขา เขาแสดงท่าทีไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้น ซุนต่ำ จึงถูกประหาร</p>
<p>หัวหน้าขุนนางอาลักษณ์ มอกาย เชื่อว่า ซุนต่ำ ถูกลงโทษอย่างไม่เป็นธรรม เขาจึงไม่พอใจมาก แล้วก็มีการรายงานว่า มอกาย แสดงทีท่าไม่พอใจเป็นพูดจาเหมือนจะก่อกบฏ โจโฉจึงจับตัวเขาขังคุกไว้</p>
<p>หองไก่ และ He Xia พยายามอธิบายเหตุการณ์ แต่โจโฉปฏิเสธที่จะรับฟัง หองไก่ ขอร้องให้รื้อฟื้นคดีขึ้นมาไต่สวนอีกครั้ง แต่วุยอ๋องพูดว่า คนที่รายงานข้าไม่เพียงแต่บอกว่า มอกาย วิพากษ์ตัวข้า แต่เขายังแสดงความเสียใจต่อ ซุนต่ำ เขาปฏิเสธความดีและความภักดีระหว่างนายและคนรับใช้ เขาแสดงความไม่พอใจอย่างไม่มีเหตุผลต่อโชคชะตาของเพื่อนที่ล่วงลับของเขา ข้าไม่เชื่อว่าข้าจะสามารถทนต่อพฤติกรรมเช่นนี้ได้</p>
<p>He Xia ตอบว่า ถ้าสิ่งที่พวกเขาพูดกันเป็นจริง ความผิดของ มอกาย นับว่ารุนแรงยิ่งนัก การกระทำผิดต่อสายตาสวรรค์และแผ่นดิน ข้าไม่เคยคิดจะบิดเบือนความจริงเพื่อช่วย มอกาย ซึ่งถือเป็นการทรยศต่อหลักการปกครอง</p>
<p>แต่อีกนัยหนึ่ง มอกาย ได้ประกอบคุณงามความดีมาหลายปี เขาเป็นคนซื่อตรงและภักดี ทุกคนต่างก็เคารพในตัวเขา และประหลาดใจที่เขาประพฤติเช่นนี้ แน่นอนว่าการประเมินลักษณะนิสัยของบุคคลนั้นเป็นการยาก แต่การพิจารณาความผิดควรจะใช้เหตุผลมากกว่านี้และทำด้วยความระมัดระวัง ฟังความจากคนทั้งสองข้างเพื่อหาความจริง</p>
<p>ในเวลานี้ ด้วยความเฉลียวฉลาดและเมตตาของท่าน ท่านไม่สามารถที่จะส่งเขาไปรับการพิจารณาคดีได้ ดังนั้นการตัดสินนี้ไม่สามารถตัดสินได้ว่าแท้จริงแล้วเขาบริสุทธิ์หรือมีความผิด</p>
<p>โจโฉอธิบายว่า เหตุผลที่ข้าไม่ทำการไต่สวน เพราะว่าข้าต้องการที่จะปกป้อง มอกาย และผุ้กล่าวหาเขา</p>
<p>He Xia ตอบว่า ถ้า มอกาย ได้พูดจากล่าวหานายของเขา ถ้าอย่างนั้นร่างกายของเขาก็ควรจะถูกประจารในตลาดหรือว่าในศาล ถ้าเขาไม่ได้กล่าวหาท่าน คนที่กล่าวหาใส่ร้ายตัวเขาที่เป็นขุนนางใหญ่ก็ถือว่าหลอกลวงนายของพวกเขา ข้าไม่สามารถสบายใจได้เลยถ้าไม่มีการไต่สวนที่เหมาะสม</p>
<p>ในที่สุด โจโฉก็ไม่ยอมให้มีการไต่สวน มอกาย ถูกปลดจากตำแหน่ง และเสียชีวิตที่บ้านของเขาเอง</p>
<p>ในเวลานั้น เตงหงีขุนนางผู้ใหญ่ของสังกัดตะวันตก เป็นที่ชื่นชอบของโจโฉ เขามีส่วนเกี่ยวข้องกับการจับกุม มอกาย ดังนั้นเหล่าเสนาบดีทั้งหลายจึงเกรงกลัวเขาและจับตาเขาด้วยความระมัดระวัง</p>
<p>He Kui และ เคาหงี เป็นคนที่ไม่ยอมรับอำนาจของ เตงหงี เมื่อ เตงหงี กล่าวหา เคาหงี และ เคาหงี จึงออกจากขุนนางท้องพระโรงไปเป็นเจ้าเมืองวุย ด้วยการช่วยเหลือของ หองไก่ ที่ต้องการให้เขาหลบการลงโทษที่รุนแรง</p>
<p>ฮูสวน ได้พูดกับ He Kui ว่า เตงหงี ได้ใส่ความ มอกาย ตัวท่านเองก็ควรจะเคารพเขาให้มากกว่านี้</p>
<p>He Kui ตอบว่า คนที่ประพฤติตัวไม่ถูกต้อง จะทำลายได้ก็แต่ตัวเอง เขาจะทำอันตรายทำอื่นได้อย่างไร ยิ่งกว่านั้นจิตใจที่โมโหและหลอกลวงจะสามารถยืนหยัดต่อหน้าผู้พิพากษาที่เฉลียวฉลาดในศาลได้อย่างไร</p>
<p>ครั้งหนึ่ง Cui Lin ลูกพี่ลูกน้องของ ซุนต่ำ ได้ถกเถียงกับ ตันกุ๋น บัณฑิตจากมณฑลกิจิ๋ว เขาได้สรรเสริญว่า ซุนต่ำ เป็นขุนนางที่ดีที่สุด แต่ ตันกุ๋น กลับให้ความสำคัญกับ ซุนต่ำ เพียงน้อยนิด เพราะแม้ว่าเขาจะมีความฉลาด แต่เขากลับไม่สามารถเอาตัวรอดจากการลงโทษได้ โดยพูดว่า คนที่ยิ่งใหญ่ต้องสามารถยืนหยัดสู้กับโชคชะตาได้ Cui Lin จึงตะโกนใส่เขาว่า คนทั่วไปมาเคารพคนอย่างท่านได้อย่างไร</p>
<p>ในเดือนที่ห้า วันที่ 3 มิถุนายน วันแรกของเดือน มีปรากฏการณ์สุริยะปราคา</p>
<p>หัวหน้าเผ่าทั้งสามของ Wuhuan ในเมือง Dai ได้แต่งตั้งตัวเองเป็น Shanyu ด้วยความแข็งแกร่งของพวกเขา พวกเขาจึงทำตัวหยิ่งยโสและไม่เชื่อฟังทางการ แม้แต่เจ้าเมืองเองก็ยังไม่สามารถควบคุมพวกเขาได้</p>
<p>โจโฉจึงแต่งตั้ง Pei Qian ขุนนางควบคุมเสบียงภายใต้เฉิงเซี่ยงให้เป็นเจ้าเมืองคนใหม่ โจโฉเสนอมอบทหารชั้นดีให้แก่เขา แต่ Pei Qian พูดว่า Shanyu รู้ว่าพวกเขาปฏิบัติตัวไม่ดี ถ้าข้าไปพร้อมกับกองทัพพวกเขาต้องตกใจและปิดชายแดนเตรียมตัวป้องกัน ถ้าข้านำเพียงองครักษ์ไม่กี่คนไป พวกเขาก็คงจะไม่สนใจ เราต้องแสดงแผนการบางอย่าง แล้วเขาก็เดินทางไปยังเมืองด้วยเกวียนเพียงเล่มเดียว เหล่า Shanyu ล้วนแต่ประหลาดใจและยินดี Pei Qian ปฏิบัติต่อพวกเขาโดยใช้ความเมตตาและอำนาจ เหล่า Shanyu จึงเคารพและยอมจำนน</p>
<p>เป็นเวลานานมาแล้วที่เผ่าซงหนูใต้ได้ตั้งถิ่นฐานภายในด่าน พวกเขาเป็นเหมือนกับชาวจีนทั่วไป แต่พวกเขาไม่ได้ส่งภาษีหรือบรรณาการ คนมากมายล้วนกลัวว่าพวกเขาจะทวีจำนวนมากเกินไปและจะเป็นการยากที่จะบังคับให้พวกเขาเชื่อฟัง การป้องกันบางอย่างควรจะนำมาใช้เพื่อป้องกันพวกเขา</p>
<p>ในฤดูใบไม้ร่วง เดือนที่เจ็ด Shanyu ใต้ Huchuquan ได้มายังท้องพระโรงของวุย โจโฉกักตัวเขาไว้ที่เงียบกุ๋นและให้อ๋องแห่งตะวันตก Qubei ดูแลดินแดนเขา ทุกปี Shanyu จะได้รับผ้าไหม เสื้อผ้าไหม เงินทองและเสบียงอาหารเหมือนดั่งพระยา ลูกและหลานของเขาล้วนได้รับสิทธิ์สืบทอดตำแหน่ง ผู้คนถูกแบ่งออกเป็นห้าส่วน แต่ละส่วนมีขุนนางของพวกเขาเป็นหัวหน้า และแต่ตั้งชาวจีนเป็นนายพันเพื่อควบคุมพวกเขา</p>
<p>ในเดือนที่แปด ผู้พิพากษาแห่งวุย จงฮิวได้รับการแต่งตั้งเป็นเฉิงเซี่ยงของวุย</p>
<p>ในฤดูหนาว เดือนที่สิบโจโฉนำกองทัพต่อสู้กับซุนกวน ในเดือนที่สิบเอ็ดพวกเขามาถึงยัง Qiao </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.feelthailand.com/216-ad-6-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c-216-26-%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a1-217/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>215 AD (17 กุมภาพันธ์ 215- 5 กุมภาพันธ์ 216)</title>
		<link>http://www.feelthailand.com/215-ad-17-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c-215-5-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c/</link>
		<comments>http://www.feelthailand.com/215-ad-17-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c-215-5-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 24 May 2009 17:17:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สามก๊ก]]></category>
		<category><![CDATA[เนื้อเรื่องสามก๊ก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://racelover.com/feel/215-ad-17-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c-215-5-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c/</guid>
		<description><![CDATA[ในฤดูใบไม้ผลิ เดือนแรก วันที่ 6 มีนาคม มเหสีโจ ลูกสาวโจโฉถูกแต่งตั้งเป็นฮองเฮา
ในเดือนที่สาม โจโฉนำทัพไปโจมตีเตียวฬ่อ เขาวางแผนที่จะเดินทัพผ่าน Wudu เข้าสู่ดินแดนชนเผ่า Di แต่ชาว Di นั้นปิดกั้นถนนไว้ เตียวคับ จูเหลง และคนอื่น ๆ ถูกส่งไปโจมตีและปราบพวกเขา
ในฤดูร้อน เดือนที่สี่ โจโฉมาจาก Chencang ผ่านทางด่านซานก๋วน มาถึง Hechi Doumao อ๋องแห่ง Di พร้อมคนติดตามกว่าหมื่นคน เชื่อว่าภูมิประเทศจะช่วยป้องกันพวกเขา จึงปฏิเสธการยอมจำนน ในเดือนที่ห้า กองทัพโจโฉโจมตีคนเถื่อนและสังหารพวกเขา
เหล่าผู้นำใน Xiping และ Jincheng Qu Yan Jiang Shi และพวกตัดหัวหันซุยและส่งมาให้โจโฉ
ก่อนหน้านั้น เมื่อเล่าปี่ยังอยู่ในมณฑลเกงจิ๋ว จิวยี่ กำเหลงและคนอื่น มักจะเสนอให้ซุนกวนเข้ายึดจ๊ก ซุนกวนจึงส่งจดหมายไปหาเล่าปี่ว่า เล่าเจี้ยงไม่ใช่นักรบ และเขาคงไม่สามารถรักษาตำแหน่งเขาเอาไว้ได้นาน ถ้าโจโฉยึดจ๊กไป แล้วมณฑลเกงจิ๋วก็จะตกอยู่ในอันตราย ข้าต้องการไปโจมตีเล่าเจี้ยงก่อน เมื่อจัดการกับเขาได้แล้ว ข้าจะโจมตีเตียวฬ่อต่อ ทันทีที่ภายใต้ถูกผนึกเข้าด้วยกันแล้ว [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ในฤดูใบไม้ผลิ เดือนแรก วันที่ 6 มีนาคม มเหสีโจ ลูกสาวโจโฉถูกแต่งตั้งเป็นฮองเฮา</p>
<p>ในเดือนที่สาม โจโฉนำทัพไปโจมตีเตียวฬ่อ เขาวางแผนที่จะเดินทัพผ่าน Wudu เข้าสู่ดินแดนชนเผ่า Di แต่ชาว Di นั้นปิดกั้นถนนไว้ เตียวคับ จูเหลง และคนอื่น ๆ ถูกส่งไปโจมตีและปราบพวกเขา</p>
<p>ในฤดูร้อน เดือนที่สี่ โจโฉมาจาก Chencang ผ่านทางด่านซานก๋วน มาถึง Hechi Doumao อ๋องแห่ง Di พร้อมคนติดตามกว่าหมื่นคน เชื่อว่าภูมิประเทศจะช่วยป้องกันพวกเขา จึงปฏิเสธการยอมจำนน ในเดือนที่ห้า กองทัพโจโฉโจมตีคนเถื่อนและสังหารพวกเขา</p>
<p>เหล่าผู้นำใน Xiping และ Jincheng Qu Yan Jiang Shi และพวกตัดหัวหันซุยและส่งมาให้โจโฉ</p>
<p>ก่อนหน้านั้น เมื่อเล่าปี่ยังอยู่ในมณฑลเกงจิ๋ว จิวยี่ กำเหลงและคนอื่น มักจะเสนอให้ซุนกวนเข้ายึดจ๊ก ซุนกวนจึงส่งจดหมายไปหาเล่าปี่ว่า เล่าเจี้ยงไม่ใช่นักรบ และเขาคงไม่สามารถรักษาตำแหน่งเขาเอาไว้ได้นาน ถ้าโจโฉยึดจ๊กไป แล้วมณฑลเกงจิ๋วก็จะตกอยู่ในอันตราย ข้าต้องการไปโจมตีเล่าเจี้ยงก่อน เมื่อจัดการกับเขาได้แล้ว ข้าจะโจมตีเตียวฬ่อต่อ ทันทีที่ภายใต้ถูกผนึกเข้าด้วยกันแล้ว ต่อให้มีสิบโจโฉ เราก็ไม่ต้องหวาดกลัว</p>
<p>เล่าปี่ตอบว่า ชาวบ้านในมณฑลเอ๊กจิ๋วต่างมั่งคั่ง และดินแดนพวกเขาก็ยากแก่การเดินทัพเข้าไป เล่าเจี้ยงนั้นอ่อนแอ แต่เขาก็สามารถรักษาดินแดนเอาไว้ได้ การนำทัพเข้าสู่หัวเมืองจ๊กและฮันต๋ง ที่ห่างออกไปหมื่นลี้ เพื่อปราบทั้งมณฑลโดยไม่มีการยกทัพกลับเลย นี่เป็นสิ่งที่ซุนอู่และงอกี๋บรรยายว่ายากลำบากยิ่ง</p>
<p>เมื่อโจโฉพ่ายแพ้ในศึกผาแดง ที่ปรึกษาของท่านก็แนะว่าอำนาจของเขากำลังเสื่อมถอย เขาไม่สามารถมีความทะเยอทะยานอันใดสำหรับดินแดนที่ห่างไกล แต่โจโฉก็ยังครองดินแดนสองในสามของแผ่นดินไว้ได้ และเขาวางแผนที่จะนำม้าของเขาไปถึงชายทะเลและนำทัพไปยังง่อและห้อยแข แล้วทำไมเขาถึงเต็มใจที่จะเก็บสิ่งที่เขามีและรอจนแก่เฒ่า</p>
<p>ยิ่งกว่านั้น ถ้าพันธมิตรโจมตีซึ่งกันและกันโดยไม่มีเหตุอันควร พวกเราจะเปิดโอกาสให้กับโจโฉฉวยประโยชน์จากการสู้รับกันเองของเราได้ นี่เป็นแผนที่ไม่มองการณ์ไกลเลย</p>
<p>นอกจากนั้น เล่าเจี้ยงและข้ายังเป็นคนแซ่เดียวกัน พวกเราหวังจะใช้อำนาจและแรงบันดาลใจของบรรพบุรุษเรามาฟื้นฟูราชสำนักฮั่น ถ้าเล่าเจี้ยงรุกรานท่าน ข้าก็รู้สึกเสียใจอย่างมาก ข้าจะไม่ยุ่งเกี่ยวเรื่องระหว่างพวกท่าน แต่ข้าขอร้องให้ท่านมีเมตตาด้วย</p>
<p>ซุนกวนไม่เห็นด้วย เขาส่ง Sun Yu นำทัพไปแฮเค้า เล่าปี่ปฏิเสธที่จะให้ทัพผ่านไป พูดกับ Sun Yu ว่า ถ้าท่านต้องการไปยึดจ๊ก ข้าก็จะไปปลีกสันโดษไปอยู่ในหุบเขา ข้าไม่สามารถละทิ้งคุณธรรมความดีไปได้</p>
<p>เล่าปี่ให้กวนอูประจำอยู่ที่กังเหลง เตียวหุยอยู่ที่จีกุ๋ย ขงเบ้งอยู่ที่เมือง Nan ในขณะที่เขาอยู่ที่ Chanling ซุนกวนจึงไม่มีทางเลือกได้แต่เรียกตัว Sun Yu กลับ</p>
<p>ต่อมาเล่าปี่นำทัพไปตะวันตกโจมตีเล่าเจี้ยง ซุนกวนรู้ถึงกับพูดว่า ไอ้คนเจ้าเล่ห์ต่ำช้า มันกล้าดียังไงถึงมาใช้อุบายต่ำช้าแบบนี้มาหลอกเรา</p>
<p>เล่าปี่ทิ้งให้กวนอูรักษา กังเหลง โลซกซึ่งครองดินแดนติดกับเขตของกวนอูในเวลานั้น กวนอูสั่งกองทัพเฝ้าระวังการโจมตีทันที แต่โลซกก็ประพฤติตัวเป็นมิตรกับเขาเหมือนเดิม</p>
<p>เมื่อเล่าปี่ได้มณฑลเอ๊กจิ๋วแล้ว ซุนกวนส่งจูกัดกิ๋นไปขอหัวเมืองเกงจิ๋วกลับคืน เล่าปี่ไม่เห็นด้วยอธิบายว่า ข้ากำลังวางแผนที่จะยึดมณฑลเลียงจิ๋ว เมื่อข้าได้ดินแดนนั้นแล้ว ข้าก็จะคืนมณฑลเกงจิ๋วทั้งหมดให้แก่ท่าน</p>
<p>ซุนกวนจึงพูดว่า นี่เป็นการยืมไม่ใช่การคืน เล่าปี่ต้องการยืดเวลาไปด้วยการขอโทษที่ไร้สาระ ซุนกวนแต่งตั้งขุนนางสำหรับสามหัวเมืองคือ เตียงสา เลงเหลงและฮุยเอี๋ยง แต่กวนอูขับไล่พวกเขาไป ซุนกวนโกรธมาก เขาส่งลิบองนำทัพสองหมื่นนายเข้ายึดสามหัวเมืองนั้น</p>
<p>ลิบองส่งจดหมายไปยังสามหัวเมืองนั้น ขุนนางที่รู้ว่าเหตุการณ์ผันเปลี่ยนไปเช่นไรล้วนแต่ยอมจำนนแต่โดยดี มีเพียงเจ้าเมืองเลงเหลงโฮเภาที่ยังรักษาเมืองโดยไม่ยอมจำนน</p>
<p>เล่าปี่รู้สถานการณ์จึงนำทัพด้วยตัวเองจากจ๊กมากังอั๋น เขาส่งกวนอูนำทัพมาชิงสามหัวเมืองกลับคืน ซุนกวนมาที่ลกเค้าเพื่อบัญชาการทัพเอง โลซกถูกสั่งให้นำทัพหมื่นนายไปตั้งค่ายที่ Yiyang เพื่อเผชิญหน้ากับกวนอู ในขณะเดียวกันซุนกวนก็ส่งจดหมายด่วนไปหาลิบองบอกให้เขาทิ้งเมืองเลงเหลงกลับมาช่วยโลซกโดยเร็ว</p>
<p>เมื่อลิบองได้รับจดหมาย เขาไม่แพร่งพรายคำสั่งนั้น ในคืนนั้นเขาเรียกขุนนางของเขามาบอกแผนการ ตอนรุ่งเช้าเขาโจมตีเมืองเลงเหลงอีก แล้วก็ไปหาเตงซวนจี๋ ลูกน้องเก่าของโฮเภา พูดว่าโฮเภานั้นได้ยินเรื่องของความซื่อสัตย์และมีเกียรติ เขาหวังว่าตัวเองจะสามารถทำตามอย่างได้ แต่เขาไม่รู้ตัวว่าต้องรับมืออยู่กับอะไร</p>
<p>เวลานี้ เล่าปี่แม่ทัพซ้ายได้ถูกปิดล้อมที่ฮันต๋งโดยแฮหัวเอี๋ยน กวนอูอยู่ที่เมือง Nan และนายของเราก็คุมทัพสู้กับเขาอยู่ ทั้งสองที่นั้นยังไม่ตัดสินผลแพ้ชนะ กำลังทั้งสองฝ่ายยังสูสีกันอยู่ ทั้งเล่าปี่และกวนอูต่างก็พยายามหากำลังพลมากเท่าที่จะมากได้เพื่อทำการรบ แล้วพวกเขาจะหาทหารส่งมาช่วยที่นี่ได้อย่างไร</p>
<p>ข้าได้คำนวณจากกำลังทหารของฝ่ายเราและได้วางแผนการที่รัดกุมเพื่อโจมตี รับรองได้ว่าเมืองนี้ต้องถูกยึดภายในเวลาไม่ถึงวัน เมื่อเมืองถูกยึดและโฮเภาถูกสังหาร แล้วจะมีประโยชน์แก่ผู้ใด แต่มันต้องเป็นเรื่องเศร้าของมารดาเขาซึ่งมีอายุใกล้ร้อยปีแล้ว ซึ่งอาจจะสิ้นใจทันทีที่รู้ข่าวว่าบุตรของนางเสียชีวิต</p>
<p>ข้าไม่เชื่อว่าคนของเขาจะรู้เรื่องจากภายนอก พวกเขาคิดว่าจะมีทัพมาช่วยเหลือ แต่เวลานี้เขาได้มาเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่มีทางออก ท่านจงไปหาเขาแล้วอธิบายให้เขาเข้าใจ</p>
<p>เตงซวนจี๋เข้าพบโฮเภา แล้วอธิบายสิ่งที่ลิบองบอกมา โฮเภากลัวมาก เขาจึงออกจากเมืองมายอมจำนน ลิบองต้อนรับเขา กุมมือของเขาแล้วพาลงเรือไปด้วยกัน เมื่อพวกเขาประชุมกันเสร็จสิ้น ลิบองจึงนำจดหมายจากซุนกวนให้เขาดู ตบมือและหัวเราะชอบใจ เมื่อโฮเภาได้เห็นจดหมายและรู้ว่าเล่าปี่อยู่ที่กังอั๋น และกวนอูอยู่ที่ Yiyang เขาโกรธมากและละอายใจ ปรารถนาให้พื้นธรณีสูบตัวเขาไป</p>
<p>ลิบองใหซุนโหคุมเมืองเลงเหลง ในวันเดียวกันเขานำทัพกลับไป Yiyang</p>
<p>โลซกต้องการคุยกับกวนอู แต่ลูกน้องของเขาเตือนว่ากวนอูอาจจะวางอุบายได้ และแนะนำให้เขาอย่าไป แต่โลซกพูดว่า ในเวลาเช่นนี้ คนเราควรจะเตรียมพร้อมเผชิญหน้ากัน เล่าปี่ติดหนี้บุญคุณใหญ่หลวงต่อรัฐเรา ใครถูกหรือผิดยังไม่มีใครรู้ แล้วทำไมกวนอูต้องปฏิเสธความปรารถนาดีของเราด้วย</p>
<p>ดังนั้นเขาจึงเชิญกวนอูมาประชุม ทั้งสองนำกองทัพมาแล้วก็สั่งให้กองทัพหยุดอยู่กับที่ แล้วทั้งสองก็เดินออกจากทัพตัวเองร้อยก้าวมาพบกันสองต่อสอง ไม่ใส่ชุดเกราะเพียงแค่สะพายดาบเท่านั้น</p>
<p>โลซกตำหนิการปฏิเสธคืนสามหัวเมือง กวนอูตอบว่า ในการโจมตีงอหลิน แม่ทัพซ้ายเป็นผู้นำทัพต่อสู้ด้วยตัวเอง ทำลายขับไล่ศัตรู แล้วทำไมเขาถึงต้องไม่ได้รับผลประโยชน์อันใด แม้เพียงเศษเสี้ยวของแผ่นดิน เวลานี้ท่านมาแล้วต้องการที่จะยึดดินแดนของเขาไป</p>
<p>โลซกตอบว่า ไม่เป็นความจริง เมื่อครั้งแรกที่ข้าพบเล่าปี่ที่้เนินฉาง กองทัพของเขามีจำนวนคนพอ ๆ กับหน่วยย่อยของขุนพลเท่านั้น เสบียงอาหารก็แทบหมดสิ้น และกังวลใจอย่างมาก ความหวังหดหายไป อำนาจก็อ่อนแอ เขาวางแผนที่จะหลบหนีไปให้ไกล สูญเสียกำลังใจที่จะทำสิ่งใด</p>
<p>นายท่านของข้ามีความสงสารเล่าปี่ว่าไม่มีที่จะไป เขาใจกว้างกับเล่าปี่มาก มอบดินแดนและทุกอย่างที่ตามที่เขาต้องการเพื่อให้เขาป้องกันตัวเองและช่วยเขาจากอันตราย</p>
<p>แต่เวลานี้เล่าปี่ทำตัวเห็นแก่ตัว เขาปิดบังความจริง ละเมิดคุณงามความดี ไม่สนใจหลักที่ควรปฏิบัติ เขาได้ยึดมณฑลตะวันตก แล้วเวลานี้ยังต้องการยึดดินแดนเกงจิ๋วอีก แม้แต่คนสามัญส่วนใหญ่ก็ยังละอายใจ แล้วคนที่เป็นผู้ปกครองและสั่งการผู้คน ควรที่จะละอายใจยิ่งกว่า กวนอูเงียบไม่ตอบคำโลซก</p>
<p>ในเวลานั้น โจโฉได้เคลื่อนทัพโจมตีฮันต๋ง เล่าปี่กลัวว่าเขาจะเสียมณฑลเอ๊กจิ๋วไป ดังนั้นเขาจึงส่งสารไปขอสงบศึกกับซุนกวน ซุนกวนส่งจูกัดกิ๋นเป็นคนนำสารตอบ ทั้งสองสร้างความสัมพันธ์ขึ้นใหม่ มณฑลเกงจิ๋วถูกแบ่งออกโดยใช้แม่น้ำเซียงเป็นเขตแดน เมืองเตียงสา กังแฮ และฮุยเอี๋ยงที่อยู่ทางตะวันออกเป็นของซุนกวน ในขณะที่ เมือง Nan เลงเหลงและบุเหลงที่อยู่ทางตะวันตกเป็นของเล่าปี่</p>
<p>แม้ว่าจูกัดกิ๋นจะถูกส่งไปเป็นฑูตที่จ๊กอยู่เสมอ แต่เขาพูดกับขงเบ้งน้องของเขาในที่ประชุมเท่านั้น เขาไม่เคยพบกับขงเบ้งเป็นการส่วนตัวเลย</p>
<p>ในฤดูใบไม้ร่วง เดือนที่เจ็ด โจโฉมาถึงเองเปงก๋วน เตียวฬ่อเตรียมที่จะยกฮันต๋งให้โจโฉ แต่น้องชายของเขา เตียวอุยไม่เห็นด้วย เขานำทหารหลายหมื่นคนไปรักษาด่าน และสร้างป้อมปราการตามภูเขาระยะทางกว่าสิบลี้</p>
<p>โจโฉเชื่อในรายงานจากขุนนางของมณฑลเลียงจิ๋ว และจากคนที่มายอมแพ้จาก Wudu พวกนั้นเล่าให้เขาฟังว่า เป็นการง่ายยิ่งนักที่จะโจมตีเตียวฬ่อ เทือกเขาทางเหนือและทางใต้ของเองเปงก๋วน นั้นยาวยิ่งนัก ทำให้ด่านนั้นยากแก่การป้องกัน โจโฉเชื่อพวกเขา แต่เมื่อเขามาถึงยังด่านซึ่งไม่เหมือนกับที่คนพวกนั้นพูด โจโฉถอนใจแล้วพูดว่า เมื่อคนปรึกษาแผนการร่วมกัน พวกเขาไม่ค่อยจะเห็นสิ่งที่คนคนนึงจะทำได้</p>
<p>โจโฉโจมตีค่ายที่เนินเขาเองเปงก๋วน แต่เนินเขานั้นชันและยากที่จะปีนขึ้น โจโฉล้มเหลวในการเข้าโจมตีครั้งแรก ทหารจำนวนมากถูกฆ่าตายและได้รับบาดเจ็บ เสบียงอาหารก็ร่อยหรอลง แผนการทั้งหมดที่วางไว้ล้มเหลวเหลือเพียงการถอยทัพและตั้งแนวป้องกันทิ้งไว้เท่านั้น เขาสั่งแฮหัวตุ้นและเคาทูให้เรียกทหารออกจากเนินเขา</p>
<p>แต่กองหน้าเกิดหลงทางในความมืด พวกเขาหลงทางมาถึงป้อมตรวจการแห่งหนึ่งของเตียวอุย ด้วยความกลัวและสับสน ทหารยามของเตียวอุยแตกกระจายหลบหนีไป ซินผีและเล่าหัวซึ่งอยู่ที่ตอนท้าายของทัพนั้นได้รายงานมายังแฮหัวตุ้นและเคาทูว่า กองทัพของเราได้ยึดค่ายหลักของศัตรู พวกกบฏได้หลบหนีไปแล้ว แต่แม่ทัพทั้งสองไม่เชื่อสิ่งที่เขาได้ยิน</p>
<p>แฮหัวตุ้นจึงไปดูเหตุการณ์ด้วยตาตัวเอง แล้วเขาก็กลับไปบอกโจโฉ ดังนั้นพวกเขาจึงส่งทหารไปโจมตีเตียวอุย เตียวอุยและลูกน้องเขาหนีไปในคืนนั้นเอง</p>
<p>เมื่อเตียวฬ่อรู้ว่าด่านเองเปงก๋วนถูกยึดแล้ว เขาต้องการยอมจำนน แต่เงียมเภาแนะนำเขาว่า ถ้าท่านยอมจำนนตอนนี้เพราะว่าท่านถูกกดดัน ท่านก็ดูเหมือนว่าอยู่ในฐานะจำยอมต้องทำตาม ทางที่ดีที่สุดคือการร่วมกับเผ่า Duhu และ Fuhu ต่อต้านโจโฉด้วยกัน แล้วค่อยส่งบรรณาการ โจโฉต้องยินดีมากเวลาที่ท่านยอมจำนน พวกเขาหนีไปด้วยกันทางเนินเขาตอนใต้เข้าสู่ดินแดนปากุ๋น</p>
<p>ขุนนางของเตียวฬ่อต้องการที่จะเผาทรัพย์สมบัติและเสบียงอาหาร แต่เตียวฬ่อบอกว่า ความตั้งใจจริง ๆ ของข้าคือการคืนอำนาจปกครองให้กับส่วนกลาง แต่ข้ายังไม่ได้เตรียมการไว้ ข้าตั้งใจจะหลบหนีไปเพื่อหลบอันตรายในตอนนี้ แต่ข้าไม่มีความปรารถนาที่จะสร้างปัญหาให้ทางการ ทรัพย์สมบัติพวกนี้ถือเป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน แล้วเขาจึงใส่กุญแจคลังเสบียง คลังสมบัติไว้แล้วหลบหนีไป เมื่อโจโฉมาถึง Nanzheng เขายินดีอย่างมาก รับรู้ถึงสิ่งที่เตียวฬ่อต้องการ เขาจึงส่งสารไปหาเตียวฬ่อให้เขาสบายใจได้</p>
<p>สุมาอี้ขุนนางอาลักษณ์ของเฉิงเซี่ยงพูดกับโจโฉว่า เล่าปี่ได้ยึดอำนาจจากเล่าเจี้ยงโดยใช้อุบายและกำลังทหาร ชาวจ๊กยังไม่ประทับใจในตัวเขานัก เวลานี้เขาไปต่อสู้ไกลใน กังเหลง นี่คือโอกาสอันดีที่จะพลาดไม่ได้ ท่านได้ยึดฮันต๋งแล้ว มณฑลเอ๊กจิ๋วก็ติดกับฮันต๋ง ส่งทหารของท่านไปโจมตีพวกเขา พวกเขาย่อมพ่ายแพ้แน่ นักปราชญ์ย่อมไม่ต่อต้านกาลเวลา และเขาย่อมไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือไป โจโฉพูดว่า คนที่ไม่สามารถพอใจ จะต้องไปยึดเทือกเขาลองสันและมองไปถึงจ๊ก</p>
<p>เล่าหัวแย้งว่า เล่าปี่เป็นวีรบุรุษในหมู่คนทั่วไป และมีความเมตตาที่ดีของผู้นำ แต่เขามาช้าเกินไป เขาได้ครองจ๊กเพียงแค่ไม่กี่วัน และชาวเมืองก็ยังไม่ไว้ใจเขา เวลานี้ท่านได้ยึดฮันต๋ง ทุกคนในจ๊กล้วนแต่สั่นเทาด้วยความหวาดกลัวและความเข้มแข็งของพวกเขาก็ลดน้อยถอยลงตามไปด้วย ด้วยความเฉลียวฉลาดของท่าน ฉวยโอกาสจากความอ่อนแอของพวกเขา ทำลายพวกเขา นี่เป็นสิ่งที่ท่านควรจะกระทำได้</p>
<p>แต่ถ้าท่านรีรอเพียงชั่วขณะ แล้วปล่อยให้ขงเบ้ง เฉิงเซี่ยงของเขารู้ว่าจะทำอย่างไรให้ดินแดนปกติสุข ในขณะที่แม่ทัพของเขา กวนอูและเตียวหุยได้สร้างขวัญกำลังใจให้กับคนแล้ว แล้วผู้คนของจ๊กก็จะสงบลง พวกเขาจะรักษาด่านและป้องกันจุดยุทธศาสตร์สำคัญ พวกเขาก็จะไม่สามารถโจมตีพวกเขาได้ ถ้าท่านไม่ปราบพวกเขาในตอนนี้ พวกเขาจะก่อปัญหาให้เราภายหลังแน่ โจโฉไม่เห็นด้วยกับเขา</p>
<p>พวกเขาอยู่ต่ออีกเจ็ดวัน มีคนจากจ๊กมายอมจำนนและบอกข่าวให้ฟังว่า ภายในวันเดียว ดินแดนจ๊กมีการเตือนภัยหลายครั้ง และแม้ว่าเหล่าทหารจะสังหารคนที่ก่อปัญหาหลายคน แต่พวกเขาก็ไม่อาจทำให้ประชาชนสงบได้ โจโฉถามเล่าหัวว่า เรายังสามารถโจมตีพวกเขาได้หรือไม่ แต่เล่าหัวตอบว่า พวกเขาได้ทำให้ประชาชนสงบลงแล้ว ท่านไม่สามารถโจมตีพวกเขาได้ แล้วโจโฉก็ถอยทัพกลับ</p>
<p>แฮหัวเอี๋ยนถูกแต่งตั้งให้เป็นแม่ทัพผู้ป้องกันพร้อมด้วยอำนาจออกคำสั่งต่อเตียวคับ ซิหลงและคนอื่นรักษาการณ์ฮันต๋ง ในขณะที่โตสิบ กลายเป็นผู้บัญชาการทหารม้ารับผิดชอบการบริหารเมือง โตสิบทำให้ชาวเมืองฮันต๋งสงบและให้กำลังใจพวกเขา แล้วชาวเมืองมากกว่าแปดหมื่นคนยินดีที่จะอพยพไปอยู่ลกเอี๋ยงและเงียบกุ๋น</p>
<p>ในเดือนที่แปด ซุนกวนนำทัพหนึ่งแสนคนล้อมหับป๋า เตียวเลี้ยว ลิเตียวและงักจิ้นมีกำลังทหารเพียงเจ็ดพันนายรักษาการณ์อยู่ในเมือง</p>
<p>เมื่อโจโฉไปโจมตีเตียวฬ่อ เขาได้ส่งจดหมายแนะนำให้ Xue Ti ผู้ควบคุมกองทัพของหับป๋าไว้ และเขียนไว้ด้านนอกว่า ถ้าศัตรูมาถึงให้เปิดออก ทันทีที่ซุนกวนยกทัพมาใกล้ พวกเขาเปิดจดหมายออกอ่าน ในจดหมายเขียนว่า ถ้าซุนกวนมา ให้แม่ทัพเตียวเลี้ยวและลิเตียนออกมาสู้ภายนอก แม่ทัพงักจิ้นให้รักษาเมือง ส่วนผู้บัญชาการกองทัพไม่ต้องสั่งการสู้รบ</p>
<p>เหล่าแม่ทัพต่างพากันคิดว่าทหารของพวกเขาน้อยเกินกว่าจะไปต่อสู้กับศัตรู และพวกเขาก็ยังสงสัยในแผนนี้ เตียวเลี้ยวพูดว่า นายท่านนั้นยกทัพไปต่อสู้ยังแดนไกล กว่าที่กองทัพช่วยเหลือจะมาถึง พวกเราก็คงพ่ายแพ้ไปแล้ว จดหมายฉบับนี้เตือนเราว่า ถ้าเราโจมตีศัตรูก่อนที่พวกเขาจะล้อมเมืองเราได้ เราก็จะทำลายความเข้มแข็งของศัตรูแต่เนิ่น ๆ และปลุกขวัญกำลังใจของกองทัพเรา แล้วเราก็อยู่ป้องกันแต่ในเมือง งักจิ้นและคนอื่นนิ่งเงียบไม่พูดอะไร</p>
<p>เตียวเลี้ยวโกรธมากพูดว่า แพ้หรือชนะขึ้นอยู่กับการศึกครั้งนี้ ถ้าพวกท่านยังรีรอ ข้าก็จะยกทัพไปสู้เพียงคนเดียว</p>
<p>ลิเตียนซึ่งเคยบาดหมางกับเตียวเลี้ยวมาก่อน ได้สนับสนุนเขาว่า นี่เป็นเรื่องใหญ่ของแผ่นดิน เมื่อข้าเห็นท่านวางแผนการเช่นนี้ แล้วข้าจะยังมีอคติส่วนตัวกับท่านแล้วเพิกเฉยเรื่องส่วนรวมได้อย่างไร ข้าขอเข้าร่วมกับท่านในการโจมตีนี้</p>
<p>เตียวเลี้ยวขออาสาสมัครจากทหาร มีทหารเข้าร่วมแปดร้อยคน เขาฆ่าวัวและจัดงานเลี้ยงในคืนนั้น</p>
<p>วันต่อมา เตียวเลี้ยวใส่ชุดเกราะและถือทวนปลายแหลมสองข้างและเป็นคนแรกที่เข้าโจมตีศัตรู เขาฆ่าคนไปหลายสิบคน ตัดหัวนายทหารได้สองคน แล้วตะโกนร้องบอกชื่อของเขาให้ศัตรูได้รับรู้ เตียวเลี้ยวข้ามรั้วป้องกันและตรงเข้าไปหาซุนกวน ซุนกวนตกใจมาก ทำอะไรไม่ถูกได้แต่หนีขึ้นไปยังเนินดินและป้องกันตัวเองจากทวนยาวนั้น</p>
<p>เตียวเลี้ยวเรียกซุนกวนให้ลงมาต่อสู้ แต่ซุนกวนไม่กล้าลงมา แล้วเมื่อซุนกวนสังเกต เขาเห็นว่าเตียวเลี้ยวมีทหารจำนวนน้อยนิด เขาสั่งทหารล้อมวงหลายชั้นล้อมเตียวเลี้ยว เตียวเลี้ยวโจมตีวงล้อมอย่างรุนแรง ทำลายวงล้อมนั้นและหนีออกมาได้พร้อมทหารไม่กี่สิบคน ส่วนทหารที่เหลือของเขาที่ยังอยู่ในวงล้อมร้องไห้คร่ำครวญว่า ท่านแม่ทัพทิ้งพวกเราไปแล้วหรือ เตียวเลี้ยวจึงวกกลับไปต่อสู้อีกครั้ง โจมตีวงล้อมและนำทหารที่เหลือออกมา</p>
<p>ทหารของซุนกวนทั้งหมดไม่มีใครกล้าสู้กับเตียวเลี้ยวได้แต่หนีไป พวกเขาสู้ตั้งแต่ตอนเช้าจนถึงเที่ยงวัน ทหารจากง่อล้วนแต่สูญเสียกำลังใจสู้รบไป พวกเขาถอยทัพและเตรียมการป้องกันใหม่ ในขณะที่ฝ่ายวุยมีกำลังใจมากขึ้น</p>
<p>ซุนกวนอยู่ที่หับป๋าอีกมากกว่าสิบวัน แต่ฝั่งวุยก็ป้องกันการโจมตีจนไม่สามารถยึดได้ ในที่สุดซุนกวนก็เตรียมการถอยทัพ (มีบันทึกว่าเกิดโรคระบาดในทัพซุนกวน ทำให้ทหารซุนกวนไม่สามารถต่อสู้ได้ไม่เต็มที่และต้องถอยทัพ)</p>
<p>ทันทีที่กองทัพกำลังถอยทัพ ซุนกวนและแม่ทัพของเขาได้หยุดอยู่ที่ทางเหนือของสะพานเซียวเหยา เตียวเลี้ยวเฝ้าซุ่มสังเกตการณ์อยู่ และเมื่อเขาเห็นทหารง่อ เตียวเลี้ยวก็นำทัพเข้าโจมตีอย่างรวดเร็ว กำเหลง ลิบองและคนอื่น ๆ ต่างต่อสู้ตรึงข้าศึกไว้ เล่งทองนำทหารองครักษ์ของตัวเองช่วยซุนกวนฝ่าวงล้อม แล้ววกมาสู้กับทัพเตียวเลี้ยว ทหารของเล่งทองถูกฆ่าตายหมด ตัวเล่งทองเองได้รับแผลมากมาย เมื่อเล่งทองคิดว่าซุนกวนน่าจะหนีไปได้แล้ว เขาจึงผละออกจากการต่อสู้เพื่อตามไป</p>
<p>ซุนกวนขี่ม้าอย่างรวดเร็วมาถึงสะพาน แต่สะพานฝั่งใต้ได้ถูกทำลาย และมีช่องว่างห่างกันถึงสิบฟุต ผู้ตรวจการทหารองครักษ์ กู่ลี่ ซึ่งตามซุนกวนมา ได้บอกซุนกวนให้ยึดอานม้ากับบังเหียนให้แน่น แล้วเขาก็เอาแส้หวดที่หลังม้า แล้วพวกเขาก็ข้ามสะพานมาได้ โฮกี๋นำทหารสามพันคนจากฝั่งตอนใต้มารับซุนกวน</p>
<p>ซุนกวนจัดงานเลี้ยงให้กับเหล่าแม่ทัพของเขา โฮกี๋ลุกจากที่นั่งของเขาร้องไห้แล้วพูดว่า เกียรติของนายท่านคือการเป็นผู้ปกครองผู้คน ท่านควรจะได้รับการป้องกันอย่างแข็งขันอยู่เสมอ การศึกวันนี้ เมื่อท่านประสบโชคร้าย เหล่าข้ารับใช้ของท่านล้วนแต่หวาดกลัวว่าฟ้าดินจะถล่มทลาย พวกเราวิงวอนนายท่านให้เอาเหตุการณ์วันนี้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจไปตลอดชีวิต ซุนกวนลุกมาหาเขา เช็ดน้ำตาให้แล้วพูดว่า ข้ารู้สึกขอบคุณและละอายใจ การทำศึกอย่างระมัดระวังหาใช่สิ่งที่เขียนโชว์บนเข็ดขัดข้า หากแต่ว่าอยู่ในก้นบึ้งหัวใจข้าแล้ว (ซุนกวนพูดเปรียบเทียบถึง ซิจาง ที่เขียนคำสอนของขงจื้อลงบนเข็ดขัดของเขา)</p>
<p>ในเดือนที่เก้า เหล่าผู้นำของชาว Zong แห่งปากุ๋น Fuhu Duhu และ Ren Yue ได้นำกำลังของพวกเขามาร่วมกับโจโฉ แล้วโจโฉจึงแบ่งหัวเมืองปากุ๋น แต่งตั้งให้ Fuhu เป็นเจ้าเมืองปาต๋ง Duhu เป็นเจ้าเมือง ปาเส และ Ren Yue เป็นเจ้าเมืองปากุ๋น ทั้งหมดได้รับยศพระยา</p>
<p>ในฤดูหนาวเดือนที่สิบ มีการแต่งตั้งยศพระยาใหม่ซึ่งโจโฉเพิ่มเข้าไปอีกสามลำดับ เป็นรางวัลแก่นายทหารทั้งหลาย</p>
<p>ในเดือนที่สิบเอ็ด เตียวฬ่อพาครอบครัวและผู้ติดตามของเขามายอมจำนน โจโฉต้อนรับเขาอย่างดีและแต่งตั้งให้เป็นแม่ทัพผู้รักษาความสงบทิศใต้ ปฏิบัติต่อเขาเยี่ยงแขกผู้มีเกียรติ โจโฉมอบตำแหน่งเจ้าพระยาแห่ง ลองจิ๋ว ให้เขาพร้อมด้วยศักดินาหมื่นครัวเรือน และมอบยศพระยาให้กับลูกของเตียวฬ่อห้าคน และเงียมเภากับขุนนางคนอื่น ๆ</p>
<p>เทงหงิน เฮาชวนและบังเต็กล้วนมาสวามิภักดิ์พร้อมเตียวฬ่อ โจโฉแต่งตั้งเทงหงินและเฮาชวนเป็นขุนนางตามเดิม ส่วนบังเต็ก โจโฉแต่งตั้งให้เป็นแม่ทัพผู้สนับสนุนความชอบธรรม</p>
<p>เมื่อเตียวฬ่อหนีไปดินแดนปากุ๋น อุยก๋วนพูดกับเล่าปี่ว่า ทันทีที่เราเสียฮันต๋งไป เมืองปาทั้งสามก็ตกอยู่ในอันตราย นี่จะเป็นสิ่งที่ทำลายความมั่นคงของจ๊ก ดังนั้นเล่าปี่จึงตั้ง อุยก๋วน เป็นผู้บัญชากองทัพนำกองทัพทั้งหมดไปจับตัวเตียวฬ่อ</p>
<p>เตียวฬ่อยอมจำนนแต่โดยดี แต่อุยก๋วนโจมตี Fuhu Duhu และ Ren Yue พ่ายแพ้ไป</p>
<p>โจโฉส่งเตียวคับให้นำทัพมายังดินแดนปาทั้งสาม เขาตั้งใจที่จะย้ายผู้คนที่นั่นไปยังฮันต๋ง</p>
<p>เตียวคับนำกองทัพมุ่งหน้าไป Dangqu เล่าปี่ส่งเตียวหุยเจ้าเมือง ปาเส ไปสู้กับเขา หลังจากสู้รบกันนานกว่าสองเดือน ในการรบครั้งหนึ่งเตียวหุยโจมตีเตียวคับและสร้างความเสียหายให้ทัพเตียวคับอย่างมากจนเตียวคับต้องหนีไป Nanzheng แล้วเล่าปี่จึงกลับไปเฉิงตู</p>
<p>โจโฉรวบรวมทหารเก่าห้าพันคนของหันซุย ม้าเฉียวและแม่ทัพของตะวันตกเฉียงเหนือคนอื่น และให้พวกเขาอยู่ในการควบคุมของ Yin Shu แม่ทัพผู้สยบความวุ่นวาย เอียวงัน เจ้าเมือง Youfufeng ถุกแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการกองทัพภายในด่าน และสั่งให้มีทหารพันสองร้อยคนไปช่วยป้องกันฮันต๋ง</p>
<p>Yin Shu ได้รับคำสั่งในการเคลื่อนพลครั้งนี้ แต่เหล่าทหารล้วนไม่ยินดีในคำสั่งย้ายครั้งนี้ เอียวงัน เดินทางไปกับพวกเขาถึงด่าน Yegu แต่ทันที่ที่เขากลับก่อนที่จะถึงค่ายเสียอีก ทัพของ Yin Shu ก็ก่อกบฏขึ้น</p>
<p>เอียวงัน ในตอนนั้นมีทหารเพียงร้อยห้าสิบคน ซึ่งทั้งหมดล้วนแต่เป็นญาติหรือคนรู้จักของทหารที่ก่อกบฏนั้น เมื่อพวกเขาได้ยินข่าว พวกเขาก็สับสนวุ่นวายต่างพากันสวยเสื้อเกราะและหยิบอาวุธ มีทีท่าจะก่อความวุ่นวาย เอียวงัน อธิบายเหตุการณ์ให้พวกเขาฟัง ปลอบขวัญและปลุกกำลังใจพวกเขา ทหารทั้งหมดล้วนรับฟังเขาและร้องไห้พูดว่า ไม่ว่าเป็นหรือตายพวกเขาจะติดตามผู้บัญชาการกองทัพ พวกเราไม่กล้าที่จะทรยศ แล้วพวกเขาก็เดินหน้าไปยังค่ายทหารกบฏ</p>
<p>เมื่อพวกเขาสังเกตการณ์ดูมีทหารกบฏแปดร้อยคนกระจายไปยังท้องที่ต่าง ๆ แต่เอียวงันสั่งการว่า ให้จับตัวหัวหน้ากลุ่มมาลงโทษ อย่าได้ทำอันตรายผู้อื่น ทหารที่ถุกหัวเมืองต่าง ๆ จับตัวล้วนถูกส่งกลับมา ที่เหลือล้วนแต่ยอมแพ้</p>
<p>เอียวงันส่งรายงานลับไปแนะนำว่า ให้ส่งคนไปหายังส่วนกลางของท่านโจโฉ ร้องขอทหารที่มีประสบการณ์และเชื่อใจได้ให้มารักษาการณ์ดินแดนภายในด่าน โจโฉจึงส่งแม่ทัพ Liu Zhu พร้อมทหารสองพันนาย แล้วเขาจึงสั่งการห้ามให้เคลื่อนย้ายทหารก่อนที่กองทัพนี้จะไปถึง</p>
<p>เมื่อข่าวนี้เป็นที่รู้ทั่วกัน ทั้งค่ายล้วนแต่สับสน ไม่มีสิ่งใดที่จะพูดเพื่อให้ทหารสงบลงได้ ดังนั้นเอียวงันจึงประกาศว่า เราจะเลือกทหารชั้นดีหนึ่งพันคนจากทหารใหม่ทั้งหมดเพื่อยังรักษาการณ์ดินแดนในด่านอยู่ ทหารที่เหลือจะถูกส่งไปตะวันออก</p>
<p>เหล่านายทหารส่งรายชื่อของทหารในค่ายทั้งหมด เอียวงันมองรายชื่อพวกเขาและทำการคัดเลือกทันที คนที่ถูกเลือกล้วนแต่พอใจ ส่วนคนที่ถูกคัดให้ไปที่อื่นล้วนไม่กล้าคัดค้าน เอียวงันส่งพวกเขาออกเดินทางในวันเดียวกัน ทหารหนึ่งพันคนถูกสั่งให้คุ้มครองคนที่จะเดินทางและคอยคุมพวกเขาให้อยู่ในความสงบ</p>
<p>กองทัพเสริมของ Liu Zhu เดินทางจากตะวันออกมาถึง แล้วเอียวงันก็ได้อำนาจสั่งการของเขากลับมาอีกครั้ง ดังนั้นเขาจึงย้ายทหารที่เหลืออีกหนึ่งพันคนเช่นกัน พวกเขาตามทหารที่ล่วงหน้าไปแล้วเดินทางด้วยกัน ทำให้เอียวงันสามารถเคลื่อนย้ายคนได้มากกว่าสองหมื่นคน </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.feelthailand.com/215-ad-17-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c-215-5-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>214 AD (28 มกราคม 214 &#8211; 16 กุมภาพันธ์ 215)</title>
		<link>http://www.feelthailand.com/214-ad-28-%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a1-214-16-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c-215/</link>
		<comments>http://www.feelthailand.com/214-ad-28-%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a1-214-16-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c-215/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 24 May 2009 17:17:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สามก๊ก]]></category>
		<category><![CDATA[เนื้อเรื่องสามก๊ก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://racelover.com/feel/214-ad-28-%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a1-214-16-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c-215/</guid>
		<description><![CDATA[ในฤดูใบไม้ผลิ ม้าเฉียวขอทหารจากเตียวฬ่อเพื่อที่เขาจะได้นำทัพขึ้นเหนือไปยึดมณฑลเลียงจิ๋ว เตียวฬ่อจึงส่งเขาไปล้อมเขากิสาน
เกียงขิมแจ้งข่าวบอกกับแฮหัวเอี๋ยน แต่ลูกน้องของแฮหัวเอี๋ยนบอกว่าเขาควรรอคำสั่งจากโจโฉ ท่านวุยก๋งอยู่ที่เมืองเงียบกุ๋น แฮหัวเอี๋ยนตอบ ซึ่งห่างจากที่นี่เป็นระยะทางไปกลับสี่พันลี้ เกียงขิมและพวกจะถูกโจมตีย่อยยับไปก่อนที่รายงานจะไปถึงท่านโจโฉ การรายงานก่อนเท่ากับว่าไม่สามารถให้ความช่วยเหลือขณะที่พวกเขาต้องการได้
ดังนั้นแฮหัวเอี๋ยนจึงยกทัพไปช่วย ส่งเตียวคับเป็นทัพหน้าพร้อมทหารห้าพันนาย ม้าเฉียวพ่ายแพ้หลบหนีไป
หันซุยอยู่ที่ Xianqin แฮหัวเอี๋ยนวางแผนจู่โจมเขาอย่างฉับพลันเพื่อจับตัวเขา แต่หันซุยหนีไปได้ แฮหัวเอี๋ยนไล่ตามเขาไปถึงเมือง Lueyang เขาอยู่ห่างสามสิบลี้จากตัวหันซุย ขุนนางของเขาต่างต้องการให้เขาไล่จับหันซุย แต่บางส่วนก็แนะนำว่าพวกเขาควรโจมตีชนเผ่า Di แห่ง Xingguo
กองทัพหันซุยนั้นฝึกฝนมาเป็นอย่างดี และ Xingguo ก็มีกำแพงเมืองที่แข็งแกร่ง แฮหัวเอี๋ยนตอบ ถ้าเราโจมตีฝ่ายไหน เราก็อาจจะไม่ได้ชัยชนะก็เป็นได้ ทางที่ดีเราควรโจมตีเผ่าเกี๋ยงที่ Changli คนจำนวนมากของเผ่านี้เข้าร่วมกับกองทัพหันซุย แต่พวกเขาต้องกลับมาช่วยเหลือครอบครัวแน่นอน ถ้าหันซุยปล่อยให้พวกเขากลับมาช่วยครอบครัว หันซุยก็จะเหลือกำลังเพียงน้อยนิด แต่ถ้าหันซุยรวมกำลังกับพวกเขาช่วยเหลือ Changli กองกำลังของเราก็จะสู้กับเขาในสนามรบ เราต้องจัดการเขาได้แน่
แฮหัวเอี๋ยนทิ้งทหารบางส่วนไว้ป้องกันสัมภาระ ส่วนตัวเขานำกำลังเคลื่อนที่เร็วเข้าโจมตี Changli พวกเขาโจมตีค่ายที่ Shaodang เผ่าเกี๋ยงและหันซุยส่งทหารมาช่วยเหลือ
เมื่อเหล่าขุนนางเห็นขนาดของกองทัพหันซุย พวกเขาต้องการสร้างกำแพงไม้และคูเพื่อป้องกัน แต่แฮหัวเอี๋ยนพูดว่า เราเดินทางมาเป็นระยะทางกว่าพันลี้ ถ้าเรายังสร้างกำแพงไม้และขุดคูอีก ทหารของเราต้องเหนื่อยล้าและไม่อาจสู้รบได้ แม้ว่าโจรกบฏจะมีจำนวนมาก แต่พวกเขาจัดการได้ง่ายดายนัก เขาจึงตีกลองศึก แล้วกองทัพหันซุยก็พ่ายแพ้ยับเยิน
แฮหัวเอี๋ยนนำทัพไปล้อม Xingguo อ๋อง Qianwan [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ในฤดูใบไม้ผลิ ม้าเฉียวขอทหารจากเตียวฬ่อเพื่อที่เขาจะได้นำทัพขึ้นเหนือไปยึดมณฑลเลียงจิ๋ว เตียวฬ่อจึงส่งเขาไปล้อมเขากิสาน</p>
<p>เกียงขิมแจ้งข่าวบอกกับแฮหัวเอี๋ยน แต่ลูกน้องของแฮหัวเอี๋ยนบอกว่าเขาควรรอคำสั่งจากโจโฉ ท่านวุยก๋งอยู่ที่เมืองเงียบกุ๋น แฮหัวเอี๋ยนตอบ ซึ่งห่างจากที่นี่เป็นระยะทางไปกลับสี่พันลี้ เกียงขิมและพวกจะถูกโจมตีย่อยยับไปก่อนที่รายงานจะไปถึงท่านโจโฉ การรายงานก่อนเท่ากับว่าไม่สามารถให้ความช่วยเหลือขณะที่พวกเขาต้องการได้</p>
<p>ดังนั้นแฮหัวเอี๋ยนจึงยกทัพไปช่วย ส่งเตียวคับเป็นทัพหน้าพร้อมทหารห้าพันนาย ม้าเฉียวพ่ายแพ้หลบหนีไป</p>
<p>หันซุยอยู่ที่ Xianqin แฮหัวเอี๋ยนวางแผนจู่โจมเขาอย่างฉับพลันเพื่อจับตัวเขา แต่หันซุยหนีไปได้ แฮหัวเอี๋ยนไล่ตามเขาไปถึงเมือง Lueyang เขาอยู่ห่างสามสิบลี้จากตัวหันซุย ขุนนางของเขาต่างต้องการให้เขาไล่จับหันซุย แต่บางส่วนก็แนะนำว่าพวกเขาควรโจมตีชนเผ่า Di แห่ง Xingguo</p>
<p>กองทัพหันซุยนั้นฝึกฝนมาเป็นอย่างดี และ Xingguo ก็มีกำแพงเมืองที่แข็งแกร่ง แฮหัวเอี๋ยนตอบ ถ้าเราโจมตีฝ่ายไหน เราก็อาจจะไม่ได้ชัยชนะก็เป็นได้ ทางที่ดีเราควรโจมตีเผ่าเกี๋ยงที่ Changli คนจำนวนมากของเผ่านี้เข้าร่วมกับกองทัพหันซุย แต่พวกเขาต้องกลับมาช่วยเหลือครอบครัวแน่นอน ถ้าหันซุยปล่อยให้พวกเขากลับมาช่วยครอบครัว หันซุยก็จะเหลือกำลังเพียงน้อยนิด แต่ถ้าหันซุยรวมกำลังกับพวกเขาช่วยเหลือ Changli กองกำลังของเราก็จะสู้กับเขาในสนามรบ เราต้องจัดการเขาได้แน่</p>
<p>แฮหัวเอี๋ยนทิ้งทหารบางส่วนไว้ป้องกันสัมภาระ ส่วนตัวเขานำกำลังเคลื่อนที่เร็วเข้าโจมตี Changli พวกเขาโจมตีค่ายที่ Shaodang เผ่าเกี๋ยงและหันซุยส่งทหารมาช่วยเหลือ</p>
<p>เมื่อเหล่าขุนนางเห็นขนาดของกองทัพหันซุย พวกเขาต้องการสร้างกำแพงไม้และคูเพื่อป้องกัน แต่แฮหัวเอี๋ยนพูดว่า เราเดินทางมาเป็นระยะทางกว่าพันลี้ ถ้าเรายังสร้างกำแพงไม้และขุดคูอีก ทหารของเราต้องเหนื่อยล้าและไม่อาจสู้รบได้ แม้ว่าโจรกบฏจะมีจำนวนมาก แต่พวกเขาจัดการได้ง่ายดายนัก เขาจึงตีกลองศึก แล้วกองทัพหันซุยก็พ่ายแพ้ยับเยิน</p>
<p>แฮหัวเอี๋ยนนำทัพไปล้อม Xingguo อ๋อง Qianwan หนีไปหาม้าเฉียว ทหารที่เหลืออยู่ในเมืองของเขาล้วนยอมจำนน แฮหัวเอี๋ยนจึงนำทัพไปโจมตีเกาผิงและฉูจี (กลุ่มหนึ่งของชนเผ่าซงหนู) เขาโจมตีทั้งสองกลุ่มพ่ายแพ้ไป</p>
<p>ในเดือนที่สาม มีราชโองการแต่งตั้งวุยก๋งโจโฉให้อยู่เหนืออ๋องทั้งปวง ตราตำแหน่งถูกเปลี่ยนเป็นตราที่ทำจากทองคำประดับด้วยริบบิ้นสีแดงและหมวกสำหรับเดินทางไกล (หมวกสำหรับเดินทางไกลเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของท่านอ๋องในราชสำนักฮั่น ตงเทียนก๋วนเป็นหมวกสูงประมาณ 20 เซนติเมตรมีสายรัดใต้คางและด้านหน้าของหมวกยื่นออกไป)</p>
<p>ในฤดูร้อน เดือนที่สี่ เกิดฝนแล้งขึ้น</p>
<p>ในเดือนที่ห้าเกิดฝนตกหนัก</p>
<p>ก่อนหน้านั้น โจโฉได้แต่งตั้งจูกวงให้เป็นเจ้าเมืองโลกั๋ง ตั้งค่ายอยู่ที่ฮวน และเริ่มสำรวจพื้นที่เพาะปลูก ลิบองพูดกับซุนกวนว่า แผ่นดินของฮวน นั้นอุดมสมบูรณ์ ทันทีที่พวกเขาเริ่มการเพาะปลูก ศัตรูของเราจะยิ่งทวีความแข็งแกร่งขึ้น พวกเราต้องโจมตีพวกเขาโดยเร็ว</p>
<p>ซุนกวนนำทัพเข้าโจมตีเมืองฮวน ขุนนางของเขาต้องการสร้างเนินดินให้สูง และเครื่องยิงเพื่อโจมตีเมือง แต่ลิบองพูดว่า ถ้าเราสร้างเครื่องยิงและเนินดิน ต้องใช้เวลาหลายวันกว่าที่จะเสร็จ ตอนนั้นในเมืองก็เตรียมการป้องกันแล้ว กองทัพช่วยเหลือก็จะมาถึง เราก็จะไม่ประสบผลสำเร็จ ยิ่งกว่านั้น ฝนและน้ำหลากนั้นช่วยให้เรานำทัพมาได้ แต่ถ้าเราทำศึกยืดเยื้อเกินไป น้ำก็จะลดลง แล้วการเดินทางกลับก็จะยากลำบากยิ่งนัก ในความเห็นอันต่ำต้อยของผู้น้อยคิดว่าสถานการณ์เราก็จะอันตรายยิ่งนัก</p>
<p>ขอให้นายท่านจงพิจารณาเมืองให้ดี เมืองนี้ไม่มั่นคงแข็งแรงเท่าไหร่นัก ถ้าเราโจมตีอย่างหนักทุกด้าน เราจะยึดเมืองได้โดยง่าย แล้วเราก็สามารถยกทัพกลับในขณะที่น้ำยังท่วมสูงอยู่ได้ นี่คือแผนที่จะได้ชัยชนะ</p>
<p>ซุนกวนอนุญาตตามแผนของเขา ลิบองเสนอกำเหลงให้นำทหารเข้าโจมตี กำเหลงใช้ตะขอเหล็กดึงตัวเองไต่ขึ้นกำแพงเมืองและเป็นคนแรกที่สามารถเข้าเมืองได้สำเร็จ ลิบองตีกลองศึกด้วยตัวเองและตามโจมตีด้วยทหารที่ฝึกมาเป็นอย่างดี ทหารทั้งหมดกระโจนเข้าสู่การสู้รบ พวกเขาเริ่มโจมตีตั้งแต่รุ่งสาง ก่อนจะถึงมื้อเข้าพวกเขาก็ยึดเมืองได้ พวกเขาจับตัวจูกวงและเชลยศึกชายหญิงหลายพันคน เมื่อเตียวเลี้ยวมาถึง Jiashi เขารู้ว่าเมืองถูกยึดไป เขาจึงยกทัพกลับ</p>
<p>ซุนกวนแต่งตั้งลิบองให้เป็นเจ้าเมืองโลกั๋ง แล้วลิบองก็กลับไปตั้งค่ายที่ Xunyang</p>
<p>ขงเบ้งปล่อยให้กวนอูรักษาการณ์มณฑลเกงจิ๋ว ส่วนตัวเขานำเตียวหุยและจูล่งนำทัพเข้ายึดปาต๋ง เมื่อพวกเขามาถึงมณฑลเจียงโจว พวกเขาโจมตีและจับตัวเงียมหงัน เจ้าเมืองปากุ๋น</p>
<p>เตียวหุยตะโกนใส่เงียมหงันว่า เมื่อกองทัพใหญ่มาถึง ทำไมเจ้าถึงไม่ยอมจำนนแต่โดยดี เหตุใดจึงกล้าต่อสู้กับพวกเรา</p>
<p>เจ้าคนชั่ว เงียมหงันตอบ เจ้ามาบุกรุกมณฑลของเรา แต่มณฑลของเรานั้นมีแต่แม่ทัพที่ยอมตาย ไม่มีแม่ทัพคนใดที่ยอมจำนน</p>
<p>เตียวหุยโกรธมากสั่งให้ลูกน้องของเขานำตัวเงียมหงันไปตัดหัว เงียมหงันมีสีหน้าเป็นปกติพูดว่า ตัดหัวก็คือตัดหัว เหตุใดจึงต้องเอะอะโวยวาย เตียวหุยได้เห็นความกล้าหาญของเงียมหงันจึงปล่อยตัวเขาและรับรองเขาเหมือนเป็นแขก</p>
<p>จูล่งถูกส่งไปที่แม่น้ำสายนอกเพื่อยึด Jiangyang และ เจียนเว่ย ในขณะที่ เตียวหุยยึดปาเส และ Deyang</p>
<p>เล่าปี่ล้อมเมืองลกเสีย นานกว่าหนึ่งปี บังทองถูกลูกธนูได้รับบาดเจ็บจนตาย (ตามประวัติส่วนตัว บังทองตายในการนำทหารเข้าโจมตีเมือง)</p>
<p>หวดเจ้งเขียนจดหมายไปหาเล่าเจี้ยง อธิบายสถานการณ์แล้วพูดว่า ตั้งแต่ท่านแม่ทัพซ้าย(เล่าปี่)ได้รวบรวมผู้คนตั้งกองทัพ เขามักจะคิดถึงท่านในด้านดีอยู่เสมอ เขามีความจริงใจหาใช่คนชั่วร้ายไม่ ข้าเชื่อว่าเราสามารถจัดการการโอนอำนาจซึ่งจะยังคงรักษาสถานะของท่านไว้ได้ แต่เล่าเจี้ยงไม่ตอบจดหมายของเขา</p>
<p>เมืองลกเสียถูกยึดได้ในที่สุด เล่าปี่นำทัพไปปิดล้อมเฉิงตู ขงเบ้ง เตียวหุยและจูล่งนำทัพไปร่วมกับเขา</p>
<p>ม้าเฉียวเชื่อว่าเตียวฬ่อไม่สนับสนุนในแผนการยึดมณฑลเลียงจิ๋วของเขา เอียวหง และขุนนางคนอื่นของเตียวฬ่อก็อิจฉาเขา เขาจึงเสียกำลังใจมาก</p>
<p>เล่าปี่ส่ง ลิอิ๋นผู้สอบสวนของ Jianning ไปเจรจากับม้าเฉียว ดังนั้นม้าเฉียวจึงหลบหนีจาก Wudu มายังดินแดนของชนเผ่า Di แล้วเขียนจดหมายหาเล่าปี่ ขอสวามิภักดิ์กับเขา เล่าปี่ส่งคนไปเรียกตัวเขาเข้าพบ และลอบส่งกำลังทหารให้เขา เมื่อม้าเฉียวมาถึง เขาสั่งการกองทัพของเขาให้ตั้งค่ายทางเหนือของเฉิงตู คนในเมืองจึงตกใจและหวาดกลัว</p>
<p>เล่าปี่ล้อมเมืองต่ออีกหลายสัปดาห์ แล้วเขาก็ส่งกันหยงให้ไปเจรจากับเล่าเจี้ยง ในเวลานั้นในเมืองยังมีทหารสามหมื่นคนที่ฝีกมาเป็นอย่างดี เสบียงอาหารและเสื้อผ้าอยู่ได้เป็นปี ขุนนางของเล่าเจี้ยงทุกคนต่างเตรียมตัวต่อสู้จนตาย แต่เล่าเจี้ยงพูดว่า พ่อและลูก ครอบครัวของข้าอยู่ที่มณฑลนี้มากว่ายี่สิบปี แม้ว่าเราจะไม่ได้แสดงความเมตตาและความดีงามให้แก่ชาวบ้านได้รับรู้เท่าไหร่นัก แต่เวลานี้พวกเขาเดือดร้อนจากสงครามเป็นเวลากว่าสามปีแล้ว ชาวบ้านล้มตายในสนามรบจำนวนมาก สิ่งเหล่านี้ล้วนเพราะข้าเป็นต้นเหตุ แล้วข้าจะทำใจให้สงบได้อย่างไร ดังนั้นเล่าเจี้ยงจึงเปิดประตูเมืองและขึ้นรถม้าพร้อมกันหยง เพื่อไปยอมจำนน เหล่าขุนนางของเขาล้วนแต่ร่ำไห้เสียใจ</p>
<p>เล่าปี่ย้ายเล่าเจี้ยงไปที่เมือง กังอั๋น คืนทรัพย์สินทั้งหมดของเขา และอนุญาตให้เขาใช้ตราและพู่ประจำตำแหน่งของแม่ทัพผู้น่าเกรงขาม (ยศก่อนหน้าของเล่าเจี้ยงที่ได้รับจากโจโฉ)</p>
<p>เมื่อเล่าปี่เข้าเมืองเฉิงตู เขาจัดงานเลี้ยงฉลองสำหรัรบกองทัพของเขา เขานำเงินทองของเมืองจ๊กมาแจกจ่ายให้กับลูกน้องของเขาเป็นรางวัล ส่วนเสบียงอาหารและเสื้อผ้าเขาคืนให้กับเจ้าของเดิม</p>
<p>แล้วเล่าปี่ก็ยึดตำแหน่งผู้ปกครองมณฑลเอ๊กจิ๋ว เขาแต่งตั้งขงเบ้งเป็นแม่ทัพใหญ่ควบคุมกองทัพ ตั๋งโหเจ้าเมืองเอ๊กจิ๋วเป็นแม่ทัพสุภาพชนผู้จัดการกองทัพ และเป็นขุนนางในสังกัดของแม่ทัพซ้าย</p>
<p>แม่ทัพรองม้าเฉียวกลายเป็นแม่ทัพผู้ปราบปรามตะวันตก ขุนพลที่ปรึกษากองทัพหวดเจ้งกลายเป็นเจ้าเมืองจ๊กและแม่ทัพผู้แสดงความมั่นคง แม่ทัพรองฮองตงกลายเป็นแม่ทัพผู้ปราบคนชั่ว และขุนนางบริหารกิจทั่วไปบิต๊กกลายเป็นแม่ทัพผู้นำความสงบสู่ราชสำนักฮั่น</p>
<p>กันหยงกลายเป็นแม่ทัพผู้เปล่งประกายความดี ซุนเขียนเป็นแม่ทัพผู้สนับสนุนความซื่อสัตย์ อุยก๋วนนายอำเภอเกงฮัน กลายเป็นแม่ทัพรอง เคาเจ้งเป็นหัวหน้าขุนนางของแม่ทัพซ้าย บังยี่เป็นนายพัน ลิเงียมเป็นเจ้าเมืองเจียนเว่ย อุยหวนเป็นเจ้าเมืองปากุ๋น อีเจี้ยเป็นขุนนางบริหารกิจทั่วไป เล่าป๋าเป็นขุนนางผู้ใหญ่ในสังกัดตะวันตก แพเอี้ยวเป็นขุนนางประจำจวนที่ว่าการมณฑลเอ๊กจิ๋ว</p>
<p>ก่อนหน้านั้นเมื่อ ตั๋งโหรักษาหัวเมืองอยู่ เขาเป็นคนซื่อสัตย์ ผ่อนปรน มีเกียรติและซื่อตรง เขาเป็นที่รักและไว้ใจของชาวจีนและชนเผ่าต่าง ๆ เขาได้รับการเคารพจากคนทั้งดินแดนจ๊กว่าเป็นขุนนางที่ซื่อสัตย์ ดังนั้นเล่าปี่จึงเลื่อนตำแหน่งให้เขา</p>
<p>เมื่อเล่าปี่จากเมืองซินเอี๋ยหนีลงไปทางใต้ของแยงซี ขุนนางส่วนใหญ่จากมณฑลเกงจิ๋วได้ติดตามเขาเหมือนดั่งฝูงเมฆ มีเพียงเล่าป๋าที่ขึ้นเหนือไปหาโจโฉ โจโฉแต่งตั้งเขาเป็นขุนนางผู้ใหญ่ และส่งให้เขาไปยึดเมืองเตียงสา เลงเหลงและฮุยเอี๋ยง ต่อมาเล่าปี่ยึดสามหัวเมืองนั้นได้ ภาระกิจของเล่าป๋าจึงไม่สำเร็จ เขาจึงวางแผนกลับไปเมืองหลวงผ่านทางมณฑลเกียวจิ๋ว ขงเบ้งซึ่งอยู่ที่ Linzheng ในตอนนั้น ได้เขียนจดหมายไปหาเขาให้มารับใช้ แต่เขาปฏิเสธ เล่าปี่จึงไม่พอใจมาก เล่าป๋าเดินทางจากJiaozhi ไปยังจ๊กเพื่อรับใช้เล่าเจี้ยง</p>
<p>เมื่อเล่าเจี้ยงเชิญเล่าปี่มา เล่าป๋า คัดค้านว่า เล่าปี่เป็นคนทะเยอทะยาน ถ้าท่านเชิญเขามา เขาต้องสร้างปัญหาให้ท่านแน่ เมื่อเล่าปี่มาถึง เล่าป๋า ก็คัดค้านอีกว่า ถ้าท่านส่งเล่าปี่ไปโจมตีเตียวฬ่อ ก็เหมือนกับท่านปล่อยเสือให้เข้าป่า เล่าเจี้ยงไม่สนใจคำแนะนำของเขา เล่าป๋า จึงบอกว่าเขาป่วยหนักต้องพักรักษาตัวอยู่แต่ในบ้าน</p>
<p>เมื่อเล่าปี่โจมตีเฉิงตู เขาสั่งการไปทั้งกองทัพว่า ผู้ใดทำอันตราย เล่าป๋า จะถูกลงโทษประหารชีวิตทั้งครอบครัว แล้วเมื่อเขาจับตัว เล่าป๋า ได้ เล่าปี่จึงยินดีมาก</p>
<p>บรรดาหัวเมืองต่าง ๆ ของจ๊กเมื่อเห็นความเปลี่ยนแปลงจึงพากันยอมอ่อนน้อมต่อเล่าปี่ มีเพียง อุยก๋วน ที่รักษาเมืองอย่างแน่นหนา เขาไม่ยอมจำนนจนกระทั่งเล่าเจี้ยงยอมแพ้</p>
<p>ตั๋งโห อุยก๋วน ลิเงียมและคนอื่นนั้นเป็นคนที่ได้รับแต่งตั้งจากเล่าเจี้ยง งออี้ อุยหวน และคนอื่น ๆ ก็เป็นคนที่เกี่ยวพันกับเล่าเจี้ยงจากการแต่งงาน แพเอี้ยวผู้มีหน้าที่ตัดสินคดีความก็ได้รับแต่งตั้งจากเล่าเจี้ยง เล่าป๋าผู้เคยเป็นศัตรูเก่าของเล่าปี่ ทั้งหมดล้วนแต่ได้รับตำแหน่งที่มีเกียรติจากเล่าปี่ต่างก็เต็มใจรับใช้เขา คนที่ทะเยอทะยานต่างก็พากันแข่งขันสมัครเป็นขุนนางของเล่าปี่ ประชาชนของมณฑลเอ๊กจิ๋วก็อยู่อย่างสงบสุข</p>
<p>ก่อนหน้านั้น เล่าเจี้ยงแต่งตั้งเคาเจ้งเป็นเจ้าเมืองจ๊ก ก่อนหน้าที่เมืองเฉิงตูจะยอมแพ้ เคาเจ้งวางแผนที่จะข้ามกำแพงแล้วร่วมกับทัพที่ปิดล้อมของเล่าปี่ ด้วยเหตุผลนี้ เล่าปี่จึงไม่สู้เต็มใจที่มอบตำแหน่งให้แก่เขา</p>
<p>หวดเจ้งพูดว่า คนมากมายต่างมีชื่อเสียงโดยปราศจากความเหมาะสม เคาเจ้งก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่เวลานี้นายท่านเพิ่งจะเริ่มการบริหารบ้านเมือง ท่านไม่สามารถไปหาประชาชนทีละบ้านเพื่ออธิบายตัวท่านได้ ท่านต้องแสดงความเคารพแก่คนเหล่านี้ไม่เช่นนั้น ประชาชนก็จะพากันแปลกใจและผิดหวังในตัวท่าน ดังนั้นเล่าปี่จึงปฏิบัติต่อเคาเจ้งอย่างดีและมอบตำแหน่งให้เขา</p>
<p>เมื่อเฉิงตูถูกปิดล้อม เล่าปี่สัญญากับกองทัพของเขาว่า ถ้าเราได้รับชัยชนะ ข้าไม่คิดที่จะยึดทรัพย์สมบัติเป็นของตัวเอง เมื่อพวกเขายึดเมืองได้ ทหารของพวกเขาจึงละทิ้งอาวุธกรูกันเข้าไปในคลังสมบัติเมือง พวกเขาสู้กันเองเพื่อแย่งชิงสมบัติ ทำให้เงินสำหรับใช้จ่ายในกองทัพขาดแคลน เล่าปี่โมโหเรื่องนี้มาก</p>
<p>เล่าป๋าพูดว่าเรื่องนี้ง่ายมาก ทั้งหมดที่ท่านต้องท่านคือการทำเงินเหรียญ ซิโบ รักษาราคาสินค้าให้คงเดิมและสั่งให้ขุนนางของท่านแต่ละคนตั้งราคาสินค้ากลางเอาไว้ เล่าปี่ทำตาม เพียงไม่กี่เดือนคลังสมบัติก็เต็มไปด้วยเงินทอง (คือการทำเงินใหม่ขึ้นมาใช้เองโดยตั้งให้เงินนั้นมีค่าสูงเกินจริง ซิโบเท่ากับร้อยเท่า ทำให้เล่าปี่จ่ายเงินกองทัพด้วยเงินนี้แทน แผนของ เล่าป๋า นั้นยังควบคุมสินค้าหลักต่าง ๆ ไม่ให้เกิดเงินเฟ้ออีกด้วย การผลิตเงินใช้เองนี้ได้ผลดีในระยะสั้น ๆ เหมาะสมกับสถานการณ์นี้ที่เล่าปี่ใจดีกับลูกน้องมากเกินไป)</p>
<p>ในเวลานั้น เหล่าที่ปรึกษาต้องการที่จะแบ่งที่ดินราคาแพงในเฉิงตูให้กับขุนนางของเล่าปี่ แต่จูล่งแย้งว่า เพราะว่าเผ่าซงหนูยังไม่ถูกทำลาย Huo Qubing จึงไม่สนใจต่อที่ดินศักดินา (แม่ทัพของจีนในสมัยฮ่องเต้บู๊เต้ นำทัพชนะเผ่าซงหนู แต่ปฏิเสธการได้ศักดินา โดยบอกว่าเผ่าซงหนูยังไม่ได้ถูกทำลายลง) ศัตรูของแผ่นดินนั้นกล้าแข็งยิ่งกว่าเผ่าซงหนู และยังไม่มีวี่แววของความสงบสุข ในไม่ช้า เมื่อแผ่นดินสงบลง ชาวบ้านทุกคนต่างจะพากันกลับถิ่นฐานและพรวนดินไถนาเพาะปลูกต่าง ๆ นี่คือสิ่งที่ควรจะเป็น</p>
<p>ชาวมณฑลเอ๊กจิ๋วเพิ่งได้รับความเดือดร้อนจากภัยสงคราม ท่านต้องคืนที่ดินบ้านช่องให้แก่พวกเขา และสั่งให้พวกเขาอยู่อย่างสงบและกลับไปประกอบสัมมาอาชีพตามเดิม แล้วต่อมาท่านก็สามารถเก็บภาษีและเรียกใช้แรงงานจากพวกเขาได้ แล้วท่านก็จะได้ความรักใคร่จากพวกเขา แต่ท่านไม่ควรปล้นพวกเขาเพียงเพื่อจะนำมาเป็นรางวัลให้คนที่ท่านพอใจ เล่าปี่เห็นด้วยกับความคิดเขา</p>
<p>ทันทีที่เล่าปี่โจมตีเล่าเจี้ยง เขาปล่อยแม่ทัพงักจุ้นให้รักษาด่านแฮบังก๋วน เตียวฬ่อส่งเอียวหงมาแกล้งทำเป็นเหมือนว่าเขาจะมาช่วยป้องกันเมือง แต่งักจุ้นตอบไปว่า ท่านอาจได้ศรีษะของข้าไป แต่ท่านอย่าหวังได้ครอบครองเมืองนี้ ดังนั้นเอียวหงจึงนำทัพกลับ</p>
<p>ต่อมา ลูกน้องของเล่าเจี้ยง Fu Jin และ Xiang Cun และคนอื่น ๆ ได้นำทหารหมื่นคนจากแม่น้ำหลางมาโจมตีงักจุ้น พวกเขาล้อมเมืองอยู่เกือบปี</p>
<p>งักจุ้นมีกำลังทหารไม่กี่ร้อยคนในเมือง เขาเฝ้ารอโอกาสที่ทัพที่ปิดล้อมคลายความระมัดระวัง คัดเลือกทหารที่ดีที่สุดของเขาเข้าโจมตี พวกเขาปราบศัตรูลงได้และตัดหัว Xiang Cun</p>
<p>เมื่อเล่าปี่ยึดจ๊กได้ เขาแบ่งเกงฮันออกเพื่อตั้งเมือง Zitong และตั้งให้งักจุ้นเป็นเจ้าเมือง</p>
<p>หวดเจ้งมีหน้าที่รับผิดชอบในเมืองหลวงของจ๊ก และยังเป็นที่ปรึกษาศาลอีกด้วย รางวัลที่เขาได้รับนั้นเป็นเหมือนเพียงแค่อาหารมื้อหนึ่งในความรู้สึกของเขา ความอาฆาตของเขาก็เป็นที่น่าสงสัย เขาชำระคดีความโดยฆ่าคนหลายคนโดยไม่ขออนุญาตก่อน บางคนพูดกับขงเบ้งว่า หวดเจ้งทำเกินกว่าเหตุไปแล้ว ท่านควรจะบอกนายท่านให้ยับยั้งเขาไว้บ้าง</p>
<p>ขงเบ้งตอบว่า เมื่อนายท่านยังอยู่ที่กังอั๋น เขาต้องต่อสู้กับโจโฉทางเหนือ และต้องรับมือจากการกดดันของซุนกวนทางตะวันออก ในขณะที่บ้านเขาก็กลัวว่าซุนฮูหยินจะก่อเรื่องในบ้านตัวเอง แต่ด้วยความช่วยเหลือของหวดเจ้ง เขาจึงสามารถทะยานบินขึ้นที่สูง แล้วตัวเขาจะสามารถจำกัดหรือยับยั้งหวดเจ้งและปฏิเสธสิ่งเล็กน้อยที่หวดเจ้งขอได้อย่างไร</p>
<p>ขงเบ้งเป็นผู้ช่วยเล่าปี่บริหารจ๊ก การปกครองของเขาเข้มงวดยิ่งนัก ทำให้ชาวบ้านหลายคนไม่พอใจ หวดเจ้งพูดกับขงเบ้งว่า ในอดีต เมื่อหลิวปังเข้าสู่ดินแดนในด่าน เขาลดกฎหมายลงเหลือเพียงสามหมวดเท่านั้น ชาวเมืองฉินต่างพากันจดจำความดีของเขา เวลานี้ท่านใช้ประโยชน์จากอำนาจของท่าน แล้วท่านได้ครอบครองทั้งมณฑล ท่านเพิ่งจะได้ปกครองดินแดนแห่งนี้ ท่านควรจะแสดงความกรุณาหรือทำสิ่งดี ๆ ให้กับชาวบ้าน</p>
<p>การจัดการที่ดีกับเจ้าบ้านและแขก ยิ่งกว่านั้นต้องการให้ผู้มาเยือนเป็นคนกำหนดธรรมเนียมปฏิบัติ ข้าขอร้องให้ท่านลดการลงโทษและผ่อนปรนกฏที่เข้มงวด วิธีนี้ท่านจะสามารถปลอบใจประชาชนได้ (หวดเจ้งเสนอให้ขงเบ้งและเล่าปี่ ซึ่งเป็นคนดินแดนอื่นเคารพธรรมเนียมปฏิบัติเดิมของจ๊ก อย่าได้นำกฏและธรรมเนียมปฏิบัตินอกดินแดนมาใช้กับคนในจ๊ก)</p>
<p>ขงเบ้งตอบว่า ท่านเข้าใจเหตุการณ์เพียงครึ่งเดียว แต่ไม่ใช่เรื่องราวทั้งหมด</p>
<p>รัฐฉินตั้งธรรมเนียมต่างจากวิธีปฏิบัติที่ดี การปกครองโหดร้ายและชาวบ้านต่างพากันโกรธแค้น ดังนั้นเมื่อมีคนเพียงหนึ่งคนลุกขึ้นร่ำร้อง รัฐฉินก็ถึงกาลล่มสลาย หลิวปังเมื่อมาถึงรัฐฉิน เขาก็สามารถแสดงความเมตตาได้</p>
<p>เล่าเจี้ยงนั้นโง่เง่าและอ่อนแต่ ตั้งแต่สมัยเล่าเอียน ทั้งสองรุ่นได้แสดงความเมตตาต่อประชาชน เพื่อให้คนของเขาประทับใจ พวกเขาจำกัดตัวบทกฎหมาย ผลลัพท์ทำให้ความดีของการปกครองไม่เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาผู้คน การลงโทษที่น่าเกรงขามต่าง ๆ ล้วนแต่ถูกจำกัด ชาวดินแดนจ๊กจึงสามารถทำอะไรได้ตามที่ตัวเองต้องการ ธรรมเนียมปฏิบัติที่ดีก็ค่อย ๆ เสื่อมลง</p>
<p>เวลานี้ ถ้าเรามอบตำแหน่งให้กับพวกเขา แม้แต่ตำแหน่งขุนนางสูงสุดก็ยังเสื่อมเสียชื่อเสียง ถ้าเราแสดงความกรุณาต่อพวกเขา ความใจดีที่ยิ่งใหญ่ของเราก็เหมือนเป็นการดูถูก แล้วการปกครองก็ดูเหมือนจะล่มเหลวในที่สุด</p>
<p>สิ่งที่ข้าทำอยู่เวลานี้คือการแสดงอำนาจของเราโดยการใช้กฎหมาย เมื่อผู้คนต่างเห็นกฎหมายที่เข้มงวด พวกเขาจะได้ประทับใจกับความเมตตากรุณาของเรา แล้วเมื่อข้าตั้งให้พวกเขาเป็นผู้มีเกียรติ พวกเขาจะจดจำคุณค่าของเกียรติยศนั้น ๆ เมื่อเกียรติและความเมตตาของเราอยู่ในใจประชาชน ชนทุกระดับก็จะน้อมรับตามคำสั่ง นี่คือแก่นแท้ของการปกครองที่ดี</p>
<p>เล่าปี่แต่งตั้งให้เจียวอ้วนแห่งเลงเหลงเป็นนายอำเภอกองตู้ เมื่อเขาเดินทางไปตรวจสอบ เขาพบว่าการบริหารนั้นวุ่นวายที่สุดและตัวเจียวอ้วนเองนั้นก็เมามายไม่ได้สติ</p>
<p>เล่าปี่โกรธมากต้องการที่จะสังหารเขา แต่ขงเบ้งแก้ตัวให้เขาว่า แม้ว่าเจียวอ้วนจะเป็นผู้ปกครองเมืองเล็กได้แย่ แต่เขาเป็นขุนนางที่ภักดีของรัฐ เขาไม่ใส่ใจในเหตุการณ์ทั่ว ๆ ไป แต่การปกครองของเขาก็ทำให้ชาวบ้านสงบสุข ข้าขอร้องให้นายท่านพิจารณาใหม่อีกครั้ง</p>
<p>เล่าปี่เคารพขงเบ้งเสมอ เขาจึงไม่ลงโทษอันใด แต่เขาก็ปลดเจียวอ้วนออกจากตำแหน่งทันที</p>
<p>ในฤดูใบไม้ร่วง เดือนที่เจ็ด โจโฉโจมตีซุนกวน เขาให้โจสิด พระยาแห่งหลินซี บุตรของเขารักษาเมืองเงียบกุ๋น</p>
<p>โจโฉคัดเลือกคนดีมีฝีมือให้คอยช่วยเหลือลูกเขาทั้งหมด เขาแต่งตั้ง Xing Yong เป็นผู้ช่วยของโจสิด Xing Yong เป็นคนเจ้าระเบียบมีพิธีรีตองในทุกเรื่อง เขาไม่ละเลยแม้ในเรื่องเล็ก ๆ และไม่อนุญาตให้โจสิดทำตามใจนัก ดังนั้นทั้งสองคนจึงไม่ค่อยถูกกัน</p>
<p>เล่าเซินได้เขียนบทกวีที่ไพเราะขึ้น แล้วโจสิดก็ชื่นชมบทกวีเขาอย่างมาก แต่ เล่าเซินกลับเขียนจดหมายไปตักเตือนเขาว่า ในการเลือกขุนนางที่มีความสามารถ ตัวท่านได้ปฏิเสธคนดีมีความสามารถของท่านไปเสีย ข้ากลัวว่างานเขียนที่ต่ำต้อยของข้าจะทำให้ชื่อเสียงของท่านเสื่อมเสียและทำให้ท่านถูกลงโทษอย่างหนัก ข้าเป็นกังวลเรื่องนี้อย่างจริงใจ</p>
<p>ซุนฮิวเจ้ากรมอาลักษณ์ของวุยเสียชีวิตลง ซุนฮิวเป็นคนที่เงียบขรึม แต่เขาฉลาดและรอบคอบ เขามักจะติดตามโจโฉในการศึกต่าง ๆ และวางแผนร่วมกับโจโฉในที่พักของเขา แต่ไม่มีใครแม้แต่ลูกหลานของเขาล่วงรู้ว่า เขาได้เสนอความคิดใดบ้างให้โจโฉ</p>
<p>ครั้งหนึ่งโจโฉพูดว่า เมื่อซุนฮกแนะแผนที่ล้ำค่า เขาก็จะติดตามผลจนแผนนั้นถูกนำไปใช้จนสำเร็จ เมื่อซุนฮิวไม่อนุมัติแผนการที่เลวร้าย เขาก็จะไม่ยอมหยุดจนกว่าแผนนั้นจะถูกเลิกใช้ไป โจโฉยังพูดอีกว่า คนทั้งสองยังเป็นที่เชื่อถือได้อย่างมากในการพิจารณาผู้คน ตราบใดที่ข้ายังมีชีวิตอยู่ ข้าจะไม่มีวันลืมพวกเขา</p>
<p>ก่อนหน้านั้น ซงเจียนได้ฉวยโอกาสที่มณฑลเลียงจิ๋ววุ่นวาย ตั้งตัวเองเป็นอ๋องแห่งต้นน้ำต่าง ๆ ผู้นำความสงบสู่ฮั่น ตั้งรัชกาลขึ้นใหม่และแต่งตั้งขุนนางเป็นร้อยคน การตั้งตัวเป็นกบฏของเขายาวนานกว่าสามสิบปี</p>
<p>ในฤดูหนาวเดือนที่สิบ โจโฉส่งแฮหัวเอี๋ยนจาก Xingguo ไปโจมตีซงเจียน พวกเขาปิดล้อมและยึดเมือง Fuhan และสังหารซงเจียน</p>
<p>แฮหัวเอี๋ยนส่งเตียวคับคุมทหารกองหนึ่งข้ามแม่น้ำเหลืองไปที่ Xiaohuangzhong เผ่าเกี๋ยงทางตะวันตกของแม่น้ำต่างยอมจำนน ดินแดนตะวันตกของภูเขาลองสัน จึงสงบเรียบร้อย</p>
<p>ตั้งแต่วันที่ฮ่องเต้ได้ประกาศย้ายเมืองหลวงมาที่ฮูโต๋ (ในปี 196) เขาก็มีเพียงแต่ตำแหน่งเท่านั้น ขุนนางและคนรอบตัวเขาล้วนแต่เป็นคนของตระกูลโจ ครั้งหนึ่ง เอียวงัน ได้แนะนำแผนการและนโยบายต่าง ๆ แต่โจโฉไม่เห็นด้วยกับเขาและฆ่าเขาในที่สุด</p>
<p>ครั้งหนึ่ง โจโฉได้เชิญฮ่องเต้มาที่วังของเขา ฮ่องเต้ไม่สามารถเก็บความกังวลใจไว้ได้จึงพูดกับเขาว่า ถ้าท่านสามารถช่วยข้าได้ ก็เป็นความกรุณาอย่างยิ่ง แต่ถ้าท่านไม่สามารถ ขอให้ท่านมีเมตตาและอย่าได้กดดันข้า สีหน้าโจโฉซีดลง รู้สึกอึดอัดขึ้นมาทันทีแล้วก็ขออนุญาตลาไปทันที สอดคล้องกับธรรมเนียมในอดีต ถ้าหนึ่งในซานก๋งมีอำนาจบัญชากองทัพ เมื่อพวกเขามาที่ท้องพระโรง ทหารเสือองครักษ์จะถูกสั่งให้ถือดาบอยู่ข้างตัวเขาเพื่อคอยระวังถ้าเพื่อพวกเขาจะคิดกบฏ ทันทีที่โจโฉออกมารวมกับคนของเขาได้ เขาก็คลายความวิตกลง ตั้งแต่ตอนนั้นโจโฉก็ไม่ออกมาที่ท้องพระโรงอีก</p>
<p>ลูกสาวของตังสินเคยได้รับแต่งตั้งเป็นมเหสี เมื่อโจโฉสังหารตังสินในปี 200 เขาได้สังหารนางด้วยเช่นกัน เพราะว่านางกำลังตั้งครรภ์อยู่ ฮ่องเต้จึงพยายามขอร้องต่อโจโฉหลายครั้ง แต่โจโฉก็ยังยืนกรานที่จะสังหารนาง ด้วยเหตุนี้ ฮกฮองเฮาจึงเกิดหวาดกลัวว่าเหตุการณ์จะซ้ำรอยเดิม นางเขียนจดหมายถึงฮกอ้วนบิดาของนาง กล่าวหาว่าโจโฉบีบคั้นและโหดร้าย สั่งให้เขาวางแผนต่อต้านโจโฉ ฮกอ้วนไม่กล้าทำตาม แต่แผนการนี้ล่วงรู้ไปถึงโจโฉจนได้ โจโฉโกรธแค้นพวกเขามาก</p>
<p>ในเดือนที่สิบเอ็ด โจโฉให้อำนาจ Imperial Counsellor คองสีไปยึดตราและพู่ประจำตำแหน่งฮองเฮา เจ้ากรมอาลักษณ์ฮัวหิมก็ไปกับเขาด้วย พวกเขานำทหารเข้าวังหลวงจับตัวนาง ฮองเฮาปิดประตูห้องแล้วซ่อนอยู่ในฉากกั้น แต่ฮัวหิมพังประตูแล้วทำลายฉากกั้นไปนำตัวนางออกมา</p>
<p>ฮ่องเต้อยู่ในวังด้านนอกเพื่อรับฟังคองสี เมื่อฮองเฮาเดินผ่านมา ผมเผ้าของนางยุ่งเหยิง เดินด้วยเท้าเปล่าและร้องไห้คร่ำครวญตลอดเวลา นางกล่าวลากับฮ่องเต้ว่า ท่านจะสามารถช่วยข้าสักครั้งได้หรือไม่</p>
<p>ฮ่องเต้ตอบว่า แม้แต่ตัวข้าเอง ยังไม่รู้เลยว่าเมื่อไหร่จะโดนแบบนี้บ้าง แล้วฮ่องเต้ก็หันไปหาคองสีพูดว่า ภายใต้สวรรค์นี้ ใต้เท้าคอง ทำไมถึงเกิดเหตุการณ์แบบนี้</p>
<p>พวกเขานำตัวฮองเฮาไปไว้ในคุกหลวงและบังคับให้ฆ่าตัวตาย บุตรของนางสองคนถูกวางยาพิษ และญาติพี่น้องของนางร้อยกว่าคนถูกสังหาร</p>
<p>ในเดือนที่สิบสอง โจโฉเดินทางไปที่ Mengjin</p>
<p>โจโฉแต่งตั้งโกหยิวให้เป็นเสมียนผู้ใหญ่ในกระทรวงยุติธรรม สอดคล้องกับกฎในอดีต ถ้ากองทัพกำลังทำศึกอยู่แล้วทหารละทิ้งหน้าที่หลบหนีไป ลูกเมียของทหารคนนั้นจะถูกสอบสวนโดยการทรมาน โจโฉต้องการให้มีการทำโทษหนักขึ้น ซึ่งให้โทษนั้นรวมไปถึงบิดา มารดาและพี่น้องของทหารคนนั้นด้วย</p>
<p>โกหยิวแย้งว่า ผู้ละทิ้งหน้าที่ต้องถูกลงโทษแน่นอน แต่ข้าได้ยินว่าพวกเขานั้นเสียใจต่อการกระทำของเขา ข้าแนะนำว่าให้เราปล่อยลูกเมียของเขาให้เป็นอิสระ เพื่อกระตุ้นให้ทหารที่หลบหนีกลับมาที่หน่วยของเขา</p>
<p>ถ้าเรายังรักษากฎเช่นเดิม มันจะทำลายการคาดหวังที่ว่าพวกเขาจะได้รับการอภัยโทษ แต่ถ้าท่านเพิ่มโทษให้หนักขึ้น ข้ากลัวว่าเมื่อทหารเห็นเพื่อนของเขาละทิ้งหน้าที่ พวกเขาต้องกลัวว่าการประหารจะมาเกี่ยวพันกับพวกเขาด้วย พวกเขาก็ต้องหลบหนีไปด้วย แม้ว่าท่านปรารถนาที่จะฆ่าพวกเขา แต่พวกเขาก็ไม่อยู่ให้ท่านเห็นอีกแล้ว การลงโทษที่รุนแรงจะไม่ช่วยให้การหนีทหารน้อยลง มันกลับทำให้ปัญหาแย่ขึ้น</p>
<p>โจโฉเห็นด้วย เขาจึงเลิกการใช้กฎหมายนี้ </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.feelthailand.com/214-ad-28-%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a1-214-16-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c-215/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>213 AD (8 กุมภาพันธ์ 213 – 28 มกราคม 214)</title>
		<link>http://www.feelthailand.com/213-ad-8-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c-213-%e2%80%93-28-%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a1-214/</link>
		<comments>http://www.feelthailand.com/213-ad-8-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c-213-%e2%80%93-28-%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a1-214/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 24 May 2009 17:15:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สามก๊ก]]></category>
		<category><![CDATA[เนื้อเรื่องสามก๊ก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://racelover.com/feel/213-ad-8-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c-213-%e2%80%93-28-%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a1-214/</guid>
		<description><![CDATA[ในฤดูใบไม้ผลิ เดือนแรก โจโฉนำทัพเข้าสู่ปากแม่น้ำยี่สู ด้วยทหารกว่าสี่แสนนาย โจโฉโจมตีค่ายซุนกวนทางตะวันตกของแยงซี จับตัวกองซุนเอี๋ยง แม่ทัพฝ่ายง่อที่ป้องกันที่นั่น ซุนกวนนำทัพเจ็ดหมื่นเข้าต่อสู้กับโจโฉ พวกเขาสู้รบกันนานกว่าหนึ่งเดือน
เมื่อโจโฉมองขบวนเรือรบที่เป็นระเบียบของซุนกวน อาวุธยุทโธปกรณ์ และกองทัพฝ่ายง่อ โจโฉถอนใจพูดว่า ถ้ามีลูกควรจะมีให้ได้อย่างซุนกวน คนที่มีลูกเหมือนเล่าจ๋องหรือเล่ากี๋นั้นไม่แตกต่างอะไรจากลูกหมูลูกสุนัข
ซุนกวนส่งจดหมายไปหาโจโฉบอกว่า น้ำท่วมฤดูใบไม้ผลิกำลังมาถึง ท่านควรจะยกทัพกลับไปดีกว่า ในจดหมายมีอีกหนึ่งแผ่นเขียนไว้ว่า ข้าจะไม่มีอยู่อย่างสงบ เพื่อนเอ๋ย จนกว่าท่านจะตายก่อน โจโฉพูดกับขุนนางของเขาว่า ซุนกวนจะไม่ได้อะไรเลยจากการถอยทัพของเรา แล้วโจโฉก็ถอยทัพกลับ
ในเดือนที่สามวันที่ 11 เมษายน มีราชโองการรวมมณฑลทั้งสิบสี่เพื่อแบ่งเป็นเก้ามณฑล
ในฤดูร้อนเดือนที่สี่ โจโฉมาที่เมืองเงียบกุ๋น
ก่อนหน้านั้น เมื่อโจโฉอยู่ที่ Qiao เขากลัวว่าชาวบ้านตามหัวเมืองที่ติดกับแม่น้ำแยงซีจะเดินร้อนจากการรุกรานของซุนกวน เขาจึงวางแผนจะนำชาวบ้านมาอยู่ใกล้เมืองหลวงขึ้น เขาปรึกษาเรื่องนี้กับ เจียวเจ้ นายทหารคนสนิทของมณฑลยังจิ๋ว
ครั้งหนึ่งเมื่ออ้วนเสี้ยวกับข้าได้นำทัพมาพบกันที่กัวต๋อ ข้าได้ย้ายชาวเมืองกุนจิ๋วและแป๊ะเบ๊ วิธีนี้พวกเขาจะได้ไม่เดือดร้อนจากภัยสงคราม และข้าศึกก็ไม่กล้ามาโจมตีพวกเขา ข้าตั้งใจว่าจะทำเช่นเดียวกัน โดยจะย้ายผู้คนจากตอนใต้ของฮวย ท่านคิดว่าอย่างไร
เจียวเจ้ ตอบว่า ในเวลานั้น ทหารของท่านอ่อนแอกว่าศัตรู ท่านจึงต้องย้ายผู้คนจากดินแดนที่ท่านมีสิทธิ์ที่จะแพ้สงคราม เมื่อท่านได้ชัยชนะเหนืออ้วนเสี้ยว อำนาจของท่านจึงแผ่ไปทั่วแผ่นดิน และไม่มีผู้ใดกล้าเป็นศัตรูกับท่าน ธรรมชาติของคนเรานั้นรักถิ่นฐาน พวกเขาย่อมไม่ยินดีที่ท่านจะย้ายพวกเขาจากบ้านเกิด ถ้าท่านย้ายพวกเขาจริง พวกเขาต้องเดือนร้อนแน่ โจโฉไม่เชื่อคำแนะนำของเขา
แล้วชาวบ้านก็พากันหวาดกลัว มากกว่าหนึ่งแสนครัวเรือนจากโลกั๋ง กิวกั๋ง Qichun [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ในฤดูใบไม้ผลิ เดือนแรก โจโฉนำทัพเข้าสู่ปากแม่น้ำยี่สู ด้วยทหารกว่าสี่แสนนาย โจโฉโจมตีค่ายซุนกวนทางตะวันตกของแยงซี จับตัวกองซุนเอี๋ยง แม่ทัพฝ่ายง่อที่ป้องกันที่นั่น ซุนกวนนำทัพเจ็ดหมื่นเข้าต่อสู้กับโจโฉ พวกเขาสู้รบกันนานกว่าหนึ่งเดือน</p>
<p>เมื่อโจโฉมองขบวนเรือรบที่เป็นระเบียบของซุนกวน อาวุธยุทโธปกรณ์ และกองทัพฝ่ายง่อ โจโฉถอนใจพูดว่า ถ้ามีลูกควรจะมีให้ได้อย่างซุนกวน คนที่มีลูกเหมือนเล่าจ๋องหรือเล่ากี๋นั้นไม่แตกต่างอะไรจากลูกหมูลูกสุนัข</p>
<p>ซุนกวนส่งจดหมายไปหาโจโฉบอกว่า น้ำท่วมฤดูใบไม้ผลิกำลังมาถึง ท่านควรจะยกทัพกลับไปดีกว่า ในจดหมายมีอีกหนึ่งแผ่นเขียนไว้ว่า ข้าจะไม่มีอยู่อย่างสงบ เพื่อนเอ๋ย จนกว่าท่านจะตายก่อน โจโฉพูดกับขุนนางของเขาว่า ซุนกวนจะไม่ได้อะไรเลยจากการถอยทัพของเรา แล้วโจโฉก็ถอยทัพกลับ</p>
<p>ในเดือนที่สามวันที่ 11 เมษายน มีราชโองการรวมมณฑลทั้งสิบสี่เพื่อแบ่งเป็นเก้ามณฑล</p>
<p>ในฤดูร้อนเดือนที่สี่ โจโฉมาที่เมืองเงียบกุ๋น</p>
<p>ก่อนหน้านั้น เมื่อโจโฉอยู่ที่ Qiao เขากลัวว่าชาวบ้านตามหัวเมืองที่ติดกับแม่น้ำแยงซีจะเดินร้อนจากการรุกรานของซุนกวน เขาจึงวางแผนจะนำชาวบ้านมาอยู่ใกล้เมืองหลวงขึ้น เขาปรึกษาเรื่องนี้กับ เจียวเจ้ นายทหารคนสนิทของมณฑลยังจิ๋ว</p>
<p>ครั้งหนึ่งเมื่ออ้วนเสี้ยวกับข้าได้นำทัพมาพบกันที่กัวต๋อ ข้าได้ย้ายชาวเมืองกุนจิ๋วและแป๊ะเบ๊ วิธีนี้พวกเขาจะได้ไม่เดือดร้อนจากภัยสงคราม และข้าศึกก็ไม่กล้ามาโจมตีพวกเขา ข้าตั้งใจว่าจะทำเช่นเดียวกัน โดยจะย้ายผู้คนจากตอนใต้ของฮวย ท่านคิดว่าอย่างไร</p>
<p>เจียวเจ้ ตอบว่า ในเวลานั้น ทหารของท่านอ่อนแอกว่าศัตรู ท่านจึงต้องย้ายผู้คนจากดินแดนที่ท่านมีสิทธิ์ที่จะแพ้สงคราม เมื่อท่านได้ชัยชนะเหนืออ้วนเสี้ยว อำนาจของท่านจึงแผ่ไปทั่วแผ่นดิน และไม่มีผู้ใดกล้าเป็นศัตรูกับท่าน ธรรมชาติของคนเรานั้นรักถิ่นฐาน พวกเขาย่อมไม่ยินดีที่ท่านจะย้ายพวกเขาจากบ้านเกิด ถ้าท่านย้ายพวกเขาจริง พวกเขาต้องเดือนร้อนแน่ โจโฉไม่เชื่อคำแนะนำของเขา</p>
<p>แล้วชาวบ้านก็พากันหวาดกลัว มากกว่าหนึ่งแสนครัวเรือนจากโลกั๋ง กิวกั๋ง Qichun กองเหลง ล้วนข้ามแยงซีไปทางตะวันออก ดังนั้นดินแดนตะวันตกของแม่น้ำก็ถูกทิ้งให้รกร้าง มีเพียงเมืองฮวน ที่อยู่ตอนใต้ของหับป๋าเมืองเดียวที่เหลืออยู่</p>
<p>ต่อมา เจียวเจถูกย้ายไปเมืองเงียบกุ๋น เมื่อโจโฉต้อนรับเขา โจโฉหัวเราะร่าเสียงดังพูดว่า ข้าต้องการเพียงให้ชาวบ้านอยู่อย่างสงบสุข แต่กลับเป็นตัวข้าเองที่ไล่พวกเขาไป แล้วโจโฉก็แต่งตั้ง เจียวเจ้ ให้เป็นเจ้าเมืองตันเอี๋ยง</p>
<p>ในเดือนที่ห้า วันที่ 16 มิถุนายน โจโฉถูกแต่งตั้งเป็นวุยก๋ง โดยที่ยังดำรงตำแหน่งเฉิงเซี่ยงและผุ้ปกครองมณฑลกิจิ๋ว โจโฉได้รับเครื่องยศเก้าอย่างประกอบด้วย<br />
1. รถม้าและรถม้าศึกตกแต่งอย่างดี รถม้านั้นเทียมด้วยม้าสีดำชั้นดีสองตัว<br />
2. เสื้อผ้าอาภรณ์หรูหราและหมวกเกียรติยศ พร้อมด้วยรองเท้าสีแดงเข้าขุดกัน<br />
3. มีวงมโหรีบรรเลงพร้อมด้วยขบวนนักเต้นรำหกแถว<br />
4. จวนที่พักให้ทาประตูสีแดง ที่นั่งว่าการในจวนให้มีบันไดยกระดับขึ้นไปหา<br />
5. มีทหารเสือสามร้อยนายคอยคุ้มกัน<br />
6. มีขวานประจำตัวใช้ในพิธีการหรือขวานศึก อย่างใดอย่างหนึ่ง<br />
7. มีคันธนูสีแดงสดพร้อมด้วยลูกธนูสีแดงหนึ่งร้อยดอก<br />
8. มีคันธนูสีดำสิบคัน พร้อมด้วยลูกธนูสีดำหนึ่งพันดอก<br />
9. มีจอกสุราสำหรับสุราที่กลั่นจากลูกเดือยสีดำและจอกหยกสำหรับการบวงสรวงเทพเจ้า</p>
<p>เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมใหญ่<br />
เมื่อขุนนางของมณฑลเอ๊กจิ๋ว เจิ้งตู้ ได้ข่าวว่าเล่าปี่กำลังยกทัพมา เขาพูดกับเล่าเจี้ยงว่า แม่ทัพซ้าย(เล่าปี่)กำลังจะโจมตีเราด้วยกองทัพที่ถูกตัดขาดจากที่มั่นตัวเอง เขามีทหารไม่มากไปกว่าหนึ่งหมื่นคน ทหารของเขานั้นไม่มีเกวียนสัมภาระสำหรับขนส่งเสบียง กองทัพของเขาจึงต้องพึ่งพาเสบียงจากหมู่บ้านต่าง ๆ</p>
<p>แผนที่ดีที่สุด คือการบังคับชาวบ้านในปาเส และ Zitong ให้มาที่ Fu ตะวันตกและแม่น้ำสายใน โดยให้เผาเสบียงอาหารและทำลายพืชผลในไร่ เราสามารถตั้งรับอยู่หลังกำแพงเมืองที่สูงและคูเมืองที่ลึก ถ้าใครจะมาขอออกไปสู้รบ ให้ท่านปฏิเสธเสีย</p>
<p>ถ้าเล่าปี่ต้องเฝ้ารอโดยปราศจากเสบียง เขาจะถูกบีบบังคับให้ถอยทัพภายในสามเดือน เมื่อเขาถอยทัพ เราจะโจมตีเขา วิธีนี้เราต้องจัดการเล่าปี่ได้แน่</p>
<p>เมื่อเล่าปี่รู้แผนการนี้ เขากังวลมากถามความเห็นหวดเจ้งในเรื่องนี้ แต่หวดเจ้งตอบว่า ไม่มีอะไรต้องกังวล เล่าเจี้ยงไม่เคยใช้แผนการแบบนี้อยู่แล้ว</p>
<p>แล้วเล่าเจี้ยงก็พูดกับขุนนางของเขาว่า ข้าเคยได้ยินแต่คนที่ต่อสู้กับศัตรูเพื่อนำความสงบมาสู่ประชาชน แต่ไม่เคยได้ยินเรื่องการย้ายชาวบ้านเพื่อเลี่ยงศัตรูเลย เขาจึงไม่ทำตามคำแนะนำของ เจิ้งตู้</p>
<p>เล่าเจี้ยงส่งลูกน้องของเขา เล่ากุ๋ย เหลงเปา เตียวหยิม เตงเหียน งออี้ และคนอื่น ๆ นำทัพไปสู้กับเล่าปี่ พวกเขาทั้งหมดพ่ายแพ้หนีมารักษาการณ์ที่ด่านกิมก๊ก ในขณะที่งออี้ไปที่ค่ายเล่าปี่เพื่อขอยอมจำนน</p>
<p>แล้วเล่าเจี้ยงก็ส่งลิเงียมและ อุยหวน มาเป็นผู้ควบคุมกองทัพทั้งหมดที่ด่านกิมก๊ก แต่พวกเขาต่างนำกองทัพเข้ายอมจำนนต่อเล่าปี่เช่นเดียวกัน กองทัพเล่าปี่จึงเข้มแข็งขึ้นเรื่อย ๆ แล้วเล่าปี่ก็ส่งลูกน้องของเขาไปยึดหัวเมืองต่าง ๆ</p>
<p>เล่ากุ๋ย เตียวหยิม และ เล่าชุน ลูกของเล่าเจี้ยง หนีไปยึดเมืองลั่วะ แต่เล่าปี่นำทัพไปล้อมพวกเขา เตียวหยิมยืนหยัดต่อสู้ที่สะพานเอี๋ยน แต่กองทัพเขาพ่ายแพ้และตัวเขาเองก็ถูกฆ่าตาย</p>
<p>ในฤดูใบไม้ร่วง เดือนที่เจ็ด โจโฉตั้งแท่นบวงสรวงเทพเจ้าแห่งไร่นาและพืชผลและเหล่าอ๋องในอดีต</p>
<p>โจโฉส่งบุตรสาวสามคน (Cao Xian, Cao Jie และ Cao Hua)เข้าไปเป็นนางสนมของฮ่องเต้ (บุตรสาวทั้งสามถูกแต่งตั้งเป็นมเหสีในปีถัดมา Cao Hua มีอายุน้อยเกินกว่าที่จะแต่งงาน จึงยังอยู่ที่บ้านก่อน สองปีหลังจากนี้ ฮกฮองเฮาถูกประหาร บุตรสาวคนกลาง Cao Jie จึงได้ขึ้นเป็นฮองเฮาแทน)</p>
<p>ก่อนหน้านั้นโจโฉไล่โจมตีม้าเฉียวไปที่อันติ้ง แต่เมื่อโจโฉได้ยินว่า เทียนหยินและซูโบก่อกบฏ เขาถึงถอยทัพกลับ</p>
<p>เอียวฮูที่ปรึกษากองทัพมณฑลเลียงจิ๋วพูดกับโจโฉว่า ม้าเฉียวนั้นกล้าหาญเหมือน หันซิ่นและ Ying Bu แถมเขายังเป็นที่นิยมชมชอบของเผ่าเกี๋ยงและชนเผ่าอื่น ๆ ถ้ากองทัพทางการถอยทัพไปก่อนจัดการเขาได้สำเร็จ แล้วหัวเมืองตะวันตกต่าง ๆ ก็จะไม่อยู่ในการควบคุมของเรา</p>
<p>เมื่อโจโฉถอยทัพไป ม้าเฉียวนำชนเผ่าเกี๋ยงและชนเผ่าอื่น ๆ เข้าโจมตีหัวเมืองทางตะวันตกต่าง ๆ หัวเมืองทั้งหมดล้วนเข้าร่วมกับเขายกเว้นเมืองกิจิ๋วที่ยังมั่นคงต่อทางการ</p>
<p>ม้าเฉียวควบคุมกองทัพทั้งหมดของภูเขาลองสัน ทางตะวันตก แล้วเตียวฬ่อส่งขุนนางผู้ใหญ่ของเขา เอียวหง มาเข้าร่วมกับม้าเฉียว พวกเขารวมทัพร่วมหนึ่งหมื่นคนเข้าโจมตีเมือง Ji ตั้งแต่เดือนแรกถึงเดือนที่แปดโดยไม่มีการหยุดพักรบ</p>
<p>ผู้ตรวจการ อุยของ ส่งนายทหารคนสนิทของเขา Yan Wen มาบอกแฮหัวเอี๋ยนถึงอันตรายของพวกเขา วงล้อมเมืองนั้นแน่นหนาหลายชั้น และ Yan Wen เดินทางล่องแม่น้ำในยามค่ำอาศัยความมืดป้องกันตัว เช้าวันต่อมา ทหารของม้าเฉียวเห็นร่องรอยของเขา จึงไล่ตามไปจับเขา</p>
<p>ม้าเฉียวนำตัว Yan Wen มาที่หน้ากำแพงเมืองบังคับให้เขาบอกชาวเมืองข้างในว่าจะไม่มีการช่วยเหลือมาจากตะวันออก แต่ Yan Wen ตะโกนบอกชาวเมืองว่า กองทัพใหญ่จะมาช่วยเหลือพวกท่านไม่เกินสามวัน ขอให้พวกท่านต่อสู้อย่างสุดความสามารถจนกว่ากองทัพช่วยเหลือจะมาถึง คนในเมืองต่างพากันร่ำไห้ร้องตระโกนว่า ทรงพระเจริญหมื่น ๆ ปี</p>
<p>ม้าเฉียวโกรธมาก แต่เขาได้แต่ล้อมเมืองต่อโดยไม่สามารถยึดเมืองได้ ดังนั้นเขาจึงควบคุมตัว Yan Wen และพยายามชักจูงให้ Yan Wen มารับใช้เขา แต่ Yan Wen ตอบว่า เมื่อคนเรารับใช้เจ้านาย เขาสามารถตายเพื่อนายได้เพียงครั้งเดียว เวลานี้ข้าแก่ชราแล้ว ท่านยังต้องการให้ข้าพูดสิ่งที่ไม่ซื่อสัตย์อีกหรือ ม้าเฉียวจึงฆ่าเขา</p>
<p>เมื่อไม่มีความช่วยเหลือจากภายนอก อุยของและเจ้าเมือง จึงคิดที่จะยอมแพ้ เอียวฮู ร้องไห้คัดค้านว่า เรานำบิดาพวกเขาพี่ชาย น้องชายและลูกหลานพวกเรามา สนับสนุนให้พวกเขาต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีเกียรติยศ พวกเรายอมตายเพื่อเหตุนั้น พวกเรามีหน้าที่ปกป้องเมืองนี้ แล้วเราจะละทิ้งหน้าที่ เวลานี้ก็ใกล้จะสำเร็จแล้ว ท่านจะให้พวกเรายอมทิ้งเกียรติของพวกเขาไปอย่างนั้นหรือ</p>
<p>ผู้ตรวจการและเจ้าเมืองไม่สนใจ พวกเขาเปิดประตูเมืองต้อนรับม้าเฉียว ทันทีที่ม้าเฉียวเข้าเมือง เขาฆ่าผู้ตรวจการและเจ้าเมืองทันที ม้าเฉียวแต่งตั้งตัวเองเป็นแม่ทัพปราบปรามตะวันตก ผู้ปกครองมณฑลเป๊งจิ๋วและผู้ควบคุมกองทัพมณฑลเลียงจิ๋ว</p>
<p>โจโฉส่งแฮหัวเอี๋ยนมาช่วยเหลือเมืองกิจิ๋ว แต่เมืองโดนม้าเฉียวยึดไปแล้วเมื่อพวกเขามาถึง ม้าเฉียวนำทัพมาสู้กับแฮหัวเอี๋ยนตั้งแต่ทัพของเขายังอยู่ห่างเมืองถึงสองร้อยลี้ ทัพทั้งสองต่อสู้กันโดยไม่รู้แพ้ชนะ</p>
<p>Qianwan อ๋องแห่ง Di ก่อกบฏเข้าร่วมกับม้าเฉียวมาตั้งค่ายอยู่ที่ Xingguo แฮหัวเอี๋ยนจึงนำทัพกลับ</p>
<p>ในเวลานั้นภรรยาของ เอียวฮู เสียชีวิต เขาจึงขออนุญาตม้าเฉียวเพื่อไปทำพิธีฝังศพ เกียงขิมน้องภรรยา เอียวฮู เป็นแม่ทัพผู้ปราบชนเผ่าต่าง ๆ ได้ควบคุมทัพตั้งค่ายอยู่ที่เมืองลกเส</p>
<p>เมื่อเอียวฮูพบกับเกียงขิมและมารดา เขาร้องไห้เสียใจอย่างมาก เกียงขิมจึงถามว่าทำไม</p>
<p>เอียวฮูตอบว่า ข้าได้รับมอบหมายให้ป้องกันเมืองแต่ข้ากลับไม่อาจรักษามันไว้ได้ นายของข้าได้ตายไปแล้วแต่ข้ายังมีชีวิตอยู่ แล้วข้าจะเอาหน้าที่ไหนไปพบกับคนอื่น ม้าเฉียวได้ละทิ้งพ่อของตัวเองและก่อกบฏต่อนายท่าน เขาฆ่าบรรดาผู้นำต่าง ๆ ของมณฑล ข้าเป็นเพียงผู้เดียวที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือ บรรดาผู้นำต่าง ๆ ของทั้งมณฑลล้วนแต่ละอายใจ</p>
<p>ตัวท่านได้รับอาญาสิทธิ์ควบคุมกองทัพตามใจ แต่ท่านกลับไม่สนใจที่จะโจมตีโจรชั่วเหล่านี้ ในสถานการณ์เช่นนี้ จ้าวตุ้นถูกบันทึกว่าเป็นผู้ฆ่านายของตัวเอง (จ้าวตุ้นเสนาบดีรัฐจิ้น จิ้นหลิงกงพยายามฆ่าเขาถึงสามครั้ง แต่เขาหนีรอดไปได้ ต่อมาผู้ครองแคว้นถูกลูกพี่ลูกน้องของเขาฆ่าตาย เขาจึงสามารถกลับมารัฐได้ในที่สุด แต่ทางการได้กล่าวหาเขาว่าเป็นผู้ฆ่านายของตัวเอง เขาคัดค้านยืนยันความบริสุทธิ์ตัวเอง แต่เสมียนศาลเบิกความว่า ตัวท่านเป็นเสนาบดีสูงสุด ท่านหลบหนีแต่ก็ยังอยู่ในแคว้นเรา ตอนนี้ท่านกลับมา แต่ก็ไม่ลงโทษผู้กระทำผิด ถ้าท่านไม่เป็นฆาตกรแล้วใครจะเป็นคนทำ)</p>
<p>ม้าเฉียวนั้นแข็งแกร่ง แต่เป็นคนที่ชื่อเสียงเสื่อมเสีย มีคนมากมายที่ไม่พอใจเขามันเป็นเรื่องง่ายที่จะวางแผนต่อต้านเขา</p>
<p>มารดาของเกียงขิม ประทับใจมากบอกว่า พูดได้ถูกต้องแล้ว นางอธิบายต่อว่า เมื่อท่านผู้ตรวจการอุยของอยู่ในอันตราย มันเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของเจ้าด้วย หาใช่ความรับผิดชอบของ เอียวฮูคนเดียวไม่</p>
<p>มีใครบ้างที่อยู่ค้ำฟ้า การตายเพื่อเกียรติยศและศักดิ์ศรีถือเป็นการตายที่คุ้มค่า เจ้าจงแกล้งยอมจำนน ไม่ต้องห่วงใยข้า ข้าสามารถตัดสินใจแทนเจ้าตอนนี้ได้ ชีวิตข้าที่เหลืออยู่นี้ก็จะไม่ขอเป็นภาระแก่เจ้า</p>
<p>ดังนั้นเกียงขิมจึงวางแผนกับเตียวกั๋งและอีฟ่ง และLi Jun เพื่อร่วมกันโจมตีม้าเฉียว เขายังส่งคนไปเมืองกิจิ๋ว เพื่อตกลงกับ เลงควันและเตียวเหงให้เป็นไส้ศึกอยู่ภายใน</p>
<p>ม้าเฉียวจับตัวเตียวเอี๊ยบุตรเตียวกั๋งไว้เป็นตัวประกัน เตียวกั๋งพูดกับภรรยาของเขา Zhao Yi ว่า ข้ามีแผนการของข้า และแผนนั้นต้องได้ผลแน่นอน แต่เราจะทำอะไรดีกับลูกของเรา</p>
<p>นางตอบว่า ถ้าแผนการนั้นจะช่วยลบล้างความละอายใจของนายและพ่อของเขาได้ การเสียชีวิตคนหนึ่งคนเป็นเรื่องเล็กยิ่งนัก การทำเช่นนี้คือการที่บุตรกตัญญูพึงกระทำ</p>
<p>ในเดือนที่เก้า เอียวฮูและเกียงขิมนำทัพของเขาโจมตี Lucheng ในขณะที่ เตียวกั๋งและอีฟ่งยึดภูเขากิสาน และโจมตีม้าเฉียว</p>
<p>เมื่อม้าเฉียวรู้ข่าวเขาโกรธมาก เตียวเหงหลอกเขาให้นำทัพเขาต่อสู้ด้วย ทันทีที่ม้าเฉียวยกทัพออกไป เตียวเหงและเลงควัน ก็ปิดประตูเมืองแล้วฆ่าครอบครัวม้าเฉียวทั้งหมด</p>
<p>ม้าเฉียวสูญเสียฐานที่มั่นและไม่มีที่ไป แต่เขาฉวยโอกาสโจมตีเมืองลกเสและจับตัวมารดาเกียงขิม นางด่าม้าเฉียวว่า เจ้าเป็นโจรกบฏที่ทอดทิ้งแม้กระทั่งบิดาตัวเอง เป็นคนชั่วที่โหดร้ายที่ฆ่าได้กระทั่งเจ้านายตัวเอง สวรรค์และแผ่นดินจะไม่เกื้อหนุนเจ้าตลอดไปแน่ ถ้าเจ้าไม่ตายในเร็ววันนี้ แล้วเจ้าจะพบหน้าผู้คนได้อย่างไร ม้าเฉียวสังหารนางรวมทั้งเตียวเอี๊ยบุตรของเตียวกั๋ง</p>
<p>เอียวฮูต่อสู้กับม้าเฉียว เขาได้รับบาดแผลถึงห้าที่ แต่ม้าเฉียวก็พ่ายแพ้หนีไปหาเตียวฬ่อ</p>
<p>เตียวฬ่อแต่งตั้งให้ม้าเฉียวเป็นขุนนางพิธีการมีหน้าที่ประกาศและเป็นล่าม เตียวฬ่อยังตั้งใจมอบบุตรสาวของตนให้แต่งงานกับม้าเฉียว แต่บางคนคัดค้านว่า คนเช่นนี้ แม้กระทั่งพ่อแม่ตัวเองยังไม่สนใจ แล้วเขาจะสนใจผู้อื่นได้อย่างไร เตียวฬ่อจึงล้มเลิกความคิดนี้</p>
<p>โจโฉมอบรางวัลให้กับคนที่ต่อสู้กับม้าเฉียว มีการแต่งตั้งตำแหน่งพระยาให้กับคนสิบเอ็ดคน เอียวฮูได้รับตำแหน่งพระยาภายในราชอาณาจักร</p>
<p>ในฤดูหนาว เดือนที่สิบเอ็ด วุยก๊กแต่งตั้งขุนนางอาลักษณ์และขุนนางท้องพระโรงรวมทั้งเสนาบดีหกคน</p>
<p>ซุนฮิวได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้ากรมอาลักษณ์ เหลียงเมาเป็นขุนนางใหญ่ มอกาย ซุนต่ำ Chang Lin เขาหงี และ He Kui เป็นขุนนางอาลักษณ์ อองซัน โตสิบ Wei Ji และ He Xia เป็นขุนนางท้องพระโรง จงฮิวเป็นตุลาการสูงสุด อองสิ้วเป็นเสนาบดีการเกษตร Yuan Huan เป้นหัวหน้าขุนนางท้องพระโรงมีหน้าที่เป็นเหมือน Imperial Counsellor ตันกุ๋นเป็นขุนนางช่วยเหลือกิจการวังหลวง</p>
<p>แม้ว่า Yuan Huan จะได้รับเบี้ยหวัดและรางวัลมากมาย เขาจับจ่ายใช้สอยทุกอย่างที่ได้รับมาและไม่มีสิ่งใดเหลือเก็บในบ้านของเขา เมื่อใดที่เขาขาดแคลนเงินทอง เขาก็จะขอจากผู้อื่น แต่เขาไม่แสดงความฉลาดของเขาให้ผู้ใดรู้ และผู้คนในตอนนั้นก็เคารพในความซื่อสัตย์ของเขา</p>
<p>ครั้งหนึ่งเมื่อมีข่าวว่าเล่าปี่เสียชีวิต เสนาบดีคนอื่นเสนอให้จัดงานเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่ แต่ Yuan Huan เป็นคนเดียวที่คัดค้า</p>
<p>โจโฉคิดนำบทลงโทษให้พิการมาบังคับใช้ตามกฎหมาย จึงมีคำสั่งออกมาว่า หลายปีก่อน Grand Herald ตันกี๋ได้ให้ความเห็นว่า การประหารชีวิตนั้นกรุณาเกินไป ท่านขุนนางช่วยเหลือกิจการวังหลวงจะให้เหตุผลของบิดาท่านได้หรือไม่</p>
<p>ตันกุ๋นตอบว่า บิดาข้าตันกี๋ได้ชี้ถึงจุดที่ราชสำนักฮั่น ได้ละเลยการลงโทษให้พิการ และเพิ่มโทษการโบยตีแทน ความคิดนี้เกิดจากความรักและสงสารประชาชน แต่แท้จริงแล้วบทลงโทษนี้กลับฆ่าประชาชนมากขึ้น เหตุการณ์นี้คล้ายกับกรณีที่ว่า ชื่อบทลงโทษนั้นเบาแต่ความจริงหนักหนายิ่งนัก บทลงโทษฟังดูเหมือนเบาเลยทำให้ผู้ทำต่างกระทำผิดมากขึ้น แต่การลงโทษที่หนักทำร้ายประชาชนยิ่งนัก</p>
<p>ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าผู้ใดฆ่าคนอื่นตายควรถูกทำโทษให้ตายตกไปตามกัน นี่คือสิ่งที่สมควรและสอดคล้องกับหลักการในอดีต เขาควรได้รับการลงโทษที่รุนแรง การทำร้ายร่างกายผู้อื่น คนที่ทำร้ายเสนอให้ตัดผมและโกนเคราของเขาทิ้ง สิ่งนี้ไม่ใช่การลงโทษที่ถูกต้องเลย</p>
<p>ถ้าเรานำการลงโทษสมัยก่อนมาใช้ ส่งคนที่นอกใจภรรยาไปรับโทษในโรงไหมหลวงเพื่อตอน ตัดขาของโจร แล้วก็จะไม่มีการประพฤติผิดศีลธรรมหรือการขโมยเป็นเวลานาน แม้ว่าเราจะไม่สามารถนำบทลงโทษทั้งสามพันข้อกลับมาใช้ได้อีก แต่บทลงโทษสองสามข้อนี้เหมาะสมกับปัญหาในปัจจุบันยิ่งนัก และควรนำมาปฏิบัติก่อน</p>
<p>สอดคล้องกับกฎหมายราชสำนักฮั่น เมื่อการลงโทษประหารชีวิตสถานเดียวถูกนำมาใช้ ก็จะไม่มีทางเลือกให้ผู้คน ดังนั้นการกระทำความผิดอย่างอื่นที่มีโทษถึงตาย อาจจะเปลี่ยนเป็นการลงโทษให้พิการ วิธีนี้ก็จะทำให้สามารถตัดสินได้ว่าใครสมควรตาย ใครสมควรรับโทษอื่น เวลานี้การตายจากการเฆี่ยนตีจากการลงโทษสถานเบานั้น เป็นการเคารพต่อร่างกายของมนุษย์แต่ไม่ได้เคารพต่อชีวิตของเขา</p>
<p>ในบรรดาขุนนางที่ถกเถียงเรื่องนี้ มีเพียงจงฮิวที่เห็นด้วยกับตันกุ๋น คนอื่นต่างไม่พิจารณาคำเสนอให้นำกฎหมายนี้มาใช้ เพราะว่าเหตุการณ์บ้านเมืองยังไม่สงบนี้ โจโฉยังรับฟังเสียงส่วนใหญ่และไม่เปลี่ยนแปลงกฎหมาย </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.feelthailand.com/213-ad-8-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c-213-%e2%80%93-28-%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a1-214/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>212 AD (20 กุมภาพันธ์ 212 – 7 กุมภาพันธ์ 213)</title>
		<link>http://www.feelthailand.com/212-ad-20-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c-212-%e2%80%93-7-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98/</link>
		<comments>http://www.feelthailand.com/212-ad-20-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c-212-%e2%80%93-7-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 24 May 2009 17:14:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สามก๊ก]]></category>
		<category><![CDATA[เนื้อเรื่องสามก๊ก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://racelover.com/feel/212-ad-20-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c-212-%e2%80%93-7-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98/</guid>
		<description><![CDATA[ในฤดูใบไม้ผลิเดือนแรก โจโฉกลับสู่เมืองเงียบกุ๋น
มีราชโองการประกาศให้โจโฉได้สิทธิ์ในการคำนับฮ่องเต้โดยไม่ต้องประกาศนามตัวเอง สามารถเดินในวังหลวงโดยไม่ต้องก้าวเท้าอย่างรวดเร็ว สามารถพกดาบและใส่รองเท้าเข้าท้องพระโรงได้ ซึ่งสิทธิ์เหล่านี้เหมือนกับที่เซียวเหอ ได้รับในอดีต (ที่ปรึกษาและเฉิงเซี่ยงของฮ่องเต้ฮั่นโกโจ ซึ่งสิทธิ์นี้แม่ทัพใหญ่ เหลียงจี๋และตั๋งโต๊ะก็เคยได้รับเช่นเดียวกัน)
ในขณะที่โจโฉโจมตีหัวเมืองตะวันตก มีกบฏนำโดยเ่ทียนหยินและซูโบ ในมณฑลกุนจิ๋วและกิจิ๋ว
โจผีต้องการนำทัพด้วยตัวเองไปปราบกบฏ แต่ Chang Lin ขุนนางรักษาพิธีการพูดว่า ขุนนางและชาวบ้านทางภาคเหนือรักความสงบสุขและกลัวความวุ่นวาย พวกเขายอมรับการปกครองของเราเป็นเวลานาน และส่วนใหญ่ก็ภักดีต่อเรา เทียนหยินและซูโบ เหมือนดั่งสุนัขหรือแกะเชี่อง ๆ ที่อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม พวกเขาไม่ใช่ศัตรูที่กล้าแข็ง ในเวลานี้ กองทัพส่วนใหญ่ยกทัพไปตะวันตก และมีศัตรูที่แข็งแกร่งเฝ้าดูอยู่ ท่านเป็นความมั่นคงของแผ่นดิน ถ้าท่านยกทัพโดยไม่ไตร่ตรอง แม้ว่าท่านจะได้ชัยชนะแต่ก็เป็นการดำเนินกลยุทธที่แย่มาก
ดังนั้นแม่ทัพ Jia Xin จึงถูกส่งไปปราบกบฏ โจรกบฏพ่ายแพ้และถูกทำลาย
โจรกบฏหลายพันคนต้องการยอมจำนน แต่เหล่าขุนนางพูดว่า ท่านโจโฉได้ตั้งธรรมเนียมไว้ว่า จะไม่อภัยโทษต่อศัตรูที่ต้องการยอมจำนนหลังจากโดนปิดล้อมไร้ทางสู้
เทียหยกตอบว่า นโยบายนี้ถูกนำมาใช้ในช่วงที่แผ่นดินวุ่นวาย มันเป็นแค่กฎสำหรับช่วงเวลาสั้น ๆ เวลานี้แผ่นดินสงบสุขดีแล้ว ท่านไม่ควรสังหารพวกเขา ถ้าท่านต้องการจะฆ่าพวกเขา ท่านต้องรายงานก่อนแล้วค่อยขออนุญาตดำเนินการ
เหล่าที่ปรึกษาพูดว่า กองทัพควบคุมโดยคนเพียงคนเดียว ไม่มีเหตุผลที่จะต้องขออนุญาต
เมื่ออาญาสิทธิ์กองทัพถูกมอบหมาย เทียหยกตอบ สิทธิ์นั้นถูกใช้ในกรณีเฉพาะเท่านั้น เวลานี้เหล่ากบฏล้วนอยู่ในเงื้อมมือของ Jia Xin และข้า ผู้รับใช้ที่แก่เฒ่าของท่าน ขอร้องให้ท่านอย่าได้สังหารพวกกบฏ
โจผีเห็นด้วยชมว่า เยี่ยมมาก แล้วโจผีก็รายงานสถานการณ์ให้โจโฉทราบ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ในฤดูใบไม้ผลิเดือนแรก โจโฉกลับสู่เมืองเงียบกุ๋น</p>
<p>มีราชโองการประกาศให้โจโฉได้สิทธิ์ในการคำนับฮ่องเต้โดยไม่ต้องประกาศนามตัวเอง สามารถเดินในวังหลวงโดยไม่ต้องก้าวเท้าอย่างรวดเร็ว สามารถพกดาบและใส่รองเท้าเข้าท้องพระโรงได้ ซึ่งสิทธิ์เหล่านี้เหมือนกับที่เซียวเหอ ได้รับในอดีต (ที่ปรึกษาและเฉิงเซี่ยงของฮ่องเต้ฮั่นโกโจ ซึ่งสิทธิ์นี้แม่ทัพใหญ่ เหลียงจี๋และตั๋งโต๊ะก็เคยได้รับเช่นเดียวกัน)</p>
<p>ในขณะที่โจโฉโจมตีหัวเมืองตะวันตก มีกบฏนำโดยเ่ทียนหยินและซูโบ ในมณฑลกุนจิ๋วและกิจิ๋ว</p>
<p>โจผีต้องการนำทัพด้วยตัวเองไปปราบกบฏ แต่ Chang Lin ขุนนางรักษาพิธีการพูดว่า ขุนนางและชาวบ้านทางภาคเหนือรักความสงบสุขและกลัวความวุ่นวาย พวกเขายอมรับการปกครองของเราเป็นเวลานาน และส่วนใหญ่ก็ภักดีต่อเรา เทียนหยินและซูโบ เหมือนดั่งสุนัขหรือแกะเชี่อง ๆ ที่อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม พวกเขาไม่ใช่ศัตรูที่กล้าแข็ง ในเวลานี้ กองทัพส่วนใหญ่ยกทัพไปตะวันตก และมีศัตรูที่แข็งแกร่งเฝ้าดูอยู่ ท่านเป็นความมั่นคงของแผ่นดิน ถ้าท่านยกทัพโดยไม่ไตร่ตรอง แม้ว่าท่านจะได้ชัยชนะแต่ก็เป็นการดำเนินกลยุทธที่แย่มาก</p>
<p>ดังนั้นแม่ทัพ Jia Xin จึงถูกส่งไปปราบกบฏ โจรกบฏพ่ายแพ้และถูกทำลาย</p>
<p>โจรกบฏหลายพันคนต้องการยอมจำนน แต่เหล่าขุนนางพูดว่า ท่านโจโฉได้ตั้งธรรมเนียมไว้ว่า จะไม่อภัยโทษต่อศัตรูที่ต้องการยอมจำนนหลังจากโดนปิดล้อมไร้ทางสู้</p>
<p>เทียหยกตอบว่า นโยบายนี้ถูกนำมาใช้ในช่วงที่แผ่นดินวุ่นวาย มันเป็นแค่กฎสำหรับช่วงเวลาสั้น ๆ เวลานี้แผ่นดินสงบสุขดีแล้ว ท่านไม่ควรสังหารพวกเขา ถ้าท่านต้องการจะฆ่าพวกเขา ท่านต้องรายงานก่อนแล้วค่อยขออนุญาตดำเนินการ</p>
<p>เหล่าที่ปรึกษาพูดว่า กองทัพควบคุมโดยคนเพียงคนเดียว ไม่มีเหตุผลที่จะต้องขออนุญาต</p>
<p>เมื่ออาญาสิทธิ์กองทัพถูกมอบหมาย เทียหยกตอบ สิทธิ์นั้นถูกใช้ในกรณีเฉพาะเท่านั้น เวลานี้เหล่ากบฏล้วนอยู่ในเงื้อมมือของ Jia Xin และข้า ผู้รับใช้ที่แก่เฒ่าของท่าน ขอร้องให้ท่านอย่าได้สังหารพวกกบฏ</p>
<p>โจผีเห็นด้วยชมว่า เยี่ยมมาก แล้วโจผีก็รายงานสถานการณ์ให้โจโฉทราบ แล้วโจโฉก็ไม่ได้สั่งให้สังหารโจรกบฏ เมื่อโจโฉรู้เรื่องคำแนะนำของเทียหยก เขาก็ชื่นชมเทียหยกมากบอกว่า ท่านไม่เพียงแตกฉานด้านการทหาร แต่ยังเป็นผู้เชี่ยวชาญในการต่อรองระหว่างพ่อกับลูกชายด้วย</p>
<p>ยังมีเรื่องเกี่ยวกับกบฏอีกเรื่องหนึ่ง ในการรายงานความพ่ายแพ้ของโจรกบฏ โจรหนึ่งคนจะถูกนับเป็นสิบคน แต่เมื่อ Guo Yuan ได้จดบันทึกเล่าโจรกบฏที่ถูกสังหารและรายงานราชสำนัก เขาจดจำนวนตามความเป็นจริง โจโฉถามว่าทำไมเขาถึงทำเช่นั้น Guo Yuan อธิบายว่า เมื่อข้าโจมตีศัตรูภายนอกดินแดนของเรา ข้าได้เพิ่มจำนวนของศัตรูที่ถูกฆ่าและจับเป็นเชลยเพราะว่าข้าต้องการเน้นความสำเร็จ และเพิ่มกำลังใจให้คนของเรา แต่ Hejian เป็นดินแดนของเราเอง แม้ว่าการประกาศความพ่ายแพ้ของโจรกบฏเทียนหยินและพวกจะเป็นเรื่องดี แต่ข้าละอายใจที่การกบฏนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้น โจโฉชื่นชมคำอธิบายของเขา</p>
<p>ในฤดูร้อน เดือนที่ห้า ผู้บัญชาการทหารองครักษ์ม้าเท้ง ถูกสังหารพร้อมคนในครอบครัว</p>
<p>ในเดือนที่หก วันที่ 14 สิงหาคม วันสุดท้ายของเดือนมีปรากฏการณ์สุริยปราคา</p>
<p>ในฤดูใบไม้ร่วง เดือนที่เจ็ด เกิดโรคระบาดขึ้น</p>
<p>ม้าเฉียวและกองทัพของเขาตั้งค่ายอยู่ที่ Lantian แฮหัวเอี๋ยนโจมตีม้าเฉียวพ่ายแพ้ไป</p>
<p>เหลียงเหง โจรภูเขาได้ออกปล้นสะดมที่ Pingyi ขุนนางท้องถิ่นต่างหวาดกลัวเขา พวกเขาย้ายที่ทำการไปอยู่ที่หัวเมืองใหญ่ และหลายคนย้ายไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัยกว่า</p>
<p>Zheng Hun เจ้าเมือง (Zuo)Pingyi พูดว่า ถ้า เหลียงเหงและพวกพ่ายแพ้กระจัดกระจายไป พวกเขาต้องไปอาศัยภูเขาต่าง ๆ เป็นที่หลบซ่อน แม้ว่าเขาจะมีคนติดตามมาก แต่ส่วนใหญ่ทำตามเพราะโดนกำลังบังคับ เราควรจะเปิดทางให้พวกเขายอมแพ้โดยดี แสดงอำนาจและจัดการอย่างดี การหลบหนีพวกเขาเป็นการแสดงความอ่อนแอของเรา</p>
<p>ดังนั้นเขาจึงรวบรวมผู้คนสร้างกำแพงและเตรียมทหารป้องกัน เขาให้รางวัลแก่คนที่สามารถจับโจร ทรัพย์สมบัติหรือภรรยาของพวกโจรได้ โดยให้รางวัลเพิ่มขึ้นเจ็ดถึงสิบเท่าของสิ่งที่คนเอามาจากโจรได้ ชาวบ้านต่างพากันยินดี และทุกคนต้องการที่จะจับโจร</p>
<p>เหล่าโจรที่สูญเสียครอบครัวต่างกลับมาขอยอมจำนน แต่ Zheng Hun บอกพวกเขาให้นำภรรยาของพวกโจรคนอื่นมาแลกเปลี่ยน เขาถึงจะยอมคืนภรรยาคนที่มายอมจำนนให้ หลังจากนั้นเหล่าโจรก็ต่อสู้กันเอง แล้วกลุ่มโจรก็แตกแยกกระจัดกระจายไป</p>
<p>Zheng Hun ส่งขุนนางที่เป็นคนดีและซื่อสัตย์ไปป่าวประกาศตามภูเขา ถึงสถานการณ์ต่าง ๆ ทำให้คนที่หลบหนีไปกลับคืนถิ่นฐาน แล้วเขาก็ส่งขุนนางท้องถิ่นกลับภูมิลำเนาเพื่อบริหารหัวเมืองเหล่านั้นตามเดิม</p>
<p>เหลียงเหง และพวกต่างหวาดวิตก พวกเขานำทัพที่เหลืออยู่ไปยึดเมือง Fu โจโฉส่งแฮหัวเอี๋ยนมาช่วย Zheng Hun โจมตี พวกเขาสังหาร เหลียงเหง และพวกได้ในที่สุด</p>
<p>Zheng Hun เป็นน้องชายของแตะถ้าย</p>
<p>ในเดือนที่เก้า วันที่ 2 พฤศจิกายน โอรสฮ่องเต้ถูกแต่งตั้งให้มีบรรดาศักดิ์ Liu Xi เป็นอ๋องแห่ง Jiyin Liu Yi เป็นอ๋องแห่ง Shanyang Liu Miao เป็นอ๋องแห่ง Jibei Liu Dun เป็นอ๋องแห่ง Donghai</p>
<p>ก่อนหน้านั้นเตียวเหียนแนะนำซุนกวนให้สร้างที่ทำการที่เมืองวัวเหลง เพราะว่าเป็นที่ที่ดีรอบล้อมด้วยภูเขาและแม่น้ำ เมื่อเล่าปี่มาตะวันออกเขาได้ผ่านเมืองวัวเหลง เล่าปี่ก็ได้แนะนำให้ซุนกวนอาศัยที่นั้นเช่นกัน</p>
<p>ดังนั้นซุนกวนจึงสร้างวังShitou แล้วย้ายเมืองหลวงไปวัวเหลง เขาเปลี่ยนชื่อเมืองจากวัวเหลงเป็นเกี๋ยนเงียบ</p>
<p>ลิบองรู้ข่าวว่าโจโฉตั้งใจจะยกทัพมาตะวันออก เขาแนะนำซุนกวนให้สร้างป้อมไว้ใกล้ ๆ ปากแม่น้ำยี่สู เหล่าขุนนางพูดว่า เราไต่ฝั่งแม่น้ำเพื่อโจมตีศัตรู เราใช้เรือเพื่อป้องกันทางน้ำ การป้องกันทางบกจะมีประโยชน์อะไร</p>
<p>ลิบองแย้งว่า สงครามมีแพ้มีชนะ ไม่มีใครสามารถได้ชัยชนะทุกครั้งในสงคราม ถ้ามีอะไรที่ไม่คาดหมายเกิดขึ้น แล้วข้าศึกกดดันเราอย่างใกล้ชิด คนของเราไม่มีเวลาพอไปถึงริมแม่น้ำ แล้วพวกเขาจะขึ้นเรือได้อย่างไร</p>
<p>เยี่ยมมาก ซุนกวนเห็นด้วย แล้วเขาจึงสั่งให้สร้างป้อมที่ยี่สู</p>
<p>ในฤดูหนาว เดือนที่สิบ โจโฉนำทัพไปตะวันออกโจมตีซุนกวน</p>
<p>ตังเจี๋ยวพูดกับโจโฉว่า ในอดีต ขุนนางที่ยิ่งใหญ่ที่ปกป้องราชสำนักนั้นยังไม่เคยมีผู้ใดมีความสำเร็จเหมือนดั่งตัวท่าน ไม่มีคนในอดีตคนไหนที่จะทำการใหญ่เช่นนี้เป็นเวลานานเพียงเพื่อรับใช้ผู้อื่น</p>
<p>นายท่านนั้นถ่อมตน ท่านกลัวว่าจะทำความผิดที่ต้องเสียใจภายหลัง และท่านยินดีที่จะรักษาเกียรติและความซื่อสัตย์ อย่างไรก็ดี คนที่เป็นขุนนางที่ยิ่งใหญ่เป็นเวลานานนั้น ประชาชนจะสงสัยได้ว่าคนผู้นั้นมีความคิดจะยึดราชบัลลังค์ ท่านควรพิจารณาข้อนี้ให้ดี</p>
<p>โจโฉนำเรื่องนี้ไปปรึกษาบรรดาพระยาและแม่ทัพทั้งหลาย พวกเขาล้วนเห็นด้วยว่า ท่านเฉิงเซี่ยงนั้นควรไดัรับเกียรติยกให้เป็นวุยก๋ง ดำรงเครื่องยศเก้าอย่างเหมือนคนในราชวงศ์เพื่อแสดงคุณงามความดีเป็นพิเศษ</p>
<p>ซุนฮกคัดค้านว่า ตั้งแต่เริ่ม เมื่อท่านโจโฉก่อตั้งกองทัพธรรมเพื่อช่วยฮ่องเต้และนำสันติสุขคืนสู่แผ่นดิน เขาได้รักษาความดีด้วยความซื่อสัตย์และความมีเกียรติ และดำรงเกียรตินั้นเสมอมา สุภาพชนนั้นแสดงความรักต่อผู้อื่นด้วยคำแนะนำที่ดี ดังนั้นข้าต้องพูดออกมา ท่านไม่ควรรับตำแหน่งนี้ โจโฉได้ยินคำคัดค้านของซุนฮกก็ไม่พอใจ</p>
<p>ในเวลานั้นโจโฉยกทัพโจมตีซุนกวน เขาได้ส่งสารไปบอกแก่ราชสำนักว่าซุนฮกควรจะมาสร้างขวัญกำลังใจกองทัพที่ Qiao แล้วโจโฉก็ยกเลิกคำสั่งนี้เปลี่ยนตำแหน่งให้ซุนฮกอยู่ที่เมืองหลวงเป็นขุนนางชั้นสูง ถือไม้เท้าแทนพระองค์และเป็นที่ปรึกษาให้กับกองทัพเฉิงเซี่ยง</p>
<p>ทันทีที่กองทัพโจโฉมุ่งหน้าไปยี่สู ซุนฮกถูกทิ้งไว้ที่ฉิวฉุนเพราะอาการเจ็บป่วย ต่อมาซุนฮกดื่มยาพิษฆ่าตัวตาย (มีบันทึกไว้ว่า โจโฉส่งมอบอาหารให้กับซุนฮก แต่เมื่อเปิดฝาปิดออก ในชามกลับว่างเปล่า ยิ่งไปกว่านั้นยังมีเรื่องบันทึกอีกว่า โจโฉไม่เพียงไม่พอใจที่ซุนฮกคัดค้านข้อแนะนำของตังเจี๋ยว แต่ยังไม่พอใจที่ซุนฮกไม่ได้เตือนเขาเกี่ยวกับแผนการต่อตานเขาของฮกอ้วน พ่อของฮกฮองเฮา ซึ่งเรื่องนี้ขัดแย้งกับความเป็นจริงที่แผนของฮกอ้วนนั้นดำเนินการในอีกสองปีต่อจากนี้ จึงกล่าวได้ว่าโจโฉไม่พอใจซุนฮกที่ไม่ภักดีต่อเขา และอาจถึงขั้นพยายามฆ่า แต่ซุนฮกฆ่าตัวตายก่อน)</p>
<p>(จากข้อสังเกตของ Sima Guang ซุนฮกช่วยโจโฉบูรณะบ้านเมือง เขาแนะนำคนดีมีฝีมือให้มีตำแหน่งที่เหมาะสม เขาฝึกฝนกองทัพ เขาแนะนำโอกาสต่าง ๆ และวางแผนให้ เขาต่อสู้และได้รับความสำเร็จทุกครั้ง เขาสามารถเปลี่ยนคนที่อ่อนแอให้แข็งแกร่งและเปลี่ยนบ้านเมืองที่วุ่นวายให้กลับมาสงบสุข หากแบ่งแผ่นดินเป็นสิบส่วนฝ่ายวุยก็ครอบครองได้ถึงแปดส่วน ถ้าโจโฉได้ขึ้นเป็นฮ่องเต้ ตัวเขาก็จะได้รับตำแหน่งไม่น้อยกว่าเซียวเหอ ขุนนางของฮ่องเต้ฮั่นโกโจ แต่ซุนฮกกลับภักดีต่อราชสำนักฮั่นจนตัวตาย</p>
<p>กวนจงได้รับการยกย่อง<br />
จากความมีมนุษยธรรม ที่เป็นผู้ช่วยฉีหวนกง ทำให้ชาวบ้านคลายความเดือดร้อน</p>
<p>แต่ว่าพฤติกรรมของฉีหวนกงนั้นเลวทรามเหมือนอย่างกับหมูอย่างหมา แต่กวนจงก็ไม่ได้ละอายใจซักนิดที่เป็นเฉิงเซี่ยงของเขา เพราะเขาเห็นว่าฉีหวนกงคือหนทางเดียวที่ชาวบ้านจะได้รับความสงบสุข</p>
<p>แต่ในสมัยสามก๊ก บ้านเมืองวุ่นวายถึงที่สุด ชาวบ้านเดือดร้อนมาก มีเพียงคนที่มีความสามารถพิเศษเท่านั้นที่จะช่วยบ้านเมืองได้ ถ้าซุนฮิวไม่รับใช้โจโฉ เขาจะไปรับใช้ใครที่มีความสามารถพิเศษอย่างโจโฉได้</p>
<p>ในสมัยของฉีหวนกง แม้ว่าราชสำนักโจวอ่อนแอแต่ก็ไม่ได้วุ่นวายเท่าสมัยสามก๊กที่ไม่มีขุนนางซักคนเดียวที่เชื่อฟังราชสำนัก</p>
<p>ซุนฮกช่วยเหลือโจโฉบูรณะบ้านเมือง แต่งตั้งคนดีมีฝีมือให้มารับใช้ทางการ วางแผนโจมตีให้โจโฉและได้รับความสำเร็จในการโจมตีทุกทิศทาง ซุนฮกมีความสามารถทำให้คนที่อ่อนแอกลับเข้มแข็งและทำให้ความวุ่นวายเปลี่ยนเป็นสงบเรียบร้อย</p>
<p>ด้วยความสำเร็จของซุนฮกเมื่อเทียบกับกวนจง กวนจงนั้นไม่ได้ยอมตายเพื่อ zi jiu แต่ซุนฮกยอมตายเพื่อราชสำนักฮั่น ดังนั้นความมีคุณธรรมของซุนฮกเทียบแล้วยังเหนือกว่ากวนจง)</p>
<p>ในเดือนที่สิบสองมีดาวหางปรากฏในกลุ่มดาวเจ้าชายทั้งห้า</p>
<p>เล่าปี่อยู่ที่ Jiameng บังทองพูดกับเขาว่า เวลานี้ ให้รวบรวมทหารที่ดีที่สุดของท่านอย่างลับ ๆ แล้วเดินทัพทั้งวันและคืนไปโจมตีเฉิงตู เล่าเจี้ยงไม่ใช่คนที่ชอบการต่อสู้ เขาต้องไม่ได้ระมัดระวังตัว ถ้าใช้กองทัพใหญ่เข้าจัดการ ทุกสิ่งจะสำเร็จได้เพียบการศึกครั้งเดียว นี่เป็นแผนที่ดีที่สุด</p>
<p>เอียวหวย และ โกภาย เป็นขุนนางที่มีความสามารถของเล่าเจี้ยง ทั้งสองควบคุมกำลังสำคัญของด่าน Boshui ข้ารู้มาว่าพวกเขาได้ส่งจดหมายคัดค้านไปหาเล่าเจี้ยงหลายครั้ง แนะนำให้ส่งตัวท่านกลับมณฑลเกงจิ๋ว เวลานี้ให้ส่งจดหมายไปหาพวกเขาถึงสิ่งที่เขาต้องการ บอกว่ามณฑลเกงจิ๋วอยู่ในอันตราย ท่านต้องการจะกลับไปช่วยเหลือด่วน ให้เริ่มเก็บสัมภาระและแสร้งทำเหมือนท่านจะจากไป ทั้งสองคนเคารพในชื่อเสียงที่ยิ่งใหญ่ของท่าน พวกเขาจะต้องยินดีที่ท่านจะจากไป แล้วพวกเขาต้องมาคำนับเพื่ออำลาท่านพร้อมด้วยองครักษ์เพียงน้อยนิด ให้ฉวยโอกาสนี้จับกุมพวกเขา แล้วนำทัพไปยึดกองทัพพวกเขา แล้วหันไปโจมตีเฉิงตู นี่เป็นแผนดีรองลงมา</p>
<p>กลับไป Bodi และรวมทัพกับมณฑลเกงจิ๋ว แล้วค่อยวางแผนกลับมา นี่เป็นแผนที่แย่ที่สุด แต่ถ้าท่านชักช้า ไม่คิดดำเนินการใด ๆ ท่านก็จะลำบากใหญ่หลวง ท่านไม่สามารถรอคอยเวลาได้อีกแล้ว</p>
<p>เล่าปี่ทำตามแผนที่สอง</p>
<p>เมื่อโจโฉโจมตี ซุนกวนได้เรียกเล่าปี่ให้มาช่วยเขา เล่าปี่ส่งจดหมายไปหาเล่าเจี้ยงว่า ซุนกวนและข้าเหมือนดั่งลิ้นกับฟัน แต่ทัพของกวนอูนั้นอ่อนแอยิ่งนัก ถ้าข้าไม่ไปช่วยเขาตอนนี้ โจโฉต้องยึดมณฑลเกงจิ๋วได้และหันมาโจมตีเรา อันตรายนี้ใหญ่หลวงกว่าการคุมคามของเตียวฬ่อ ข้าศึกที่กำลังตั้งรับนั้นไม่มีสิ่งใดให้ต้องกังวล แล้วเล่าปี่ก็ขอทหารเพิ่มอีกหมื่นนายพร้อมด้วยเงินทองและเสบียงอาหาร</p>
<p>เล่าเจี้ยงอนุมัติทหารสี่พันนายและสิ่งของต่าง ๆ เพียงครึ่งเดียวที่เล่าปี่ขอมา</p>
<p>เล่าปี่พูดต่อหน้าทหารของเขาแสดงความโกรธแค้นว่า ข้าได้โจมตีศัตรูที่แข็งแกร่งของเอ๊กจิ๋ว และคนของข้าก็ได้ทำการจนเหนื่อยล้า แต่เล่าเจี้ยงเอาแต่สะสมเงินทองและตระหนี่ถี่เหนียวในการให้รางวัล นี่คือขวัญกำลังใจให้สู้และตายเพื่อเขาหรือ</p>
<p>เตียวส่งเขียนจดหมายไปหาเล่าปี่และหวดเจ้งว่า แผนการใหญ่ของเราสุกงอมแล้ว ท่านจะละทิ้งพวกเราในเวลานี้อย่างไร เตียวซก เจ้าเมืองเกงฮัน พี่ชายของเตียวสง กลัวว่าตัวเองจะพลอยรับโทษเพราะน้องชาย จึงนำแผนการของเตียวสงไปบอกเล่าเจี้ยง เล่าเจี้ยงจับตัวเตียวสงมาประหารและสั่งการกองทัพให้รักษาด่านอย่างเข้มแข็งห้ามมิให้มีจดหมายใด ๆ ส่งไปหาเล่าปี่</p>
<p>เล่าปี่โกรธมาก เขาเรียกตัว เอียวหวย และ โกภาย มา โจมตีสังหารพวกเขา แล้วนำทหารไปยึดด่าน Boshui ผนวกทหารในด่านนั้นเข้ากับกองทัพของเขา แล้วเดินทัพไปยึดเมือง Fu </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.feelthailand.com/212-ad-20-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c-212-%e2%80%93-7-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>211 AD (1 กุมภาพันธ์ 211 – 19 กุมภาพันธ์ 212)</title>
		<link>http://www.feelthailand.com/211-ad-1-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c-211-%e2%80%93-19-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98/</link>
		<comments>http://www.feelthailand.com/211-ad-1-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c-211-%e2%80%93-19-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 24 May 2009 17:14:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สามก๊ก]]></category>
		<category><![CDATA[เนื้อเรื่องสามก๊ก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://racelover.com/feel/211-ad-1-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c-211-%e2%80%93-19-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98/</guid>
		<description><![CDATA[ในฤดูใบไม้ผลิ เดือนแรก โจผีบุตรคนโตของโจโฉถูกแต่งตั้งเป็นแม่ทัพสุภาพชนของราชสำนักในทุก ๆ กิจการพร้อมด้วยทีทำการของตัวเอง มีหน้าที่ช่วยเหลือเฉิงเซี่ยง
ในเดือนที่สาม โจโฉส่งจงฮิวขุนพลประจำเมืองหลวงไปโจมตีเตียวฬ่อ และแฮหัวเอี๋ยนและแม่ทัพคนอื่นถูกสั่งให้นำทัพจากโฮต๋องไปช่วยจงฮิว
โกหยิว ขุนนางผู้น้อยในฝ่ายคลังเสบียงแย้งว่า ถ้ากองทัพส่วนใหญ่ยกทัพไปตะวันตก ฮันซุยและม้าเท้งจะต้องสงสัยว่าเราจะโจมตีพวกเขา พวกเขาจะร่วมมือกันป้องกันตัวเอง ท่านควรจะยึดดินแดนทั้งสามนั้นก่อน เมื่อท่านยึดเมืองพวกนั้น ท่านก็สามารถระดมทัพโจมตีฮันต๋ง แต่โจโฉไม่เห็นด้วยกับเขา
เหล่าผู้นำในด่านล้วนแต่สงสัยในพฤติกรรมโจโฉ ม้าเฉียว หันซุย เฮาชวน เทงหงิน เอียวฉิว ลิขำ เตียวหัว เหลียงเหง เซงหงี ม้าอ้วน และลูกน้องของพวกเขา ทั้งสิบหัวเมืองต่างลุกฮือขึ้นก่อกบฏ กองทัพพวกเขามีคนกว่าหนึ่งแสนคน พวกเขาตั้งมั่นรักษาการณ์ที่ด่านตงก๋วน
โจโฉส่งแม่ทัพผู้นำความสงบสู่ตะวันตก โจหยินมานำทัพเพื่อต่อต้านกบฏกลุ่มนี้ มีราชโองการสั่งให้ทหารทุกคนตั้งมั่นอยู่ในตำแหน่ง ห้ามมาร่วมก่อสงครามนี้เด็ดขาด
โจผีแม่ทัพสุภาพชนแห่งราชสำนักในทุกกรณี ถูกทิ้งให้ครองเมืองเงียบกุ๋น พร้อมด้วยแม่ทัพผู้แสดงความมั่นคงเทียหยก มาเป็นที่ปรึกษากองทัพ Xu Xuan แห่งกองเหลงมาเป็นแม่ทัพซ้ายจัดการกิจกองทัพ Guo Yuan จัดการเรื่องบริหารบ้านเมืองต่าง ๆ
ในฤดูใบไม้ร่วง เดือนที่เจ็ด โจโฉนำทัพโจมตีม้าเฉียวและพวก บรรดาที่ปรึกษาต่างพูดว่า ทหารฝ่ายด่านตะวันตกนั้นเชี่ยวชาญการใช้หอกยาว แม้ว่าเราจะฝึกทหารของเราอย่างหนักและทำการคัดเลือกทหารอย่างดี เราก็ไม่สามารถที่จะเอาชนะพวกเขาได้
&#8220;ข้าเป็นคนเดียวที่วางแผนการโจมตีนี้&#8221; โจโฉกล่าว &#8220;ไม่ใช่ศัตรู พวกโจรกบฏอาจจะเชี่ยวชาญการใช้หอกยาว แต่ข้าสามารถทำให้พวกมันไม่อาจใช้อาวุธที่ตัวเองถนัดได้ พวกท่านจงคอยดูเถิด&#8221;
ในเดือนที่แปด โจโฉมาถึงด่านตงก๋วน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ในฤดูใบไม้ผลิ เดือนแรก โจผีบุตรคนโตของโจโฉถูกแต่งตั้งเป็นแม่ทัพสุภาพชนของราชสำนักในทุก ๆ กิจการพร้อมด้วยทีทำการของตัวเอง มีหน้าที่ช่วยเหลือเฉิงเซี่ยง</p>
<p>ในเดือนที่สาม โจโฉส่งจงฮิวขุนพลประจำเมืองหลวงไปโจมตีเตียวฬ่อ และแฮหัวเอี๋ยนและแม่ทัพคนอื่นถูกสั่งให้นำทัพจากโฮต๋องไปช่วยจงฮิว</p>
<p>โกหยิว ขุนนางผู้น้อยในฝ่ายคลังเสบียงแย้งว่า ถ้ากองทัพส่วนใหญ่ยกทัพไปตะวันตก ฮันซุยและม้าเท้งจะต้องสงสัยว่าเราจะโจมตีพวกเขา พวกเขาจะร่วมมือกันป้องกันตัวเอง ท่านควรจะยึดดินแดนทั้งสามนั้นก่อน เมื่อท่านยึดเมืองพวกนั้น ท่านก็สามารถระดมทัพโจมตีฮันต๋ง แต่โจโฉไม่เห็นด้วยกับเขา</p>
<p>เหล่าผู้นำในด่านล้วนแต่สงสัยในพฤติกรรมโจโฉ ม้าเฉียว หันซุย เฮาชวน เทงหงิน เอียวฉิว ลิขำ เตียวหัว เหลียงเหง เซงหงี ม้าอ้วน และลูกน้องของพวกเขา ทั้งสิบหัวเมืองต่างลุกฮือขึ้นก่อกบฏ กองทัพพวกเขามีคนกว่าหนึ่งแสนคน พวกเขาตั้งมั่นรักษาการณ์ที่ด่านตงก๋วน</p>
<p>โจโฉส่งแม่ทัพผู้นำความสงบสู่ตะวันตก โจหยินมานำทัพเพื่อต่อต้านกบฏกลุ่มนี้ มีราชโองการสั่งให้ทหารทุกคนตั้งมั่นอยู่ในตำแหน่ง ห้ามมาร่วมก่อสงครามนี้เด็ดขาด</p>
<p>โจผีแม่ทัพสุภาพชนแห่งราชสำนักในทุกกรณี ถูกทิ้งให้ครองเมืองเงียบกุ๋น พร้อมด้วยแม่ทัพผู้แสดงความมั่นคงเทียหยก มาเป็นที่ปรึกษากองทัพ Xu Xuan แห่งกองเหลงมาเป็นแม่ทัพซ้ายจัดการกิจกองทัพ Guo Yuan จัดการเรื่องบริหารบ้านเมืองต่าง ๆ</p>
<p>ในฤดูใบไม้ร่วง เดือนที่เจ็ด โจโฉนำทัพโจมตีม้าเฉียวและพวก บรรดาที่ปรึกษาต่างพูดว่า ทหารฝ่ายด่านตะวันตกนั้นเชี่ยวชาญการใช้หอกยาว แม้ว่าเราจะฝึกทหารของเราอย่างหนักและทำการคัดเลือกทหารอย่างดี เราก็ไม่สามารถที่จะเอาชนะพวกเขาได้</p>
<p>&#8220;ข้าเป็นคนเดียวที่วางแผนการโจมตีนี้&#8221; โจโฉกล่าว &#8220;ไม่ใช่ศัตรู พวกโจรกบฏอาจจะเชี่ยวชาญการใช้หอกยาว แต่ข้าสามารถทำให้พวกมันไม่อาจใช้อาวุธที่ตัวเองถนัดได้ พวกท่านจงคอยดูเถิด&#8221;</p>
<p>ในเดือนที่แปด โจโฉมาถึงด่านตงก๋วน และตั้งขบวนทัพต่อสู้กับม้าเฉียวและพวกเพื่อดึงความสนใจ แล้วโจโฉก็ลอบส่งซิหลงและ จูเหลง นำทัพสี่พันคนข้ามทางแยก Puban ไปยึดหัวสะพานตะวันตกของแม่น้ำเหลือง</p>
<p>เดือนต่อมา โจโฉนำทัพจากด่านตงก๋วน ไปทางเหนือเพื่อข้ามแม่น้ำเหลือง ทัพใหญ่ข้ามแม่น้ำก่อน และโจโฉรั้งอยู่อีกฝั่งกับทหารเสือสองสามร้อยคนทางฝั่งตอนใต้เพื่อระวังหลัง ม้าเฉียวนำทัพหนึ่งหมื่นคนเข้าโจมตี ลูกธนูพุ่งใส่ดั่งสายฝน แต่โจโฉก็ยังนั่งอยู่ในเกี้ยวไม่เคลื่อนไหว</p>
<p>เคาทูมาช่วยโจโฉทางเรือ บรรดาฝีพายล้วนแต่ถูกลูกธนูสังหาร แต่เคาทูใช้มือซ้ายถืออานม้าคอยคุ้มครองโจโฉ ส่วนมือขวาก็พายเรือไป ขุนพล เต๋งฮุย ปล่อยม้าและสัตว์เลี้ยงเพื่อรบกวนการไล่โจมตี เหล่าศัตรูเสียเวลากับการไล่ต้อนฝูงสัตว์ โจโฉจึงสามารถข้ามแม่น้ำไปได้</p>
<p>จาก Puban โจโฉข้ามแม่น้ำเหลืองไปทางตะวันตก แล้วจัดเตรียมทางเพื่อลงใต้ไปตามสายน้ำ ทำให้ม้าเฉียวและคนอื่น ๆ ถอยทัพเพื่อไปป้องกันปากแม่น้ำวุย</p>
<p>โจโฉส่งทหารจำนวนหนึ่งไปแกล้งลวงว่าจะโจมตี ในขณะที่ลอบส่งทหารเดินเรือไปที่ Wei เพื่อสร้างสะพานจากแพ ในคืนนั้นโจโฉส่งทหารหน่วยหนึ่งไปสร้างขวากหนามป้องกันทางตอนใต้ของแม่น้ำ ม้าเฉียวและพวกเข้าโจมตีค่ายในตอนกลางคืน แต่ทหารที่ซุ่มอยู่ก็เข้าโจมตีพวกม้าเฉียวพ่ายแพ้ไป</p>
<p>ม้าเฉียวจึงนำทัพมาตั้งค่ายทางแม่น้ำวุยตอนใต้และส่งคนนำสารไปเสนอว่าจะยกดินแดนตะวันออก ของแม่น้ำเหลืองให้เพื่อแลกกับการสงบศึก แต่โจโฉไม่ยินยอม</p>
<p>ในเดือนที่เก้า โจโฉนำกองทัพทั้งหมดข้ามแม่น้ำวุย ม้าเฉียวและพวกท้าสู้กับเขาหลายครั้ง แต่โจโฉไม่ยอมสู้ด้วย พวกเขายังเสนอที่ยกดินแดนให้และพร้อมที่จะส่งตัวประกันไปเมืองหลวงหลายครั้ง กาเซี่ยงจึงพูดว่า เราน่าจะแกล้งที่จะยอมรับข้อเสนอพวกเขา โจโฉถามเขาว่าทำไม</p>
<p>เพื่อแยกพวกเขาออกจากกัน กาเซี่ยงตอบ</p>
<p>ข้าเข้าใจแล้ว โจโฉพูดขึ้น</p>
<p>หันซุยขอเข้าพบโจโฉ ทั้งสองเคยรู้จักกันมาก่อนในอดีต และตอนนี้พวกเขาขี่ม้ามาคุยกันครู่หนึ่ง ทั้งสองไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องการศึกแต่อย่างไร เพียงพูดรำลึกถึงเรื่องราวอดีตในเมืองหลวง จับมือและหัวเราะยินดี เหล่าทหารจากตะวันตกและพวกชนเผ่าต่าง ๆ มาสังเกตพวกเขา โจโฉหัวเราะแล้วพูดกับพวกเขาว่า พวกเจ้าอยากเห็นท่านโจโฉหรือ เขาก็เหมือนคนอื่น ๆ นั่นแหล่ะ เขาไม่ได้มีสี่ตาสองปากซะเมื่อไหร่ ก็แค่ฉลาดกว่าคนทั่วไปเล็กน้อย</p>
<p>เมื่อพวกเขาแยกจากกัน ม้าเฉียวและพวกถามหันซุยว่า พวกท่านคุยเรื่องอะไรกัน</p>
<p>แค่รำลึกความหลังกันเท่านั้น หันซุยตอบ ทำให้ม้าเฉียวและคนอื่น ๆ สงสัยในตัวเขา</p>
<p>สองสามวันต่อมา โจโฉส่งจดหมายให้หันซุย ในจดหมายมีข้อความขีดฆ่าเปลี่ยนแปลงมากมายเหมือนกับว่าหันซุยเป็นคนแก้จดหมายนั้นเอง ทำให้ม้าเฉียวและพวกพากันสงสัยในตัวหันซุยมากขึ้น</p>
<p>แล้วโจโฉก็ยอมต่อสู้กับพวกเขา โจโฉส่งทหารเคลื่อนที่เร็วเข้าต่อสู้อย่างประปราย เมื่อพวกเขาสู้กันไประยะหนึ่ง โจโฉก็ให้ทหารม้าเสือของเขาเข้าโจมตีด้านซ้ายขวาของทัพศัตรูและทำให้พวกม้าเฉียวพ่ายแพ้ไป ทัพโจโฉสังหาร เซงหงีลิขำ และคนอื่น ๆ หันซุยและม้าเฉียวหนีไปมณฑลเลียงจิ๋ว เอียวฉิว หนี ไป อันติ้ง</p>
<p>ขุนนางของโจโฉถามเขาว่า เมื่อพวกเรามาถึงนั้น ศัตรูรักษาการณ์ด่าน Tong แต่พวกเขาไม่ระวังเส้นทางตอนเหนือของวุย ท่านไม่ได้เดินทัพผ่านโฮต๋องเข้าโจมตี Pingyi แต่ท่านกลับหยุดอยู่ที่ด่านพักหนึ่งแล้วค่อยข้ามขึ้นเหนือ ทำไมถึงทำเช่นนั้น</p>
<p>ศัตรูเฝ้าระวังด่านตงก๋วน โจโฉกล่าว ถ้าข้าผ่านไปโฮต๋องทันที พวกเขาจะต้องส่งทหารไประวังหลังเพื่อป้องกันการข้ามแม่น้ำของทัพเรา แล้วข้าจะไม่สามารถข้ามมาฝั่งตะวันตกได้</p>
<p>ข้าจึงเสริมทัพเผชิญหน้ากับศัตรูในด่าน ศัตรูทั้งหมดจึงต้องมาสนใจทางใต้ แล้วการป้องกันทางตะวันตกของแม่น้ำก็จะเบาบางลง แล้วใช้แม่ทัพแค่สองคน (ซิหลงและจูเหลง) ก็สามารถที่จะยึดที่นั่นได้</p>
<p>เมื่อพวกเขายึดที่นั่นได้แล้ว ข้าจึงนำทัพของข้าข้ามไปทางเหนือ มีเพียงทัพของสองหัวเมืองที่ป้องกันข้าศึกจากการขัดขวางการเคลื่อนทัพของข้าไปยังฝั่งแม่น้ำตะวันตก</p>
<p>แล้วข้าก็ใช้เกวียนบรรทุกสัมภาระมาเป็นรั้วเพื่อป้องกัน สร้างทางเดินทัพลงใต้ กลยุทธเพื่อให้มั่นใจว่าข้าจะไม่ถูกโจมตีและทำให้ทัพเราดูอ่อนแอในสายตาศัตรู</p>
<p>ข้าข้ามแม่น้ำวุย และสร้างป้อมที่แข็งแรง และเมื่อศัตรูมาถึง ข้าก็ไม่ออกมาสู้รบ ทำให้พวกเขารู้สึกว่าตัวเองเหนือกว่า ทำให้พวกเขาไม่สร้างค่ายหรือป้อมเพื่อป้องกัน ทำเพียงเสนอยกดินแดนให้ ข้าใช้คำพูดสัญญาให้พวกเขาพอใจ นี่คือเหตุผลที่ข้าแกล้งทำเหมือนยอมรับข้อตกลงของเขาเพื่อให้พวกเขารู้สึกสบายใจและไม่ทันระวัง แล้วเราก็รวมทัพเราเข้าโจมตี มันเหมือนสายฟ้าฟาดอย่างเร็วจนไม่มีเวลาเอามือมาป้องหู</p>
<p>แผนการสงครามนั้นมีมากมายไม่หมดสิ้น</p>
<p>ก่อนหน้านั้น เมื่อกลุ่มผู้นำในด่านแต่ละกลุ่มมาต่อสู้กับทัพโจโฉ สีหน้าโจโฉยินดียิ่งนัก เหล่าขูนนางจึงถามเขา โจโฉอธิบายว่า ดินแดนภายในด่านนั้นกว้างใหญ่นัก ถ้ากลุ่มโจรกบฏแต่ละคนก่อกบฏขึ้นตามหัวเมืองและทำให้เราต้องโจมตีพวกเขา คงต้องใช้เวลามากกว่าสองปีถึงจะปราบพวกเขาได้ทั้งหมด เวลานี้พวกเขาจับกลุ่มอยู่ด้วยกัน แม้ว่าทัพของพวกเขาจะอยู่ร่วมกัน แต่ก็ไม่มีใครฟังคำสั่งจากใคร ดังนั้นพวกเขาจึงไม่มีที่ผู้นำและสามารถจัดการได้ในคราวเดียว นี่ทำให้การศึกครั้งนี้ง่ายขึ้น ข้าเลยรู้สึกยินดี</p>
<p>ในฤดูหนาว เดือนที่สิบ โจโฉขึ้นเหนือจากฉางอันไปโจมตี เอียวฉิว เขาล้อมเมือง อันติ้ง แล้ว เอียวฉิว ก็ยอมแพ้ โจโฉมอบตำแหน่งให้เขาตามเดิมและให้เขาอยู่คอยดูแลคนของเขา</p>
<p>ในเดือนที่สิบสอง โจโฉกลับจาก อันติ้ง เขาทิ้งแฮหัวเอี๋ยนรักษาค่ายที่ ฉางอันและตั้งที่ปรึกษา เตียวเจ ให้ดูแล เกงเตียว เตียวเจ รับคนที่อพยพมาและเลี้ยงดูอย่างดี บุรณะเมือง ประชาชนจึงรักเขา</p>
<p>เมื่อหันซุยและม้าเฉียวก่อกบฏนั้น บรรดาหัวเมืองต่าง ๆ ของฮองหลงและ Pingyi ได้เข้าร่วมกับพวกเขา มีเพียงชาวเมืองโฮต๋องที่ยังภักดี เมื่อโจโฉต่อสู้กับม้าเฉียวและพวกที่ริมฝั่งแม่น้ำวุย เสบียงอาหารถูกลำเลียงจากโฮต๋อง และหลังจากม้าเฉียวและพวกพ่ายแพ้ ยังมีเสบียงอาหารเหลือมากกว่าสองแสนกระสอบ โจโฉจึงเพิ่มเบี้ยหวัดให้ Du Ji เจ้าเมืองโฮต๋องเป็นสองพัน Shi (ซึ่งเทียบเท่ากับเสนาบดีทั้งเก้า)</p>
<p>หวดเจ้งเป็นขุนพลที่ปรึกษากองทัพของเล่าเจี้ยง แต่เล่าเจี้ยงกลับไม่เคยสนใจสิ่งที่เขาแนะนำเลย แล้วเขาเองยังถูกคนของหวดเจ้งที่อพยพมาสู่จ๊ก ด้วยกันเกลียดชัง หวดเจี้ยงเสียกำลังใจว่าเขาไม่สามารถเชื่อมั่นในความทะเยอทะยานของเล่าเจี้ยง</p>
<p>เตียวสง นายทหารคนสนิทของมณฑล เอ๊กจิ๋ว เป็นเพื่อนสนิทกับหวดเจ้ง และเชื่อมั่นในความสามารถของเขา และเขายังเชื่อว่าเล่าเจี้ยงเองก็ไม่ชื่นชมตัวเขา เขาจึงไม่พอใจเล่าเจี้ยงอยู่เงียบ ๆ</p>
<p>เตียวสงแนะนำเล่าเจี้ยงเป็นพันธมิตรกับเล่าปี่ เล่าเจี้ยงถามว่า ข้าควรส่งใครไปเป็นฑูตดี แล้วเตียวสงก็แนะนำหวดเจ้ง เล่าเจี้ยงจึงมอบหมายหน้าที่นี้ให้หวดเจ้ง แต่หวดเจ้งขออนุญาตปฏิเสธหน้าที่นี้ ดังนั้นเล่าเจี้ยงจึงเชื่อว่าเขาเหมาะสมที่จะไปเพราะว่าเขาไม่เต็มใจไปแต่เพราะต้องทำตามคำสั่ง</p>
<p>เมื่อหวดเจ้งกลับมา เขาบอกกับเตียวสงว่า เล่าปี่เป็นคนที่มีความคิดใหญ่โตมากมาย ทั้งสองจึงวางแผนอย่างลับ ๆ เพื่อเชิญเล่าปี่มาครองมณฑลนี้</p>
<p>แล้วโจโฉก็ส่งจงฮิวมาโจมตีฮันต๋ง เล่าเจี้ยงได้ข่าวจึงกังวลมาก เตียวสงจึงพูดกับเขาว่า ทหารของท่านโจโฉนั้นไร้คู่ปรับในแผ่นดิน ถ้าเขาสามารถยึดฐานที่มั่นของเตียวฬ่อมาเป็นประโยชน์เพื่อยึดดินแดนจ๊ก ใครจะสามารถต่อต้านเขาได้</p>
<p>ท่านเล่าปี่เป็นเชื้อพระวงศ์ฮั่นเช่นเดียวกับท่านและเป็นศัตรูกับท่านโจโฉ เขาเชี่ยวชาญการสงคราม ถ้าท่านส่งเขาไปโจมตีเตียวฬ่อ เตียวฬ่อต้องพ่ายแพ้ เมื่อเตียวฬ่อพ่ายแพ้ไปแล้วมณฑล เอ๊กจิ๋ว ก็จะปลอดภัย แม้ว่าท่านโจโฉจะยกทัพมา เขาก็ทำอะไรไม่ได้</p>
<p>เวลานี้ เหล่าขุนนางของมณฑลนี้ บังยี่ ลิอี้ และพวก ต่างภูมิใจความสำเร็จของพวกเขาในอดีต จึงประพฤติตัวยิ่งยโสอวดดี ท่านไม่สามารถพึ่งพวกเขาได้ หากท่านไม่ได้ท่านเล่าปี่มาเป็นพวก แล้วท่านจะมีศัตรูโจมตีท่านจากภายนอกและชาวบ้านก็ต่อต้านท่านจากภายใน แล้วท่านจะพบหายนะแน่นอน</p>
<p>เล่าเจี้ยงเห็นด้วย เขาจึงส่งหวดเจ้งพร้อมทหารสี่พันนายไปเชิญเล่าปี่</p>
<p>อุยก๋วน ขุนนางอาลักษณ์แย้งว่า แม่ทัพซ้ายเล่าปี่มีชื่อเสียงในความกล้าหาญ แล้วท่านเชิญเขามาที่นี่ ท่านไม่มีทางตอบสนองความทะเยอทะยานเขาได้ถ้าท่านปฏิบัติต่อเขาเหมือนเขาเป็นผู้มาอาศัย แต่ถ้าท่านปฏิบัติต่อเขาเหมือนแขก ให้เกียรติเขาเท่าเทียมกับท่าน มันเป็นการยากที่หนึ่งดินแดนจะมีผู้นำสองคน ถ้าแขกนั้นมีฐานะมั่นคงเหมือนเขาไท้ซาน ตำแหน่งของผู้นำจะกลับไม่มั่นคงเหมือนไข่นกในรัง ไม่ช้าดินแดนของท่านก็จะตกเป็นของคนอื่น รอเพียงให้ทุกอย่างจัดการเสร็จสิ้นเท่านั้น</p>
<p>เล่าเจี้ยงไม่เห็นด้วย เขาส่ง อุยก๋วน ไปเป็นนายอำเภอ Guanghan อองลุย ขุนนางของเล่าเจี้ยงคนหนึ่งแขวนตัวเองกับประตูเมืองเพื่อประท้วง แต่เล่าเจี้ยงก็นิ่งเฉย</p>
<p>หวดเจ้งมาถึงมณฑลเกงจิ๋วและอธิบายแผนการให้เล่าปี่ฟัง หวดเจ้งว่า ด้วยความกล้าหาญและความสามารถของท่าน ท่านสามารถใช้ประโยชน์จากความไร้สามารถของเล่าเจี้ยง เตียวสงเป็นมือและเท้าของมณฑล เขาจะเป็นเหมือนปากเสียงให้ท่านในที่ทำการ ท่านสามารถยึดมณฑล เอ๊กจิ๋ว ได้ง่ายดายเหมือนพลิกฝ่ามือ</p>
<p>เล่าปี่ยังลังเลและไม่รู้จะตัดสินใจทำอย่างไร บังทองจึงพูดกับเขาว่า มณฑลเกงจิ๋วนั้นวุ่นวายและบอบช้ำ ผู้คนยากจนทรัพย์สมบัติก็แทบไม่เหลือ ในทางตะวันออก ก็มีแม่ทัพราชรถและทหารม้า ซุนกวน ทางตอนเหลือมีโจโฉ ท่านคงรู้ว่าเป็นการยากที่ท่านจะทำการใหญ่โดยใช้ที่นี่เป็นที่มั่น</p>
<p>มณฑล เอ๊กจิ๋ว มีชาวบ้านกว่าล้านคน แผ่นดินอุดมสมบูรณ์ ผู้คนก็มั่งคั่ง ถ้าท่านสามารถใช้ประโยชน์จากความมั่งคั่งนั้นเพื่อตัวท่านแล้วการใหญ่ที่ท่านมุ่งหวังก็จะสำเร็จ</p>
<p>เล่าปี่จึงพูดว่า โจโฉนั้นแตกต่างจากข้าเหมือนน้ำกับไฟ โจโฉนั้นเห็นแก่ตัวแต่ข้าใจกว้าง โจโฉชั่วร้ายแต่ข้าดีงาม โจโฉหลอกลวงในขณะที่ข้าซื่อสัตย์ ถ้าข้าทำตัวแตกต่างจากโจโฉในทุกเรื่อง งานใหญ่ข้าต้องสำเร็จ แต่ถ้าข้าฉวยโอกาสเล็กน้อยเฉพาะหน้า แล้วต้องเสียชื่อเสียงและเกียรติยศไป แล้วจะมีความหมายอะไร</p>
<p>ในช่วงเวลาที่แผ่นดินวุ่นวาย บังทองตอบ คนเราต้องยืดหยุ่นได้ ยิ่งไปกว่านั้น ท่านจะยึดดินแดนจากคนที่อ่อนแอและโจมตีคนที่โง่เขลา สิ่งที่ท่านยึดมาได้ท่านควรปฏิบัติด้วยความเชื่อฟังต่อราชสำนัก ผู้คนในอดีตต่างก็เคารพการกระทำเช่นนี้</p>
<p>เมื่อท่านจัดการสิ่งต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว ท่านสามารถมอบตำแหน่งพระยาให้แก่เล่าเจี้ยง เพื่อป้องกันข้อครหาว่าท่านไม่ซื่อสัตย์ ถ้าท่านไม่จัดการเล่าเจี้ยงตอนนี้ ไม่ช้าเขาก็จะถูกคนอื่นจัดการ</p>
<p>เล่าปี่จึงเห็นคล้อยตาม เขาจึงให้ขงเบ้ง กวนอูและคนอื่นรักษามณฑลเกงจิ๋ว พร้อมด้วยจูล่งเป็นนายทหารคุมฐานที่มั่น ในขณะที่ตัวเขานำทัพหลายหมื่นเข้าสู่มณฑล เอ๊กจิ๋ว</p>
<p>เมื่อซุนกวนรู้ว่าเล่าปี่เดินทางไปตะวันตก เขาส่งเรือไปรับน้องสาวของเขา ซุนฮูหยินวางแผนที่จะนำตัวเล่าเสี้ยนกลับง่อ เตียวหุยและจูล่งนำทหารไปขัดขวางแล้วนำตัวเล่าเสี้ยนกลับมาพร้อมพวกเขา</p>
<p>เล่าเจี้ยงสั่งการให้ทั้งมณฑลเตรียมตัวต้อนรับเล่าปี่ เมื่อเล่าปี่เข้าเขตแดนเขารู้สึกเหมือนกลับบ้านตัวเอง ทุกเมืองที่เขาผ่านไป เขาจะได้รับของขวัญล้ำค่ามากมายและเงินทองจำนวนหลายร้อยล้าน</p>
<p>ทันที่ที่เล่าปี่มาถึงเมือง Ba เงียมหงัน เจ้าเมืองนั้นได้จับมือเขาไปวางบนหน้าอกตัวเอกพูดว่า นี่คือคนที่นั่งอยู่เดียวดายบนเขาแล้วปล่อยเสือให้ออกมาป้องกันตัวเขา</p>
<p>เล่าปี่เดินทางขึ้นเหนือจากมณฑลเจียงโจว ไปทางแม่น้ำ Dianjiang มายัง Fu เล่าเจี้ยงนำทหารสามหมื่นคนและรถม้าไปรับเล่าปี่ ชุดเกราะและอาวุธของทัพเล่าเจี้ยงนั้นเงางามเป็นประกายเมื่อต้องแสงอาทิตย์</p>
<p>เตียวสงบอกกับหวดเจ้งว่า เขาควรจะแนะนำให้เล่าปี่จับตัวเล่าเจี้ยงทันทีที่พวกเขาพบกัน เล่าปี่ตอบว่า เราไม่ควรลงมือเร็วเกินไปนัก</p>
<p>บังทองแย้งว่า ถ้าท่านฉวยโอกาสจับตัวเล่าเจี้ยงในการพบกัน ท่านก็ไม่ต้องสู้รบกับเขา และสามารถยีดทั้งมณฑลได้อย่างง่ายดาย</p>
<p>เล่าปี่ตอบว่า ข้าเพิ่งมาถึงดินแดนที่ห่างไกล ชื่อเสียงเกียรติยศของข้ายังไม่เป็นที่รู้จักในที่นี้เลย ข้าไม่สามารถทำการเช่นนั้นได้</p>
<p>เล่าเจี้ยงแต่งตั้งเล่าปี่เป็นแม่ทัพใหญ่พร้อมที่ทำการเหมือนขุนพลประจำเมืองหลวง เล่าปี่เสนอให้เล่าเจี้ยงทำตัวเป็นแม่ทัพผู้นำความสงบสุขสู่ตะวันตกพร้อมด้วยตำแหน่งผู้ปกครองมณฑล เอ๊กจิ๋ว ทหารจากสองกองทัพต่างจัดงานเลี้ยงดื่มกินกันเป็นเวลากว่าร้อยวัน</p>
<p>เล่าเจี้ยงเพิ่มกำลังทหารให้เล่าปี่และมอบเสบียงอาหารและอาวุธกองทัพให้แก่เขา แล้วเล่าเจี้ยงก็ส่งเล่าปี่ไปโจมตีเตียวฬ่อและให้คำสั่งคุมกองทัพที่ Boshui เล่าปี่รวมกองทัพได้มากกว่าสามหมื่นคน เขามีชุดเกราะอาวุธและเสบียงครบครัน</p>
<p>เล่าเจี้ยงกลับสู่เฉิงตูส่วนเล่าปี่นำทัพขึ้นเหนือไป Jiameng ก่อนหน้าที่เล่าปี่จะนำทัพไปโจมตีเตียวฬ่อ เขาได้ประพฤติตัวอย่างเมตตาและดีงามเพื่อเอาชนะใจผู้คน </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.feelthailand.com/211-ad-1-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c-211-%e2%80%93-19-%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
